ตอนที่แล้ว987-988
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไป991-992

989-990


7/8

Ep.989

“เป็นอย่างที่คิด เจ้าหยิ่งผยองสมคำร่ำลือ” ฉีฉงถึงกับอ้าปากค้าง

เขาได้ยินมานานแล้วว่าซูเฉินมักทำตัวไม่เห็นหัวผู้ใด มีอุปนิสัยก้าวร้าวอย่างสุดโต่ง วันนี้ได้เห็นกับตาตัวเองแล้ว

“ลุงสอง เรื่องนี้เป็นความผิดของฉีมู่สือ ท่านไม่อาจโทษซูเฉินได้”

เห็นบรรยากาศตึงเครียด  ฉีมู่อวี้รีบเข้ามาจบสถานการณ์

เธอรู้นิสัยของซูเฉินดี เขามักฆ่าทุกคนที่พูดไม่ถูกหู สาเหตุที่ยังไม่ลงมือจนถึงตอนนี้ เป็นเพราะไว้หน้าฉีมู่เฟิงทั้งสิ้น

หากซูเฉินโกรธขึ้นมาจริงๆ ฉีฉงอาจไม่ใช่คู่มือเขา

“พี่สาว ทำไมถึงช่วยพูดแทนคนนอกแบบนี้?”

ฉีมู่สือโกรธมาก

“หุบปาก!”

ฉีมู่เฟิงตวาดเสียงเย็น สั่งสอนด้วยสีหน้าบึ้งตึงว่า “ซูเฉินคือพี่น้องร่วมสาบานของข้า เจ้าถือว่าเขาเป็นคนนอกได้อย่างไร? ถ้ายังกล้าพูดเรื่องไร้สาระอีก ข้าจะหักขาสุนัขของเจ้าซะ!”

ฉีมู่สือตะลึงงัน เขาไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมทั้งพี่ชายและพี่สาวถึงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเขาผิด  ราวกับว่าซูเฉินคือพี่ชายแท้ๆของเขายังไงยังงั้น

“พี่ฉี ก็แค่เด็กที่ยังไม่รู้ความ แค่ดุเขาซักหลายคำก็พอแล้ว อย่าไปถือสาเขาเลย” ซูเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม

แม้เขาจะไม่ได้อายุมากกว่าฉีมู่สือ แต่คำพูดคำจาที่เปล่งออกมา ราวกับเป็นผู้อาวุโสก็มิปาน ปฏิบัติต่อฉีมู่สือราวกับเป็นเด็กน้อยอย่างสิ้นเชิง

ได้ยินแบบนั้น สีหน้าของฉีมู่เล่ยและคนอื่นๆต่างกลายเป็นนิ่งงัน

“เจ้าคนน่ารังเกียจนี่ …” มุมปากของฉีมู่สือสั่นเทาด้วยความโกรธ

ฉีฉงมองไปทางซูเฉินด้วยใบหน้าเย็นชา แค่นเสียงเบาๆ “ซูเฉิน! เจ้าจะไม่ยอมขอโทษจริงๆน่ะหรือ?”

ฉีมู่เฟิงและคนอื่นๆต่างปกป้องซูเฉิน แค่นี้เขาก็รู้แล้วว่าเรื่องนี้คงเป็นความผิดของฉีมู่สือจริงๆ กระนั้น เนื่องจากเขามาที่นี่เพื่อออกหน้าแทนฉีมู่สือแล้ว ยังไงก็ต้องทำให้ถึงที่สุด

แล้วอีกอย่าง ในความคิดเขา ตนถือเป็นผู้อาวุโส คงไม่มากเกินไปที่จะเรียกร้องสิ่งนี้

ขณะที่ฉีมู่เฟิงพยายามจะเกลี้ยกล่อม เขาก็ถูกซูเฉินขัดจังหวะเข้าจนได้ “พี่ฉี เรื่องนี้ฉันขอจัดการต่อเอง”

ว่าจบ เขาก็มองไปทางฉีฉง เอ่ยอย่างเฉยเมยว่า “ผู้เฒ่าฉี ผมจะให้โอกาสคุณสักครั้ง ถ้าคุณสามารถรับการโจมตีจากผมได้เกินสามกระบวนท่า ผมจะยอมก้มหัวให้”

เมื่อคำนี้หลุดออกมา ทุกคนตะลึงงัน

ซูเฉินเป็นฝ่ายขอท้าประลองฉีฉง ทั้งยังกำหนดเงื่อนไขแค่สามกระบวนท่า?

รู้ใช่ไหมว่าฉีฉงคือระดับเทวะขั้น 3! เป็นผู้แข็งแกร่งที่แม้ในลำดับชั้นเดียวกันก็ยังจัดอยู่ในอันดับต้นๆ! แล้วซูเฉินกล้าท้าแบบนี้ได้อย่างไร?

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า … เจ้านับว่ามีความกล้านัก! ตกลง! เช่นนั้นข้าจะรับเจ้าสามกระบวนท่า!”

ฉีฉงระเบิดเสียงหัวเราะอย่างมิอาจควบคุม ต่อให้เป็นระดับเทวะขั้น 4 ก็ยังไม่กล้าเอ่ยคำเหล่านี้กับเขา แต่ซูเฉินกลับกล้าพูด

ณ ตอนนี้ เขาถูกกระตุ้นจนโกรธขึ้นมาจริงๆแล้ว และได้ลอบสาบานว่าจะแสดงให้ซูเฉินได้สำนึก

“ซูเฉิน เจ้าคงไม่ได้อยากทำจริงๆหรอกใช่ไหม?” ฉีมู่เฟิงยิ้มเจื่อน

“พี่ฉี ไม่ต้องกังวลไป ผมแค่มอบบทเรียนเท่านั้น ไม่ถึงกับพรากชีวิตผู้เฒ่าฉี” ซูเฉินกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

“…”

ฉีมู่เฟิงตัวแข็งทื่อ เขากังวลว่าซูเฉินจะเป็นฝ่ายประสบความพ่ายแพ้ต่างหาก แต่ใครจะนึก ว่าซูเฉินดันพูดแบบนี้ออกมา

“นี่เขาจะบ้าบิ่นเกินไปแล้ว!” ฉีมู่เล่ยกลืนน้ำลายลงคออย่างแรง คนหยิ่งผยองเช่นซูเฉิน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบเจอ

“เฒ่าฉี ในเมื่อคุณตอบตกลงแล้ว ถ้าอย่างนั้นผมไม่เกรงใจล่ะนะ!”

ซูเฉินมองไปทางฉีฉง น้ำเสียงค่อยๆเปลี่ยนเป็นเย็นชา

“แสดงฝีมือเจ้าออกมา!”

ฉีฉงคำราม

ซูเฉินไม่พูดพล่ามทำเพลง ขยับเท้าก้าวเดียว พริบตาเข้าประชิด ฉีฉง

ณ ตอนนี้ เขาไม่ได้เก็บงำกำลังรบเอาไว้แม้แต่น้อย กลิ่นอายที่แผ่ออกจากร่างกายมหาศาลดั่งมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ พลุ่งพล่านไม่หยุด

“ซูเฉินเป็นระดับเทวะขั้น 3!” สีหน้าของฉีมู่เล่ยแปรเปลี่ยนเป็นสยองเกล้า ร้องอุทานออกมา

ดวงตาของฉีมู่เฟิงและสองน้องสาวก็เบิกกว้างเช่นกัน

ทั้งสามจดจำได้ดี ว่าตอนแยกจากกัน ซูเฉินมีระดับฐานฝึกตนอยู่แค่เทวะขั้น 1 เท่านั้น

เป็นไปได้หรือ ที่ในเวลาแค่ไม่กี่เดือน เขาสามารถยกระดับได้ถึงสองขั้นติดต่อกัน ทะยานสู่เทวะขั้น 3

แม้แต่สัตว์ประหลาดในหมู่อัจฉริยะ ก็ยังไม่มีใครสามารถยกระดับได้ในระยะเวลาอันสั้นเช่นนี้

นี่ซูเฉิน … ยังเป็นมนุษย์อยู่ใช่หรือไม่?

8/8

Ep.990

“นี่เขาอยู่ในระดับเทวะขั้น 3?” ร่างของฉีมู่สือสั่นเทาด้วยความกลัว

หากเขารู้แต่แรกว่าซูเฉินอยู่ในเทวะขั้น 3 เขาคงไม่กล้ายั่วโมโหซูเฉิน ตอนนี้บังเกิดความรู้สึกคล้ายคนยกหินขึ้นมา แล้วทุ่มลงเท้าตัวเอง

ฉีฉงเองก็ตกใจเช่นกัน เผชิญหน้ากับผู้แข็งแกร่งในระดับเดียวกัน เขาไม่กล้าที่จะประมาทแม้แต่น้อย ทันใดนั้นโล่เหล็กปรากฏขึ้นในมือเขา ตามจุดต่างๆบนโล่ มีแสงดาวพราวพร่างเปล่งแสงออกมา  บ่งบอกว่ามันคือสิ่งประดิษฐ์เทวะ

เดิมที เขาคิดว่าสิ่งนี้สามารถช่วยป้องกันการโจมตีของซูเฉินได้  แต่ใครจะคาด ว่าซูเฉินกลับไม่เห็นมันอยู่ในสายตา ยังคงพุ่งมาข้างหน้า ระเบิดพลังแห่งจิตวิญญาณอย่างรวดเร็ว

ในขณะที่ฉีฉงถูกพันธนาการไว้  เจ้าตัวก็ง้างแขนและชก [ชีวิตเมามายจมอยู่ในห้วงฝัน]

ในพริบตา ฉีฉงรู้สึกวิงเวียนและสับสน แล้วจู่ๆก็จมเข้าสู่ห้วงมายา ตกอยู่ในภาพลวงตามิอาจควบคุมตัวเอง

ซูเฉินเข้าถึงตัวฉีฉง ฉกมือเข้าคว้าคอ จากนั้นโคจร [เทคนิคลับร้อยเท่าสะท้านฟ้า] แล้วขว้างออกไป

หวือออออออ!!

ฉีฉงหายวับไปจากที่เดียวในพริบตา ถูกโยนลอยหายไปโดยตรง

ได้เป็นสักขีพยานของฉากนี้ ทุกคนในที่นี้ต่างตกตะลึงจนอ้าปากค้าง เป็นเวลาเนิ่นนานไม่อาจเรียกสติกลับคืนมาได้

ผู้แข็งแกร่งระดับเทวะขั้น 3 ภายใต้เงื้อมมือของซูเฉิน กลับถูกขว้างทิ้งราวกับขยะ โยนหายไปจากสายตา

แม้ได้เห็นกับตาตัวเอง พวกเขาก็ยังรู้สึกเหลือเชื่อ

ก่อนหน้านี้ ซูเฉินเองก็ทำแบบเดียวกันนี้กับฉีมู่สือเช่นกัน แต่ฉีมู่สืออยู่ในเทวะขั้น 1 เท่านั้น

ในทางกลับกัน ฉีฉงคือผู้แข็งแกร่งระดับเทวะขั้น 3 แต่ซูเฉินก็ยังทำแบบเดิมได้อย่างง่ายดาย นี่เขาต้องมีพละกำลังมากมายถึงขนาดไหนกัน?

ทั้งหมดยังเผลอจินตนาการเลยเถิดไป ว่าหากซูเฉินต้องการฆ่าฉีฉง ในความเป็นจริงแล้วคงไม่ต่างจากการบี้มด

“ปรากฏว่าเขาสามารถทำได้จริงๆ! อ๊าาา!”

ฉีมู่เล่ยสูดหายใจเข้าลึกๆ ในตอนแรก เขายังมั่นใจว่าซูเฉินคงพูดเกินจริง แต่ใครจะไปคิด ว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นนี้

ข้อตกลงเรื่องสามกระบวนท่านับเป็นสิ่งใด?

ภายใต้เงื้อมมือของซูเฉิน ฉีฉงแค่กระบวนท่าเดียวก็รับไม่ได้แล้ว อ๊าาาา!

นี่มันคนละระดับกันเลย!

แล้วอีกอย่าง มองไปยังท่าทีผ่อนคลายสุดๆของซูเฉิน เขายังรู้สึกว่าต่อให้เป็นเทวะขั้น 4 ก็ไม่น่าจะใช่คู่ต่อสู้ของซูเฉินอยู่ดี

หลังจากส่งฉีฉงสู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้น ซูเฉินเบนสายตามองฉีมู่สือ

“ซูเฉิน ข้าผิดไปแล้ว อย่าถือสาข้าเลย!”

เพียงซูเฉินกวาดสายตามา ฉีมู่สือรู้สึกหนาวสะท้านไปทั่งร่าง รีบอ้อนวอนขอความเมตตา

“ฉันจะสั่งสอนแทนพี่ชายกับพี่สาวให้นายเอง ดัดสันดานให้รู้สำนัก ว่าไม่ใช่ทุกคนที่นายจะสามารถยั่วโมโหได้”

ซูเฉินกระชากเสียง ปลดปล่อยพลังจิตดึงฉีมู่สือเข้ามาเบื้องหน้าเขา จากนั้นตบไปฉาดหนึ่ง

เพี๊ยะ!

ตามมาติดๆด้วยเสียงดังฟังชัด  มุมปากของฉีมู่สือเลอะเลือนไปด้วยเลือด

แทบจะในทันทีหลังจากนั้น  เช่นเดียวกับฉีฉง เด็กน้อยถูกขว้างปลิวออกไปจนพ้นสายตา

เห็นภาพนี้ ฉีมู่เฟิงและคนอื่นๆถอนหายใจพร้อมกัน

ในตอนแรก ทั้งหมดกังวลว่าซูเฉินจะลงมือโหดเหี้ยมกว่านี้ โชคดีที่ซูเฉินแค่มอบบทเรียน นี่ถือว่าโคตรของโคตรปราณีแล้ว

ขณะที่ซูเฉินกำลังจะเดินกลับไป ระหว่างนั้นเอง เสียงอันน่าเกรงขามดังก้องในหูเขา

“เป็นผู้ใดกันที่กล้ามาอาละวาดในสวนบ้านข้า?”

“ท่านบรรพชนมาแล้ว!”

สีหน้าของตระกูลฉีทั้งสี่แข็งค้าง

ซูเฉินหันมองตามเสียง ในสายตาเขา ปรากฏชายชราที่ดูสุขุม ทั้งคิ้วและเคราต่างเป็นสีขาว

ชายชราผู้นี้ คือยอดฝีมืออันดับหนึ่งของตระกูลฉี ฉีชิงเฉวียนที่ปัจจุบันอยู่ในระดับเทวะขั้น 5 !

เขาบังเอิญอยู่แถวนี้พอดี หลังจากเห็นฉีฉงถูกโยนทิ้งออกไปเหมือนกับขยะ ก็อยากจะเห็นว่าใครกันที่บ้าบิ่นถึงเพียงนี้  กล้าดียังไงถึงมาอาละวาดในตระกูลฉี!

“ท่านบรรพชน!”

ฉีมู่เฟิงและคนอื่นโค้งคำนับฉีชิงเฉวียน

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด