ตอนที่แล้วข้าถูกเลี้ยงในกรงมาร 9 ค่ำคืนกำลังคืบคลานมา
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปข้าถูกเลี้ยงในกรงมาร 11 ค่ำมืดดึกดื่น เที่ยงคืนยามสาม

ข้าถูกเลี้ยงในกรงมาร 10 คู่รักหวานชื่น


ข้าถูกเลี้ยงในกรงมาร 10 คู่รักหวานชื่น

หญิงชุดเขียวมีรอยยิ้มที่อ่อนโยนและรูปร่างที่เพรียวบาง

การที่สามารถตบแต่งเป็นสามีภรรยากับหญิงที่อ่อนโยนและงดงามได้ นับเป็นสิ่งที่ชายหลายคนใฝ่ฝัน

มือปราบทุกคนอิจฉาคงหนิง จางหรงหัวหน้าหน่วยกิจการสายตรงผลักคงหนิงออกไป แล้วกล่าวว่า “ไปเถอะ ข้าจะช่วยเจ้าดูคนเหล่านี้เอง จะทำให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดพลาดเชียวล่ะ”

ในลานแถวนั้นก็มีเสียงหัวเราะเบาๆ ออกมา

ท่ามกลางสายตาของฝูงชนที่มองมา คงหนิงก็เดินมาตรงหน้าซูหยานแล้ว

ก่อนที่คงหนิงจะทันได้พูดอะไร ซูหยานก็คว้าข้อมือของคงหนิงเอาไว้ต่อหน้าต่อตาทุกคนแล้วพูดว่า “สามี ข้ามีเรื่องจะบอก”

เมื่อพูดจบ หญิงสาวชุดเขียวก็จูงคงหนิงออกไป

เมื่อเห็นฉากนี้ มือปราบที่เฝ้าดูอยู่ด้วยความตื่นเต้นจากด้านหลังพลันหัวเราะคิกคักกันใหญ่ ถ้าไม่ใช่เพราะห้ามส่งเสียงดัง มือปราบกลุ่มนี้คงโห่ร้องป้องปากกันไปนานแล้ว

ด้วยแรงกระชากของซูหยาน คงหนิงก็รีบออกมาด้านหน้าโถง และหามุมเงียบๆ แถวลานด้านหน้านี้

ที่นี่เงียบสนิท ไม่มีผู้คนผ่านไปมา

จากนั้นซูหยานก็ปล่อยมือคงหนิง หันหลังกลับมาแล้วพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม “ทำไมคืนนี้ไม่กลับไปกินข้าวเย็นที่บ้านล่ะ? ไม่ว่าศาลาว่าการจะยุ่งแค่ไหน ก็อย่าได้หลงลืมจนไม่กลับบ้าน”

“และในศาลาว่าการก็มีอาหารอยู่แค่นั้น แทบจะไม่พอเลี้ยงผู้คน แล้วลูกของเราเล่า?”

ซูหยานยิ้ม เปิดกล่องอาหารหยิบอาหารด้านในออกมาแล้วพูดว่า “ตอนนี้สามีอุ้มท้องลูกของพวกเราแล้ว จะต้องกินต้องดื่มให้อิ่มท้อง พักผ่อนให้เพียงพอทุกวัน ลูกในครรภ์จะได้มีพัฒนาการที่ดี”

กับข้าวสองอย่างที่ซูหยานนำออกมา หนึ่งเป็นหมูตุ๋น อีกหนึ่งเป็นหัวสิงโตนึ่ง[1] ของเหล่านี้ล้วนเป็นอาหารจานโปรดของคงหนิง

ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงมีความสุขจนล้นปรี่ แต่ตอนนี้เขากลับไม่พูดอะไรเลย

คงหนิงนั่งลงและเริ่มกินอาหารเย็นอันโอ่อ่าน่ารับประทานที่'ภรรยา'ของเขานำมาให้

แม้ว่าพลังปีศาจสี่สิบปีจะเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับเขาอย่างมาก แต่เมื่อเผชิญหน้ากับปีศาจแมงป่องที่แปลงกายเป็นมนุษย์ได้ คงหนิงเชื่อว่าตัวเขายังไม่ใช่คู่ต่อสู้

เมื่อพิจารณาจากความทรงจำของปีศาจกินวิญญาณ การแบ่งขอบเขตของปีศาจนั้นง่ายมาก

โดยทั่วไปแล้วหลังจากที่บ่มเพาะบำเพ็ญตนมาสิบปีจึงจะสามารถพูดได้ บ่มเพาะหนึ่งร้อยปีสามารถแปลงกายเป็นมนุษย์ได้ หลังจากบำเพ็ญตบะสามร้อยปี จะสามารถโบยบินไปบนท้องนภาได้......

คงหนิงไม่รู้ว่าซูหยานสามารถบินได้หรือไม่ แต่การที่อีกฝ่ายแปลงกายเป็นมนุษย์ได้ กล่าวอีกนัยหนึ่ง แมงป่องปีศาจตนนี้มีพลังตบะอยู่ที่หนึ่งร้อยปีเป็นอย่างน้อย ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่คงหนิงจะยั่วยุได้ในยามนี้

คงหนิงต้องแสดงออกให้เห็นว่าเขาอ่อนแอและเคลื่อนไหวให้ช้าลง ต้องไม่ทำให้ปีศาจตนนี้รู้ตัวว่าเขาแข็งแกร่งขึ้น......

คงหนิงกินอาหารในชามโดยไม่พูดอะไรสักคำ

หญิงชุดเขียวนั่งอยู่ด้านข้าง เอามือขวาเท้าแก้มของตนไว้แล้วมองมาด้วยรอยยิ้ม

ใครก็ตามที่เห็นฉากนี้ก็คงคิดว่านี่เป็นความรักอันลึกซึ้งระหว่างคู่สามีภรรยา

ความเงียบพิกลนี้กินเวลาค่อนข้างนาน เมื่อคงหนิงเกือบจะกินหมูตุ๋นจนเสร็จ ในที่สุดซูหยานก็พูดขึ้น

“สามี ข้าได้ยินมาว่าวันนี้ท่านสังหารปีศาจได้......เป็นความจริงหรือ” ซูหยานกล่าวด้วยรอยยิ้ม น้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความหยอกเย้า “แม้ว่าชาวบ้านจะกล่าวกันว่าปีศาจถูกกลุ้มรุมด้วยกลุ่มมือปราบจากศาลาว่าการ แต่หยานเอ๋อรู้สึกว่าปีศาจจะต้องถูกฆ่าโดยสามีของข้า.......อย่างไรเสีย สามีของข้าก็เป็นมือปราบอันดับหนึ่งในเขตชานหลานแห่งนี้!”

มีร่องรอยของการเสียดสีเล็กน้อยแฝงอยู่ในเสียงหัวเราะทุ้มต่ำของนางปีศาจ เปลือกตาของคงหนิงก็กระตุกเล็กน้อย

แต่สถานการณ์แบบนี้ก็ทำได้เพียงจำทน ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ปีศาจตนนี้หัวเราะเยาะเย้ยตนเลย แม้ว่านางจะตบหน้าคงหนิงในที่สาธารณะ แต่คงหนิงก็ทำได้เพียงอดทน

คงหนิงพูดอย่างสงบว่า “พวกเราฆ่ามันด้วยกัน......ฉือหยงจากโรงสีจานหินได้บอกว่าน้องชายของเขาไม่ออกจากบ้านเลยช่วงเร็วๆ นี้ ฉือหยงจึงสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นหรือไม่จึงมาแจ้งให้เราไปตรวจสอบ เมื่อเราไปถึงที่นั่นเราก็พบว่าปีศาจตนนั้นได้ร่ายมนตร์สะกดฉือกุ้ยเอาไว้ พวกเราทุกคนเลยร่วมมือกันจัดการปีศาจจนตาย”

คงหนิงเหลือบตาขึ้นมาและพูดโป้ปดออกไป อธิบายสถานการณ์ทุกอย่างเหมือนดั่งที่ศาลาว่าการได้ประกาศให้ภายนอกได้รับรู้

เพื่อลดปัญหาที่จะตามมา คงหนิงไม่ต้องการให้คนอื่นรู้ว่าปีศาจตนนั้นถูกเขาจัดการ

ไม่เช่นนั้น หากปีศาจที่บ้านถามเขาว่าทำไมถึงคิดอยากจะไปที่โรงสีจานหินด้วยตัวเอง......นี่คงกลายเป็นอีกปัญหาหนึ่งเป็นแน่ คงหนิงทำตาแข็งพูดเรื่องโป้ปด ในขณะที่ซูหยานหัวเราะแล้วพูดว่า “เป็นเช่นนั้นเอง......แต่ในเมื่อสามีอยู่ด้วย ก็ต้องเป็นสามีที่ทำงานหนักที่สุดแน่นอน เพราะอย่างไรก็มันก็เป็นปีศาจ แม้ว่าจะเป็นเพียงปีศาจกินวิญญาณที่มีร่างกายแสนจะบอบบาง แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ธรรมดาจะสามารถรับมือได้ พวกท่านสังหารปีศาจกินวิญญาณได้โดยที่ไม่มีใครตกตาย บทบาทของสามีจะต้องมีมากไม่น้อยทีเดียว”

ซูหยานยิ้มและจับจ้องไปที่คงหนิงราวกับว่านางต้องการจะเห็นอะไรบางอย่าง

คงหนิงพูดด้วยความประหลาดใจ “ปีศาจกินวิญญาณ? ปีศาจตนนั้นเรียกว่าปีศาจกินวิญญาณงั้นหรือ? เจ้ารู้จักมัน?”

คงหนิงไม่ได้ปกปิดความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทำให้ซูหยานหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วกล่าวว่า “หยานเอ๋อไม่รู้จักมันหรอก ตอนที่เห็นศพมันก็เพิ่งรู้นี่แหละ ปีศาจอย่างสมเสร็จห้วงฝันนั้นหายากมาก”

“นอกจากนี้......สามี หยานเอ๋อมีคำแนะนำจะต้องบอกแก่ท่าน ในฐานะมนุษย์ ท่านไม่ควรรู้เรื่องโลกของปีศาจหรือข้องเกี่ยวกับพวกมันมากจนเกินไป”

“สำหรับท่านที่เป็นมนุษย์ธรรมดา ยิ่งรู้ความจริงเกี่ยวกับโลกนี้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งตายง่ายมากขึ้นเท่านั้น”

“แม้แต่เมืองเล็กๆ ในเขตชานหลานที่ดูเงียบสงบราบเรียบเช่นนี้ก็ยังแฝงอันตรายอย่างยิ่ง แม้จะเป็นหยานเอ๋อเองก็ยังอยู่อย่างลำบากไม่น้อย”

“และปีศาจกินวิญญาณตนนั้นก็เป็นเพียงตัวตนเล็กๆ ที่อาศัยอยู่แถวชานเมือง ครั้งนี้เจ้าโชคดีที่ได้พบลูกพลับนุ่มๆ เคี้ยวง่าย ดังนั้นจึงประสบความสำเร็จในการสังหารปีศาจ”

“แต่ถ้าท่านได้เจอปีศาจตนอื่นในอนาคต หยานเอ๋ออยากแนะนำให้ท่านหันหลังแล้ววิ่งหนีเสีย อย่าคิดที่จะสังหารปีศาจหรือขับไล่มันไปเลย ท่านโชคดี แต่ใช่ว่าจะโชคจะเข้าข้างท่านได้ทุกครั้งไป”

“ด้วยวิชาตัวเบาที่ท่านมี ก็คงทำให้วิ่งเร็วขึ้นได้บ้าง อย่างน้อยก็ทำให้วิ่งได้เร็วกว่าคนอื่นๆ ดังนั้นก็ไม่น่าจะตายด้วยน้ำมือของปีศาจ”

“อย่าลืมสิ ท่านยังมีลูกของพวกเราอยู่ในท้องนะ”

ซูหยานยิ้มเย็น นิ้วเรียวและอ่อนโยนของนางลูบไล้ไปที่ท้องของคงหนิงผ่านเสื้อผ้าที่ปกปิด “ถ้าความประมาทของท่านทำให้ลูกเราตาย......สามี ท่านย่อมรู้ผลที่จะตามมา”

ความรู้สึกเสียวซ่านเย็นวาบไปทั่วช่องท้องส่วนล่างของคงหนิง

เห็นได้ชัดว่าเล็บของปีศาจสาวในเวลานี้ไม่ได้แหลมคมและเสื้อผ้าของคงหนิงก็ไม่ได้ขาด แต่นิ้วเรียวเล็กที่ปัดป่ายไปที่ช่องท้องส่วนล่างกลับทำให้ช่องท้องเหมือนกับถูกกรีดด้วยใบมีดแหลมคม ความเจ็บปวดยังคงดำเนินต่อไปอีกสักพัก

เหงื่อเย็นเยียบเริ่มออกมาตามหน้าผากของคงหนิง

ความเจ็บปวดกรีดแทงเหมือนเอามีดมากรีดเช่นนี้ก็ไม่ต่างไปจากการทรมาน และไม่ใช่เรื่องที่คนธรรมดาจะทนได้ คงหนิงสามารถกัดฟันทนได้โดยไม่กรีดร้องออกมาเพราะเขาเป็นคนที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว

ซูหยานเห็นว่าคงหนิงตัวสั่นด้วยความเจ็บปวด แต่กัดฟันแน่นไม่พูดอะไรออกมา นางก็ยิ้มชื่นชมกับฉากตรงหน้าเป็นเวลานาน กระทั่งเห็นคงหนิงขบฟันจนแทบทนไม่ไหวอีกต่อไปจึงดึงนิ้วออก กล่าวพร้อมรอยยิ้มว่า “ในเมื่อสามีตระหนักได้ถึงความจริงจังของเรื่องนี้และจะไม่ทำเรื่องประมาทเลินเล่อแล้ว หยานเอ๋อก็โล่งใจ”

“หวังว่าเมื่อหยานเอ๋อกลับมาอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ จะไม่ได้ยินข่าวการตายของสามีภายในศาลาว่าการ”

“ไม่เช่นนั้นหยานเอ๋อคงไม่สามารถหาวิธีรวบรวมครอบครัวกลับมาจากสามีได้อีก”

ซูหยานแฝงความนัยบางอย่างเอาไว้ ในขณะที่คงหนิงเต็มไปด้วยความรู้สึกอันแสนเย็นชา

ปีศาจสาวตนนี้รู้ว่าพวกเขากำลังซุ่มโจมตีปีศาจตนอื่นอยู่

นี่เป็นเพราะมีคนปล่อยข่าว? หรือปีศาจตนนี้คาดเดาได้ด้วยตนเอง?

ความรู้ของนางเกี่ยวกับปีศาจภายในเขตชานหลานคงต้องดีกว่าคงหนิง เป็นเรื่องปกติที่จะคาดเดาได้ว่าคงหนิงและคนอื่นๆ กำลังจะทำการใหญ่ ต่อสู้กับปีศาจ

แต่ว่านาง'จะกลับมาพรุ่งนี้'......คืนนี้ปีศาจตนนี้จะไปไหนกัน?

คงหนิงมองดูแผ่นหลังของหญิงสาวในชุดเขียว และนั่งอยู่ในมุมที่เงียบสงบครู่หนึ่ง โดยไม่พูดอะไรออกไปสักคำ

ดวงตาของเขาดูมืดมนอย่างยิ่ง

---------------------------------------

[1] หัวสิงโตนึ่ง เป็นชื่อเมนูอาหารทำจากหมูสามชั้นสับผสมกับผัก สมุนไพร และเครื่องปรุง ปั้นเป็นก้อนแล้วเอาไปนึ่ง

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด