ตอนที่แล้วบทที่ 35: ดวงตาวิเคราะห์! แม้แต่ไวเวิร์นยังถูกล่อลวง
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 37: การนัดหมาย

บทที่ 36: อลันผู้น่าสังเวช


ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

บทที่ 36: อลันผู้น่าสังเวช

ดวงตาอันแสนดุร้ายของไวเวิร์นจ้องไปที่มนุษย์ ในขณะที่มันเอียงหัวไปมาราวกับอยากจะลิ้มรสเนื้อของมนุษย์

อาเธน่านั้นกังวลมาก ขณะที่นางกําลังจะวิ่งออกไป นางก็เห็นว่าไวเวิร์นค่อยๆเอาหัวไปใกล้ๆ กับเนื้อและเริ่มลิ้มรสมัน มือของเฉินรุยดูไม่ได้รับผลจากยาพิษเลย เหล่าผู้ชมต่างหยุดหายใจในทันที

ในความเป็นจริงแล้ว หัวใจของเฉินรุยเองก็แทบจะหยุดเต้น เขานั้นพยายามบอกให้เคกูกัดโดยใช้ 'ดวงตาวิเคราะห์' เขาแอบดีใจที่เจ้าดวงตาวิเคราะห์สามารถใช้การได้เต็มประสิทธิภาพอย่างนี้ เหล่ามารนั้นต่างยกย่องต่อนักรบผู้กล้าหาญ บรรยากาศในสนามแข่งเริ่มตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ

แม้ว่าอลันจะอิจฉามากที่มนุษย์ได้เสียงเชียร์จากผู้ชม แต่เขาไม่กล้าเสี่ยงเอามือไปให้สัตว์อสูรน่ากลัวแบบเฉินรุยหรอก

จากนั้นเฉินรุยขึ้นไปขี่บนด้านหลังของไวเวิร์น มันกระพือปีกและเหินขึ้นไปบนท้องฟ้า อลันเองก็ไม่อยากเห็นแค่อีกฝ่ายได้ดีกว่า เขารวบรวมความกล้าหาญของเขาและขี่ไวเวิร์นอีกตัว ความสูงของพวกเขาบนเวหาเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆจนสูงตามกฏ

อลันใช้ทักษะฝึกสัตว์ของเขาเต็มที่ เพื่อบังคับสัตว์มารที่เขากำลังขี่อยู่เพื่อจัดการศัตรู แต่ในสายตาของอลัน เฉินรุยคือสุดยอดศัตรูหัวใจของเขาต่างหาก

"ข้ารอคอยวันนี้มานานแล้ว"อลันคิดว่าศัตรูผู้นี้จักต้องตายภายใต้เงื้อมมือของเขา อารมณ์ของเขาได้เก็บมาไว้เป็นเวลานาน ตอนนี้ได้เวลาปลดปล่อยออกมาแล้ว "ข้าจะสับเจ้าเป็นกองเนื้อต่อหน้าอาเธน่าซะ!"

เฉินรุยนั้นขี้เกียจมากทีจะมาต่อปากต่อคำกับไอ้บ้านี้ เห็นได้ชัดว่าเขาคงไม่เคยเรียนด้านจิตวิทยาเกี่ยวกับความรัก เขาไม่รู้เลยว่าในหัวไอ้นี้มันคิดอะไรบ้าง คิดจะฆ่าเพื่อนสนิทของอาเธน่า จากนั้นจะไปใกล้ชิดงั้นเหรอ? ไม่แปลกเลยที่อาเธน่าจะเกลียดมัน

ส่วนไวเวิร์นก็ควบคุมได้ยากจริงๆ หลังจากไวเวิร์นทั้งสองตนขึ้นไปสูงพอแล้ว พวกมันก็เริ่มคำรามอย่างดุดัน เพื่อต่อต้านผู้ที่ขี่อยู่บนหลังมัน ถ้าไม่ใช่ไวเวิรืนที่เชื่องแล้ว พวกเขาคงจะถูกมันสลัดออกไปในทันที

แม้แต่อลันก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดกลัวการสั่นไปมาของพวกไวเวิร์น เขาเริ่มค่อยๆรวบรวมพลังเวทย์มนต์ในตัวอย่างลับๆ ร่างกายของเขาถูกปกคลุมไปด้วยแสงสีแดงจาง เพื่อที่จะพยายามรักษาสมดุลในขณะที่อยู่ด้านหลังไวเวิร์น ซึ่งพวกไวเวิร์นสองตัวนี้ยังไม่ใช่วัยโตเต็มวัย ถ้าพวกมันโตเต็มวัย พวกมันจะอยู่ในระดับมารผู้ยิ่งใหญ่ แล้วแม้แต่พลังของอลันก็คงจะไม่สามารถควบคุมไวเวิร์นได้หรอก

อีกด้านหนึ่ง เฉินรุยนั้นแย่ยิ่งกว่าเสียอีก มนุษย์นั้นมีพละกําลังน้อย เขาสามารถทำได้เพียงกุมไปที่คอของไวเวิร์นอย่างหมดท่า เขาแทบจะรักษาสมดุลไม่อยู่ด้วยซ้ำและบางครั้งตัวเขาเองยังกรีดร้องออกมาด้วย

ก่อนหน้านี้ ตอนที่เฉินรุยให้เนื้อแก่มันและขี่ขึ้นมาบนท้องฟ้าอย่างกล้าหาญ โจเซฟก็เริ่มนึกสงสัยถึงอะไรบางอย่าง แต่พอตอนนี้เขาเห็นสภาพเฉินรุย คิ้วที่ขมวดของเขาก็เริ่มที่จะค่อยๆคลายลง ดวงตาของเขาในตอนนี้เป็นแววตาที่กำลังเหยียดหยามเฉินรุยอยู่

หัวใจของอลิซและคนอื่นๆก็เริ่มรู้สึกกังวล ร่างกายของอาเธน่าเริ่มมีไฟปรากฏออกมา นางพร้อมที่จะพุ่งตัวไปรับเฉินรุยอย่างไวที่สุดเท่าที่จะทำได้

ในสายตาของผู้ชม ทั้งสองฝ่ายต่างเหมือนกับมือใหม่ฝึกสัตว์ซ พวกเขาบินไปมาอย่างควบคุมไม่ได้และไม่สู้กันสักที ถึงกระนั้น กลับไม่มีใครหัวเราะ เพราะพวกเขากำลังขี่สัตว์ร้ายทรงพลังอย่างไวเวิร์นโดยไม่มีอุปกรณ์ช่วยเหลือใดๆ!

เฉินรุยดูเหมือนจะประหม่ามาก แต่จริงๆแล้วเขากำลังนับจังหวะกับเคกูในใจของเขา หมุนไปทางซ้ายสามรอบ หมุนไปทางขวาสามรอบ...

หลังจากผ่านมาสักพัก อลันก็เริ่มรู้สึกว่าผลของยาแก้พิษของเขาใกล้จะหมดลงแล้ว จากนั้นพิษของมันก็เริ่มเข้ามาในตัวเขา ในช่วงเวลาแห่งความสิ้นหวังนั้นเอง เขาก็ได้ชกไปที่ไวเวิร์นที่อยู่ด้านล่างเขา ไวเวิร์นคำรามออกมาด้วยความโกรธและพุ่งเข้าไปหาไวเวิร์นที่อยู่ตรงข้าม

ต่อมา ไวเวิร์นของอลันก็บินไปหาเฉินรุยอย่างเชื่อฟัง อลันไม่คิดเลยว่าเขาจะเผลอไปกดจุดอะไรสักอย่างทำให้มันเชื่อฟังเขาและเขาก็มีความสุขมาก แม้ว่ายาแก้พิษจะหมดผลแล้ว แต่เขาก็สามารถต้านทานพิษด้วยพลังของตัวเองได้ ซึ่งเวลามันก็พอกับที่เขาจะฆ่ามนุษย์นี้อย่างแน่นอน

เฉินรุยสังเกตเห็นว่าฝ่ายตรงข้ามกำลังจะพุ่งเข้ามาและเขาก็ได้บังคับให้ไวเวิร์นหนี แต่มันไม่สนใจ ผู้ชมที่ชมอยู่ต่างรู้สึกกังวลแทน

ใบหน้าของโจเซฟก็ดูกระหายเลือดมาก เขาคิดไว้ก่อนเลยว่าศพของมนุษย์คงจะร่วงหล่นจากท้องฟ้าเป็นแน่

เมื่ออลันกำลังใกล้เข้ามา บางสิ่งแปลกๆก็ได้เกิดขึ้น ไวเวิร์นของอลัน แม็กดา ที่เดิมกำลังพุ่งเข้าไปหาเฉินรุยก็เคลื่อนที่ช้าลงเรื่อยๆ มันหันไปมารอบๆและก็ยื่นอลันที่อยู่บนหลังของมันให้กับไวเวิร์นฝ่ายตรงข้าม เคกูเปิดปากของมันและกัดมันอย่างไม่บันยะบันยัง สถานการณ์แทบจะเปลี่ยนไปในทันที อลันรีบหลบและเกราะหนังบนไหล่ขวาของเขาก็ถูกฉีกกัดโดยเคกู

ไวเวิร์นสองตัวบนท้องฟ้าดูราวกับกำลังร่วมมือกันโจมตีไปที่อลัน ผู้ชมที่อยู่ด้านล่างตกตะลึงมากที่จู่ๆสถานการณ์ก็กลายมาเป็นแบบนี้ ในศึกชิงเจ้าเวหา ไม่เคยมีเหตุการณ์แปลกๆแบบนี้เกิดขึ้นเลยสักครั้ง

"เจ้าโง่นี่!" รอยยิ้มของโจเซฟได้แข็งกระด้างในทันที เขาทนนั่งไม่ไหวแล้วและก็ได้ลุกขึ้นยืน แม้ว่าเหตุการณ์แบบนี้จะดูไม่น่าเชื่อนัก แต่เขาก็เห็นชัดว่าไอ้เจ้ามนุษย์นั้นไม่ได้ทำอะไรเลย เขาแค่จับคอของไวเวิร์นเพื่อไม่ให้หลุดเท่านั้น เห็นได้ชัดว่าอลันโกรธมากจนอยากเอาชนะและทุบไวเวิร์นจนมันเรียกเพื่อนมาแก้แค้นให้

ทันใดนั้นร่างของอลันก็ปรากฏเปลวไฟสีแดง เขาพยายามต่อต้านสักพัก แต่เขาก็ไม่สามารถทนต่อการสั่นไหวของแม็กดาและตกลงมาจากท้องฟ้า ซึ่งตัวอลันเองก็เป็นมารระดับสูง ร่างกายของเขาเปล่งประกายในอากาศและเขาก็ได้ใช้เทคนิคลับ เขาหายไปทันทีแล้วปรากฏบนพื้นดิน

ในตอนนี้อลันดูน่าสังเวชเป็นอย่างมาก ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยบาดแผลที่น่าตกใจและเปลวไฟรอบตัวเขาก็ได้หายไปแล้ว เกราะถูกฉีกออกและเขาก็สูญเสียพลังไปทั้งหมด หลังจากที่เดินไปไม่กี่ก้าว บาดแผลจากพิษก็เริ่มทำงาน ในที่สุด เขาก็ไม่สามารถทนต่อพิษและล้มลงกับพื้น

หลังจากไวเวิร์นบินลงมาบนพื้น เฉินรุยก็ตกลงจากหลังเคกูเพราะไม่สามารถรักษาสมดุลได้ เขาดูเหมือนจะกลัวมาก ใบหน้าของเขาซีด เท้าของเขาสั่นไหวด้วยความกลัว เขาไม่สามารถลุกขึ้นได้เช่นกัน อาเธน่าและคนอื่นๆรีบวิ่งไปหาเขา

พวกไวเวิร์นทั้งสองตัวยังไม่ไปไหนและโจมตีอลันต่ออีก ลิชหลายตนได้รีบวิ่งมาและคอยป้องกันไม่ให้ไวเวิร์นำทอย่างนั้น พอเห็นลิชที่ทำให้พวกตนอยู่อย่างสุขสบายมาขวาง ความโกรธของไวเวิร์นทั้งสองตนก็ลดลงและพวกมันก็เดินกลับเข้ากรง พอเห็นฉากนี้ โจเซฟก็มั่นใจมากว่าอลันไม่ได้ขี่อย่างถูกต้องและก็เริ่มรู้สึกโกรธไวเวิร์นบ้าสองตัวนี้ ในหัวของเขา เขาเกลียดพวกโง่ที่ทำให้แผนของเขาพังเสมอ แล้วการเสมอก็เท่ากับว่าเขาแพ้!

ภูมิหลังของอลันคือเขาเป็นคนของตระกูลคารอน บุคคลสำคัญที่เป็นจิ๊กซอว์ของเจ้าชายออบซิเดียน ดังนั้นโจเซฟจึงไม่ค่อยอยากยุ่งเท่าไหร่นัก เขาได้แต่กัดฟันของเขาและปล่อยให้ข้ารับใช้ของเขาพาอลันไปรักษา

“ข้าไม่เป็นอะไร…” เฉินรุยยืนขึ้นด้วยความยากลำบากด้วยความช่วยเหลือของอาเธน่าและอลิซ เมื่อเขาก้มศีรษะลง ดวงตาของเขาก็เปล่งประกายแห่งความหยิ่งออกมา: ตอนแรกเขาแค่อยากให้แม็กดาสั่นจนอลันตกลงไป แต่อลันดันให้ความร่วมมือกับแผนของเขาดีเหลือเกินจนทำให้แม็กดาโกรธ ก็สมควรแล้วแหละที่เขาต้องประสบพบเจอกับเรื่องแบบนั้น ช่างน่าสงสารจริงๆเลยนะ!

หลังจากอลิซประคองเฉินรุยมาถึงจุดศูนย์กลางของสนามแล้ว นางก็ได้ตะโกนออกมาอย่างตื่นเต้นผ่านเวทย์มนต์ขยายเสียง“ชัยชนะรอบสุดท้ายของศึกชิงเวหาเป็นของเรา ดินแดนพระจันทร์ดับ!”

ผลลัพธ์ของการชนะนั้นทำให้เหล่าผู้ชมต่างตื่นเต้นถึงขีดสุด ช่างตีเหล็กซัคตื่นเต้นมากจนเขาพูดกับมารข้างๆว่า “เจ้ารู้หรือเปล่า? มนุษย์นั่นเป็นเพื่อนของซัคเอง!”

หากซัคพูดก่อนการแข่งขันเขาคงจะโดนดูถูกแน่ แต่ตอนนี้เขากลับถูกชื่นชมเป็นอย่างมาก แม้ว่าเฉินรุยจะชนะด้วยโชค แต่ความกล้าหาญที่แสดงให้เห็นก่อนหน้านี้สมควรน่ายกย่องจริงๆ การแข่งขันครั้งเรียกว่าเป็นชัยชนะอันแสนยิ่งใหญ่ของดินแดนพระจันทร์ดับ ในตอนนี้เขาได้รับการยอมรับจากมารส่วนใหญ่แล้ว

จากนั้นอลิซก็พูดอย่างภูมิใจ "โจเซฟ! ตามข้อตกลงนอกของเรา เหนือจากเงินเดิมพัน ไวเวิร์นของเจ้าทั้งสองตนจักเป็นของข้า นอกจากนี้ อย่าลืมส่งศิลาเถาวัลย์คุณภาพสูง 100 ก้อนให้กับพระราชวังโดยเร็วที่สุด!”

“ก่อนอื่นเลย ข้าขอแสดงความยินดีกับดินแดนพระจันทร์ดับที่ได้รับชัยชนะนี้ การแข่งขันเป็นเพียงพิธีการเท่านั้น จุดประสงค์เดิมคือเพื่อเป็นสักขีพยานแก่มิตรภาพระหว่างทั้งสองดินแดน ดินแดนเจ้าวิญญาณสีชาดและดินแดนพระจันทร์ดับนั้นเปรียบเสมือนบ้านพี่แดนน้อง…สำหรับของเดิมพัน โปรดเจ้าหญิงทรงมั่นใจได้ ตระกูลอัลวินรักษาสัญญาของพวกเขาไว้เสมอ แต่ศิลาเถาวัลย์คุณภาพสูงมี จำกัด ข้าสัญญาว่าจะส่งมันไปยังพระราชวังภายในหนึ่งเดือน”

โจเซฟในตอนนี้ไม่มีกระจิตกระใจทำอะไรแล้ว ที่จริงแล้ว เลือดในหัวใจของเจ้าหน้าที่การเงินอย่างเขาแทบจะไหลออกมาหมดตัวแล้ว ไวเวิร์น 2 ตน! ศิลาเถาวัลย์คุณภาพสูง 100 ก้อน! ความสูญเสียนี้ไม่สามารถที่จะไม่สนใจได้ แม้ว่าดินแดนเจ้าวิญญาณสีชาดจะมั่งคั่งมากมายก็ตามที หลายๆปีมานี้ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เขาต้องเผชิญหน้ากับความพ่ายแพ้ พ่อของเขา ลอร์ดจอชจะต้องโกรธแน่นอน แต่เขาก็ได้แค่ยอมรับความพ่ายแพ้เท่านั้น

ส่วนใบหน้าของทูตที่มาจากดินแดนเจ้าวิญญาณสีชาดมัวหมองเป็นอย่างมาก เขาปฏิเสธคำเชิญของตาแก่เกาสน์ทันที เขาเดินมาพูดกับโจเซฟแล้วก็หันหลังจากไป ตาของโจเซฟเผยประกายเย็นยะเยือก เขาไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก

อลิซเองก็ไม่สนใจว่าโจเซฟจะพูดอะไรอีกแล้ว นางสั่งให้ทหารผลักกรงไวเวิร์นไป จากนั้นนางก็ออกไปพร้อมกับอาเธน่าและคนอื่นๆ ด้านหลังของพวกนางก็ทิ้งไว้เพียงเสียงเชียร์ของเหล่าผู้ชม

พอเดินออกมาจากสนามแข่งขันแล้ว อลิซก็เสนอว่าทำหม้อไฟกินกันที่ห้องทดลองเพื่อฉลอง ทันใดนั้นเอง ตาแก่เกาส์ก็เดินเข้ามาและกระซิบคำบางคำแก่โลลิตัวน้อย

อลิซพยักหน้าด้วยความประหลาดใจและพูดกับเฉินรุยว่า “พี่สาวต้องการพบเราทั้งคู่ ค่อยฉลองภายหลังแล้วกัน”

เรียกตัวอีกแล้วงั้นเหรอ? ตั้งแต่เหตุการณ์ที่น่ากลัวที่สวนก่อนหน้านี้ เฉินรุยก็ไม่ได้พบกับเชียอีกเลย เมื่อได้ยินว่าเจ้าหญิงใหญ่เชิญเขาเข้าพบอีกครั้ง เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหม่า

ตาแก่เกาสน์พาอลิซและเฉินรุยไปถึงห้องประชุมในวังแล้วก็เดินออกมา เมื่ออลิซเห็นเชีย นางก็ทำหน้ามีความสุขมากกับชัยชนะที่นางเพิ่งจะได้รับมา เชียผงกหัวและความอ่อนโยนก็ได้ปรากฏภายในแววตาอันแสนเย็นชาของนาง

“ชัยชนะนี้ต้องขอบคุณเฉินรุย” อลิซชี้ไปที่เฉินรุย “ข้าสัญญาว่าจะให้ศิลาเถาวัลย์จำนวน 50 ชิ้นกับเขา พี่สาวไม่จำเป็นต้องให้รางวัลเพิ่มเติมกับเขาหรอก”

“เขาโชคดีมากที่ได้รับชัยชนะรอบสุดท้าย นอกจากนี้ เขาไม่ได้เป็นนักเวทย์ ศิลาเถาวัลย์ก็คงไม่มีประโยชน์กับเขา” เชียส่ายหัวของนางและทำลายความหวังของมนุษย์ไปด้วยคำเพียงคำเดียว “อลิซ วันนี้เจ้าทำได้ดีมาก ไม่เพียงแต่เจ้าจะได้รับเหรียญคริสตัลสีดำจำนวนมาก แต่ยังได้รับไวเวิร์นและหินเถาวัลย์คุณภาพสูงมาด้วย เจ้าสามารถเก็บศิลาเถาวัลย์ 10 ก้อนและเหรียญคริสตัลดำ 500 เหรียญ ส่วนที่เหลือจะต้องส่งมอบให้กับคลังของพระราชวัง”

เฉินรุยโกรธมาก นั่นมันแย่เกินไปแล้ว! นางผู้นี้เป็นทรราชหญิงชัดๆ! นางถึงกับเอาเงินเดิมพันไปถึง 90%! แล้วที่เขาพยายามอย่างหนักมันคืออะไรกัน! สิ่งที่น่าสงสารที่สุดคือ ศิลาเถาวัลย์ของเขา! นั่นมันค่ารัศมีจำนวนมากเชียวนะ!

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด