ตอนที่แล้ว331 - มังกรที่แท้จริงลากโลงศพ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไป333 - ปีศาจ

332 - เต่าหยก


กำลังโหลดไฟล์

332 - เต่าหยก

"นี่คือ ......"

หนังศีรษะของเย่ฟ่านชาเล็กน้อย สุสานมังกรไฟและเลือดสีแดงที่ไหลนองเป็นแม่น้ำขนาดใหญ่ก็บอกอย่างชัดเจนว่ามันคือมังกรตัวหนึ่ง

ในตอนนี้บริเวณป่าสนยังมีโลงศพขนาดใหญ่ที่มีความคล้ายคลึงกันเป็นอย่างมากกับโลงศพทองแดงซึ่งพาเขามาที่โลกนี้ แม้ว่ามันจะไม่ใช่สิ่งเดียวกันแต่ต้องมีความเกี่ยวข้องกันอย่างแน่นอน!

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น!?”

เย่ฟ่านตกตะลึง มีสันเขาที่เตี้ยมากมายเชื่อมต่อสุสานมังกรไฟกับสถานที่แห่งนี้มันมีลักษณะคล้ายกับโซ่เหล็กเส้นใหญ่ หากมันเป็นมังกรที่ลากโลงศพอย่างแท้จริงแล้วมันจะมีขนาดใหญ่มากแค่ไหน!

"ภูเขาและแม่น้ำฝังศพราชาอมตะโบราณ"

เย่ฟ่านพูดกับตัวเอง ตามการเปิดเผยของเสาหินศาลาโบราณก็ควรเป็นเช่นนั้น แม้ว่าก่อนหน้านั้นเขาไม่เคยเห็นโลงศพโบราณในป่าสนแต่เขาเชื่อว่าบรรพบุรุษรุ่นที่สี่คงไม่ได้พูดจาเพ้อเจ้ออย่างแน่นอน

ตามคำจารึกที่ถูกฝังลึกในป่า นี่ควรเป็นหลุมฝังศพขนาดใหญ่ที่กล่าวถึงบนเสาหินอย่างคลุมเครือ

เย่ฟ่านตกใจมาก สิ่งมีชีวิตชนิดนี้คืออะไร? ตอนที่เขามีชีวิตอยู่มีร่างกายใหญ่โตมากแค่ไหนถึงต้องใช้อาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลเป็นหลุมฝังศพของตัวเอง

เลือดที่ไหลออกมาจากร่างกายของมังกรไฟกลายเป็นแม่น้ำที่ยาวหลายร้อยลี้โลงศพที่มันลากถูกฝังอยู่ใต้ป่าสนแห่งนี้ และมันมีความเกี่ยวข้องยังไงกับมังกรเก้าตัวที่ลากโลงศพทองแดง

ความแตกต่างของทั้งสองอย่างมีเพียงโลงศพที่พาเขามาที่นี่นั้นถูกลากมาด้วยมังกรเก้าตัว ในขณะที่สถานที่แห่งนี้มีเพียงมังกรไฟตัวเดียว

เย่ฟ่านเชื่อว่านี่จะต้องเป็นมรดกหรืออารยธรรมบางอย่าง มิฉะนั้น วิธีการฝังศพชนิดนี้คงไม่คงไม่มีลักษณะคล้ายกัน มิหนำซ้ำตัวอักษรที่ถูกสลักอยู่ในโลงศพคงไม่เหมือนกันอีกด้วย

เย่ฟ่านจมอยู่ในความคิดของตัวเองเนิ่นนานก่อนที่จะฟื้นคืนสติ ตอนนี้คิดมากไปก็ไร้ประโยชน์ การหลบหนีจากพื้นที่ต้องห้ามเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำอย่างเร่งด่วน

เกี่ยวกับสุสานมังกรไฟ เลือดมังกร และป่าสนแห่งนี้ซึ่งมีอักขระมากมายถูกสลักไว้บนพื้นดินมันทำให้เย่ฟ่านปวดหัวเป็นอย่างมาก

เมื่อไม่สามารถเข้าใจตำราต้นกำเนิดสวรรค์ทั้งหมดเขาก็ไม่สามารถเข้าใจคำอธิบายของบรรพบุรุษรุ่นที่สี่และไม่เข้าใจความหมายของมัน

และสิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจมากที่สุดก็คืออักขระที่ถูกสลักอยู่บนพื้นนั้นไม่ครบถ้วนอีกด้วย มันมีร่องรอยของการถูกทำลายอย่างชัดเจน

เย่ฟ่านแอบเสียดายอยู่ไม่น้อย งานแกะสลักหินเหล่านั้นมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างยิ่ง ไม่ทราบว่ามันถูกสลักไว้มานานแค่ไหนแล้ว

และที่สำคัญเขาเชื่อว่าตัวอักขระที่อยู่บนพื้นหากเขาทำความเข้าใจมันได้ทั้งหมดมันจะทำให้เขาสามารถหลีกเลี่ยงอันตรายและออกจากที่นี่ได้

“เขตต้องห้ามนี้ใหญ่เกินไปจริงๆ” เย่ฟ่านถอนหายใจเบาๆ

ในตอนแรกเย่ฟ่านต้องการจะขุดลงไปใต้พื้นดินเพื่อดูซากศพของผู้ยิ่งใหญ่คนนั้น สุดท้ายแล้วเขาก็ส่ายศีรษะเขาไม่เชื่อว่าน่าจะเป็นทางออกจากสถานที่แห่งนี้ได้

“เหมืองโบราณต้นกำเนิด ......” เย่ฟ่านถอนหายใจ หรือสุดท้ายแล้วเขาต้องเข้าสู่เหมืองโบราณต้นกำเนิดจริงๆ

เหมืองที่เก่าแก่เข้าไปไม่ได้อย่างแน่นอน ต่อให้เข้าไปใกล้ๆก็มีเพียงความตายเท่านั้นที่รออยู่

เย่ฟ่านยืนขึ้นและมองเข้าไปในวิหาร ทุกสิ่งทุกอย่างมืดครึ้มอยากจะเห็นสิ่งที่อยู่ด้านในได้ วิหารแห่งนี้มีขนาดใหญ่มากกว่าวิหารที่เขาเห็นก่อนหน้า

เย่ฟ่านเดินเข้ามาพร้อมกับตำราต้นกำเนิดสวรรค์และสำรวจอย่างระมัดระวัง สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขาตรวจจับทุกตารางนิ้วสถานที่แห่งนี้จะต้องมีอะไรแปลกประหลาดอย่างแน่นอน

น่าเสียดายที่สุดท้ายเขาก็ไม่ค้นพบอะไร

“ใช่ มันถูกทำลายล้างไปตามยุคสมัย ไม่มีอะไรเหลือแล้ว” เย่ฟ่านเข้าใจดี วิหารโบราณแห่งนี้ผ่านกาลเวลาอันยาวนานไม่สิ้นสุดดังนั้นมันจึงยากที่จะรักษาสถานะเดิมของตัวเองได้

เย่ฟ่านค้นหาในห้องโถงที่ว่างเปล่าซึ่งอยู่ด้านหน้าสุดของวิหารโบราณและพบชิ้นส่วนเหล็กขึ้นสนิมในกองขี้เถ้า

"อาวุธที่ผุพัง"

ชิ้นส่วนเหล็กเป็นสีขาวเหมือนหิมะ มีรอยร้าวและสนิมจับอยู่ทุกที่ มันสูญเสียจิตวิญญาณไปแล้วและไม่ได้มีประโยชน์อะไร

เขาเคยเห็นเหล็กศักดิ์สิทธิ์ชนิดนี้ ในระดับแปดของแดนอัคคี เมื่อนักพรตอีกาผู้นั้นสร้างอาวุธของตัวเอง เขาใช้เหล็กศักดิ์สิทธิ์ชนิดนี้เป็นวัสดุหลัก

ว่ากันว่าเหล็กชนิดนี้หายากอย่างยิ่ง อาวุธของปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วงก็ทำมาจากเหล็กชนิดนี้เช่นกัน

"นี่ควรเป็นชิ้นส่วนของเหล็กชิ้นใหญ่ แต่มันเหลือเท่านี้เอง"

เย่ฟ่านเชื่อว่าวิหารโบราณแห่งนี้ต้องเป็นที่อยู่อาศัยของผู้ยิ่งใหญ่บางคนในอดีต แม้จะผ่านมานานนับแสนปีแต่เศษเสี้ยวอาวุธของผู้ยิ่งใหญ่คนนั้นก็ยังคงดำรงอยู่

ตามที่คาดไว้ เขาเห็นชิ้นส่วนของทองแดงและเหล็กที่หักในขี้เถ้า ทองแดงศักดิ์สิทธิ์มีสีม่วง แต่ในขณะเดียวกันมันก็ถูกสนิมสีเขียวเกาะกินจนแทบทั้งหมด

เย่ฟ่านรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง สิ่งเหล่านี้เป็นวัสดุศักดิ์สิทธิ์ที่ดีที่สุดในโลก มันเป็นวัสดุที่เหมาะสมในการสร้างอาวุธสุดขั้ว แก่นแท้ของพวกมันทั้งหมดไหลออกไปแล้วทำให้มันกลายเป็นสิ่งของไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเชิง

“หากพวกมันยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์ต่อให้รวมวัสดุศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดในดินแดนรกร้างตะวันออกรวมกันก็ยังไม่สามารถเทียบมูลค่ากับสิ่งของพวกนี้ได้”

หลังจากนั้นเย่ฟ่านได้พบชิ้นส่วนของอาวุธที่แตกหักหลายสิบชิ้น แต่ก็ยังไม่มีแม้แต่ชิ้นเดียวที่สามารถนำกลับมาหลอมสร้างใหม่ได้พวกมันกลายเป็นขยะไร้ค่าที่ไม่มีประโยชน์อีกต่อไป

“น่าเสียดาย แม้แต่ราชาอมตะผู้ยิ่งใหญ่ในอดีตก็ยังต้องร่วงหล่น.”

เย่ฟ่านเดินไปรอบๆห้องโถงและไม่ได้รับประโยชน์อะไรเพิ่มเติม มีสมบัติโบราณมากมายก็จริง แต่ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นของเน่าเสียที่ไม่สามารถใช้งานได้

ในที่สุดเย่ฟ่านก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่าง เขาวิ่งไปที่กลางห้องโถงและค้นพบของบางสิ่งบางอย่างที่สามารถส่องแสงได้

ในตอนแรกเย่ฟ่านรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก แต่เมื่อเขาเขาหยิบขึ้นมาดูอย่างละเอียดมุมปากของเขาก็กระตุกเบาๆ

ในตอนแรกเขาคิดว่ามันเป็นตราประทับเซียนที่ถูกสร้างขึ้นมาจากหยก แต่สุดท้ายนี่กลับเป็นหยกจริงๆเป็นหยกที่ถูกสลักขึ้นมาเป็นรูปเต่า นอกจากความอบอุ่นเล็กน้อยก็ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย

“มันไม่ถูกต้อง แม้แต่อาวุธวิเศษชั้นยอดก็ยังถูกทำลายไปภายใต้การเวลา แล้วหยกชิ้นนี้จะอยู่รอดมาได้อย่างไร”

เย่ฟ่านรู้สึกผิดปกติจึงพลิกตัวและก้มลงไปดู นี่คือเต่าซวนที่มีคอยาวเหมือนมังกรและรูปร่างที่เตี้ยเล็กซึ่งไม่สมส่วนเล็กน้อยแต่ก็ยังดูงดงาม

หยกชิ้นนี้ยังมีสีหม่นหมอง แก่นแท้ของมันหายไปแล้ว แม้ว่าจะยังมีสีเขียวอยู่บ้างแต่เห็นได้ชัดว่าเป็นของไร้ประโยชน์ชิ้นหนึ่ง

สิ่งนี้ไม่ใช่อาวุธเต๋าสุดขั้วอย่างแน่นอน แต่เย่ฟ่านก็ไม่เข้าใจว่าผ่านไปนานขนาดนี้มันสามารถอยู่รอดมาได้อย่างไร

จากนั้นนิ้วของเขาก็เปลี่ยนเป็นสีทองและบีบหยกนี้ด้วยแรงทั้งหมด เย่ฟ่านตกใจเล็กน้อยเพราะเต่าหยกตัวนี้ไม่ได้รับความเสียหายอะไรเลย

จากนั้นเย่ฟ่านจึงใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ตรวจดูด้านในของเต่าหยก

“เกิดอะไรขึ้น ดูเหมือนว่าจะมีบางอย่างอยู่ข้างใน ......”

เย่ฟ่านรู้สึกประหลาดใจที่พบว่ามีวัตถุปิดผนึกอยู่ภายในหยกเขียวและเขาสามารถสัมผัสได้ถึงมันเล็กน้อย หรือท่ามกลางวัตถุที่พังพินาศเหล่านี้เขาจะได้รับสมบัติบางอย่าง?

เย่ฟ่านดูอย่างระมัดระวัง แต่ไม่ว่าจะอย่างไรเขาก็ไม่สามารถค้นพบความลับของมันได้ เต่าหยกเขียวตัวนี้ไม่ใช่อาวุธแต่มันคืออะไรกันแน่

เย่ฟ่านเล่นกับมันในมือด้วยสีหน้างุนงง สุดท้ายแล้วเขาถอนหายใจออกมาเบาๆและเดินออกจากวิหารโบราณในอีกทิศทางหนึ่ง

เย่ฟ่านหยุดอยู่ตรงนั้นเป็นเวลานาน เขากำลังศึกษาตัวอักษรที่บรรพบุรุษรุ่นสี่ทิ้งไว้ซึ่งในครั้งนี้มันไม่ใช่คำพูดที่คลุมเครือแต่เป็นคำอธิบายที่ชัดเจน

"นี่คือ ......"

เย่ฟ่านเวียนหัวเขามองไปที่ตัวอักขระที่ลึกซึ้งและไม่อาจหยั่งรู้ได้ แท้ที่จริงแล้วนี่ไม่ใช่บันทึกอะไรเลยแต่มันคือแผนที่ที่จะนำไปสู่ต้นกำเนิดสวรรค์ในดินแดนแห่งนี้!

“บรรพบุรุษรุ่นที่สี่บ้าไปแล้วเหรอ?”

เย่ฟ่านประหลาดใจ นี่คือ "แผนที่ต้นกำเนิดสวรรค์" ทั้งหมดที่อยู่ในอาณาเขตรัศมี 100 ลี้รวมทั้งวิธีการในการควบคุมมันอีกด้วย

"เขากำลังทำอะไรอยู่?" เย่ฟ่านมองไปคำอธิบายในแผนที่ก่อนจะรำพึงเบาๆว่า

“ยืมพลัง!”

ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันเป็นการยืมพลังของต้นกำเนิดสวรรค์เพื่อทำให้อาณาเขตขนาดใหญ่แห่งนี้ได้รับความเสียหายชั่วคราวก่อนที่เขาจะใช้พลังของมันในการต่อชีวิตของตัวเอง!

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด