ตอนที่แล้วChapter 26 : ย่างแมงมุมเพื่อกระถางปลูกพืช
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปChapter 28 : ได้ใบพัด!

Chapter 27 : บอสไคลน์ไร้สำนึก?


[พิมพ์เขียวกระถางปลูกพืชชั้นเยี่ยม : อุปกรณ์รูนสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน ใช้ได้โดยการใส่ดินและเมล็ดพันธุ์ที่ต้องการจะปลูกลงไป ไม่จำเป็นต้องใส่ปุ๋ย พืชที่ถูกปลูกในกระถางนี้จะเติบโตอย่างรวดเร็ว]

ไคลน์ทำการเรียนรู้พิมพ์เขียวและเปิดหน้าเมนูการสร้างขึ้นมาดูวัตถุดิบ

วัตถุดิบสำหรับสร้างกระถางปลูกพืชมีอยู่สี่ชนิด : เหล็ก , หิน , ทองแดงและรูนดิน

รูนดินจำเป็นต้องใช้เพียงแค่ก้อนเดียวเท่านั้น

ไคลน์ลังเลอยู่แปปนึงและยังไม่ได้เลือกสร้างออกมาทันที

ในตอนนี้เมล็ดพันธุ์ที่เขามีอยู่ในมือมีเมล็ดของหญ้าเรืองแสงกับหญ้าล่องเหมันต์

เมล็ดพันธุ์หญ้าเรืองแสงนี้เขาได้มาจากการเก็บเกี่ยวในช่วงแรกๆรวมไปถึงที่ได้มาจากแจ็คกับทอมด้วย

ยังไงก็ตามไม่ว่าจะเป็นหญ้าเรืองแสงหรือหญ้าล่องเหมันต์ก็สามารถหาซื้อได้อย่างง่ายดายในตลาดทั้งสองอย่าง

ถ้าเขาใช้รูนดินเพียงเพื่อปลูกพืชสองชนิดนี้ก็คงพูดได้แค่ว่าต้นทุนสูงกว่ากำไรแล้ว

เมล็ดพันธุ์ของต้นเถาวัลย์สีดำเองก็ไม่ต่างกันนัก อย่างน้อยที่สุดก็แค่สามารถให้ผลผลิตเป็นผลเถาวัลย์สีดำที่มีรสชาติหวานอมเปรี้ยวเท่านั้น

ยังไงก็ตามในตลาดยังไม่มีเมล็ดพันธุ์ของพืชชนิดนี้ออกมาวางขายเลย

ไคลน์คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดขึ้น “เอาไว้ก่อนแล้วกัน ถ้าในอนาคตเจอเมล็ดของพวกต้นผลไม้ก็ค่อยว่ากัน หรืออย่างน้อยที่สุดถ้าเป็นพวกผักก็ยังพอยอมรับได้”

“เปิดหีบก่อนดีกว่า”

ไคลน์เดินไปตรงมุม

ภายใต้เปลวเพลิงที่รุกโหมหีบสมบัติทองแดงจึงถูกเผาจนกลายเป็นสีดำ แต่แน่นอนว่านี่หาใช่ปัญหาแต่อย่างใด

ระบบของเขาไร้ที่ติอยู่แล้ว

[แจ้งเตือนจากระบบ : หีบสมบัติทองแดง +1]

[แจ้งเตือนจากระบบ : รูนลม +2]

[แจ้งเตือนจากระบบ : สบู่ +1]

‘โชคดีไม่เบาเลย!’

‘ได้รูนลมมาทีเดียวตั้งสองอันแน่ะ’

‘สบู่เองก็ไม่เลวเหมือนกัน สิ่งนี้ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตไปได้อีกขั้นเลย’

ไคลน์เก็บของทั้งหมดเข้าช่องเก็บของอย่างมีความสุข

ครั้งนี้เขาไม่ได้ทำการย่อยหีบสมบัติทองแดงแต่อย่างใดเพราะเขามีไอเทมขนาดเล็กๆอยู่หลายอย่างและสามารถเก็บเอาไว้ในหีบได้

ตัวเขาในตอนนี้ยังไงซะก็ไม่ขาดแคลนทองแดงอยู่แล้ว

หลังจากจัดการกับหีบสมบัติเสร็จเขาก็กลับมาขุดดินต่อ

แต่เดิมแล้วในสุสานแห่งนี้ก็มีพืชอยู่เหมือนกันแต่ตอนนี้ดูเหมือนจะถูกเผาจนเหี้ยนไปแล้ว

กระทั่งไม้เองก็ไม่เหลือ พวกมันถูกเผาจนกลายเป็นถ่านไปหมด

[เหล็ก+2 , หิน+4 , ถ่าน+6]

ถือว่าได้วัตถุดิบสำหรับสร้างลูกดอกมาอีกชุด

สุสานแห่งถัดไปคือทางขวา

ไคลน์หยิบแผนที่ขนาดกลางออกมา

แผนที่ระบุไว้ว่ามีสัตว์อสูรแห่งสุสานที่อันตรายมากๆอยู่ในสุสานทางด้านขวา

ไคลน์มองไปที่คำใบ้สีทองที่ปรากฏออกมา

[ขอแสดงความยินดีด้วย! สุสานทางด้านขวามีหีบสมบัติเหล็กรอท่านอยู่และเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนสัตว์อสูรแห่งสุสานไร้สมองตนนั้นก็สำลักอาหารตายไปแล้ว...]

ไคลน์บื้อใบ้พูดไม่ออกไปชั่วขณะ

สำลักอาหารตาย?

เอาเถอะ

ดูเหมือนว่าจะไม่มีอันตรายรออยู่อีกต่อไป

เขาหยิบพลั่วออกมาและเริ่มขุดบริเวณกำแพงด้านขวา

ความเร็วในการขุดของเขารวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง

หลังจากผ่านไปซักพักไคลน์ก็มาถึงสุสานแห่งที่สิบแปดในที่สุด

สุสานแห่งนี้ไม่ได้มีลักษณะเป็นเหมือนกล่องสี่เหลี่ยมแต่มีลักษณะคดเคี้ยวแทน

ไคลน์หยิบมีดมาเชเต้ออกมารอไว้

หลังจากวนดูอยู่ครึ่งรอบเขาก็พบกับศพร่างยักศพหนึ่งนอนตายอยู่บนพื้น

เป็นงูยักษ์นี่เอง!

ร่างกายของมันเป็นสีเขียวเมื่อมตลอดทั้งร่างพร้อมด้วยลวดลายแปลกตา

ขนาดของมันยาวราวๆห้าเมตรและลำตัวหนาราวกับแขนผู้ใหญ่

นอกจากนี้ในอากาศเองก็ส่งกลิ่นเหม็นเน่าส่งออกมาอบอวลไปทั่ว

ลำคอของมันโป่งพองและไม่รู้เลยว่ามันกลืนอะไรเข้าไป

[งูดอกหญ้า : ดุร้าย , ชื่นชอบอยู่ในสถานที่อับชื้นและมักจะเตร่อยู่ในถ้ำใต้ดินหลายๆแห่ง ชอบกินดินกินทรายและศพของมันจะเริ่มเน่าเปื่อยอย่างรวดเร็วหลังจากที่ตาย]

[ความสามารถ : พันธนาการ]

[จุดอ่อน : ไม่ฉลาดนัก]

[ระดับความอันตราย : 24]

ไคลน์อ่านคู่มือและเริ่มคิดถึงความเป็นไปได้

‘น่าจะสำลักดินสำลักทรายตาย’

“ไม่แปลกใจเลยที่บอกว่าโง่เนี่ย” ไคลน์กล่าว

เขาเดินไปดูบริเวณด้านหน้าและก้มลงไปมองที่ปากของมัน

“ใช่จริงๆด้วย”

ภายในปากของมันคือก้อนดินขนาดใหญ่ที่ทั้งใหญ่และแข็ง

ไคลน์ขยับร่างของงูดอกหญ้าออกมาจากนั้นก็ทำการย่อยศพมัน

ร่างของงูตัวนี้ถูกย่อยออกมาเป็นเนื้อ10ชิ้น เลือด400มิลลิลิตรและหนังอีก1แผ่น

เลือดกับเนื้อไม่ค่อยสดเท่าไหร่นัก

ตามที่คู่มือบอกเอาไว้คือหลังจากที่งูตัวนี้ตายศพของมันจะเน่าเปื่อยลงอย่างรวดเร็ว หลังจากผ่านไปชั่วโมงนึงทั้งเลือดและเนื้อของมันจึงเริ่มส่งกลิ่นคาวอ่อนๆออกมาแล้ว

ยังไงก็ตามเมื่อดูจากคำอธิบายของไอเทมก็ถือว่ายังกินได้อยู่ดี

เลือดของงูไม่มีอันตรายใดๆและไม่ส่งผลใดๆเช่นกัน

คำอธิบายบอกว่าเนื้อของมันรสชาติค่อนข้างเลวร้ายแต่ก็สามารถใช้บรรเทาความหิวได้ คุณค่าทางสารอาหารเองก็ต่ำมากเหมือนกัน

เพราะว่ามันไม่สดเท่าไหร่นักดังนั้นจึงมีโอกาสที่จะปวดท้องได้หลังจากที่กินเข้าไป

‘โยนขายเอาไว้ในตลาดแบบไม่ต้องคิดเลย’

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียของเปล่าๆไคลน์จึงเปิดหน้าตลาดแลกเปลี่ยนขึ้นมาอีกครั้ง

และเขาก็ได้เห็นโรเจอร์มาวางของขายอีกครั้งหนึ่ง

ครั้งนี้สิ่งที่หมอนั่นวางขายคือรูนไฟและสิ่งที่เขาต้องการแลกเปลี่ยนก็คือเนื้อจำนวน1กิโล

เมื่อดูจากขนาดของเนื้องูดอกหญ้าแล้วน่าจะชิ้นละราวๆ300กรัมเห็นจะได้

“ในเมื่อมีความเสี่ยงเข้ามาร่วมด้วยถ้างั้นฉันจะให้นายเพิ่มอีกสองชิ้นแล้วกัน”

ไคลน์เลือกแลกเปลี่ยนโดยใช้เนื้องูดอกหญ้าห้าชิ้น

จากนั้นเขาก็ได้รับรูนไฟมาครอบครองสำเร็จ

ไคลน์กวาดตามองรายการสินค้าต่อและใช้เนื้อของแมงมุมสุนัขที่เหลือไปแลกได้พิมพ์เขียวถุงมือหนังทั่วไปกับผ้าห่มชั้นยอดมาอีกสองอย่าง

ส่วนที่เหลือ...

ยังไม่มีใครเอาเลือดสัตว์อสูรมาวางขายเลยมีแต่น้ำดื่มเท่านั้น

‘เอาเป็นว่าเอาไปวางขายไว้แล้วกัน’

ในตอนที่ไคลน์กำลังคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยนั้นข้อความส่วนตัวก็เด้งขึ้นมา

ข้อความส่วนตัวมีแยกย่อยประเภทอยู่สามแบบขึ้นอยู่กับแต่ละรูปแบบ

แบบแรกคือข้อความส่วนตัวตามคีเวิร์ดที่ตั้งไว้

แบบที่สองคือข้อความส่วนตัวที่คนทั้งสองเคยคุยกันหรือเคยสนทนาโต้ตอบกันมาก่อน

แบบที่สามคือทั้งสองฝ่ายมีการแลกเปลี่ยนสิ่งของเพื่อให้ง่ายต่อผู้ซื้อและผู้ขายในการติดต่อสื่อสารนั่นเอง

[โรเจอร์ 178.23 : บอสไคลน์ก่อนหน้านี้เนื้อแมงมุมย่างที่นายแลกเปลี่ยนมารสชาติโคตรจะเปรี้ยวเลยแถมยังระเบิดในปากอีก! แล้วตอนนี้ก็ยังมาแลกเนื้องูที่อาจจะทำให้ท้องเสียได้อีกเนี่ยนะ! นายเป็นพวกไร้สำนึกรึไง?]

ทำไมมาโทษฉันเล่า?

เจ้าหมอนี่เป็นคนตั้งข้อเสนอแลกเปลี่ยนเองไม่ใช่รึไง

และเนื้องูเองก็แค่ ‘มีโอกาส’ จะทำให้นายท้องเสียเท่านั้น บางทีนายอาจจะโชคดีก็ได้ไม่ใช่รึไง?

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด