ตอนที่แล้วตอนที่ 12 : อดีตของเควินและเอลซ่า
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 14 : ถูกกักขัง

นักอัญเชิญแห่งแฟรี่เทล

ตอนที่ 13 : สโตกเกอร์นามว่าเควิน


วันรุ่งขึ้นเมื่อเควินมาที่กิลด์ เขาก็เห็นมิร่ากำลังเขียนจดหมายเวทมนตร์อยู่ จากนั้นเธอก็พูดอะไรสักอย่างกับมันก่อนที่จดหมายจะพับตัวมันเองลง

“มิร่า เขียนจดหมายหาใครเหรอ” เควินถามอีกฝ่ายอย่างเป็นกันเอง

“ไหนๆก็เป็นโอกาสดีที่เอลซ่า นัตสึ และเกรย์ได้ร่วมทีมกัน ฉันเลยเขียนจดหมายไปหามาสเตอร์น่ะ” ขณะพูดมิร่าก็ประทับตราจดหมาย ไม่นานนักก็มีนกบุรุษไปรษณีย์มารับจดหมาย

“สวัสดีคุณมิร่าเจน นี่คือจดหมายถึงมาสเตอร์มาคารอฟใช่ไหม” เจ้านกคว้าจดหมายของมิร่าไปพร้อมถามอย่างร่าเริง

“ช่วยรีบส่งให้ด้วยนะ พอดีเป็นเรื่องสำคัญ” มิร่าพูดกับมันด้วยรอยยิ้ม จากนั้นนกบุรษไปรษณีย์ก็บินออกไปทันที

“มิร่า จดหมายนั่นจะไม่ทำให้มาสเตอร์เกิดอาการหวาดระแวงใช่ไหม?” เควินมองนกที่บินออกไป พร้อมจินตนาการถึงทีมเวิร์คของทั้งสามในทีมเอลซ่า

“บอกได้ยากมากเลย”

วันนี้ยังคงเป็นวันสบายๆอีกวันหนึ่ง เนื่องจากมาสเตอร์ไปร่วมประชุม เควินเองก็ขี้เกียจไปทำภารกิจเขาเลยนั่งเล่นอยู่กับพวกมาคาโอะ

อย่างไรก็ตาม ในตอนเที่ยงของวันนั้นเอง การ์ดใบหนึ่งของเควินก็ส่งเสียงดังขึ้นมา

เควินหยิบการ์ดขึ้นมาด้วยอาการมึนเมา เขามองมันใกล้ๆและพบว่ามันคือการ์ด ‘สื่อสาร’ เพื่อใช้ในการติดต่อกับเขาในกรณีฉุกเฉิน โดยมีทั้งหมดสามคนที่สามารถติดต่อหาเขาได้ ได้แก่ คาน่า มาคาโอะ และมาคารอฟ

คาน่ากำลังดื่มอยู่กับเขาและมาคาโอะ แสดงว่าอีกฝ่ายคือมาสเตอร์อย่างแน่นอน

“ไม่อยากจะตอบจริงๆ ทุกครั้งที่มาสเตอร์ติดต่อมามันมีแต่เรื่องทั้งนั้น” เควินพึมพำพร้อมใช้งานการ์ด ‘สื่อสาร’ อย่างไม่เต็มใจนัก

“เควินตอนนี้เจ้าอยู่ไหน!” ทันทีที่เขารับเสียงตะโกนของมาสเตอร์ก็ดังออกมา

“ตอนนี้ผมอยู่ที่กิลด์ มีอะไรงั้นเหรอมาสเตอร์?” เควินตอบกลับไปอย่างเอื่อยเฉื่อย

“ตอนนี้เจ้าอยู่ที่กิลด์งั้นเหรอ? แล้วเจ้ารู้เรื่องการตั้งทีมระหว่างเอลซ่า นัตสึ เกรย์ไหม?” มาคารอฟผงะไปทันทีเมื่อได้ยินว่าเควินนั้นอยู่ที่กิลด์ น้ำเสียงที่เขาถามออกมาเต็มไปด้วยความกังวล

“อ่าหะ มีอะไรงั้นเหรอ?”

“เจ้ารีบตามไปเดี๋ยวนี้! ทั้งสี่วางแผนจะถล่มเมืองนี้ทิ้งเควินเจ้าต้องรีบไปหยุดเจ้าพวกนั้น!!!” ดูเหมือนว่าต้นเหตุของความกังวลของมาสเตอร์จะมาจากความกลัวที่ว่าพวกเอลซ่าจะทำลายเมืองทิ้ง

“หืม? สี่คนเหรอ?” เควินเพิกเฉยต่อความกังวลของมาคารอฟ และถามสิ่งที่ตัวเองสงสัยอยู่ออกมา

“ลูซี่ไงล่ะ ฉันกลัวว่าทั้งสามคนจะทะเลาะกันระหว่างทาง เลยขอให้ลูซี่ช่วยไปห้ามพวกนั้นยังไงล่ะ” มิร่าพูดแทรกขึ้นด้วยใบหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจราวกับกำลังจะบอกว่า ‘ชมฉันสิ’

“คิดว่าลูซี่จะหยุดเจ้าพวกบ้านั่นได้จริงๆเหรอ?” เควินพูดตรงๆออกมากับมิร่า จนทำให้แววตาของมิร่าเต็มไปด้วยความสับสน

“เควิน- ไม่เป็นไรนะมิร่า โอ๋ๆ” ทันใดนั้นคาน่าที่นั่งอยู่ไม่ไกลก็พูดขึ้น แม้เสียงของเธอจะไม่ดังนัก แต่ก็ดึงดูดความสนใจของคนทั้งกิลด์ได้สำเร็จ

“อะไรนะ?! เควินทำมิร่าจังร้องไห้งั้นเหรอ?”

“อะไรนะ! เควินฟันมิร่าจังแล้วทิ้งงั้นเหรอ?”

“อะไรนะ? พี่สาวของฉันถูกเควินทิ้งหลังจากโดนรังแกอย่างหนักงั้นเหรอ!”

เพียงแค่ไม่กี่วิ ภาพลักษณ์ของเควินก็กลายเป็นคนโฉดชั่วยิ่งกว่าโลกิเสียอีก

“เจ้าพวกงั่งนี่…” เควินมองดูพวกนั้นที่ส่งสายตามาอย่างหาเรื่อง พร้อมส่ายหน้าก่อนจะตอบกลับมาคารอฟและตรงออกจากกิลด์ไปทันที

“ว่าแต่เควิน นายรู้เหรอว่าพวกนั้นอยู่ที่ไหน?” ก่อนเควินจะเดินออกไปคาน่าก็ได้ถามขึ้น

“ไม่ต้องห่วงเมื่อวานฉันแอบร่ายเวทย์ติดตามใส่ตัวลูซี่ไว้แล้ว” เควินยกนิ้วโป้งให้คาน่าพร้อมหัวเราะออกมา

“หมอนั่นหน้าหนาขนาดไหนถึงกล้าบอกว่าตัวเองเป็นสโตกเกอร์ได้อย่างเต็มปากเต็มคำขนาดนั้น” คาน่าถอนหายใจเล็กน้อย จนทำให้มาคาโอะที่อยู่ข้างๆหัวเราะออกมา

เควินนั้นไม่ชอบที่จะอัญเชิญมังกรค้างคาวของเขาภายในเมือง เขาเลยเดินออกไปที่นอกเมืองพร้อมอัญเชิญมันออกมาและบินไปด้วยความไวสูง

“ฉันคอยสังเกตุการณ์เจ้าพวกนั้นจากระยะไกลดีกว่า” เควินครุ่นคิดอยู่บนแผ่นหลังของมังกร ก่อนจะสรุปได้ว่าทางที่ดีเขาควรหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับเอลซ่าให้ได้มากที่สุด

ความเร็วของมังกรค้างคาวนั้นรวดเร็วเหนือกว่าจินตนาการ เพียงแค่ไม่กี่นาทีเควินก็มาถึงสถานีรถไฟภายในเมือง โดยที่พวกเอลซ่ากำลังเตรียมขึ้นรถเวทย์กันอยู่

“ดูเหมือนว่าเจ้าพวกนี้ยังไม่สร้างปัญหาสินะ…”

“จะว่าไปคนไหนเมืองหายไปไหนกันหมด? หรือว่าเจ้าพวกนั้นได้ก่อเรื่องขึ้นแล้วจริงๆ?”

“รีบจัดการให้มันจบๆดีกว่า ไม่งั้นสภาจอมเวทย์ได้บ่นจนหูชาอีกแน่…” เควินพูดพร้อมหันไปมองกำแพงลมที่ล้อมลอบสถานีเอาไว้และถอนหายใจออกมา

เควินหยิบการ์ดใบหนึ่งออกมาด้วยท่าทีสบายๆ การ์ดใบนี้เป็นการ์ดเวทมนตร์ที่ด้านในเป็นรูปแม่กุญแจกำลังถูกไข

“ปัดเป่าเวทมนตร์” เควินชี้การ์ดไปที่กำแพงลมที่ล้อมรอบสถานีเอาไว้ ทันใดนั้นการ์ดก็เลือนแสงออกมาและตรงเข้าใส่กำแพงลม จนทำให้กำแพงลมเริ่มสลายไปอย่างช้าๆ

“หืม? ดูเหมือนพลังเวทย์ของอีกฝ่ายจะมากกว่าที่คิดเอาไว้แฮะ ศัตรูขอพวกนั้นคือใครกันแน่?” เควินเริ่มคิดอย่างจริงจังขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าศัตรูเองก็ไม่ใช่ไก่อ่อนซะทีเดียว

“ช่างเถอะ ให้พวกเอลซ่าตามล่าเจ้าพวกนั้นไปก่อนแล้วกัน”

บนรถเวทย์ เอลซ่ากำลังใส่พลังเวทย์ของตนไปกับเครื่องยนตร์อย่างบ้าคลั่ง

“เอลซ่า ไหวรึเปล่า มาเปลี่ยนกันไหม?” เกรย์อดไม่ได้ที่จะถามเอลซ่าด้วยความเป็นห่วง อีกฝ่ายดูเหนื่อยอ่อนอย่างเห็นได้ชัด

“ฉันไม่เป็นไร” เอลซ่าแกล้งทำทีท่าว่ายังสบายดีอยู่ ซึ่งเกรย์เองก็รู้อยู่แก่ใจดีแต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะโน้มน้าวผู้หญิงหัวรั้นตรงหน้ายังไงดี เลยได้แต่นั่งอยู่นิ่งๆ

“ถ้าเควินอยู่ที่นี่สถานการณ์คงดีขึ้นมาก!” เกรย์พูดอย่างเป็นกังวลเมื่อทำได้เพียงแค่นั่งอยู่ข้างๆเอลซ่าที่กำลังพยายามอย่างสุดกำลัง

“หืม? เหมือนจะมีคนเรียกฉันนะ” ตอนนั้นเองก็มีเสียงพูดดังขึ้นเหนือหัวของเกรย์

ทุกคนภายในรถเวทย์ได้แต่แสดงสีหน้าตกตะลึงออกมา ส่วนอีกคนก็ลอยมาอยู่บนหลังคาอย่างเงียบๆ

เกรย์รีบยื่นหน้าออกมาก่อนจะเห็นชายในชุดคลุมดำนั่งอยู่ด้านบนของรถเวทย์

“เควิน นี่นายมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?!”

***

มาคาโอะ

การ์ดปัดเป่าเวทมนตร์

คะแนน 4.6
กรุณารอสักครู่...