ตอนที่แล้วWS บทที่ 255 ความลึกลับของคาถาธาตุแสง
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปWS บทที่ 257 เจ้าแมวดำ ไดอามอส

WS บทที่ 256 ขีดจำกัดของพื้นที่มิติ


ภายในแหวนของบลูเบิร์ดไม่มีอะไรที่โดดเด่นมากนักมีแค่ของทั่ว ๆ ไปอย่างหินธาตุและวัสดุปรุงยา สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เป้าหมายของเมอร์ลิน เป้าหมายของเขาคือพลังปีศาจแพนโดร่าทั้งสองอย่างที่บลูเบิร์ดครอบครอง

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เขาได้ค้นหาสิ่งที่อยู่ภายในแหวน ใบหน้าของเขาก็ค่อย ๆ มืดลง ขณะที่เขาพูดด้วยเสียงต่ำว่า

“เป็นไปได้อย่างไร? ทำไมถึงไม่มีวิธีการฝึกฝนพลังปีศาจแพนโดร่าเลย”

หลังจากที่เมอร์ลินฆ่าไวส์ เขาได้รับวิธีการฝึกฝนสายลมแห่งการทำลายจากแหวนของไวส์ แม้ว่าเขาจะไม่สามารถฝึกฝนมันได้เนื่องจากประเภทของคาถาแต่เขาก็อาจจะนำมันไปแลกกับพลังปีศาจแพนโดร่าอันอื่นได้

อย่างไรก็ตาม บลูเบิร์ดได้ครอบครองพลังปีศาจแพนโดร่าอยู่สองอันแต่เขากลับไปพบวิธีการฝึกฝนในแหวนของเธอเลย

ดูเหมือนบลูเบิร์ดจะจดจำวิธีการฝึกฝนไว้ในใจดังนั้นเธอจึงไม่มีพวกม้วนหนังสัตว์หรือม้วนคัมภีร์ติดตัว สิ่งนี้ทำให้เมอร์ลินค่อนข้างผิดหวังอย่างช่วยไม่ได้

เมอร์ลินอาจไม่มีทางฝึกฝนพลังปีศาจแพนโดร่าธาตุลมแต่พลังปีศาจแพนโดร่าธาตุน้ำแข็งของบลูเบิร์ดนั้นแข็งแกร่งดัชนีเยือกแข็ง ถ้าเขาได้รับวิธีการฝึกฝนของมันมา เขาก็น่าจะสามารถฝึกฝนมันได้

อย่างไรก็ตาม เขาฟื้นจากความผิดหวังอย่างรวดเร็ว ท้ายที่สุด มันเป็นไปไม่ได้ที่นักเวทย์ทุกคนที่เขาพบจะพกวิธีฝึกพลังปีศาจแพนโดร่าอันล้ำค่าหรือคาถาติดตัวไปด้วย

ตัวอย่างเช่น เมอร์ลินไม่ได้เก็บวิธีการฝึกฝนพลังปีศาจแพนโดร่าของเขาไว้ในแหวนของเขาแต่เขาบันทึกทั้งหมดไว้ในเดอะเมทริกซ์แทน

แม้ว่าแหวนของเมอร์ลินจะตกไปอยู่ในมือของนักเวทย์คนอื่น พวกเขาก็จะไม่มีทางได้รับพลังปีศาจแพนโดร่าของเมอร์ลินได้

หลังจากค้นหาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมอร์ลินไม่พบวิธีการฝึกฝนพลังปีศาจแพนโดร่าในแหวน อย่างไรก็ตาม เมื่อเขากำลังจะถอนพลังจิตออกจากแหวน เขารู้สึกได้ถึงความ ‘เย็นยะเยือก’ อันลึกลับที่แพร่ออกมา

ความรู้สึกเย็นยะเยือกนี้แปลกประหลาดมากเพราะเมอร์ลินส่งพลังจิตออกไปเป็นร่างพลังจิตดังนั้นไม่ว่ามันจะเป็นความเย็นหรือความร้อน ร่างพลังจิตไม่ควรรู้สึกอะไรอย่างไรก็ตาม พลังจิตของเมอร์ลินกลับกำลังรู้สึก “เย็นยะเยือก” อย่างสุดขั้วในแหวนของบลูเบิร์ด

*หวู่ม!*

เมอร์ลินค้นหาที่มาของความรู้สึก ‘เย็นยะเยือก’ นี้ในทันทีและในที่สุดก็เห็นกล่องไม้สีดำขนาดใหญ่ซึ่งดูลึกลับ

นอกจากนี้ ความรู้สึก ‘เย็นยะเยือก’ ที่พลังจิตของเขาสัมผัสได้นั้นถูกปล่อยออกมาจากกล่องไม้สีดำ

“มีบางอย่างที่ไม่ปกติมาจากกล่องไม้นี้!”

เมอร์ลินพึมพำกับตัวเองก่อนที่จะหยิบกล่องไม้สีดำขึ้นมา เมื่อเขาวางมันลงบนโต๊ะ เขาเห็นว่าชั้นของผลึกน้ำแข็งก่อตัวขึ้นและแข็งตัวทันทีรอบ ๆ กล่องไม้สีดำทันที

“ช่างเป็นความรู้สึกเย็นยะเยือกเสียจริง…อะไรอยู่ในกล่องไม้กันนะ?”

แม้แต่เมอร์ลินก็ยังประหลาดใจ ขณะที่เขาจ้องมองที่ผลึกน้ำแข็งที่แข็งตัว ร่องรอยของธาตุไฟก็ปรากฏขึ้นที่ปลายนิ้วของเขาทันที

นี่คือคาถาลูกไฟของเมอร์ลิน ความร้อนที่แผดเผาได้ปกคลุมผลึกน้ำแข็งเหล่านี้อย่างรวดเร็วแต่สิ่งที่น่าประหลาดใจก็คือผลึกน้ำแข็งไม่ละลายเลยแม้แต่น้อยภายใต้ความร้อนของลูกไฟ

ดวงตาของเมอร์ลินแหลมคมขึ้นเล็กน้อย จากนั้นเขาก็ชี้นิ้วอีกครั้ง คราวนี้มีกระแสไฟสีขาวพุ่งออกมาและในชั่วพริบตาเปลวเพลิงได้ล้อมรอบผลึกน้ำแข็งล้อมรอบกล่องไม้สีดำ

*แคร่ก! แคร่ก! แคร่ก!*

ภายใต้เปลวไฟสีขาวของเพลิงวินาศ ผลึกน้ำแข็งรอบๆ กล่องไม้เริ่มละลายอย่างรวดเร็ว

ไม่นานไฟก็ลุกไหม้รอบ ๆ กล่องไม้สีดำ เมอร์ลินรีบดับเพลิงวินาศทันทีก่อนที่ตัวกล่องจะถูกไฟเผา

แม้ว่ากล่องไม้สีดำจะถูกสร้างขึ้นมาอย่างดีแต่ก็ไม่สามารถต้านทานความแข็งแกร่งอันน่าสะพรึงกลัวของเมอร์ลินได้เลย มันถูกเปิดออกโดยเมอร์ลินทันที เผยให้เห็นชิ้นส่วนของน้ำแข็งสีขาวบริสุทธิ์ราวกับหยกขัดเงาซึ่งห่อด้วยผ้าสีทองแวววาว

น้ำแข็งชิ้นนี้มีขนาดเท่าไข่แต่ความเย็นที่ปล่อยออกมาจะทำให้ทุกคนประหลาดใจ กระแสลมเย็นกระจายไปทั่วทุกทิศทุกทางและทั่วทั้งห้องถูกปกคลุมด้วยความเย็นจนผลึกน้ำแข็งก่อตัวขึ้นมา

ผลึกน้ำแข็งที่ลูกไฟของเมอร์ลินไม่มีทางละลายได้แค่นี้ก็เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นว่าน้ำแข็งชิ้นนี้ไม่ธรรมดา

“นี่อาจจะเป็นไขกระดูกน้ำแข็งพันปี? หรือมีอายุมากกว่านั้น?”

หัวใจของเมอร์ลินสั่นสะท้าน เขาจำได้ว่าตอนที่เขาฝึกฝนดัชนีเยือกแข็ง เขาใช้ไขกระดูกน้ำแข็งร้อยปีซึ่งเป็นวัตถุที่มีความหนาวเย็นมากแต่น้ำแข็งที่อยู่ตรงหน้าขา มันมีความหนาวเย็นมากจนไขกระดูกน้ำแข็งร้อยปีเทียบไม่ติด

มีเพียงไขกระดูกน้ำแข็งพันปีหรือเก่ากว่าเท่านั้นที่จะสร้างความหนาวเย็นได้เช่นนี้

“ไขกระดูกน้ำแข็งพันปี แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ด้วยวิธีนี้ เมื่อฉันเป็นนักเวทย์ระดับสี่ ฉันก็ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่สามารถฝึกฝนดัชนีเยือกแข็งรูปแบบที่สองได้”

รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเมอร์ลิน เมื่อดัชนีเยือกแข็งของเขาไปถึงขั้นที่สอง เขาต้องการไขกระดูกน้ำแข็งพันปีหรืออันที่นานเก่านั้น อย่างไรก็ตาม เขาได้พบไขกระดูกน้ำแข็งพันปีแล้ว สิ่งนี้มันจะช่วยลดเวลาการค้นหาของเขาไปมาก

สมบัติที่จำเป็นต่อการฝึกฝน มันไม่ใช่สิ่งที่หาได้ง่าย ๆ  บลูเบิร์ดได้ผ่านความยากลำบากอย่างมากในการหาไขกระดูกน้ำแข็งนับพันปีมา ท้ายที่สุด เธอเป็นนักเวทย์ที่ยังฝึกฝนพลังปีศาจแพนโดร่าเส้นน้ำแข็ง บางทีเมื่อเธอกลายเป็นนักเวทย์ระดับสี่ เธออาจต้องการไขกระดูกน้ำแข็งพันปีเพื่อฝึกฝนพลังปีศาจแพนโดร่าอันนั้น

ถือเป็นความโชคดีของเมอร์ลินที่เขาได้รับมาอย่างง่ายดายเช่นนี้!

จากนั้นเมอร์ลินหลับตาลงเล็กน้อยและเริ่มนึกถึงการต่อสู้ครั้งก่อนของเขากับบลูเบิร์ด แม้ว่าการต่อสู้ระหว่างพวกเขาจะใช้เวลาเพียงไม่นานแต่ก็เป็นอันตรายถึงชีวิต หนึ่งนาทีของความประมาทและเขาอาจจะต้องสูญเสียโดยไม่มีโอกาสแก้ตัว

การตายของบลูเบิร์ดส่วนใหญ่เกิดจากพลังทางกายภาพของเขา เขาแข็งแกร่งมากจนแรงระเบิดจากเขามีแรงมากพอที่จะทำลายคาถาป้องกันของบลูเบิร์ด

แม้ว่าคาถาป้องกันของบลูเบิร์ดจะเป็นคาถาระดับสามแต่ก็เป็นหนึ่งในคาถาที่ดีที่สุด แม้แต่นักดาบธาตุระดับห้าหรือหกก็ไม่มีทางทำลายการป้องกันของบลูเบิร์ดได้

เป็นไปได้ว่ามีเพียงนักดาบธาตุระดับสูงในตำนานซึ่งมีระดับเจ็ดหรือสูงกว่าเท่านั้นที่จะสามารถต่อต้านคาถาระดับสามได้ อย่างไรก็ตามนักดาบธาตุเช่นนี้หายากยิ่งกว่านักเวทย์ระดับเจ็ดเสียอีก

เมอร์ลินหยิบรูปปั้นทั้งสี่ออกจากแหวนอีกครั้ง ประติมากรรมทั้งสี่นี้แต่ละอันมีท่าทางที่แตกต่างกัน เป็นไปได้ว่าการฝึกฝนเพียงสามกระบวนท่าแรกจะเพิ่มความสามารถทางกายภาพของเขาเพียงครู่เดียวเท่านั้นและจะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาฝึกฝนกระบวนท่าบนประติมากรรมนูนอันที่สี่แล้ว ก็มีการเปลี่ยนแปลงในทันที คุณสมบัติทางกายภาพของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมากและความแข็งแกร่งของเขาก็น่ากลัว แม้ว่ากระบวนท่าของรูปปั้นอันที่สี่จะต้องใช้เวลาฝึกฝนนาน ก่อนที่เขาจะรู้สึกถึงความแต่กต่างแต่เมื่อร่างกายของเขาผ่านการเปลี่ยนแปลง เขาจะได้รับความแข็งแกร่งที่เหนือกว่านักเวทย์ส่วนใหญ่

ยิ่งเมอร์ลินมองดูรูปปั้นทั้งสี่นี้มากเท่าไร เขาก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงความลึกลับที่พวกมัน เขามั่นใจว่าพวกมันต้องมีมากกว่านี้อย่างแน่นอน  เมื่อรวบรวมและฝึกฝนกระบวนท่าทั้งหมดแล้ว เขาก็จากจะรู้ว่าร่างกายของเขาจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด

ก่อนหน้านี้ เมอร์ลินรู้สึกเสมอว่ารูปปั้นเหล่านี้อาจเป็นวิธีที่นักเวทย์จากยุคจักรวรรดิมอลต้าปรับปรุงลักษณะทางกายภาพของพวกเขา อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาได้สัมผัสกับความแข็งแกร่งของร่างกายที่พุ่งพล่านอย่างดุเดือด เมอร์ลินคิดว่ารูปั้นเหล่านี้ต้องมีอะไรมากกว่าที่ตาเห็น

ตราบใดที่คนหนึ่งฝึกฝนจนถึงกระบวนท่าลึกลับ คน ๆ หนึ่งจะมีความแข็งแกร่งในทันทีซึ่งเทียบได้กับนักเวทย์ส่วนใหญ่ แม้แต่คาถาป้องกันระดับสมก็ไม่สามารถป้องกันการระเบิดจากความแข็งแกร่งทางกายภาพของเมอร์ลินได้ มันก็เพียงพอแล้วที่จะแสดงว่าหลังจากที่ร่างกายของเขาเปลี่ยนไป ความแข็งแกร่งของเขาก็กลายเป็นที่น่าสะพรึงกลัว

ตอนนี้ เมอร์ลินค่อนข้างเชื่อว่ารูปปั้นลึกลับเหล่านี้สร้างระบบของตัวเองที่แตกต่างนักเวทย์หรือนักดาบธาตุอย่างสิ้นเชิง เมื่อเขาฝึกฝนพวกมันในระดับสูงแล้ว เขาจะสามารถต่อสู้กับนักเวทย์ที่ทรงพลังได้!

แน่นอนว่านี่เป็นเพียงการคาดเดาของเมอร์ลินเท่านั้น แม้ว่าความแข็งแกร่งของร่างกายของเขาจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะพึ่งพาความสามารถทางกายภาพอย่างเดียวในการต่อสู้กับนักเวทย์ระดับสาม

เมอร์ลินไม่เชื่อว่าร่างกายของเขาจะสามารถต้านทานการโจมตีจากคาถาระดับสามได้ บางทีนั่นอาจเป็นไปได้ด้วยกระบวนท่าลึกลับเหล่านี้ นอกเหนือจากการเตรียมการพิเศษบางอย่าง เช่น ชุดเกราะที่มีความสามารถในการป้องกันเวทย์มนตร์ที่ยอดเยี่ยม

หากมีชุดเกราะดังกล่าวจริง ๆ บุคคลที่แข็งแกร่งที่ฝึกฝนรูปปั้นลึกลับเหล่านี้จะน่ากลัวอย่างไม่น่าเชื่อในทันที

“ต่อจากนี้ไปฉันต้องหารูปปั้นนูนลึกลับเหล่านี้ ถ้าฉันสามารถหาชิ้นที่ห้า, หก, เจ็ดได้ล่ะก็…”

รอยยิ้มค่อย ๆ คืบคลานบนใบหน้าของเมอร์ลิน หากเพียงแต่เขาสามารถได้รับประติมากรรมนูนลึกลับมากกว่านี้ เขาก็จะยังคงยืนหยัดไม่ว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหนในการฝึกฝนพวกมัน ในฐานะนักเวทย์ระดับหนึ่ง ชีวิตของเขายาวนานกว่าคนธรรมดามากและถ้าเขายังคงฝึกฝนต่อไปเพื่อเป็นนักเวทย์ระดับสอง สาม หรือแม้แต่สี่ อายุขัยของเขาก็จะยาวนานขึ้น

ด้วยชีวิตที่ยืนยาวเช่นนี้ ไม่ว่าจะใช้เวลานานแค่ไหนในการฝึกฝนประติมากรรมนูน เมอร์ลินก็สามารถฝึกฝนพวกมันได้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม เขาอยู่ในอาณาจักรแห่งแบล็กมูนมาเป็นเวลานานแล้วแต่ไม่พบรูปปั้นสักอันเลย เขาคงจะต้องพึ่งพาโชคของเขาหากเขาจะพบพวกเขาอีกในอนาคต

*วิ้ง! วิ้ง! วิ้ง!*

ขณะที่เมอร์ลินกำลังฝันกลางวันเกี่ยวกับการค้นหาประติมากรรมนูน ทันใดนั้นอุปกรณ์เวทมนต์รูปวงรีบนหน้าอกของเขาเริ่มสั่นขึ้นมา

เมอร์ลินรู้สึกประหลาดใจและขยายพลังจิตเข้าไปทันที

ภายในพื้นที่มิติ พลังจิตของเมอร์ลินที่ซ้ำกันนั้นแข็งแกร่งมาก ณ จุดนี้ มันแข็งแกร่งเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับพลังจิตเริ่มต้นของเมอร์ลินที่ทำซ้ำเมื่อเขาเข้ามาครั้งแรก

“เร็วมาก…ความเร็วในการฝึกฝนพลังจิตในห้วงมิตินั้นช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ!”

เมอร์ลินเองก็รู้สึกประหลาดใจบ้างแต่เขายังรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง พลังจิตที่ซ้ำของเขาตอนนี้แข็งแกร่งมากพอจนสามารถสร้างแรงสั่นสะเทือนในพื้นที่มิติของเบลล์ได้

นี่หมายความว่าพื้นที่มิติไม่ได้ไร้ขีดจำกัด พลังจิต คาถา หรือแม้แต่พลังปีศาจแพนโดร่าที่จำลองขึ้นในนี้นั้นล้วนมีขีดจำกัด เมื่อเกินขีดจำกัดแล้ว จะไม่สามารถจำลองในพื้นที่มิติได้อีกต่อไป

ในปัจจุบัน เมอร์ลินได้ทิ้งพลังจิตไว้ซ้ำซ้อนในห้วงมิติเพื่อดำเนินการฝึกสมาธิอย่างต่อเนื่อง ทำให้พลังจิตเติบโตอย่างรวดเร็วจนถึงจุดที่ถึงขีดจำกัดของพื้นที่มิติ เมอร์ลินจะต้องดูดซับพลังจิตที่ซ้ำกันนี้เพื่อที่จะทำสมาธิต่อไปในห้วงมิติ

ขณะที่เขาพิจารณาเรื่องนี้ เมอร์ลินก็ไม่มีร่องรอยของความลังเลใจใด ๆ เลย เขาระดมพลังจิตเกือบทั้งหมดเข้ามาและเริ่มหลอมรวมกับพลังจิตภายในพื้นที่มิติ

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด