ตอนที่แล้ว94 - คัดลอกคัมภีร์เต๋า
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไป96 - สอบปากคำ

Shrouding the Heavens อำพลางสวรรค์

95 - ซุ่มโจมตีครั้งแรก


95 – ซุ่มโจมตีครั้งแรก

“เจ้าจะทำอะไร?!”

ลุงเจียงมีความกลัวในสายตา เขายื่นมือออกไปขวางทางชายหนุ่มขณะที่เขาซ่อนถิงถิงไว้ข้างหลัง

“ผู้เฒ่าเจียงทำไมเจ้าถึงประหม่านัก เป็นไปได้ไหมที่เจ้าคิดว่าข้าจะรังแกเด็กหญิงตัวเล็กๆคนหนึ่ง” ชายหนุ่มมองถิงถิงอย่างละเอียดถี่ถ้วนในขณะที่เขาพยักหน้าและพึมพำ

“เหมือนกัน เหมือนกันจริงๆ น่าเสียดายที่เทพธิดาแห่งเอี๋ยนเซี่ยต้องตายไปแบบนั้น คาดว่าอีก 2 ปีลูกสาวของนางก็คงโตขึ้นมาเหมือนนางไม่มีผิด”

ถิงถิงกัดริมฝีปากของนางขณะที่นางยังคงสะอื้นอยู่เป็นระยะๆ แต่ไม่ได้ส่งเสียงดัง ดูเหมือนว่านางไม่อยากให้นายน้อยตระกูลหลี่คนนี้มองเห็นนางร้องไห้

ชายหนุ่มถือพัดในมือขวาของเขาในขณะที่เคาะพัดไปที่มือของเขาเบาๆแล้วกล่าวว่า

“เอาล่ะผู้เฒ่าเจียงในอนาคตเจ้าจะไม่ต้องทนทุกข์อีกต่อไป ข้าจะดูแลเด็กหญิงตัวน้อยนี้เอง และเจ้าจะได้พักผ่อนอย่างสบายในยามค่ำคืนในเมืองเล็กๆแห่งนี้”

“เจ้าหมายถึงอะไร?!”

ลุงเจียงเริ่มหอบในขณะที่เขาซ่อนถิงถิงไว้ข้างหลังเขาพร้อมกับจ้องมองไปยังนายน้อยตระกูลหลี่อย่างตรงไปตรงมา

“สาวน้อยคนนี้ดูมีความสามารถและฉลาด ข้าจะพานางไปที่สำนักศักดิ์สิทธิ์เอี๋ยนเซี่ย นางจะอยู่เคียงข้างข้าเพื่อช่วยเหลือข้าในเรื่องบางอย่าง มันจะดีกว่าการอยู่กับเจ้าอย่างแน่นอน”

“ไม่มีทาง ต่อให้ข้าต้องตายเจ้าก็ไม่มีทางแตะต้องหลานสาวของข้าได้!”

ลุงเจียงโกรธและวิตกกังวลดูเหมือนว่าเขาจะหายใจลำบากและดวงตาของเขาแดงขณะที่เขาตัวสั่น

เย่ฟ่านยังประคองชายชราอย่างมั่นคง

“ท่านปู่เป็นอะไร อย่าทำให้ถิงถิงตกใจ…..”

ถิงถิงตัวน้อยกอดขาของชายชรา สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความกลัวและความกังวลขณะที่น้ำตาของนางไหลลงมา

ชายหนุ่มพูดอย่างประชดประชัน

“เฒ่าเจียง เจ้าต้องโกรธมากขนาดนั้นเลยหรือ? เจ้าต้องเข้าใจว่าเมื่อนางจากไป นางจะมีชีวิตที่ต่างไปจากเดิม ใครจะรู้บางทีนางอาจจะมีชีวิตที่สดใสและสมหวังในสำนักศักดิ์สิทธิ์เอี๋ยนเซี่ย?”

ลุงเจียงยังคงหอบอย่างหนักและใช้เวลาครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะสงบสติอารมณ์ลงและอ้อนวอน

“นายน้อยเจ็ด ได้โปรดปล่อยพวกเราไปเถอะ”

“เจ้ากำลังพูดเรื่องอะไร!” ใบหน้าของชายหนุ่มดูมืดมนและดูน่ากลัวและเย็นชาในขณะที่เขาพูดว่า

“ข้ากำลังช่วยเจ้าโดยแบ่งเบาภาระของเจ้าและปล่อยให้เจ้านอนหลับฝันดี เจ้าไม่รู้จริงๆว่าอะไรดีสำหรับเจ้า”

“ข้าจะอยู่กับท่านปู่ตลอดไป!” ดวงตาของถิงถิงแดงก่ำในขณะที่นางกอดขาลุงเจียงไว้แน่น

“ข้ายังมีเรื่องสำคัญที่ต้องจัดการ พรุ่งนี้ข้าจะกลับไปที่สำนักศักดิ์สิทธิ์เอี๋ยนเซี่ย อีกไม่กี่วันข้าจะมารับนางเอง” นายน้อยเจ็ดของตระกูลหลี่กล่าวก่อนที่จะหันกลับมามองเย่ฟ่าน

“เมื่อเจ้าตีสุนัข เจ้าต้องรู้ว่าใครเป็นเจ้าของ แม้ว่าสุนัขเหล่านั้นจะถูกไล่ออก แต่เราก็ไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกรังแกพวกมัน”

เมื่อพูดเช่นนี้เขาก็ตบไหล่เย่ฟ่านเบาๆสองครั้ง

“ปัง!”

เย่ฟ่านถูกถูกกระแทกลงบนพื้น เลือดไหลซึมออกมาจากปากของเขาและเก้าอี้ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงก็พังทลายจากการถูกกดทับ

ชายหนุ่มเหลือบมองอย่างเย็นชาก่อนที่จะหัวเราะและเดินออกไปอย่างอวดดี

“เด็กน้อย เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า!” ลุงเจียงตื่นตระหนกและวิตกกังวลขณะช่วยเย่ฟ่านลุกขึ้น

“พี่ใหญ่……”

ใบหน้าของถิงถิงมีความกลัวในขณะที่นางใช้มือเล็กๆของนางเช็ดเลือดที่เปื้อนปากของเย่ฟ่าน

เย่ฟ่านเห็นว่านายน้อยเจ็ดของตระกูลหลี่จากไปแล้วก็ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วในขณะที่หัวเราะและกล่าวว่า

“ข้าไม่เป็นอะไร”

“เจ้าไม่เป็นไรจริงๆเหรอ” ชายชราเชื่อเพียงครึ่งเดียว

ใบหน้าของถิงถิงเต็มไปด้วยความวิตกกังวลขณะที่นางถามว่า

“พี่ใหญ่เจ้าไม่เป็นไรจริงๆเหรอ? เจ้ามีเลือดออกจากปาก”

“ข้าทนไม่ไหวจริงๆ”

“แล้วเจ้าเป็นอะไรมากหรือเปล่า?” ลุงเจียงมีสีหน้ากังวลอีกครั้ง

“พวกท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้าหมายความว่าข้าแทบจะทนไม่ไหวที่จะแกล้งทำอย่างนี้ ส่วนตัวข้าสบายดี อย่างไรก็ตามคนๆนั้นร้ายกาจจริงๆ ถ้าเป็นคนธรรมดาหลังจากโดนโจมตีจากเขาคงต้องตายจากอาการบอบช้ำภายในครึ่งเดือน”

“เรื่องนี้เป็นความผิดของเรา เป็นเราทำร้ายเจ้า” ลุงเจียงโทษตัวเอง

“ท่านลุงอย่าพูดแบบนั้น นี่เป็นการเสแสร้งของข้าเลือดที่พ่นออกมาก็เป็นข้าบังคับออกมาด้วยตัวเอง” เย่ฟ่านยิ้มในขณะที่พูดว่า

“ต้องขอบคุณนายน้อยตระกูลหลี่จริงๆ เขามาที่นี่แล้วแจ้งว่าเขาจะกลับวันไหน นี่เป็นเรื่องดีสุดๆสำหรับข้า ฮ่าๆๆ”

“เจ้า…..” มีการแสดงออกที่งงงวยบนใบหน้าของลุงเจียง

“โลกนี้ไม่ต้องการคนเลวทรามเช่นเขา เขาต้องการพาถิงถิง ออกไปอย่างนั้นหรือ แม้แต่ศีรษะของตัวเองเขายังไม่สามารถพากลับไปได้เลย!”

………………

ค่ำคืนนี้เย่ฟ่านยังคงเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของตระกูลหลี่ และในช่วงดึกเขาก็ออกจากเมืองเล็กๆไปยังตำแหน่งที่อยู่ห่างจากเมืองประมาณ 20 ลี้

นี่เป็นเส้นทางที่ต้องเดินข้ามหากพวกเขาต้องการที่จะเดินทางออกจากเมืองชิงเฟิง

แสงจันทร์นั้นพร่ามัวเมื่อเมฆลอยผ่านป่าก็มืดลงมากและได้ยินเสียงคำรามจากสัตว์ร้ายหลายตัว ค่ำคืนที่มืดมิดทำให้ป่าดูน่ากลัวและสยดสยองมากขึ้น

ในช่วงครึ่งหลังของคืน ถนนบนภูเขาดังก้องเมื่อได้ยินเสียงกีบม้ากำลังควบตะบึงไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ภายใต้แสงจันทร์สลัวมีม้าเกล็ดมังกรที่ทั้งร่างวาบด้วยแสงสีเขียวสามารถมองเห็นได้ชัดเจน

เย่ฟ่านรออย่างเงียบๆเฉพาะเมื่อม้าเกล็ดมังกรอยู่ตรงหน้า ทันใดนั้นก็มีแสงสีทองลุกโชนพุ่งออกมาจากร่างกายของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในความมืดมันจึงดูสดใสราวกับดวงอาทิตย์ดวงเล็กๆ

“ชิ!”

แสงสีเลือดพุ่งออกมาและเสียงร้องอันน่าสังเวชของม้าเกล็ดมังกรก็ดังขึ้น แต่คนที่อยู่บนหลังม้าไม่ได้รับความกระทบกระเทือนแม้แต่น้อย

เย่ฟ่านหัวใจสั่นสะท้านในขณะที่เขารีบใช้พลังดึงคัมภีร์สีทองกลับมาเพื่อป้องกันตัวเอง

“ชิ!”

ม้าเกล็ดมังกรถูกแยกออกเป็นสองส่วนและศพของมันก็ตกลงสู่พื้นอย่างแรง คนที่อยู่บนหลังของมันกระโดดขึ้นไปสูงบนอากาศมากกว่ายี่สิบวาก่อนที่จะลงจอดบนพื้นอย่างนุ่มนวล

“ชิ!”

แสงสีเงินแวบวาบเมื่อหอกยาวพุ่งเข้าหาเย่ฟ่านราวกับสายฟ้าสีเงิน

“กริ๊ก!”

แสงสีทองส่องประกายอีกครั้งและมันก็เข้าปะทะกับหอกสีเงินอย่างรุนแรงทำให้หอกสีเงินถูกทำลายร่วงลงกับพื้น

ไม่ไกลนัก คนที่ตกจากม้าเกล็ดมังกรก็พุ่งเข้าไปในป่าด้วยความกลัว เย่ฟ่านไม่รอช้าเขายิงหนังสือสีทองแผ่นนั้นออกไปอีกครั้งอย่างรวดเร็ว

พลังของมันราวกับม้าป่าที่หลุดการควบคุมและมันตัดขาข้างซ้ายของคนคนนั้นโดยที่เขาไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ

‘จี้!’

“อ๊าาาา!”

ในที่สุดคนๆนั้นก็ร้องออกมาอย่างเศร้าสร้อยขณะที่เขาล้มลงกับพื้น

เย่ฟ่านถอนหายใจอย่างโล่งอกในขณะที่เขาเดินไปข้างหน้า นี่เป็นครั้งแรกที่เขาซุ่มโจมตีเพื่อฆ่าศัตรู และเขาก็อดรู้สึกประหม่าไม่ได้เพราะเขาพลาดโอกาสในการลงมือสังหารไปถึง 2-3 ครั้ง

“นายน้อยเจ็ดของตระกูลหลี่ เราพบกันอีกแล้ว”

ชายหนุ่มกลิ้งไปมาบนพื้นอย่างต่อเนื่องและเลือดของเขายังคงไหลทะลักออกมาไม่หยุด แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นเมื่อเขามองเห็นใบหน้าของเย่ฟ่านสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นตกตะลึงอย่างสมบูรณ์

“เป็นเจ้าได้อย่างไร?”

“เป็นข้าแล้วมีความผิดปกติตรงไหน?”

การแสดงออกของเย่ฟ่านเฉื่อยชาขณะที่สายตาของเขาจับจ้องไปข้างหน้าโดยไม่สนใจความโกรธแค้นของชายหนุ่มคนนั้นเลย

“ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเป็นเจ้า ไอ้สารเลว ข้ามองเจ้าผิดไปจริงๆ!”

นายน้อยเจ็ดของตระกูลหลี่มีใบหน้าที่ดุร้าย เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความโกรธทั้งยังดูน่าสมเพชไม่น้อย

“ขอบคุณนายน้อยเจ็ดที่ให้โอกาสอันยิ่งใหญ่แก่ข้า”เย่ฟ่านยืนอยู่ในระยะไกลขณะที่เขามีรอยยิ้มเย็นๆจางๆติดอยู่บนใบหน้า

“เจ้า…… เจ้า……”

ร่างของนายน้อยเจ็ดเริ่มสั่น ในขณะนี้เขารู้สึกหวาดกลัวและสิ้นหวัง เขาไม่คิดว่าเหตุการณ์ต่างๆจะดำเนินไปแบบนี้

คะแนน 4.1
กรุณารอสักครู่...