ตอนที่แล้ว208 - กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไป210 - ล่าสังหาร

นิยาย Shrouding the Heavens อำพรางสวรรค์

209 - ตอบแทนบุญคุณด้วยความชั่วร้าย


นี่คือสิ่งที่เย่ฟ่านต้องการจริงๆเขาไม่ต้องการที่จะเข้าสู่ตระกูลจี้และจะทิ้งสถานที่แห่งนี้ไว้เบื้องหลังทันทีเมื่ออาการบาดเจ็บของเขาหาย

“ตระกูลจี้จะไม่มีวันเป็นหนี้ใคร ไม่ว่าเราจะขอบคุณในรูปแบบใด เราก็จะสามารถชดเชยได้เสมอ” จี้ฮุยกังวลว่าเย่ฟ่านจะไม่เข้าใจนางในขณะที่นางพูดต่อ

“เจ้าต้องการอะไร? บนโลกนี้นอกจากดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ไม่มีอะไรที่ตระกูลจี้ของเราไม่สามารถให้ได้ เราจะชดใช้ให้เจ้าและตัดความสัมพันธ์ทุกอย่าง”

เมื่อนึกถึงคำเตือนก่อนหน้านี้ ความหมายเบื้องหลังคำเหล่านี้ก็ชัดเจน ทำให้เย่ฟ่านรู้ระยะห่างระหว่างทั้งสองและทำให้เขาออกไปเมื่อได้รับสิ่งของ

เย่ฟ่านรู้สึกรังเกียจมาก เขาได้คุ้มกันจี้จื่อเยว่กว่าหมื่นลี้ด้วยอาการบาดเจ็บสาหัส แต่อีกฝ่ายกลับผลักไสเขาราวกับเป็นขอทาน

“อันที่จริง ข้าอยากเห็นเจดีย์รกร้างในตำนานมาโดยตลอด”

“เจ้าไม่ได้บอกว่าสามารถขออะไรนอกจากดวงอาทิตย์และดวงจันทร์? ถ้าอย่างนั้นให้ข้าดูว่าเจ้าจะเอาเจดีย์รกร้างออกมาได้อย่างไร” เย่ฟ่านคิดในใจ

ใบหน้าของจี้ฮุยดูเหมือนคนท้องผูก ก่อนที่นางจะเผยรอยยิ้มจางๆ

“บอกข้าว่าเจ้าต้องการอะไรจริงๆ”

“ข้าไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น เมื่ออาการบาดเจ็บของข้าหายดีในหนึ่งวัน ข้าก็จะไปโดยธรรมชาติไม่ต้องห่วง”

ใบหน้าของจี้ฮุยเริ่มเคร่งขรึม

“หนุ่มน้อยอย่าคิดมาก ถ้ามีอะไรที่เราเป็นหนี้เราจะคืน เราไม่ต้องการติดค้างอะไรใครอีก”

จนถึงตอนนี้หญิงชราไม่ได้ปิดบังความตั้งใจของนางเลย นางยังคงหยิ่งและจะไม่ยอมให้เด็กรุ่นหลังบางคนเข้าใกล้อัญมณีของตระกูลจี้ของนางอย่างแน่นอน

“เจ้าควรเลือกเร็วๆนี้ แล้วข้าจะส่งคนไปส่งเจ้า” เมื่อพูดอย่างนี้แล้วจี้ฮุยก็หมดความอดทนแล้ว

เย่ฟ่านพยักหน้า “ก็ได้”

จี้ฮุยกล่าวต่อ

“ข้าจะให้อาวุธที่ได้รับการรับรู้ทางจิตวิญญาณแก่เจ้าซึ่งได้มาจากสุสานจักรพรรดิอสูร นี่น่าจะเพียงพอแล้วที่จะตอบแทนความช่วยเหลือของเจ้าที่เราติดค้างกันอยู่”

หนึ่งสามารถสัมผัสได้ถึงความเย่อหยิ่งในคำพูดของนาง ราวกับว่าอาวุธจิตวิญญาณนี้เป็นเย่ฟ่านต่างหากที่รับประโยชน์จากการช่วยเหลือคนของนาง

เย่ฟ่านรู้สึกขยะแขยงมากยิ่งขึ้น เขาเคยได้รับอาวุธสามชิ้นที่มีความตระหนักรู้ด้านจิตวิญญาณ แม้ว่าพวกมันจะถูกขโมยโดยนักพรตอ้วนไร้ยางอาย แต่ก็เป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาเคยได้รับมา

“เนื่องจากผู้อาวุโสยืนกรานที่จะให้สิ่งของแก่ข้า เจ้าสามารถให้ต้นกำเนิดสักหนึ่งเกวียนให้กับข้าก็พอ”

เนื่องจากอีกฝ่ายเย็นชาเย่ฟ่านจึงไม่ได้ตั้งใจจะสุภาพ คำพูดของพวกเขาเป็นการดูถูกความพยายามของเขา และเขาจะขูดรีดฝ่ายตรงข้ามให้สาสมกับทัศนคติที่น่ารังเกียจนี้

“เจ้ามีความกล้าจริงๆ!” จี้ฮุยชี้ก่อนพยักหน้า: “ในเมื่อเจ้าไม่ต้องการอาวุธจิตวิญญาณ ข้าจะให้ต้นกำเนิดชิ้นเดียวแก่เจ้า!”

“ชิ้นเดียว? นี่มันช่างน่าสมเพชเสียเหลือเกิน!” เย่ฟ่านคิดในใจ

“จี้เหริน พาเขาไปรับต้นกำเนิด” จี้ฮุ่ยสั่ง

ผู้ใต้บังคับบัญชาที่อายุประมาณหกสิบปียส่งสัญญาณให้เย่ฟ่านตามเขาไป พวกเขามาถึงบริเวณที่มีรถม้าหยก มันมีความยาวไม่ถึงสามวา แต่ให้ความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่

เย่ฟ่านเดินตามจี้เหรินไปที่รถม้า เมื่อเข้าไปเขารู้สึกตกตะลึงในทันที ภายในนั้นกว้างใหญ่ไพศาลมาก ดูเหมือนไม่ใช่ยานพาหนะเหมือนที่เห็นภายนอกแต่เป็นถ้ำขนาดมหึมา

ภายในห้องดูอบอุ่นด้วยแสงไฟที่ส่องประกายให้ความรู้สึกราวกับว่าพวกเขาอยู่ในความฝัน นี่เป็นถ้ำที่หลอมจากหยกมันช่างลึกลับยิ่งนัก

“รถม้าหยกนี้เพียงคนเดียวน่าจะคุ้มค่าทั้งเมือง แม้แต่นิกายธรรมดาก็ไม่สามารถเปรียบเทียบได้” จี้เหรินอธิบาย

เย่ฟ่านเข้าใจดีว่าเหตุผลที่จี้ฮุยสั่งให้คนรับใช้ของนางพาเขามาที่นี่เพื่ออวดความมั่งคั่งและแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของสถานะระหว่างคนทั้งสองฝ่าย

“นี่เป็นเพียงต้นกำเนิดชิ้นเดียว แต่ก็เพียงพอแล้วที่จะตอบแทนความเมตตาที่เจ้าแสดงให้เราเห็น” เสียงของจี้เหรินสงบนิ่งโดยไม่มีอารมณ์ใดๆ ขณะที่เขาหยิบกล่องหยกเพื่อส่งต่อให้เย่ฟ่าน

นี่เป็นการตอบแทนอย่างชัดเจนเป็นธุรกรรม แม้แต่ผู้ใต้บังคับบัญชาก็มีทัศนคติเช่นนี้ ทำให้เย่ฟ่านรู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่ง แต่เขาไม่มีทางเลือก ถ้าเขาปฏิเสธมันอาจจะสร้างปัญหาให้เขาได้จริงๆ

เมื่อกล่องหยกถูกเปิดออก รัศมีแห่งชีวิตอันบริสุทธิ์ก็ถูกปลดปล่อยออกมาในทันที ต้นกำเนิดขนาดเท่ากำปั้นอยู่ภายใน สว่างไสวและวาววับเหมือนว่ามีสายรุ้งที่เคลื่อนไหวอยู่ภายใน

ต้นกำเนิดขนาดใหญ่เช่นนี้มีค่าอย่างถึงที่สุด มันยังบริสุทธิ์มากโดยปราศจากสิ่งเจือปนแม้แต่น้อย และต้องเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากยุคดึกดำบรรพ์ไม่มีทางสร้างขึ้นมาได้

เมื่อกลับมาที่ห้องโถงใหญ่จี้จื่อเยว่ได้อาบน้ำเสร็จแล้วและกำลังสนทนากับจี้ฮุย รอยยิ้มที่มีความสุขปรากฏบนใบหน้าของนาง

จี้ฮุยพยักหน้าให้เย่ฟ่านแต่ไม่พูด

ในขณะนี้มีคนรายงานว่าฮั่วอวิ๋นเฟยแห่งนิกายไท่ซวนต้องการเข้าพบ

“ให้เขาเข้ามาเร็วเข้า” จี้ฮุ่ยพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

ครู่ต่อมาฮั่วอวิ๋นเฟยแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีน้ำเงินราวกับเมฆเคลื่อนตัวลอยเข้ามาในห้องโถง เขาให้ความรู้สึกเหมือนอยู่นอกโลกในขณะที่เขาคำนับจี้ฮุย

“เด็กดี ลุกขึ้นเถอะ ไม่จำเป็นต้องเป็นทางการขนาดนั้น” จี้ฮุย เดินไปข้างหน้าเพื่อรับเขาด้วยรอยยิ้มที่สดใส

เย่ฟ่านพูดไม่ออก หญิงชราคนนี้เย็นชากับเขาเมื่อก่อน แต่อบอุ่นมากสำหรับฮั่วอวิ๋นเฟย ความแตกต่างในวางตัวเช่นนี้ทำให้เขายากที่จะรับได้

จี้จื่อเยว่มีท่าทางอยากรู้อยากเห็นบนใบหน้าของนาง

“บรรพบุรุษอาวุโสท่านรู้จักเขาหรือ?”

จี้ฮุยหัวเราะ

“ข้าจะไม่รู้จักเขาได้อย่างไร แม่ของข้ามีแซ่ฮั่วนางมาจากนิกาย ไท่ซวน ฮั่วอวิ๋นเฟยไม่สามารถถูกมองว่าเป็นคนนอก เรียกเขาว่าลูกพี่ลูกน้องก็ได้”

“ท่านต้องรอเล่นแล้ว เขาเป็นลูกพี่ลูกน้องของข้าได้ยังไง…….” ดวงตาของจี้จื่อเยว่เบิกกว้างขณะที่นางพึมพำเบาๆ ทำให้ไม่มีใครเข้าใจสิ่งที่นางพูด

“เมื่อสองปีที่แล้วการต่อสู้ระหว่างพี่ชายของเจ้า ฮ่าวเยว่และอวิ๋นเฟยถูกจัดการโดยข้า” เมื่อกล่าวเช่นนี้แล้วจี้ฮุยก็ดูมีความสุขอย่างยิ่ง

“ทั้งสองมีพรสวรรค์ที่ไม่มีใครเทียบ ฮ่าวเยว่มีร่างกายอันศักดิ์สิทธิ์ในขณะที่พรสวรรค์ของฮั่วอวิ๋นเฟยก็เป็นปรากฎการณ์ เขาพ่ายแพ้เพียงแค่กระบวนท่าเดียวเท่านั้น”

จี้จื่อเยว่รับทราบอย่างนุ่มนวลในขณะที่ยังคงพึมพำเบา ๆ

“พูดอะไรไร้สาระน่ะ” จี้ฮุยจ้องไปที่จี้จื่อเยว่ก่อนที่จะมองไปที่ฮั่วอวิ๋นเฟย

"อวิ๋นเฟย ทำไมเจ้าถึงมาที่นี่?"

“ราชานกยูงสร้างความแตกตื่นทั่วทั้งภาคใต้ ไม่ทราบว่าพี่ฮ่าวเยว่เป็นตายร้ายดีเช่นไร ข้าต้องการช่วยเหลืออะไรบางอย่างดังนั้นจะได้พาคนของข้ามาที่นี่” ฮั่วอวิ๋นเฟยสงบมากในขณะที่เขากล่าวต่อไปว่า

“ขอแสดงความยินดีกับคุณหนูจื่อเยว่สำหรับการหลบหนีจากอันตราย”

“น่าเสียดายที่เรายังไม่รู้ว่าใครสั่งให้คนมาฆ่าข้า” จี้จื่อเยว่พึมพำ

“เด็กดี ข้าซาบซึ้งในความคิดของเจ้า” จี้ฮุยยิ้มขณะที่นางดึงมือของฮั่วอวิ๋นเฟยมากุมไว้

“เจ้าสามารถเรียกข้าว่าป้าก็ได้ เรียกผู้อาวุโสมันค่อนข้างทำให้เราห่างไกลกัน การที่เช่าเดินทางมาช่วยเหลือเรานับหมื่นลี้เป็นเรื่องที่ข้าซึ้งใจเป็นอย่างมาก ถ้าเป็นคนอื่นคงไม่ทำเช่นนี้”

“บรรพบุรุษอาวุโส……” จี้จื่อเยว่ไม่พอใจกับท่าทีของผู้อาวุโสของนาง

ฮั่วอวิ๋นเฟยเพิ่งมาถึงโดยไม่ได้ช่วยเหลืออะไรเลย ในขณะที่เย่ฟ่านต่างหากที่ร่วมเป็นร่วมตายกับนางมานับหมื่นลี้

“อย่ากังวล พวกเราในตระกูลจี้จะไม่เป็นหนี้ใครเลย ข้าได้ชดใช้ให้เขาเพียงพอแล้ว” จี้ฮุยหันมาขณะที่นางตอบ การแสดงออกของนางเย็นชาอย่างยิ่ง

“น้องเย่……” ฮั่วอวิ๋นเฟยมีสีหน้าแปลกๆ “เจ้ามาทำอะไรที่นี่?”

“ข้าวางแผนจะไปเที่ยวที่ไกลๆ ข้าแค่บังเอิญผ่านมา” เย่ฟ่านตอบกลับ

ฮั่วอวิ๋นเฟยส่งเสียง “น้องเย่เจ้าจากไปอย่างเงียบๆ เจ้าวางแผนที่จะออกจากนิกายไท่ซวนหรือไม่?”

“เจ้ากำลังคิดมากไปแล้วสิพี่”

“ร่างกายของเจ้ามีเอกลักษณ์เฉพาะตัว หากเจ้ายังคงอยู่ในนิกายไท่ซวนต่อไป ความสำเร็จในอนาคตของเจ้าจะยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน! ข้าเชื่อว่าผู้นำนิกายจะใช้ทุกอย่างเพื่อเลี้ยงดูเจ้า” ฮั่วอวิ๋นเฟยชักชวน

“ข้าเพียงแต่ปรารถนาจะเดินทางเพื่อเสริมคุณค่าให้ตัวเอง ใครจะรู้ วันหนึ่งข้าอาจกลับไปสู่ยอดเขารกร้าง”

เย่ฟ่านไม่คิดว่าเขาจะได้พบกับศิษย์ที่มีความสามารถมากที่สุดของนิกายไทซวนที่นี่

ฮั่วอวิ๋นเฟยพยักหน้าโดยไม่พูดอะไรอีก

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด