ตอนที่แล้วการหวนคืนของจอมพลคนสุดท้าย ตอนที่ 13 กู้เงิน 2
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปการหวนคืนของจอมพลคนสุดท้าย ตอนที่ 15 คนที่ไม่คิดว่าจะได้มาเจอ

การหวนคืนของจอมพลคนสุดท้าย ตอนที่ 14 ปรากฎได้ถูกเวลา


ตอนที่ 14 ปรากฎได้ถูกเวลา

หลังจากออกเดินทางจากหน้าธนาคารด้วยรถม้าผมก็มาถึงโรงประมูลจนได้ โรงประมูลที่ผมกำลังยืนอยู่ด้านหน้าของมันตอนนี้เป็นอาคารก่อสร้างด้วยหินขนาดใหญ่ เรียกได้ว่าในเมืองหลวงของจักรวรรดินอกจากพระราชที่เป็นจุดที่องค์จักรพรรดิสวรรค์อาศัยอยู่ โรงประมูลอาเรส แห่งนี้ ก็เป็นจุดที่ใหญ่ที่สุดและสะดุดตาที่สุดในเมืองหลวงแห่งนี้แล้ว อีกอย่าง โรงประมูลแห่งนี้มันมีอีกชื่อ นั่นก็คือ โรงประมูลที่ดีที่สุดในจักรวรรดิ!

โรงประมูลที่ดีที่สุดในจักรวรรดิก็ไม่เกินจริงในคำนั้น เพราะที่แห่งนี้มีการประมูลแต่ละครั้งก็ทำให้ตระกูลใหญ่หลายตระกูลเข้าร่วมและใช้เงินจำนวนมากเพื่อซื้อของพวกนั้น ส่วนเรื่องคุณภาพของก็ไม่ต้องเป็นห่วง ถ้าที่นี่ไม่ดีจริงก็คงไม่ได้ชื่อแบบนั้นมา เพราะงั้นถ้าอยากได้ของดีๆ ทุกคนจะนึกถึงที่แห่งนี้เป็นที่แรก

“ไคเซอร์”

“ครับท่าน”

“สั่งอัศวินเอาเงินทั้งหมดไปบัญชีในโรงประมูล ข้าจะเข้าไปซื้อของที่นี่”

“ครับท่าน”

หลังตอบรับไคเซอร์ก็เดินไปออกคำสั่งกับคนอื่นๆ ในทันที การเอาเงินเข้าที่ผมสั่งให้ไปทำมันเป็นกฎของโรงประมูลแห่งนี้ ซึ่งถ้าไม่มีเงินในบัญชีการซื้อหรือการประมูลก็จะไม่สามารถทำได้ทันที เมื่อเป็นแบบนั้นมันก็ตัดปัญหาเรื่องผู้ประมูลจะเบี้ยวหรือมีเงินไม่พอจ่ายได้ในทันที

“นั่นมันแกนดยุคไร้อำนาจไม่ใช้เหรอ มาทำอะไรที่นี่???”

“นี่แกอยากตายหรือไง… พูดแบบนั้นแกไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับคุณชายตระกูล มอแกน สินะ”

“ใช่ๆ ข้าก็ได้ยินเหมือนกันที่โดนหาว่าเป็นกบฏจนตระกูลต้องตกที่นั่งลำบาก”

“ทางที่ดีอย่าไปขัดใจท่านแกนดยุคแห่งตระกูล วอเตอร์ ดีกว่า…”

หลังจากที่ผมเข้ามาด้านในโรงประมูลเสียงซุบซิบก็ดังขึ้นมาทันที สมกับเป็นโรงประมูลที่ดีที่สุดผู้คนที่อยู่ในนี้ต่างก็เป็นชนชั้นสูงและยังเป็นพวกพ่อค้าร่ำรวยจำนวนมากอยู่ด้านไหน ส่วนไอ้ชื่อเสียงของผมตอนนี้มันจะเป็นยังไงก็เรื่องของมันเถอะ คนเราจะทำให้ทุกคนบนโลกไม่ได้อยู่แล้ว

“ยินดีต้อนรับคะ ท่านแกนด์ดยุค”

พนักงานบริการเข้ามาคุยกับผมหลังจากเข้ามาได้สักพัก เธอเป็นผู้หญิงที่สวมแบบพนักงานเสริฟ์เหมือนพนักงานร้านอาหารดังๆ หรือพวกร้านอาหารคนรวย เธอกำลังคุยกับผมด้วยใบหน้ายิ้มอย่างสดใส

“ไม่ทราบว่าวันนี้ท่านต้องการอะไรคะ ถ้าท่านต้องการสามารถบอกข้าได้เลย”

“ข้าต้องการเข้าร่วมงานประมูล”

“คือว่า….”

พนักงานทำสีหน้ากระอักกระอ่วมแบบไม่กล้าพูดออกมา ก็แน่ละ การเข้าไปในงานประมูลของที่แห่งนี้ได้ต้องทีสมาชิกก่อนแล้วก็ต้องเป็นสมาชิกระดับสูงด้วย ตัวผมที่พึ่งเคยเข้าที่นี่ครั้งแรกด้วยซ้ำคงไม่ได้เข้าร่วมง่ายๆ แบบนั้นหรอก เหอๆ เพราะแบบนี้ไงถึงได้บอกว่าเงินมันจะเป็นในการทำอะไรต่อมิอะไร

“ไคเซอร์ เอาบัตรสมาชิกมา”

“ครับท่าน”

หลังได้รับบัตรสมาชิดสีทองผมก็โชว์ให้พนักงานตอนรับดู

“มีบัตรนี้เข้าได้แล้วใช่ไหม?”

“บะ บัตรสมาชิกสะ สีทอง…”

ใช่แล้ว! นี่แหละที่เป็นเหตุผลที่ผมให้อัศวินเอาทองไปเข้าบัญชีเอาไว้ห้าแสนเหรียญทอง โรงประมูลแห่งนี้จะแบ่งบัตรออกเป็น 3 ชนิด ทองแดง เงินและทอง บัตรสีทองที่ผมถืออยู่ตอนนี้ปกติแล้วต้องใช้เงินซื้อของในนี้อย่างน้อยๆ 100,000 เหรียญทอง ที่รู้เรื่องพวกนี้เพราะเมื่อสมัยก่อนผมหลงยัยองค์หญิงร่านจนต้องมาซื้อของที่ยัยนั่นอยากได้บ่อยๆ ซื้อไปซื้อมาก็เลยได้บัตรทองแบบไม่รู้ตัว …ชิ! พูดถึงยัยนั่นทีไรก็อารมณ์เสียทันที ให้มันได้แบบนี้สิ

โชว์บัตรไปได้ไม่นานพนักงานก็ตั้งสติได้ แล้วก้มโค้งให้กับผมเล็กน้อย

“เช่นนั้นเชิญท่านมาได้เลยคะ”

…..

ณ ห้องประมูล Vip

“ห้องนี้เป็นห้องที่ดีที่สุดในที่แห่งนี้คะ เชิญท่านดยุคตามสบาย ถ้าต้องการประมูลอะไรก็แค่ยกมือเท่านั้นและเสนอราคาตามใจของท่านได้เลย”

ห้องที่พนักงานต้อนรับพาผมมาตอนนี้ในชีวิตก่อนผมไม่เคยขึ้นมมาด้วยซ้ำ ห้องนี้ประดับไปด้วยของสวยหรูมากมายเหมือนกับในพระราชวัง แถมด้านหน้าห้องยังเปิดเป็นหน้าตามองเห็นเวทีประมูลได้อย่างชัดเจน เงินห้าแสนเหรียญทองที่เติมไปคงทำให้พวกนี้มองผมเป็นเหยื่อชั้นดีเลยสินะ หึ!

“อ่า ข้าถูกใจห้องนี้มาก”

“เป็นหน้าที่ของทางเราอยู่แล้วที่จะดูแลลูกค้าให้ดีที่สุด เช่นนั้นข้าขอตัว”

“อื้ม”

พนักงานตอนรับออกไปทันทีหลังกล่าวลาจบ ในห้องตอนนี้ก็เหลือเพียงแค่ผมและไคเซอร์สองคนเท่านั้น ผมไม่รอช้ารีบเดินไปนั่งเก้าอี้หน้าห้องทันทีเพื่อเตรียมตัวประมูลกับงานที่กำลังจัดอยู่ ตอนนี้ด้านล่างกำลังเกิดกาประมูลขึ้นอยู่ด้วย ขุนนางหลายคนก็กำลังเสนอราคาซื้อของชิ้นนั้นกันอยู่

“100 เหรียญทอง”

“120 เหรีญทอง”

“130 เหรียญทอง!!!”

เหอ! ของแค่นั้นมันไม่คู่ควรกับเงิน 1 เหรีญทอง เลยด้วยซ้ำ…

“ท่านแกนดยุคดาบเล่มนั้นมัน-”

“ดาบตระกูล ดีฟอน ดูจากทรงของมันแล้วคงเป็นดาบลุงแรกที่ผู้นำตระกูลนั้นตีขั้นมา …เจ้ากำลังจะบอกข้าแบบนี้ใช่หรือไม่?”

“ชะ ใช่ครับ”

ไคเซอร์ มองผมด้วยแววตาแปลกใจทันทีหลังผมขัดออกไปแบบนั้น แต่เรื่องอาวุธนะไม่ต้องบอกผมหรอก อย่าว่าแต่ของจักรวรรดิเลยอาวุธทั่วทวีปที่ขึ้นชื่อมันอยู่ในหัวของผมหมดแล้ว ในยุคสมัยหายะนะแห่งมวลมนุษย์มาถึงไม่ว่าประเทศไหนก็เอาของดีที่สุดของตัวเองออกมากันทั้งนั้น ผมเลยสามารถรู้ได้ทันทีว่าดาบที่เห็นอยู่เป็นของตระกูล ดีฟอน หนึ่งในตระกูลที่ขึ้นชื่อเรื่องการตีดาบและสร้างอาวุธของจักรวรรดิ แต่ว่า ไอ้ดาบแบบนั้นมันไม่ได้อยู่ในสายตาของผมหรอก

ของที่ผมต้องการในการประมูลครั้งนี้มีเพียงอย่างเดียว โอสถ! ไม่ว่าจะเป็นยาแบบไหนแต่ถ้าเห็นว่ามีประโยชน์ผมจะซื้อพวกมันทันทีเพราะร่างกายของผมตอนนี้ต้องการพวกมันอย่างมาก อีกอย่าง ถ้าจะสร้างกำลังทหารที่แข็งแกร่งโอสถก็จำเป็นต้องมีเป็นอันดับแรก แต่เรื่องสร้างกำลังทหารเอาไว้ทีหลัง ตอนนี้สาเหตุที่ผมเข้าร่วมก็เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตัวเอง

ถ้าเป็นสมัยก่อนช่วงผมมีอำนาจคงเรียกผมตัวนักปรุงโอสถทั่วจักรวรรดิมาปรุงกันแล้ว แต่ตอนนี้ผมทำอะไรแบบนั้นไม่ได้ เฮ้อ~ ไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องมานั่งซื้อโอสถด้วยการประมูลแบบนี้ ทั้งๆที่สมัยก่อนมันหาง่ายยิงกว่าขนมปังแท้ๆ ยุคสมัยหายะนะแห่งมวลมนุษย์โอสถมันเป็นอะไรที่หาง่ายมาก เพราะทุกคนต่างต้องแข็งแกร่งเพื่อปกป้องตัวเอง แต่ตอนนี้การจะซื้อพวกมันคงเป็นไปไม่ได้สำหรับคนธรรมดา หลังจากนี้คงต้องรีบหาทางให้คนธรรมดาเข้าถึงพวกมันให้โดยเร็วที่สุด

…..

ออกมาจนได้!

หลังจากที่นั่งดูการประมูลที่น่าเบื่อมาตั้งนานสุดท้ายสิ่งที่ผมรอค่อยก็โดนดันขึ้นมาบนเวทีจนได้ มันเป็นเม็ดโอสถที่ส่องสว่างสีแดงออกมาจนคนมองแสบตา เพียงแค่มองก็สามารถเข้าใจได้ว่าโอสถเม็ดนั้นมันมีพลังขนาดไหน

“นี่เป็นเม็ดยาที่พวกเราได้มาโดยบังเอิญในการเจรจาซื้อขายกับหมู่บ้านโอสถสวรรค์  ความสามารถของมันก็คือ จะสามารถทำให้ผู้ที่กินเข้าไปมีพลังปราณมากขึ้นเป็นเท่าตัวถ้าอยู่ระดับต่ำกว่า ราชานักรบ! สำหรับผู้ที่เข้ามาประมูลในงานครั้งนี้พวกท่านอาจจะมองว่ามันเป็นสิ่งไร้สาระเพราะพลังของพวกท่านคงไม่ได้น้อยขนาดนั้น แต่ว่า ….ข้าอยากให้พวกท่านคิดถึงลูกและหลานในตระกูลของพวกท่านแทน”

พนักงานชายบนเวทีเริ่มพูดขึ้นหลังเอาโอสถขึ้นมาบนเวที ที่หมอนั่นพูดออกมันก็เป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ พวกที่มาประมูลตอนนี้ต่างเป็นชนชั้นสูงของจักรวรรดิ แถมอายุก็ไม่ใช่น้อยๆ มีเพียงบางคนเท่านั้นที่เป็นเด็กตามพ่อหรือคนในตระกูลของตัวเองมา การพูดให้นึกถึงลูกหรือคนในตระกูลของตัวเองจะพัฒนาเร็วกว่าเด็กๆ ตระกูลอื่นเป็นการขายที่ดี

หึ! ถึงจะไม่ใช่ของมีค่ากับพวกที่มีพลังสูงกว่าระดับ ราชานักรบ แต่มันมีค่ามหาศาลกับขั้นที่ต่ำกว่านั้นเพราะมันทำให้พลังปราณเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ต่อให้เป็นผมก็ไม่อาจเดาได้ว่ามันจะเพิ่มพลังได้เป็นขั้นหรือดีไม่ดีอาจจะเพิ่มระดับได้เลยด้วยซ้ำ …ปรากฏตัวได้เวลาเหมาะจริงๆ  หึหึ!

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด