ตอนที่แล้วบทที่ 20 เดิมพัน
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 22 จุดประหลาดในคดี

บทที่ 21 คนรู้จักเป็นผู้ก่อคดี


กำลังโหลดไฟล์

บทที่ 21 คนรู้จักเป็นผู้ก่อคดี

ทันทีที่ได้ยินแบบนั้นหลินชิวผูโกรธเป็นฟืนไฟ เขาชี้หน้าเฉินฉีพร้อมถามด้วยความโมโห “นี่คุณคิดจะ...” ตอนแรกเขาอยากถามเหลือเกินว่า ‘คุณกำลังตามจีบน้องสาวผมอยู่งั้นเหรอ?’ แต่เนื่องจากอยู่ต่อหน้าลูกน้องหลายคน เขาจึงเปลี่ยนคำพูดของตัวเองเสียใหม่ “คุณคิดจะทำอะไรกันแน่?!”

“เจตนาของผมน่ะเหรอ? ไม่มีอะไรซับซ้อนเลย ผมต้องการจับคนร้ายให้ได้ไงล่ะ!”

“คิดเหรอว่าผมจะเชื่อ?”

“ผู้กองหลิน ผมรู้ว่าคุณเป็นตำรวจจึงเอาแต่ตั้งข้อสงสัยกับทุก ๆ เรื่องในชีวิต เพราะงั้นผมไม่ถือคุณหรอก แต่เราเลิกคุยเรื่องพวกนี้กันก่อนดีไหม? ต่อให้ผมอธิบายแค่ไหนคุณก็ไม่ยอมรับฟังอยู่ดีนั่นแหละ กลับไปคุยเรื่องเมื่อกี้ของเราต่อดีกว่า... ในเมื่อคุณยังถือสิทธิ์ตั้งเงื่อนไข แล้วทำไมผมจะตั้งบ้างไม่ได้ล่ะ? การเดิมพันจะมีผลก็ต่อเมื่อทั้งสองฝ่ายต่างก็ลงเดิมพันสิ่งที่มีมูลค่าทัดเทียมกัน หรือคุณกลัวว่าการวิเคราะห์ของผมจะมีเหตุผลมากกว่า?”

แม้รู้ดีว่าเฉินฉีกำลังขุดหลุมพรางเพื่อฝังกลบตนเอง แต่หลินชิวผูซึ่งใจร้อนก็ยังยอมเดินตกลงไปในหลุมพรางนั้นเสียเอง เขาเถียงกลับ “กลัวเหรอ!? พูดจาอวดเก่งชะมัด! ผมเป็นตำรวจมาแล้วหลายปี มีคดีมากมายที่ผมปิดมาแล้วนับไม่ถ้วน ทำไมผมต้องกลัวว่าจะแพ้คุณด้วยล่ะ?”

“แล้วทำไมคุณถึงไม่ยอมรับเงื่อนไขล่ะ? ในเมื่อคุณคิดว่าผมมันอ่อนหัด ทำไมคุณไม่รับข้อเสนอของผม?”

หลินชิวผูลองคิดดูอีกที เมื่อกี้นี้เฉินฉีแค่เดินไปรอบ ๆ บริเวณที่เกิดเหตุเพียงนิดหน่อย แล้วเขาก็ยังไม่ได้ไปที่ห้องฝ่ายนิติบุคคลของอาคารเพื่อสอบถามอะไรเลย แถมยังไม่ได้ดูวิดีโอจากกล้องวงจรปิดด้วย ดังนั้นจึงยากมากที่เขาจะสามารถสรุปออกมาได้ว่าฆาตกรเป็นคนรู้จักกับครอบครัวนี้ เพราะถ้าดูเหตุการณ์นี้เพียงผิวเผิน ไม่ว่าเป็นใครก็ตามจะต้องคิดว่าฆาตกรเป็นคนนอกแน่ ๆ

รอยยิ้มผุดขึ้นบนริมฝีปากของหลินชิวผู เขาตอบรับ “โอเค ผมยอมรับข้อเสนอ!”

“หวังว่าผู้กองหลินจะรักษาสัญญา!” เฉินฉียิ้มบางๆ

“เลิกพูดมากได้แล้ว รู้อะไรก็รีบว่ามา!”

“ก่อนอื่นเลย นี่เป็นการฆาตกรรมสังหารหมู่ทั้งครอบครัว คนแรกที่ตกเป็นเหยื่อคนแรกของฆาตกรคือชายเจ้าของห้อง จากนั้นก็เป็นหญิงชรา แล้วก็ภรรยาของเขาเป็นคนสุดท้าย แต่ผมไม่รู้แน่ชัดว่าทำไมฆาตกรถึงปล่อยเด็กไป…”

“โอ้ คุณเฉิน ความเห็นของคุณน่าประหลาดใจจริง ๆ แม้แต่ผมยังไม่รู้เลยนะเนี่ย!” หลินชิวผููแค่นเสียงประชดประชันและคิดว่าทั้งหมดที่อีกฝ่ายต้องการพูดคงมีแค่นี้

เฉินฉีไม่สนใจทั้งยังฉีกยิ้มกลับ “ที่สำคัญ คนก่อเหตุเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคนที่รู้จักใกล้ชิดกับครอบครัวนี้”

“อะไรนะ!?” หลินชิวผูเบิกตากว้าง “อย่าเดาส่งเดชสิ! แบบนี้ไม่นับ!”

“ผมไม่ได้เดา ถ้าคุณไม่เชื่อ ผมจะแสดงให้เห็นกระบวนการวิเคราะห์ของผมก็แล้วกัน!” เฉินฉีเดินไปที่ประตูก่อนชี้ไปที่กำแพงห้อง “คนปกติเวลาเดินเข้ามาในบ้านก็ต้องเปิดสวิตช์ไฟที่ติดตั้งอยู่ข้างประตู แต่บ้านหลังนี้ควบคุมสวิตช์ไฟด้วยรีโมท คุณลองตรวจสอบระบบของมันก็ได้แล้วจะรู้ว่ามันมีกลไกสั่งงานโดยการใช้รีโมทควบคุม ตอนที่ผมเดินเข้ามาไฟทุกดวงปิดมืดสนิท เวลาเสียชีวิตโดยประมาณของผู้ตายอยู่ที่ประมาณเที่ยงคืน ซึ่งตอนนั้นไฟควรจะยังเปิดอยู่ หมายความว่าฆาตกรเป็นคนปิดไฟก่อนจะเดินออกไป เป็นเหตุผลที่สรุปได้ว่าฆาตกรต้องเคยมาที่นี่มาก่อน และเป็นไปได้สูงมากที่เขาจะเป็นเพื่อนกับครอบครัวนี้ เพราะเขารู้รายละเอียดพวกนี้ดีอยู่แล้ว”

“เดี๋ยวนะ คุณรู้เวลาตายของพวกเขาได้ยังไง?”

“คาดการณ์จากลักษณะผิวหนังของศพรวมถึงแววหม่นภายในดวงตา ผมเคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับการชันสูตรศพมานิดหน่อยก็เลยมีความรู้ในส่วนนี้อยู่บ้าง”

หยดเหงื่อเย็นเยียบผุดขึ้นบนใบหน้าของหลินชิวผู ไม่ยักรู้ว่าไอ้หมอนี่มีความรู้เก็บซ่อนไว้ แต่เขายังคัดค้านอย่างไม่ยอมแพ้ “แค่จุดนี้จุดเดียวยังไม่สามารถสรุปได้ซะหน่อยว่านี่เป็นฝีมือของคนรู้จัก!”

“ร่างของชายคนนั้นนอนอยู่หน้าห้องน้ำ เขาถูกตีจากทางด้านหลังด้วยฝาครอบปิดโถกดน้ำ ดูจากตำแหน่งที่ร่างล้มลงไปนอนแล้วอาจทำให้เข้าใจผิดได้ว่าฆาตกรซ่อนตัวอยู่ในห้องน้ำตั้งแต่แรก…”

“คุณกำลังจะบอกว่ามันไม่ได้เป็นอย่างนั้นงั้นเหรอ?”

“ใช่ครับ คุณได้เข้าไปดูข้างในห้องน้ำรึยัง? มีปัสสาวะที่ยังไม่ได้ถูกกดล้างอยู่ ซึ่งมันอาจจะเป็นของฆาตกรหรือผู้ตายก็ได้ ข้อนี้เป็นสิ่งที่หักล้างกับสมมติฐานก่อนหน้า คาดเดาว่าฆาตกรกับชายเจ้าของห้องคงคุยกันอยู่ด้านหน้าห้องน้ำ มีความเป็นไปได้สูงมากที่ฆาตกรจะหาจังหวะฆ่าชายเจ้าของห้องตอนที่เขาไม่ทันรู้ตัว”

หลินชิวผูหันไปสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชา “ไปดูซิ”

ตำรวจนายนั้นเข้าไปตรวจสอบตามคำสั่งจากนั้นจึงยืนยัน “มีปัสสาวะอยู่ในชักโครกจริงครับ”

หลินชิวผูกัดริมฝีปากตัวเอง เขาพลาดรายละเอียดส่วนนี้แล้วปล่อยให้ชายคนนี้ได้เปรียบกว่าได้ยังไงกัน? เขาถามต่อ “มีอะไรเพิ่มเติมอีกไหม?”

“ส่วนที่สำคัญที่สุด คืออาวุธที่ฆาตกรใช้ต่างก็เอามาจากภายในห้องนี้ทั้งหมด เขาไม่ได้พกพาอาวุธมาเอง เราจึงอนุมานได้ว่าเมื่อฆาตกรเดินเข้าประตูมา มีความเป็นไปได้สูงมากว่าเขาไม่ได้มีเจตนาจะก่อคดีฆาตกรรมตั้งแต่แรก ยังมีอีกหนึ่งรายละเอียด ในครัวมีหม้อขนาดใหญ่บรรจุซุปเมล็ดบัวหวานตั้งไว้ และในห้องของหญิงชราก็มีถ้วยซุปเมล็ดบัวหวานวางอยู่เช่นกัน ส่วนในอ่างล้างจานมีถ้วยเปล่าวางไว้รอล้างสี่ใบ แสดงให้เห็นว่า ณ ตอนนั้นในห้องนี้มีคนอื่นอีกคนอยู่ด้วย ถ้าเขาเป็นคนแปลกหน้าจริง ทำไมเจ้าของห้องถึงต้องให้ตักซุปเสิร์ฟให้เขาด้วยล่ะ? ดังนั้นต้องเป็นคนรู้จักสิ! เป็นคนที่สนิทมาก ๆ ด้วย อีกอย่างการที่เขามาเยี่ยมเยียนในเวลาดึกมากแสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาแน่นแฟ้นเกินกว่าจะเป็นคนห่างคนไกลแน่นอน!”

ใจจริงหลินชิวผูนึกชื่นชมเฉินฉีไม่น้อยเลยกับเหตุผลเหล่านั้นที่อีกฝ่ายอธิบายได้อย่างเห็นภาพ แต่อีกใจก็รู้สึกละอายอยู่บ้าง ความสามารถในการใช้เหตุผลของเขาสุดยอดมาก อาจจะดีกว่าเหตุผลจากตำรวจทั้งสถานีที่ช่วยกันระดมสมองซะอีก

หลินชิวผูเงียบไป เฉินฉีจึงเตือนเขา “ผู้กองหลิน คุณยังไม่ลืมใช่ไหมว่าตัวเองรับปากอะไรไว้?”

หลินชิวผูพึ่งรู้สึกตัวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจคนอื่นต่างหยุดการทำงานและก้าวมายืนอยู่ด้านข้างเพื่อฟังบทสนทนาดังกล่าวอย่างจดจ่อ เขาตวาดไล่ทันที “กลับไปทำหน้าที่ของตัวเองได้แล้ว!”

เมื่อคนอื่น ๆ แยกย้ายกันออกไป หลินชิวผูจึงถอนหายใจแรงและยอมรับอย่างเสียไม่ได้ “โอเค คุณมาร่วมสืบคดีกับพวกเราได้เลย แต่... คุณจะต้องอยู่ภายใต้คำสั่งของผม และคุณจะได้สิทธิ์แค่เฉพาะคดีนี้เท่านั้น”

เขาหันไปมองหลินถงซูพร้อมคิดในใจ ‘ฉันจะไม่ปล่อยให้แกมีโอกาสไปเจอกับหลินถงซูอีก!’

“ผมไม่ยอมรับ” เฉินฉีปฏิเสธ

“คุณกล้าดียังไง! ทุกคนอยู่ในทีมของผมก็ต้องฟังคำสั่งของผม และผมไม่ต้องการให้ใครมาทำตัวเด่นเป็นฮีโร่ ถ้ารับไม่ได้ก็กลับไปซะ!”

เฉินฉียิ้มพลางโคลงศีรษะ “ข้อตกลงส่วนนี้ที่ถูกเพิ่มมาไม่ได้อยู่ในข้อตกลงของเราในตอนแรก อยู่ดี ๆ คุณก็จับมันยัดเข้ามาเพิ่มซะอย่างนั้น คุณเป็นเด็กน้อยขี้แพ้ชวนตีหรือยังไงกัน? ผมอายุมากกว่าคุณเป็นสิบปี เพราะงั้นคุณจะมาทำตัวเป็นเด็กไม่รู้ประสาแบบนี้ไม่ได้!”

“ผม…” หลินชิวผูเกือบระเบิดโทสะออกมาเมื่อถูกตอกหน้าอย่างเจ็บแสบเช่นนี้ “ผมไม่อนุญาตให้คุณไปสืบสวนกับหลินถงซู!”

“พี่คะ มีเหตุผลอะไรมาห้ามกันแบบนี้ล่ะ?” หลินถงซูไม่เห็นด้วย

“นั่นสิ เหตุผลคืออะไรล่ะ? เพราะเธอเป็นน้องสาวของคุณเหรอ?” เฉินฉีถามกลับ

เมื่อถูกทั้งคู่เค้นถามตรง ๆ แบบนี้ ใบหน้าของหลินชิวผูก็แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ เขาจงใจหลีกเลี่ยงไม่ตอบคำถามและพูดต่อไป “ถ้าผมบอกว่าไม่ได้ ก็คือไม่ได้! คุณไม่ใช่ส่วนหนึ่งของทีมก็จริงแต่เธอเป็น! และเธอต้องฟังคำสั่งของผม! หลินถงซู ผมไม่อนุญาตให้คุณสองคนเป็นคู่หูกัน!”

“พี่! พี่ชักจะบ้าอำนาจไร้เหตุผลเกินไปแล้ว!” หลินถงซูสะบัดหน้าเดินหนีออกไปทันที

เฉินฉีก็กำลังเดินตามเธอออกไปเช่นกัน แต่ทันใดนั้นเขากลับถูกหลินชิวผูก็คว้าไหล่ไว้เสียก่อน หลินชิวผูพยายามพูดจาดีเพื่อขอร้องเขา “นี่ ถือว่าผมขอร้องคุณเถอะนะ อย่าตามจีบน้องสาวผมเลย!”

“คุณเอาตาส่วนไหนมองว่าผมกำลังตามจีบเธอเนี่ย?” เฉินฉีถามกลับ พอนึกย้อนตามคำพูดของอีกฝ่ายก็รู้สึกตลกขึ้นมา

“ในทีมของผมยังมีอีกหลายคนเลยที่เก่งพอจะทำงานร่วมกับคุณได้ ทำไมคุณต้องเลือกเธอด้วยล่ะ? ความสามารถของเธอไม่ได้ดีเด่อะไรขนาดนั้น แถมชั่วโมงบินก็น้อยด้วย…”

“ผู้กองหลิน คุณรู้ไหมว่าความแตกต่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดระหว่างคุณกับน้องสาวคืออะไร? คุณหลินไม่ใช่คนที่ชอบตัดสินคนจากภายนอกเหมือนกับคุณ ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันคุณเอาแต่ปรามาสว่าผมมันก็แค่คนขับรถหาเช้ากินค่ำ คุณตัดสินคุณค่าของมนุษย์แค่จากอาชีพและภูมิหลังของพวกเขา ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมเอาซะเลยรู้ไหม? จะว่าไปแล้วผมอยากให้คุณพัฒนาความคิดของตัวเองในเรื่องนี้สักหน่อย แนะนำให้คุณหัดให้เกียรติผู้คนทุกสายอาชีพและปฏิบัติกับพวกเขาด้วยความเท่าเทียมบ้าง!” หลังพูดเชิงสั่งสอนจบแล้ว เฉินฉีก็ใช้หลังมือตบไหล่ของหลินชิวผูก่อนจะเดินจากไป

หลินชิวผูมองตามแผ่นหลังของเฉินฉีที่ค่อย ๆ เดินห่างออกไป ใบหน้าของเขาจากแดงก่ำสลับเป็นเขียวคล้ำเพราะความโกรธ พอลูกน้องจะเข้ามาพูดคุยเรื่องคดีด้วยเขาก็เผลอตอบกลับเสียงแข็ง

“อะไร!?”

อีกฝ่ายสะดุ้งเล็กน้อย จากนั้นจึงอธิบายด้วยท่าทีระแวงว่าเขาอาจเลือดร้อนขึ้นมาอีก “ผู้กองหลินครับ เราเจอใบแจ้งหนี้ด้วยครับ”

“หนี้อะไร?”

“ครอบครัวนี้เป็นหนี้ก้อนโตเลยล่ะครับ!”

ทันทีที่ได้ยินเรื่องนี้ความคิดของหลินชิวผูก็กลับมาจดจ่อกับงานตรงหน้าอีกครั้ง เขาถามเพิ่ม “ในใบแจ้งหนี้บอกหรือเปล่าว่าพวกเขาติดหนี้รวมทั้งหมดเท่าไหร่?”

“จากที่ลองบวกดูคร่าว ๆ แล้วก็ประมาณแปดแสนหยวนหยวนได้ครับ” เจ้าหน้าที่ตำรวจคนนั้นตอบกลับ นี่ถือเป็นหนี้ที่มีมูลค่ามหาศาลเกินกำลังของครอบครัวทั่วไป หลินชิวผูเกิดความหวังขึ้นมาเล็กน้อย ดูเหมือนเขาจะได้รับเบาะแสของคดีนี้เพิ่มเติมแล้ว

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด