ตอนที่แล้วตอนที่27 หานชิงผู้สับสน
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่29 นอนด้วยกัน

ตอนที่28 ทรราชหนุ่มเดือดดาล


“ซือซูปล่อยข้าออกไป ข้าจะไปจัดการกับนังจวิ๋นหลี่หวงเอง หลังจากจบเรื่องทุกอย่างข้าไม่บอกแน่ว่าเจ้าเป็นคนปล่อย”

หานชิงกรนเสียงเย็นกล่าวขึ้นคำหนึ่ง

“ฮูหยินใหญ่ท่านอย่ากล่าวเช่นนั้นเลย นางแพศยาคนนี้เป็นสตรีใจทรามแสนต่ำตม หากมีอะไรเกิดขึ้นจริงข้าสัญญาว่าเราจะร่วมรับผิดชอบร่วมกัน!”

“ขอบคุณมากซูซือ! บุญคุณครั้งนี้ข้าจะไม่ลืมเลือน!”

ฮูหยินรองพอใจอย่างมากหลังจากได้เห็นปฏิกิริยาของอีกฝ่ายและรีบเอ่ยสัญญาขึ้นทันทีเพื่อซื้อใจ

แต่ชั่วขณะต่อมา นางแสร้งปั้นสีหน้ากังวลใจอีกครั้งและไขกุญแจที่จวิ๋นรั่วขโมยมาให้เปิดให้หางชิงวิ่งออกไป

ยามรัตติกาลกลางลานกว้างปราศจากผู้คน ฮูหยินรองถึงกับแสยะยิ้มฉีกกว้างอย่างอดมิได้

การยืมมือคนอื่นฆ่า ช่างเป็นเรื่องเสียจริง!

หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนี้สิ้นสุดลง ไม่เพียงแต่จะสามารภกำจัดนังแพศยาอย่างจวิ๋นหลี่หวงได้เท่านั้น แต่มันยังช่วยให้เส้นทางในอนาคตขอวงบุตรสาวของนางส่องสว่างสดใส!

เมื่อเวลานั้นมาถึง ตระกูลจวิ๋นจะกลายมาเป็นดินแดนของนางทั้งหมด! ชั่วชีวิตนี้ไม่จำเป็นต้องก้มศีรษะให้ผู้ใดอีก!

หานชิงรีบไปเสาะหาที่ที่ไม่มีใครอยู่ หยิบนกหวีดกังไสโบราณชิ้นหนึ่งขึ้นมาจากอกเสื้อ ทำท่าทีลังเลอยู่ครู่หนึ่งจนท้ายที่สุดก็ยอมเป่าออกไป

ปราศจากสุ้มเสียงอันใดกลางห้วงอากาศ แต่หานชิงตระหนักดีว่า‘คนๆนั้น’จะต้องได้ยินเสียงอย่างแน่นอน ไม่ว่าอีกฝ่ายจะอยู่สุดขอบผืนพิภพก็ตาม

“เรียกข้ามาเพราะเหตุอันใด?”

เสียงชั่วขณะต่อมา พลันปรากกฎห้วงมิติฉีกกลางห้วงอาหาศออกมาตรงหน้าหานชิง ชายร่างผอมประกอบคู่ใบหน้าที่อัดแน่นไปด้วยจิตสังหารเดินข้ามผ่านออกมา

“ข้าอยากให้เจ้าช่วยไปฆ่าคน! แล้วก็ช่วยลูกชายข้าออกมา!”

หานชิงจับจ้องอีกฝ่ายอย่างเลือดเย็น ไร้ซึ่งความกลัวจิตสังหารที่คลุมเคลือบบนร่างนั้นเลย

หานชิงในตอนนี้ต่างจากเมื่อก่อนแล้ว

กลิ่นอายความขี้ขลาดก่อนหน้าได้จางหายจนหมดสิ้น

“ขอตำแหน่งกับชื่อ”

“ฮวงจุ้ยที่ดีที่สุดในจวนแห่งนี้นามว่า เรือนบุปผาโปรยปราย มีสตรีพิษอายุประมาณสิบสามปีอยู่ในนั้น มันจับลูกชายข้าขังไว้ภายในนั้น!”

“ได้”

ชายคนนั้นเอ่ยตอบน้ำเสียงเรียบราวกับเป็นเรื่องธรรมดา

เขาผู้นี้เปรียบเสมือนนักฆ่าปราศจากอารมณ์ความรู้สึก

“...”

หานชิงพูดไม่ออกไปอยู่ชั่วขณะที่อีกฝ่ายตอบตกลงอย่างง่ายดายปานนี้ พึงทราบด้วยว่านี่เป็นภารกิจฆ่าคน

“พี่ใหญ่...แล้วที่บ้านเป็นเยี่ยงไรบ้าง?”

หลังจากลังเลอยู่นาน ในที่สุดหานชิงก็ปริปากกล่าวขึ้นอีกครั้ง

และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ ปรากฏว่าชายตรงหน้าของนางก็คือพี่ชายร่วมสายเลือดของหานชิง! หางกวง!

อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นบุคลิกท่าทางหรือลักษณ์ใบหน้า พวกเขาทั้งคู่ดูไม่คล้ายกันเลยสักนิด คงยากที่จะทราบได้เช่นกันว่า ทั้งคู่เป็นพี่น้องร่วมสายเลือด

“ท่านแม่เสียแล้ว ส่วนน้องสี่ถูกฆาตรกรรมอย่างเหี้ยมโหดนัก”

หานกวงกล่าวตอบอย่างใจเย็นราวกับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่ได้เกิดกับครอบครัวของเขาฃ

“!! ท่าน...ท่านว่าอันใด?! ท่านแม่เสียแล้ว...แม้แต่พี่น้องข้าก็...”

หานชิงยกมือปิดปากแน่นสีหน้าตื่นตระหนกไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน มิน่าเล่าว่าเหตุใดท่าทางของพี่ใหญ่ถึงดูเลือดเย็นขึ้นขนาดนี้ ที่แท้ก็ไม่เหลือครอบครัวแล้วนี่เอง...

“พี่ใหญ่...ข้า...”

“นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ข้าจะช่วยเจ้า หลังจากนั้นเจ้าจงดูแลตัวเอง”

หานกวงจับจ้องหานชิงด้วยแววตาที่ว่างเปล่าปราศจากความรู้สึกใจ

น้องสาวคนนี้ได้ตายไปจากหัวใจของเขานานแล้ว ตั้งแต่ปีนั้นที่แต่งงาน...

ตอนนี้นางเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่ใช้สายเลือดร่วมกันกับเขาเท่านั้น

หากมิใช่เพราะนางยืนกรานที่จะแต่งเข้าตระกูลจวิ๋นให้ได้ในปีนั้น ปานนี้ตระกูลหานของพวกเขาคงไม่บ้านแตกสาแหลกขาดอย่างทุกวันนี้

แต่สุดท้ายไม่ว่าจะดีเลวยังไง อีกฝ่ายก็เป็นน้องสาวของเขา หานกวงเกลียดไม่ลงจริงๆ เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ขอช่วยเหลือครั้งสุดท้ายและไม่นับว่ามีบุญคุณติดค้างอะไรกันอีก

หานกวงไม่กล่าวอะไรต่อทั้งสิ้น เขาหายวับจากออกไป

แค่ฆ่าคนให้เสร็จจากนั้นก็ทางใครทางมัน!

แต่น้องสาวคนนี้นับวันยิ่งทำตัวเหมือนสวะขึ้นทุกวันจริงๆ...กับแค่เด็กสาวอายุสิบสามปี ต้องถึงขั้นเรียกเขาให้มาฆ่า?

หานหวงได้แต่ส่ายหัวอย่างดูถูก เกรงว่าน้องสาวคนนี้หาใช่น้องสาวคนเดียวกับที่เขารู้จักในอดีตต่อไป

เขารีบมุ่งหน้าไปยังเรือนบุปผาโปรยปรายทันที

“พี่หลี่หวง...ไฉนในเรือนท่านถึงมืดขนาดนี้? ไยไม่จุดไฟล่ะ? ถ้ายุ่งเดี๋ยวข้าช่วยจุดเอง”

จวิ๋นอี้พยายามกวาดสายตามองไปโดยรอบ นอกจากความเจ็บปวดแล้ว ทุกอย่างรอบตัวของเขาดูมืดมิดไปหมด หรือเป็นไปได้ไหมว่ายามนี้จะดึกมากแล้วกระมัง?

แต่นี่มันไม่ถูกต้องเลย ต่อให้ดึกดื่นป่านใดก็ควรมีแสงจันทร์สาดฉายอยู่บ้าง ทว่าวิสัยทัศน์ที่เขาพบกลับมืดมิดเกินไปจนทำให้เขารู้สึกกลัวเล็กน้อย

หลี่หวงปิดปากเงียบไม่พูดไม่จาอยู่นาน ได้แต่เอาตัวเข้าไปกอดจวิ๋นอี้ไว้ในอ้อมแขน

“พี่หลี่หวง?”

จู่ๆจวิ๋นอี้ก็เอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย บางทีเขาอาจจะตระหนักได้ถึงอะไรบางอย่างแล้ว

“เสี่ยวอี้นอนเถอะ เดี๋ยวทุกอย่างจะดีขึ้นเอง เชื่อใจพี่สาวคนนี้นะ”

หลี่หวงกระซิบกล่าวเสียงเบา และอุ้มร่างของจวิ๋นอี้ไปยังบนฟูกนอน

จวิ๋นอี้ก็ยอมเข้านอนโดเยไม่มีขัดขืนใดๆ ทว่าหากสังเกตให้ดีบริเวณหางตาของเด็กน้อยกลับมีน้ำตาไหลพรากซึมออกมา

‘ไม่มีอีกต่อไปแล้ว...ดวงตาที่ใสบริสุทธิ์คู่นั้น...’

หลี่หวงถอนหายใจเสียงยาว หยิบผ้าห่มขึ้นมาห่มให้น้องชายอย่างระมัดระวัง พลางถอนหายใจอีกเฮือกหนึ่งและจากออกไป

‘เจ้าก็ไม่ควรพูดว่า เด็กน้อยคนนี้โชคร้ายที่ตายบอด หากต้องเกิดมาในครอบครัวที่สกปรกโสมมเช่นนี้ ดูท่าการที่ไม่เห็นอะไรเลยอาจเป็นเรื่องดีที่สุด...’

สุ้มเสียงของเหยาอวี้ดังก้องในห้วงความคิดของนาง

“คงใช่กระมัง...”

หลี่หวงกระซิบตอบคำถามของเหยาอวี้ เสมือนว่ากำลังคุยกับตัวเองคนเดียว

หลี่หวงกลับเข้าไปในห้องนอนของตนเอง หลังจากจัดระเบียบห้องเล็กน้อยก็เตรียมตัวเข้านอน

คืนนี้ก็ดึกมากแล้ว...

“ใคร!!”

เสี้ยวอึดใจขณะ หลี่หวงลุกขึ้นพลวดจากเตียง คู่นัยน์ตาสีม่วงสาดประกายฉายแววอำมหิตขึ้นหนึ่งส่วนไปทางประตู

นางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่ไม่คุ้นเคยได้หอบหนึ่งจากบริเวณนอกตัวเรือนและ....

ยังแข็งแกร่งมากอีกด้วย!

“เจ้าคือสตรีพิษอายุสิบสามกระมัง? จงเอาชีวิตของเจ้ามา!”

หานกวงย่างเท้าก้าวออกมาจากมุมอับในเรือนห้อง กวัดแกว้งกระคมส่องสะท้อนแสงจันทร์วิบวับ

แสงจันทร์สีเย็นที่สาดสะท้อนเข้ามาจากภายนอกตกกระทบบนคมกระบี้เล่มยาว จะสังเกตเห็นได้ว่าบนตัวกระบี่นั่นเผยรัศมีสีเลือดเจือจางอยู่สายหนึ่ง!

นักฆ่า?!

หลี่หวงเห็นลักษณะท่าทางของชายผู้นั้นพลันเข้าใจในทันที

อีกฝ่ายทนไม่ไหวแล้วกระมัง?

ถึงสั่งให้นักฆ่ามาคร่าชีวิตนางไวปานนี้?

“เจ้าคร่าชีวิตข้าไม่ได้หรอก”

แม้นางจะสู้อีกฝ่ายไม่ได้ หรืแม้จะไม่แม้แต่มองผ่านอ่านระดับพลังบ่มเพาะของอีกฝ่ายได้ แต่ไม่ว่าอย่างไรนางจะตายไม่ได้! และนางไม่มีวันจบชีวิตลงตรงนี้แน่นอน!

“ถึงพิษของเจ้าจะรุนแรงปต่ปราศจากความเร็ว หากไม่โดนข้าก็เปล่าประโยชน์!”

ระหว่างเอ่ยกล่าว หานกวงกระชับกระบี่พุ่งเข้าโจมตีในทันใด

เพลงกระบี่กระบวนนี้ช่างคล่องแคล้วบิดพลิ้ว การจะหลบเลี่ยงช่างแสนยากเย็น

หลังจากนั้นไม่นาน บนเรือนร่างของหลี่หวงก็เริ่มปรากฏรอยคมกระบี่บาดเล็กน้อยอยู่ทั่ว

“ก็ไม่เท่าไหร่”

หลี่หวงเค้นเสียงเย็นสะท้านเย้ยหยั่นไปคำหนึ่ง ผงพิษที่เดิมทีหลี่หวงกำอยู่ในฝ่ามือ ยามนี้นางได้โปรยกระจายออกไปในอากาศแล้ว ผงพิษชนิดนี้ไร้สีไร้กลิ่น ต่อให้เป็นยอดฝีมือก็ไม่สามารถตรวจจับได้โดยง่าย

หลี่หวงมองชายผู้นั้นที่เผลอสูดดมผงพิษเข้าไปโดยไม่ทันรู้ตัว เพียงเค้นเสียงเย็นแสยะยิ้มให้ทีหนึ่ง

“หึ! เช่นนั้นขอดูเสียหน่อยว่า พิษนี้จะมีดีสักเพียงใด!”

แม้หานกวงจะไม่สามารถสัมผัสถึงการมีอยู่ของผงพิษได้ แต่หลังสูดดมเข้าไปเขาก็พลันรู้สึกได้ถึงความผิดปกติของร่างกาย ดังนั้นก็เลยตั้งสินใจทิ้งระยะห่างระหว่างการต่อสู้ เพื่อรีบขับพิษออกจากร่างกายก่อน

เขากรอกเทกระแสพลังปราณทั้งหมดของนักอัญเชิญชั้นสูง อัดฉีดไปทั่วร่างกายเสมือนเปลวเพลิงร้อนลุอุหลอมละลายพิษออกไป

ความร้อนดังกล่าวแผ่กระจายออกไปทั่ว กระทั่งอุณหภูมิทั่วทั้งเรือนยังสูงขึ้นถนัดตา!

แย่แล้ว!

เพื่อกระจายผงพิษก่อนหน้า หลี่หวงยอมปล่อยให้ตัวเองตกอยู่ในมุมอับไร้ซึ่งทางหนี เพื่อให้อีกฝ่ายประมาทและสูดดมผงพิษเข้าไป แต่ใครจะไปคิดว่าอีกฝ่ายจะสามารถขับพิษได้รวดเร็วปานนี้

หากรอให้พิษกำเริบก่อนสักนิด บางทีนางอาจจะมีโอกาสชนะมากกว่านี้...

หลี่หวงไม่สามารถหนีไปไหนได้อีกต่อไป เมื่อคมกระบรี่ของหานกวงพุ่งเข้ามาใกล้ นางก็รีบตะโกนเรียกฮั่วหยางดังกึกก้องภายในห้วงความคิด แต่กลับสายเกินไปเสียแล้ว...

หลี่หวงหลับตาทั้งสองข้างสนิท ชั่วขณะต่อมากลับไม่มีอะไรเกิดขั้น พอลืมตาขึ้นมองกลับพบว่าคมกระบี่ยาวตรงหน้ากลับถูกหยุดไว้ด้วยสองนิ้วที่คีบหนีบไว้อยู่....

หลี่หวงมองมือข้างหนึ่งที่โผล่เข้ามาช่วย ก็อดไล่มองขึ้นไปอย่างอดมิได้ว่าเป็นใครกันแน่?

ปรากฏว่าเป็นหลิงฉางเจวี่ย!

ใบหน้าสวยและงดงามประดุจหยกขาวช่างยากเกินอธิบาย ทว่าเวลานี้จากที่โดยปกติ ใบหน้าของชายคนนี้แม้จะเย็นชาแต่ก็ยังเร้นซ่อนความอ่อนโยนไว้ส่วนหนึ่ง แต่ปัจจุบันความอ่อนโยนเหล่านั้นกลับจางหายไปโดยสิ้นเชิง

“ผู้ใดกล้าแตะต้องคนของข้า ผู้นั้นเท่ากับรนหาที่ตาย!”

สองนิ้วของหลิงฉางเจวี่ยที่คีบหนีบคมกระบี่อยู่ออกแรงบิ่นเล็กน้อย เสียง‘ติ๊ง’ดังก้องขึ้นทันใดท่ามกลางความเงียบงัน เขาสามารถหักคมกระบี่ของอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดายเพียงใช้สองนิ้ว...

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด