ตอนที่แล้วตอนที่ 26 ปราณสีครามขั้นที่ 3
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 28 อเนจอนาถ

ตอนที่ 27 มัจจุราชในร่างเด็กหนุ่ม


ณ ประตูทิศตะวันตกของเมือง เมฆคราม มีผู้ฝึกสอนของพรรคป้อมอัคคีเฝ้าอยู่ 3 คน ทั้ง 3 กำลังนั่งดื่มสุรากันด้วยความเบื่อหน่าย

"เฮ้อออ.. ข้าละไม่เข้าใจผู้อาวุโสซูจ้าวจริงๆ เหตุใดต้องให้พวกเรามาค่อยเฝ้าที่ประตูแห่งนี้ด้วย อย่างไรซะเจ้าเล้งซาน มันก็หนีออกจากเมืองไปไหนต่อไหนแล้ว"

หนึ่งในผู้ฝึกสอนพรรคป้อมอัคคีนามว่า จงไห่ บ่นแก่สหายร่วมพรรคที่ต้องทนรับหน้าที่น่าเบื่อเช่นนี้ ผู้ฝึกสอนอีก 2 คนได้แก่ ง่วนเหลียง และจ้างอี้เกียง ทั้งสองก็พลางส่ายหน้าเล็กน้อย

"มันถูกหมายหัวจากพรรคป้อมอัคคีของเรา หากมันยังกล้ากลับมาที่เมืองก็นับว่าโง่งมเต็มที" ง่วนเหลียงกล่าว

"เห็นว่าผู้อาวุโสซูจ้าว ถึงขั้นส่งผู้ฝึกสอน 10 คน ไปค้นหามันที่แดนใต้ของทวีปเต่าทมิฬด้วยซ้ำไป พวกเรายังนับว่าสบายกว่าพวกนั้นหลายขุมนัก กลับดีซะอีกที่ได้มีโอกาสมานั่งดื่มสุรา ยามราตรีเช่นนี้ ฮ่าๆ"

จ้างอี้เกียงกล่าวพลางหัวเราะร่าเนื่องด้วยมันเมาได้ที่แล้ว

"ว่าแต่เจ้า เป่าหุ่ยจาง มันไปหาสุราถึงที่ใดกัน ข้าว่ามันหายไปร่วมครึ่งชั่วยามแล้ว มิใช่ว่ามันมัวไปเถลไถล อยู่แถวหอนางโลมหรอกรึ "

จงไห่ เริ่มบ่นเพราะสุราที่ขาดช่วง เริ่มหันมองซ้าย มองขวา

ตุ๊บบ!!

มีเสียงคล้ายบางสิ่งร่วงจากที่สูงลงสู่พื้น พลันเรียกความสนใจของทั้งสามคน สายตาพุ่งไปมองยังต้นตอของเสียงนั้น ม่านตาของทั้งสามเบิกกว้างแทบถลนออกจากเบ้าทันที!!

"นะ..นะ..นั่นมัน ร่างของเป่าหุ่ยจาง ใช่หรือไม่!!"

จงไห่ กล่าวอย่างตื่นตะลึง มันมิได้ตื่นตะลึงที่ เป่าหุ่ยจาง ร่วงลงมา แต่สิ่งที่ทำให้พวกมันทั้งสามคนถึงกับสั่นเทานั่นคือ ร่างของ เป่าหุ่ยจาง กลับไร้ซึ่งศีรษะ!! คล้ายถูกตัดออกไปและโยนร่างที่ไร้วิญญาณ มาในจุดที่พวกมันอยู่

"ผู้ใดกัน ถึงกล้าสังหารคนของพรรคป้อมอัคคีเช่นนี้!!"

จ้างอี้เกียงร้องตะโกนไปทั่ว พลางหมุนตัวมองไปรอบทิศ ตัวมันนั่นสร่างเมาทันทีที่เห็นร่างของสหายตนที่ถูกตัดศีรษะออกไปเช่นนี้

และทันใดนั้นพวกมันทั้งสามคน ก็เหลือบไปเห็นแสงสีฟ้าจากทิศทางนึง พวกมันทั้ง สามหรี่ตามอง จนกระทั่ง แสงสีฟ้านั้นค่อยๆเคลื่อนตัวมาหาพวกมันอย่างช้าๆ และพอเข้ามาในระยะสายตา ภาพนั้นก็ชัดเจนขึ้นอย่างยิ่ง เป็นผู้เยาว์ผู้หนึ่ง ห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงสีฟ้ารอบกาย มือด้านขวาถือของสิ่งหนึ่ง จนสุดท้ายชัดเจนว่าสิ่งที่มันถืออยู่ คือ ศีรษะของเป่าหุ้ยจาง!!

"โอ๊ววววว ผู้ฝึกสอนพรรคป้อมอัคคีอันยิ่งใหญ่ ไฉนพวกท่านสั่นเทาเยี่ยงนั้นเล่า" เล้งซานแสยะยิ้ม และปล่อยจิตสังหารอันท่วมท้นออกมา

"จะ..เจ้า คือเล้งซาน!!"

ง่วนเหลียงกล่าวด้วยเสียงสั่นเทา มันย่อมจำเล้งซานได้ดี เพราะมันเป็น 1 ใน 6 ผู้ฝึกสอนที่มาพร้อมซูจ้าวในวันนั้น อีกสองคนเมื่อได้ยินดังนั้นจึงรีบโคจรพลังเตรียมรับมือทันที พอได้สติทั้งสามจึงตรวจสอบพลังของเล้งซานกลับว่ามีเพียงชั้นลมปราณสีครามขั้นที่ 3 ทั้งสามจึงถอนหายใจเล็กน้อยเพราะมั่นใจกว่าเก้าส่วนว่า ที่เป่าหุ้ยจางเสียท่าเพราะกับดักที่เล้งซานวางไว้เป็นแน่!!

"เจ้าลูกสุนัข!! ข้าไม่รู้ว่าเจ้าวางกับดักอันใดจึงได้สังหารเป่าหุ้ยจางได้ แต่การที่เจ้าออกมาปะทะโดยตรงเช่นนี้ นับว่าโง่งมกว่าที่คาดไปมาก"

จงไห่กล่าวพร้อมชี้หน้าเล้งซาน

เล้งซานขมวดคิ้วเล็กน้อย

"เจ้าสวะนี้มันไม่ได้ติดกับดักอันใด แต่ที่มันมีสภาพเช่นนี้ เพราะมันชี้หน้าข้า เช่นนี้นี่แหละ!!"

เล้งซานกล่าว จากนั้นร่างของมันก็เลือนราง และหายไปจากสายตาของทั้งสามคน

พริบตาเดียวที่ทั้งสามกำลังตกตะลึงกับร่างที่หายไปของเล้งซาน มันปรากฏตัวที่ด้านหลังของจงไห่ มือมัจจุราชปล่อยออกจากศีรษะของ เป่าหุ้ยจาง มาจับคว้าที่ต้นคอของจงไห่และยกขึ้น

"อึ๊กกก"

เสียงที่ดูอึดอัดออกมาจากลำคอของจงไห่เบาๆ เล้งซานแสยะยิ้มพลางปลดปล่อย เพลิงสีฟ้าออกจากมือที่จับต้นคอของจงไห่ ด้วยปราณอัคคีแห่งมังกรที่ทรงพลัง แม้ว่าจงไห่จะมีปราณอัคคีที่สามารถต่อต้านความร้อนจากปราณอัคคีได้สูง แต่ก็มิอาจทนต่อความร้อนที่ทรงพลังของปราณอัคคีแห่งมังกรได้

"อ๊ากกก!!"

เสียงร้องที่โหยหวนของจงไห่ดังขึ้นโดยทันที ร่างกายของมันถูกห่อหุ้มด้วยเปลวอัคคีสีฟ้า จากนั้นลุกไหม้อย่างรวดเร็ว เสื้อผ้าของจงไห่ไหม้จนไม่เหลือ ร่างกายของมันกลายเป็นสีดำจากการถูกเผา อีกไม่เกิน 5 ลมหายใจมันคงตายอย่างแน่นอน แต่ทันใดนั้นเอง

เล้งซานดึงลมปราณอัคคีกลับก่อนที่จงไห่จะหมดลมหายใจ เล้งซานแสยะยิ้มเล็กน้อย พลางใช้มือซ้ายลูบคางตัวเองเบาๆ

"อืม...ผู้ใช้ปราณอัคคีจะทนได้ราวๆ 20 ลมหายใจหรือนี่ ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว"

จากนั้นเล้งซานโคจรพลังไว้ที่มือซ้าย และเสียบเข้าที่กลางแผ่นหลัง ของจงไห่อย่างโหดเหี้ยม พร้อมกับจับคว้าเอาก้อนเลือดขนาดเท่ากำปั้น กระแทกฝ่ามือจนทะลุออกมาจากกลางหน้าอกของจงไห่ ก้อนเลือดนี้หาใช่สิ่งอื่นใด มันคือ หัวใจของจงไห่!!

จงไห่ ร่างสั่นสะท้าน ม่านตาเบิกกว้างและค่อนเลื่อนลอยขึ้นด้านบน ไร้ซึ่งเสียงร้องใด ๆ สิ้นชีพในทันที

เล้งซานแสยะยิ้มอย่างน่ากลัวพลางขย่ำมือซ้าย บีบขยี้ก้อนเลือดนี้แตกเป็นเสี่ยงๆ เศษก้อนเลือดกระจัดกระจายเต็มไปหมด จากนั้นเล้งซานยกขาซ้ายขึ้นและเหยียบย่ำไปที่ศีรษะของเป่าหุ้ยจาง จนแตกออกแหลกละเอียดราวกับเหยียบย่ำไปบนผลไม้

นับเป็นภาพที่เหี้ยมโหดและน่าสยดสยองถึงที่สุด!!

ง้วนเหลียง และจางอี้เอียงขยับตัวไม่ได้แม้แต่น้อย กายนั้นสั่นสะท้านราวกับพบเจอปีศาจมัจจุราชจากขุมนรก ทุกรูขุมขนในร่างล้วนหลั่งเหงื่อออกมาจนเสื้อผ้าเปียกชุ่ม ผมทุกเส้นของพวกมันลุกชัน สิ่งที่พวกมันเห็นนั้นยากที่จะเชื่อความทั้งหมดนี่เกิดจากเด็กหนุ่มผู้เยาว์เพียงคนเดียวที่อายุแค่ 15 ปี!!

ทั้งสองหันมามองหน้ากัน จากนั้น......วิ่ง!!

ระดับอาจารย์ฝึกสอนของพรรคป้อมอัคคีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองเมฆคราม ผู้มีชั้นลมปราณสีน้ำเงิน 2 คน วิ่งหนีผู้เยาว์ชั้นลมปราณสีครามขั้นต้น!!

ไม่ว่าจะถูกประณามหยามเหยียดสักปานใดพวกนั้น ก็มิอาจรวบรวมความกล้ามาเผชิญหน้ากับมัจจุราช ในร่างเด็กหนุ่มผู้นี้ได้ สิ่งเดียวที่มันทั้งคู่คิดคือใช้ทุกอย่างที่มีทะยานออกจากที่แห่งนี้ให้เร็วที่สุด!!

แต่เมื่อมันขยับไปได้เพียง 3 ก้าว ร่างมัจจุราชนี้กลับโผล่มาปรากฏต่อหน้ามันในบัดดล ด้วยร่างที่ชุ่มไปด้วยเลือดของสหายมัน แสยะยิ้มตรงหน้าพร้อมจิตสังหารที่พรั่งพรูออกมาจนน่ากลัว

"ผู้อาวุโสทั้งสอง จะรีบไปที่ใดหรือ มิใช่ว่าพวกท่านรอข้าอยู่หรอกรึ ข้าก็มาแล้วนี่ไง เหตุใดกลับวิ่งหนีข้าเช่นนี้เล่า?"

น้ำเสียงที่สุภาพ นี้ช่างแตกต่างการกระทำก่อนหน้าโดยสิ้นเชิง

"พะ..พวกเรามิได้มีความแค้นอันใดต่อกัน ขอเจ้าจงเมตตาปล่อยพวกเราไปเถิด พวกเราเพียงแค่ทำตามคำสั่งผู้อาวุโสซูเท่านั้น ข้าสาบานว่าเรื่องในวันนี้พวกเราจะมิแพร่งพรายออกไปแม้แต่ครึ่งคำ"

ง้วนเหลียงกล่าวด้วยเสียงสั่นเทา พร้อมนั่งคุกเข่าลงทันที ผิดกับจางอี้เกียง ที่เมื่อเล้งซานโผล่มาขวางหน้ามันกลับเปลี่ยนทางและพุ่งไปอีกด้านทันที โดยมิยอมหยุดชะงักแม้แต่น้อย

เล้งซาน ยืนมือไขว่หลังก้มมองง้วนเหลียงที่นั่งคุกเข่าเล็กน้อย และพุ่งตามจางอี้เกียงไปในทิศทางเดียวกัน จางอี้เกียงหน้าซีดลงทันที มันเห็นว่าอย่างไรซะคงหนีจากท่าทางที่รวดเร็วปานภูติพรายของเล้งซาน ไม่ทันเป็นแน่จึงหันหลังกลับมาโคจรพลังสิบส่วนซัดฝ่ามือสวนกลับในทันทีโดนหวังยืมแรงเล้งซานที่ทะยานเข้ามาเพิ่มพลังฝ่ามือนี้

"ฝ่ามืออัคคีแผดเผา!!"

เล้งซานคาดเดาการกระทำนี้ไว้แล้ว มันเบี่ยงตัวหลบฝ่ามือเล็กน้อย จากนั้นโคจรปราณอัคคีแห่งมังกรห่อหุ้มแขนขวาบางๆ แต่เปล่งประกายไปด้วยความคมกริบ เล้งซานวาดแขนออกกว้างและฟันฉับไปที่แขนจางอี้เกียงอย่างรวดเร็ว สันฝ่ามือของเล้งซานตอนนี้แทบมิต่างอันใดกับดาบชั้นเลิศที่คมและแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า แขนขวาที่ยื่นออกมาปล่อยท่าฝ่ามือของจางอี้เกียงถูกตัดขาดในครั้งเดียว!!

ฟึ๊บบบบบบบบ!!

จากนั้นเล้งซานวาดแขนพร้อมหมุนตัวอีกครึ่งรอบ และใช้สันฝ่ามือฟันฉับไปที่ขาขวาของจางอี้เกียง แน่นอนว่าขาข้างนั้นขาดออกจากร่างในทันที!!

อ๊ากกก!! เจ้าเด็กบัดซบ!!"

เพียงพริบตาเดียว เล้งซาน ตัดแขนและขาของจางอี้เกียงได้อย่างง่ายดาย

........................................................

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด