ตอนที่แล้วKing X King เมื่อได้เกิดเป็น องค์รัชทายาทลำดับสุดท้าย ตอนที่ 241 คู่ต่อสู้
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปKing X King เมื่อได้เกิดเป็น องค์รัชทายาทลำดับสุดท้าย ตอนที่ 243 ผลงาน

King X King เมื่อได้เกิดเป็น องค์รัชทายาทลำดับสุดท้าย ตอนที่ 242 เอาจริง


ตอนที่ 242 เอาจริง

ร่างจำแลงอสูร ในตอนนี้เอเนเชียร์กำลังแปลงร่างจำแลงอสูรแถมยังเป็นถึงร่างระดับ 3 ถ้านับตามปกติพลังของเธอไม่สามารถสู้ทาร์เลียได้อย่างแน่นอน

แต่ตอนนี้เธอมันเปลี่ยนไปแล้ว

“เวทย์ป้องกัน”

ผมเริ่มใช่เวทย์ป้องกันทั้งตัวผมและลาฟเชียร์เพื่อความปลอดภัย ตัวเวทย์ป้องกันเป็นเวทย์ลมสีเขียวป้องกันพวกเราเอาไว้ และเวทย์ป้องกันเองก็ป้องกันพวกนักเรียนที่สลบอยู่ด้วยเช่นกัน

เรื่องครั้งนี้ชักน่าสนุกแล้วสิ!

ผ่านไปได้สักพักเอเนเชียร์ก็อยู่ในร่างสมบูรณ์ของระดับสาม และการต่อสู้ของทั้งสองคนก็เริ่มต้นขึ้น

“เวทย์ดาบแสง!”

เอเนเชียร์เริ่มใช้เวทย์ออกมาก่อน เมื่อเธอเริ่มใช่เวทย์ก็มีดาบสีขาวลอยบนฟ้าด้านหลังของเธอนับสิบเล่น ส่วนทางทาร์เลียก็ยังไม่ได้ขยับอะไรได้แต่ยืนเตรียมตั้งรับเวทย์ดาบแสงที่กำลังเข้าหาตัว

ผ่านไปได้ไม่นาน

ทาร์เลียก็เริ่มเข้าโจมตีก่อน โดยเธอกระโดดซ้ายทีขวาถือเพื่อไม่ให้เอเนเชียร์ได้มีโอกาสโจมตีโดน

ในตอนนี้เองทางเอเนเชียร์ก็เริ่มโจมตีแล้วเช่นกัน

ตูม!!!

ตูม!!!

ตูม!!!

ดาบแสงของเธอโจมตีและปะทะกับพื้นปูนอย่างต่อเนื่อง แต่มันก็ไม่สามารถทำอะไรเอเนเชียร์ได้เลยสักครั้ง

ชิ โดดไปโดดมาน่ารำคาญจริงๆ”

เอเนเชียร์ชี้นิ้วใส่ทาร์เลียที่หลบไปมา

“อย่าพูดไร้สาระ ข้าหลบมันก็เป็นเรื่องปกติ”

“ได้งั้นมาลองกันว่าเธอจะหลบได้อีกสักเท่าไหร่ หึ

พูดจบที่ด้านหลังของเอเนเชียร์ก็ปรากฏดาบแสงอีกครั้ง แต่ครั้งนี้จำนวนของมันมีประมาณ 50 – 60 เล่ม มากกว่าเมื่อกี้หลายเท่า เมื่อดาบปรากฏออกมาเอเนเชียร์ก็แสยะยิ้มก่อนจะพูดทั้งแบบนั้นว่า

“อยากจะรู้จริงๆ ครั้งนี้เธอจะ-”

“หยุดการต่อสู้!!!!”

เอ่ะ?!?!?! ดรารอน์นี่มันหมายความว่ายังไง???”

เอเนเชียร์หันมาถามผมทันทีหลังตะโกนออกไปแบบนั้น ส่วนเหตุผลที่ผมหยุดมันก็แน่นอนอยู่แล้วเพราะถ้ามากกว่านี้มันจะอันตรายกับชีวิตได้

“ผลครั้งนี้มันออกมาแล้วว่าทาร์เลียชนะ จะสู้ต่อไปทำไม”

“จะบ้าหรือไง!!! ไม่เห็นดาบเวทย์งั้นเหรอ นายกำลังจะบอกว่าต่อให้ดาบพวกนี้พุ่งเข้าไปยัยนั้นก็สามารถหลบได้หรือไง”

ตอนนี้เอเนเชียร์ที่ตะโกนออกมาก็มองผมด้วยใบหน้าอารมณ์เสียแบบสุดๆ แต่แล้วผมยังไม่ได้ตอบอะไรเสียงของลาฟเชียร์ก็ดังขึ้นมาก่อน

“เธอมองดูที่พื้นดินสิเอเนเชียร์”

“อะไร?” เอเนเชียร์ก้มมองแบบไม่คิดอะไร แต่หลังจากมองพื้นดินด้านล่างใบหน้าที่กำลังโกรธของเธอก็เปลี่ยนไปเป็นแปลกใจแทน “ตะ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน…”

“ก็ตอนที่เธอมั่วแต่มันใจกับดาบแสงไร้ประโยชน์นั่นนะสิ”

ทาร์เลียตอบพร้อมรอยยิ้มของผู้ชนะ

ส่วนเรื่องที่ทำให้เธอมีใบหน้าแปลกใจตอนนี้ก็คือพื้นดินรอบช่วงร่างของเธอมันได้กลายเป็นหนามแหลมเตรียมพุ่งชนใส่เธอได้ทุกเมื่อ แล้วมันก็ไม่ได้มีเพียงชิ้นสองชิ้นแต่มีหลายสิบชิ้นไม่ต่างจากดาบแสงของเธอเลย

แล้วเมื่อยอมรับผลเรียบร้อย

การต่อสู้ระหว่างทั้งทาร์เลียและพวกทดสอบฝีมือก็จบลง โดยผลที่ออกมาก็เป็นเหมือนกับที่ผมคิดเอาไว้ไม่มีผิด ส่วนพวกที่หมดสภาพก็โดนส่งตัวไปยังห้องพยาบาลเพื่อรักษา

แล้วทางผมเองก็เริ่มเล่าเรื่องของทาร์เลียให้ทั้งสองคนฟังว่ามันเป็นมายังไงเธอถึงได้มาอยู่กับผม โดยบอกให้ทั้งสองเก็บเป็นความลับเอาไว้ เพราะเรื่องนี้ถ้าคนอื่นรู้มันต้องกลายเป็นปัญหาแน่นอน

“จริงสิลาฟเชียร์”

ผมหันไปหาลาฟเชียร์เพราะคิดอะไรขึ้นมาได้

“ค่ะ???”

“เทเลอร์กับเนสก้ายังสบายดีไหม”

ออ~ ตอนนี้ท่านพี่กำลังจัดเตรียมจัดงานหมั่นที่เมืองหลวงของประเทศ ส่วนเนสก้าเห็นว่าท่านเดฟีเรียพาตัวไปฝึกเพื่อเตรียมพร้อมอะไรบางอย่างคะ”

เดฟีเรียเองก็คงเอาเธอไปฝึกเพื่อเตรียมตัวแน่

เพราะงั้นถึงเธอจะไม่ได้เข้าโรงเรียนก็ไม่มีปัญหา แต่ว่า

“เธอพูดว่าเทเลอร์กำลังจัดงานหมั่นงั้นเหรอ?”

“ค่ะ”

“กับใคร”

“อืม…. ข้าเองก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ แต่เห็นว่าเป็นลูกสาวของตระกูลดยุคทที่ใกล้ล่มสลายของเมืองหลวงคะ เพราะท่านพี่ตอนนี้ได้เป็นลูกศิษย์ของท่านเดฟีเรียแถมยังมีความสามารถเอามากๆ ก็เลยมีคนต้องการไม่ใช่น้อย”

อื้ม!

มันก็ต้องเป็นแบบนั้นแหละ

สำหรับคนที่ได้รับเลือกเป็นลูกศิษย์ของคนที่ได้ชื่อว่าตำนานที่ยังมีชีวิตพวกขุนนางต่างต้องการตัวเข้าตระกูลกันทั้งนั้น แต่ทำไมถึงได้เป็นตระกูลดยุคที่ใกล้ล่มสลายกันละ????

เอาเถอะ หมอนั่นอาจจะชอบลูกสาวของขุนนางนั่นก็ได้เลยเป็นแบบนั้น

“แล้วงานจัดวันไหน?”

“วันนี่คะ พึ่งจัดไปเอง”

เอ่ะ?!!?!? เดี๋ยวก่อนนะแล้วทำไมเธอมาอยู่ที่นี่”

“ตอนแรกข้าจะไปงานแล้วแต่ท่านโซฟีบอกว่าท่านจะมาข้าเลยไม่ได้ไป แล้วเรื่องมันก็ยาวมาจนถึงตอนนี้”

ขอโทษด้วยนะเทเลอร์ที่รั้งน้องของนายเอาไว้

เฮ้อ~

แต่เอาเถอะเอาไว้วันหลังไปขอโทษหมอนั่นก็แล้วกัน ตอนนี้เราไม่มีเวลาเพื่อกลับไปประเทศเมซัส… ไม่สิ! กลับไม่ได้ต่างหาก ถ้ากลับไปตอนนี้แล้วถ้ามีใครรู้พลังพวกหมายเลข 1 - 4 ต้องเริ่มเคลื่อนไหวกันแน่

คิดได้ผมก็หันไปหาเอเนเชียน์ที่ทำหน้าไม่พอใจอยู่ต่อทันที

“เอเนเชียร์”

“ว่า”

“เธอคิดว่าอีกกี่วันที่เธอจะฟื้นตัวแล้วพวกที่โดนอัดไปจะฟื้นตัว”

“ประมาณ 1 – 3 วัน พลังน่าจะฟื้น”

“อ่อนแอจริงๆ เฮ้อ~”

ทาร์เลียพูดขึ้นพร้อมกับท่าทางส่ายหน้าด้วยความผิดหวังเหมือนกับว่าพยามกวนประสาทเอเนเชียร์

ตัวผมเองก็คิดไม่ต่างจากเธอหรอกเพราะแผลแค่นั้นถ้าเป็นผมแค่วันเดียว … ไม่สิ! ครึ่งวันก็ฟื้นแล้ว แต่ก็ช่วยไม่ได้ยังไงก็ต้องรอเท่านั้น

“เข้าใจแล้วอีก 3 วัน พวกเราจะเริ่มฝึกกัน!”

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด