ตอนที่แล้วตอนที่ 639 กลับมา
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 641 หัวใจของไชเหยา

ตอนที่ 640 ผู้ชี้แนะ


ตอนที่ 640 ผู้ชี้แนะ

ติดตามข่าวสาร/พูดคุยเสนอแนะความคิดเห็นได้ที่เพจผู้แปล FB: ND Translate นิยายแปลไทย

ลู่โจวไม่รู้เลยว่าใช้เวลาไปในความมืดนานแค่ไหน การบินเป็นเวลานานทำให้ประสาทสัมผัสที่เขามีด้านชา แต่เมื่อเห็นท้องฟ้าอีกครั้งลู่โจวก็รู้สึกมีแรงขึ้นมาอีกครั้ง เขารู้สึกโล่งใจที่ได้เห็นแบบนั้น

เมื่อวัดพลังลมปราณที่เหลืออยู่ตอนนี้เหลือพลังไม่มาก แต่ถึงแบบนั้นมันก็เพียงพอที่จะบินไปสู่ด้านบนได้ จนถึงตอนนี้แรงดึงที่เคยฉุดเขาไว้ได้หายไปแล้ว

ลู่โจวยกมือขึ้นก่อนที่จะใช้พลังฝ่ามือ

พลังฝ่ามือส่องสว่างที่เบื้องหน้าเขา ในที่สุดลู่โจวก็ได้เห็นก้อนหินที่ดูคุ้นตา

หลังจากนั้นไม่นานเขาก็สัมผัสได้ถึงลมหนาว

พรึ๊บ!

ลู่โจวกลับมาจากหุบเหวแสนฟุตสำเร็จ! เมื่อขึ้นมาได้ทัศนวิสัยของเขาก็กลับมากว้างอีกครั้ง ความรู้สึกอึดอัดทุกอย่างจางหายไป

เมื่อบินไปบนท้องฟ้าก่อนจะสำรวจไปทั่วตัว ลู่โจวก็ไม่พบกับเหล่าสาวกอยู่ใกล้ๆ เมื่อเหลือบมองกลับไปยังหุบเหวด้านล่าง แม้จะขึ้นมาได้แต่ลู่โจวก็ยังรู้สึกอึดอัดอีกครั้งอยู่ดี

ไม่นานนักลู่โจวก็กลับมาใกล้กับขอบหุบเหว แม้ว่ามันจะมืดมากแต่เขาก็ยังพอเห็นสภาพแวดล้อมรอบตัวอยู่

ลู่โจวออกจากหุบเหวก่อนที่จะเคลื่อนตัวไปด้านหน้า หลังจากนั้นไม่นานลู่โจวก็ตระหนักได้ถึงความสูงชันของพื้น เมื่อเดินไปรอบๆ ก้อนหินก้อนใหญ่ลู่โจวก็พบกับอะไรบางอย่างที่ดูคล้ายปล่อง

ที่ด้านล่างปล่องมีทางเข้าเหวลึกแสนฟุตอยู่

พรึ๊บ!

เมื่อบินต่อไปเสียงลมแรงที่พัดผ่านก็เริ่มดังขึ้น

ลู่โจวมองไปรอบตัวก่อนที่จะมองเห็นหิมะ

“คูสวรรค์?!” ลู่โจวรู้ตัวแล้วว่าตัวเองมาถึงคูสวรรค์ มันมีพื้นที่ที่ว่างเปล่าที่คูสวรรค์และเหวลึกทับซ้อนกัน

ลู่โจวบินสูงขึ้น

ตอนนี้เขาอยู่ที่จุดสูงสุดของคูสวรรค์เรียบร้อยแล้ว

มันคือส่วนใต้สุดของคูสวรรค์ ที่ตรงนี้มีภูเขาที่สูงที่สุดในโลกอยู่ มันเป็นสถานที่ที่ไม่มีใครเข้าถึงได้

ลู่โจวไม่คิดเลยว่าตัวเองจะมาอยู่ตรงนี้

เขาบินไปรอบๆ เพื่อยืนยันจุดสูงสุดของคูสวรรค์ ที่นี่ไม่มีหิมะตก มันมีเพียงหิมะที่อยู่บนพื้นที่ถูกพัดพอมาจากที่อื่น

ที่นี่มีความรุนแรงลมที่แตกต่างกันไป

ลู่โจวพยายามห่อผ้าใหม่เพื่อปกปิดแสงสีแดง หลังจากนั้นเขาก็เหวี่ยงกลับไปที่หลังก่อนที่จะเตรียมลงไปในคูสวรรค์

แต่ในตอนที่อยู่บนขอบคูสวรรค์ ในตอนนั้นลู่โจวก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างท่ามกลางเสียงสายลมที่เกรี้ยวกราด

“ท่านรอดมาได้”

ถ้าหากเป็นคนอื่นก็คงจะตื่นตกใจแน่

แต่เมื่อเจอกับความมืดมิดที่ไม่มีที่สิ้นสุดมาลู่โจวกลับดีใจที่ได้ยินเสียงคน เขาหันกลับไปก่อนที่จะสำรวจรอบตัว “นั่นใครกัน?”

ลู่โจวเดินไปตามขอบคูสวรรค์ก่อนที่จะเห็นถ้ำหินเล็กๆ เสียงที่ได้ฟังจะต้องมาจากถ้ำไม่ผิดแน่

ในตอนนั้นเองเจ้าของเสียงก็ปรากฏตัวออกมา

เมื่อแสงจันทร์ส่องลงมา ลู่โจวก็ได้เห็นรูปลักษณ์ของเจ้าของเสียง เขาดูเหมือนกับชายชราที่มีอายุเกินกว่า 60 ปี ดวงตาของเขามืดมิดและยังมีเคราสีดำเข้ม แม้จะมีรูปลักษณ์ที่ดูผอมแห้งแต่บรรยากาศที่อยู่รอบตัวของชายคนนี้กลับดูไม่ธรรมดา

คงจะไม่มีคนธรรมดาที่ไหนอยู่บนจุดสูงสุดของคูสวรรค์ได้ คนคนนี้จะต้องมีสถานะที่สูงส่งอย่างแน่นอน

“ข้าชื่อว่าเจียงเหวินซู...พวกเราพบกันอีกครั้งแล้วสินะ”

‘พบกันอีกครั้ง?’ ลู่โจวพยายามเหลือบมองชายตรงหน้าด้วยความสับสน “ข้าไม่เคยพบเจ้ามาก่อน ทำไมถึงได้เรียกข้าแบบนั้น?”

เจียงเหวินซูส่ายหัว เขาตอบกลับมาอย่างช้าๆ “ข้าพบท่านมาสามครั้งแล้ว”

“หืม?”

“การพบกันครั้งแรกของพวกเราเป็นตอนที่ข้าเพิ่งจะมาถึงดินแดนแห่งนี้และพบว่าท่านเป็นผู้มีพลังอวตารดอกบัวแปดกลีบที่ยิ่งใหญ่ที่สุด...การพบกันครั้งที่สองพวกเราได้พูดคุยกันตลอดทั้งคืน ข้าบอกเรื่องเกี่ยวกับพลังอวตารดอกบัวเก้ากลีบว่ามันจะพาภัยพิบัติครั้งใหญ่ให้มาถึง และท่านก็สัญญากับข้าว่าจะไม่ฝึกฝนตัวเองจนไปถึงขั้นนั้น จากนั้นท่านก็เลือกปิดผนึกความทรงจำของตัวเองไป ข้าสงสัยจริงๆ ว่าทำไมท่านถึงได้กลับคำพยายามฝึกฝนตัวเองจนมีพลังอวตารดอกบัวเก้ากลีบด้วย?”

เจียงเหวินซูพูดต่อ “การเจอกันครั้งที่สามของพวกเราอยู่ในตอนที่ท่านถูกสิบสุดยอดฝีมือผู้ยิ่งใหญ่โจมตี ในตอนนั้นท่านได้รับบาดเจ็บสาหัส ท่านไม่เห็นข้า แต่ข้าน่ะเห็นท่าน...”

ลู่โจวได้คาดเดาตัวตนของชายตรงหน้า “เจ้าก็คือผู้ชี้แนะองค์จักรพรรดิ?”

“พวกเขาเรียกข้าว่าผู้ชี้แนะเจียง” เจียงเหวินซูพูด

“เป็นเจ้าจริงๆ”

ลมพัดพาใส่ แต่ถึงแบบนั้นเจียงเหวินซูก็ไม่ได้รับผลกระทบอะไร

มันสมเหตุสมผลแล้ว ในบรรดาผู้ฝึกยุทธทั่วโลกมีเพียงผู้ชี้แนะองค์จักรพรรดิเพียงคนเดียวที่มีความรู้เกี่ยวกับพลังดอกบัวสีแดง การที่จะอยู่ที่นี่เพื่อปกป้องหุบเหวมันเป็นเรื่องที่ถูกต้องทุกอย่าง ที่จริงแล้วผู้ชี้แนะคนนี้ก็คงจะเหมาะกับการเป็นนักผจญภัยมากกว่าแม่นางแซ่หลัว

“แม้ว่าข้าจะถูกลอบโจมตี แต่ถึงแบบนั้นข้าก็ไม่ตาย เจ้าเป็นคนที่แอบดูข้าในตอนนั้นอย่างงั้นสินะ?” ลู่โจวถาม

“ข้าไม่มีทางเลือกอื่น” เจียงเหวินซูเอามือไขว้หลังก่อนจะพูดต่อ “ในเมื่อท่านผนึกความทรงจำเอาไว้ แล้วทำไมท่านถึงได้เปลี่ยนใจกัน?”

ลู่โจวส่ายหัว เขาถามกลับไปแทน “พลังอวตารดอกบัวเก้ากลีบจะทำให้เกิดหายนะจริงๆ อย่างงั้นเหรอ?”

เมื่อได้ยินแบบนั้นเจียงเหวินซูก็เหลือบมองท้องฟ้าในยามราตรี ดูเหมือนว่าเขากำลังใช้ความคิดอยู่ เมื่อหันกลับมามองที่เหวลึกเขาก็เริ่มต้นพูด “ไชเหยาเป็นดั่งยอดเขาน้ำแข็ง สำหรับพวกมันมนุษย์เป็นเพียงอาหารอันโอชะ แต่ถึงแบบนั้นสัตว์ร้ายกลับรับมือได้ง่าย แต่จิตใจของมนุษย์ยากแท้หยั่งถึง”

“เจ้ามาจากโลกของดอกบัวสีแดง เจ้ากังวลว่ามนุษย์จะทำลายสถานที่ตรงนี้สินะ?” ลู่โจวถาม

เจียงเหวินซูดูเหมือนจะไม่แปลกใจกับคำถามของลู่โจวเท่าไหร่ “ท่านรอดมาจากการลอบโจมตีได้ยังไง?”

“เพราะโชคช่วย” ลู่โจวตอบคำถามอย่างคลุมเครือ

“ท่านเคยเห็นไชเหยามาแล้วสินะ?” เจียงเหวินซูถาม

“ข้าไม่เพียงแต่เห็นมัน ข้าฆ่ามันไปแล้ว” ลู่โจวตอบตามตรง

เจียงเหวินซูตกตะลึง ในตอนนั้นคิ้วของเขาขมวดอย่างที่ไม่เคยเห็น ภายใต้แสงจันทร์สลัวลู่โจวสามารถมองเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน

“ไม่จำเป็นที่จะต้องอ้อมค้อม ข้ามีพลังอวตารดอกบัวเก้ากลีบแล้ว...แล้วภัยพิบัติที่เจ้าพูดถึงอยู่ที่ไหนกัน?” ลู่โจวถาม

“...” เจียงเหวินซูก้าวไปด้านหน้าด้วยสีหน้าประหลาดใจ เขาประเมินลู่โจวอีกครั้ง “พลังอวตารดอกบัวเก้ากลีบ? ข้าไม่มั่นใจแบบนั้นจนกว่าจะได้เห็นกับตาตัวเองหรอก” เจียงเหวินซูยังคงมั่นใจในความคิดเดิม

ลู่โจวไม่สามารถเรียกพลังอวตารออกมาได้ แต่ถึงแบบนั้นเขาก็ยังมีการ์ดปลอมพลังอยู่ แต่ลู่โจวจะไม่ยอมเสียมันโดยไม่มีสาเหตุ

เนื่องจากเจียงเหวินซูเป็นพวกชอบคาดเดา เพราะแบบนั้นลู่โจวจึงตัดสินใจปล่อยให้เขาเดา เขาหลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามก่อนที่จะเปลี่ยนเรื่อง “แม้ว่าดอกบัวสีแดงจะไม่จำกัดอายุขัยคนเรา แต่ถึงแบบนั้นก็ยังถูกสวรรค์และโลกจองจำอยู่ดี เจ้าสามารถหยุดไม่ให้ผู้คนทั้งหลายพยายามหลุดพ้นจากการจองจำได้อย่างงั้นเหรอ?”

เจียงเหวินซูถอนหายใจก่อนจะตอบกลับ “แสดงว่าเจ้าคงได้พบกับหลัวชีหยินแล้วสินะ?”

“หลัว...ชี...หยิน...” ลู่โจวทวนชื่อซ้ำอีกครั้ง

เจียงเหวินซูหันกลับมา เขาเดินไปที่ถ้ำก่อนจะพูดขึ้น “นางก็เป็นคนบ้าไม่ต่างอะไรจากท่าน”

“แล้วนางอยู่ที่ไหน?”

เจียงเหวินซูเงียบ

ลู่โจวพูดต่อ “นางส่งเสริมให้ผู้คนแข็งแกร่งขึ้น นางคิดตรงกันข้ามกับเจ้า แต่เจ้าทั้งคู่กลับมาจากที่เดียวกัน การที่มาจากที่เดียวกันไม่ได้ทำให้พวกเจ้าเห็นพร้องต้องกันได้จริงๆ”

“ไม่...” เจียงเหวินซูหันกลับไปหาลู่โจว “นางไม่รู้ว่าสิ่งที่นางทำโง่เง่าแค่ไหน ถ้าหากท่านได้พบกับไชเหยามา ท่านก็คงจะรู้แล้วว่ามันมีพลังมากแค่ไหน แม้แต่ผู้มีพลังดอกบัวสีแดงก็ยังไม่อาจรับมือกับไชเหยาได้ง่ายๆ”

“ช่วยแสดงพลังของท่านให้ข้าดูเถอะ” เจียงเหวินซูหยุดอยู่ที่ทางเข้าถ้ำก่อนที่จะหันกลับมา

ลู่โจวส่ายหัว ‘ทำไมต้องแสดงพลังเพียงเพื่อความอยากรู้ล่ะ? ถ้าหากทำไปแล้วฉันจะได้อะไร?’

ใบหน้าของเจียงเหวินซูเปลี่ยนไป “ท่านมีความลับมากมายจริงๆ น่าเสียดายที่ข้ามีเวลาไม่มาก ข้าหวังว่าท่านจะลดพลังวรยุทธของตัวเองลง...”

“แล้วถ้าข้าปฏิเสธล่ะ?”

“ข้าจะเป็นคนลงมือเอง”

“เจ้า?” ลู่โจวสับสน

“อย่าได้ถามถึงความสามารถข้า” หลังจากพูดจบเจียงเหวินซูก็ยกฝ่ามือขึ้น

พลังฝ่ามือที่ดูโปร่งแสงพุ่งออกมา

ลู่โจวก็ยกพลังฝ่ามือเช่นกัน พลังฝ่ามือสีฟ้าพุ่งตรงไป...

เมื่อเจียงเหวินซูเห็นพลังฝ่ามือสีฟ้า สีหน้าที่ดูตกใจก็ปรากฏขึ้น “พลังฝ่ามือสีฟ้า?!”

ตู๊ม!

พลังฝ่ามือสีฟ้าชนเข้ากับพลังฝ่ามือของเจียงเหวินซู

ติดตามข่าวสาร/พูดคุยเสนอแนะความคิดเห็นได้ที่เพจผู้แปล FB: ND Translate นิยายแปลไทย

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด