ตอนที่แล้วตอนที่ 325+326 พี่เก๋อ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 329+330 เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ของครอบครัวเก๋อ

ตอนที่ 327+328 บ่นไม่หยุด


กำลังโหลดไฟล์

เก๋อเวินเวินจ้องไปยังเจียงเหยา จากนั้นเธอก็มองไปที่คุณนายหลินและคุณนายโจวก่อนที่จะลุกจากไป ทั้งสามคนเกือบจะไล่ตามเด็กอายุหกขวบไม่ทัน ในที่สุดพวกเขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เมื่อเห็นเก๋อเวินเวินวิ่งขึ้นไปชั้นบน

“เจ้าเด็กเนรคุณ” คุณนายโจวหอบหายใจ เธอพิงผนังข้างบันไดในขณะที่หอบอย่างหนัก พร้อมกับส่งเสียงดุเบา ๆ

คุณนายหลินไม่ได้ดีไปกว่าเธอเลย เหงื่อโชกทั้งที่สภาพอากาศเย็นแบบนี้

ในทางกลับกัน แม้ว่าไหล่ของเจียงเหยาจะสั่นเมื่อหันหลังให้กับพวกเขา แต่เธอเพียงแค่แกล้งหอบเท่านั้น

เธอไม่ต้องการแสดงออกให้โดดเด่นเกินไป ดังนั้นถึงแม้เธอจะวิ่งตามเก๋อเวินเวินได้ทัน ทว่าเมื่อสังเกตเห็นคุณนายหลินและคุณนายโจววิ่งช้า  จึงทำให้เธอนิ่งเงียบ และแสร้งทำเป็นหอบเหนื่อย

ถ้าไม่ใช่เพราะมีคุณนายหลินและคุณนายโจวอยู่ด้วย ความเร็วของเก๋อเวินเวินไม่ได้มากมายอะไรสำหรับเจียงเหยาที่จะวิ่งตามทัน เด็กอายุหกขวบจะวิ่งเร็วขนาดไหนเชียว อย่างไรก็ตามคุณนายหลินและคุณนายโจว เป็นผู้หญิง พวกเขาไม่ได้ฝึกฝนร่างกายและไม่ค่อยได้วิ่งสักเท่าไหร่ พวกเขาจึงรู้สึกว่าได้ใช้พลังงานไปจำนวนมาก ในระหว่างวิ่งตามเด็กหญิงตัวน้อย

ถ้าเป็นอดีตเจียงเหยาไม่สามารถวิ่งตามได้ทัน แต่ตอนนี้ร่างกายของเจียงเหยามีพลังและแข็งแกร่งขึ้น ตอนที่ยังไม่ได้เพิ่งพลังทางกายภาพเพิ่มจากครั้งล่าสุด แม้แต่ฉีเซียงก็ไม่สามารถวิ่งตามเธอได้ทัน ไม่ต้องพูดถึงการวิ่งไล่ตามเก๋อเวินเวิน

อย่างไรก็ตาม เธอแสร้งทำเป็นหอบเหนื่อย แต่ผิวและเหงื่อของเธอไม่สามารถแกล้งให้เกิดขึ้นได้

เมื่อเจียงเหยาหันหลังกลับมา คุณนายหลินและคุณนายโจวยังคงสังเกตเห็นเจียงเหยาที่ร่างกายสงบกลายมาเป็นปกติแล้ว ทั้งสองคนได้แต่ถอนหายใจและคิดว่าการเป็นเด็กสาวนี่ดีจริง ๆ และไม่ได้สงสัยอะไรไปมากกว่านั้น

คุณนายหลินและคุณนายโจววางแผนที่จะไปช้อปปิ้งที่ตลาดในตอนบ่ายกับเจียงเหยา แต่บังเอิญพบว่าจ่าเก๋อกำลังจะไปตามหาเก๋อเวินเวิน ทำให้พวกเขาต้องให้ความช่วยเหลือ หลังจากพบตัวเก๋อเวินเวินแล้ว ทั้งคู่ลงมาข้างล่างและรอเจียงเหยาที่กำลังขึ้นไปหยิบกระเป๋าของเธอจากชั้นบน ก่อนจะออกไปนอกกองทัพด้วยกัน

ครั้งนี้คุณนายโจวร่วมเดินทางไปด้วย มีสถานที่ให้เดินซื้อของมากมายในช่วงบ่าย นิสัยของคุณนายโจวจะเป็นคนตรงไปตรงมามากกว่าคุณนายหลิน และเธอไม่สามารถเก็บอะไรไว้ภายในใจได้ ระหว่างทางเธอบ่นว่ายากแค่ไหนที่จะรับมือกับแม่ของเก๋อเวินเวิน ภรรยาของทหารที่เพิ่งย้ายมาอยู่ใหม่ ให้เจียงเหยาฟัง

“เจียงเหยา คุณไม่รู้อะไรเกี่ยวกับแม่ของเก๋อเวินเวินนัก ถ้าคุณไปซื้อกับเธอนะ เธอต้องอับอายจนตายแน่! คราวก่อน พวกเราสองสามคนออกไปซื้อผัก เวลาเราถูกใจผักกองไหน หลังจากถามราคา ถ้ามันแพงไป เราก็ต่อรองราคาให้พอเหมาะพอดีใช่ไหมล่ะ ถ้าซื้อไม่ไหวก็ไม่ซื้อ ส่วนแม่ของเก๋อเวินเวิน ไม่แน่ใจว่าจะซื้อด้วยซ้ำ ก็ไปถามเราและต่อราคาเขา ต่ออยู่อย่างนั้นเป็นนานสองนาน จนแม่ค้าเขายอมลดให้ แต่จู่ ๆ เธอก็บอกว่าไม่อยากได้แล้ว พูดจบก็หันหลังเดินจากไป คนขายตะโกนด่าไล่หลัง เธอยังทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และไปถามอย่างนั้นซ้ำ ๆ กับแม่ค้ารายอื่น ๆ พวกเราแทบจะไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”

คุณนายโจวบ่นไม่หยุด “ครั้งหนึ่ง เธอต้องการซื้อกะหล่ำปลี เธอปอกเปลือกหัวกะหล่ำปลีออกสองสามชั้นแล้วเอาไปชั่ง หลังจากชั่งเสร็จ ยังขอให้คนขายลดราคาให้อีก จนทะเลาะกับแม่ค้าเป็นเวลายี่สิบนาที”

คุณนายโจวพูดแล้วควันออกหู “หลังจากนั้น พวกเราก็ไม่อยากจะไปไหนมาไหนกับเธออีก แค่นั้นแหละ เธอก็ไปเราไปพูดว่าเราดูถูกที่เธอมาจากบ้านนอกและตั้งกลุ่มผลักเธอออกไป โกรธมากจริง ๆ เชียว”

เจียงเหยาได้ยินคุณนายหลินพูดถึงเรื่องนี้มากก่อน แต่ตอนนั้นคุณนายหลินพูดเพราะต้องการเตือนเธอให้อยู่ห่างจากคุณนายเก๋อ และอย่าไปไหนมาไหนกับเธอ เพราะอีกฝ่ายมักจะเอาเปรียบคนอื่น สิ่งที่ทนไมได้ยิ่งกว่านั้นคือเธอมักจะสร้างความอับอายให้กับที่ไปด้วย

ไม่เพียงเท่านั้น คุณนายหลินยังมีบุคลิกที่สงบและน้ำเสียงของเธออ่อนโยนกว่านี้ เมื่อพูดเรื่องนั้น ในทางกลับกัน คุณนายโจวกลับเล่าทุกอย่างเพื่อบ่นให้เจียงเหยาฟัง ดังนั้นน้ำเสียงของเธอจึงจริงจังมากขึ้น แต่ก็ทำให้เจียงเหยาได้รู้ว่า คุณนายโจวเกลียดคุณนายเก๋อมากแค่ไหน

__

“เอาล่ะ มาสนใจเรื่องของพวกเราจะดีกว่า เรื่องของเธอเราก็ควบคุมอะไรไม่ได้ ก็ปล่อยให้เธอทำในสิ่งที่เธอชอบก็แล้วกัน” คุณนายหลินปลอบคุณนายโจว เธอรู้ว่าคุณนายโจวโกรธจัด หลังจากต้องไล่ตามเก๋อเวินเวินในตอนเที่ยง

หลังจากปลอบโยนคุณนายโจวแล้ว คุณนายหลินก็หันกลับมาและพูดกับเจียงเหยาว่า “ยังไงก็เถอะ ตอนเช้าคุณไม่ได้บอกหรอกหรือว่าอยากได้พลูด่าง ไปตลาดต้นไม้กับสัตว์กันเถอะ ฉันเองก็อยากได้ปลาทองสักสองสามตัว ให้เด็ก ๆ ที่บ้านเลี้ยง เจ้าตัวเล็กน่ะติดปลาทองที่เพิ่งได้มาไม่นานนี้มาก ตอนนี้ทั้งตู้มีปลาเพียงตัวเดียว เมื่อคืนก็ร้องไห้เสียซะน่าสงสาร”

“คุณนายหลิน ลูกชายของคุณ อาเว่ยนี่ชอบเลี้ยงสัตว์เสียจริงนะคะ” คุณนายโจวหัวเราะและพูดกับเจียงเหยาว่า “อย่าว่าไป อาเว่ย ลูกชายของคุณนายหลิน อายุแปดขวบ เด็กคนนี้เลี้ยงสัตว์มาตั้งแต่เด็ก ๆ เขาเคยเลี้ยงแมว เลี้ยงสุนัขที่บ้านคุณยายของเขา แม้แต่จิ้งจกและจิ้งหรีดก็เคยเลี้ยงมาแล้ว”

“ก็ดีนะคะที่เด็กจะมีงานอดิเรกเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นอะไร ถ้าเขามีความอดทนก็น่านับถือค่ะ” เจียงเหยายิ้ม

เมื่อได้ยินคำตอบของเจียงเหยา คุณนายโจวที่กำลังจะเปิดปากพูด ก็กลืนคำพูดของเธอไปในทันที เห็นได้ชัดว่าเธอไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป ขณะที่เธอคิดว่าเจียงเหยาจะคิดเหมือนเธอ ที่ว่าเด็กคนนี้แปลกเสียอีก

พวกเขาอยู่ในเมืองจินกระทั่งบ่ายแก่ ๆ ลู่ชิงสีกลับมาถึงบ้าน แต่ไม่พบเจียงเหยา เขาจึงโทรหาเธอ และรู้ว่าเธอกำลังรอรถบัสกลับมาที่กองทัพ เขาขับรถไปรับสาว ๆ ในทันที

“ใคร ๆ ก็บอกว่าจ่าลู่น่ะรักภรรยาของเขาอย่างสุดซึ้ง เห็นได้ชัดเลยว่าเขาน่ะแตกต่างจากผู้ชายที่บ้านของพวกเรา” ขณะที่พวกเขากำลังนั่งอยู่ในรถของลู่ชิงสีเพื่อกลับบ้าน คุณนายโจวรู้สึกตื่นเต้นเป็นพิเศษระหว่างทางที่เดินทางกลับ รถของลู่ชิงสีกว้างขวาง สะอาด และสะดวกสบายกว่ารถบัส

แม้ว่าคุณนายโจวจะชื่นชมเขา แต่ลึก ๆ เธอแอบรู้สึกอิจฉาเจียงเหยา แม้ว่าเธอและสามีจะมีรถยนต์และโทรศัพท์มือถือ ทว่าหากเขารู้ว่าเธอกำลังรอรถบัสเพื่อจะกลับบ้าน สามีของเธอก็ไม่มีวันที่จะขับรถออกมารับเธอ หลังจากที่ยุ่งกับงานของเขามาทั้งวัน

ที่ชั้นล่าง พวกเขาทั้งสามหิ้วของของตนเองและพูดคุยกันสองสามประโยคก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้านใครบ้านมัน เมื่อเจียงเหยาก้าวเข้ามาในบ้าน เธอได้กลิ่นที่น่ารื่นรมย์ในทันที หลังจากถาม เธอพบว่าลู่ชิงสีกำลังตุ๋นไก่ไว้ก่อนจะออกไปรับเธอ

“ชิงสี อารมณ์ไม่ดีเหรอคะ?” เจียงเหยาสังเกตว่าลู่ชิงสีอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก ตลอดระยะทางที่กลับบ้าน

แม้ว่าการแสดงออกของเขามักจะไม่แยแส คนทั่วไปอาจไม่สามารถเห็นอารมณ์ของเขาได้เพียงมองจากใบหน้า ทว่าเจียงเหยาสัมผัสได้ถึงอารมณ์ที่ไม่ดีของเขา

ลู่ชิงสีไม่ได้คาดหวังว่าเจียงเหยาจะสัมผัสถึงอารมณ์ของเขาได้ ดังนั้นหลังจากครุ่นคิด เขาก็ไม่ปิดบังเธออีกต่อไป

“มีเรื่องเกิดขึ้นกับครอบครัวของเยวื่อจือน่ะ” เขาบอก “ผมเพิ่งได้รับโทรศัพท์จากเหวยฉี เขาบอกว่านายพลเหลียงอยู่บนเครื่องบินที่ถูกจี้ ลำที่ยังไม่ได้สามารถติดต่อได้ อีกอย่างมีนายทหารระดับสูงจากต่างประเทศด้วย ทุกคนที่เข้าร่วมประชุมกับนายพลเหลียงต่างก็อยู่บนเครื่องบินลำนั้น ยกเว้นคนที่ป่วยและมาไม่ทันขึ้นเครื่อง”

นั่นไม่ใช่เรื่องร้ายแรงที่สุด “ตอนแรกพวกเขาต้องการจะปิดเรื่องนี้จากย่าเหลียง แต่บังเอิญเธอออกมาในตอนบ่ายและได้ยินข่าวนี้จากคนอื่น เธอเป็นลมทันที ตอนนี้ถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาล โชคดีที่เธอได้รับการช่วยเหลือไว้ทันเวลา แต่ตอนนี้ยังไม่ฟื้นเลย”

เจียงเหยาตกตะลึง ไม่แปลกที่ลู่ชิงสีจะมีอาการกระวนกระวายใจ ลู่ชิงสีต้องกังวลเกี่ยวกับพวกเขา เพราะคนในครอบครัวเหลียงกำลังประสบปัญหาที่รุนแรงเช่นนี้

“ตอนนี้สถานการณ์เป็นยังไงบ้างคะ? พวกเราต้องรีบไปเมืองจินโดไหม?” เจียงเหยาถาม

“ยัง ตอนนี้เราเองก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน ครอบครัวเหลียงกำลังยุ่ง ถ้าไปก็จะสร้างปัญหาให้กับพวกเขาเปล่า ๆ รอดูไปก่อนก็แล้วกัน”

ลู่ชิงสีส่ายหน้า “ผู้นำของแต่ละประเทศได้จัดเตรียมกองกำลังเพื่อจัดการกับเหตุฉุกเฉินนี้แล้ว”

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด