ตอนที่แล้ว493 - สุดยอดปรมาจารย์นักรบ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไป495 - เชื่อฟังทุกคำสั่งที่ได้รับ

494 - หุ้นส่วน


494 - หุ้นส่วน

“ลี่เฉียง เจ้า… ก้าวไปสู่สุดยอดปรมาจารย์นักรบจริงๆ?”

สือต้าเฟิงคว้าแขนของเอี้ยนลี่เฉียงและจ้องเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างแน่วแน่

เอี้ยนลี่เฉียงพยักหน้าอย่างจริงจัง…

“ไร้สาระ!”

สือต้าเฟิงกล่าวอย่างขมขื่น เขาตบหัวของตัวเองแล้วพูดด้วยใบหน้าที่สิ้นหวังว่า

“ข้ากับเสิ่นเติ้งถึงกับเดิมพันกันว่าใครจะตามทันเจ้าก่อน แต่ข้าเดาว่าคงไม่มีโอกาสแล้ว! มีคนบอกว่าเจ้าสามารถพบกับเทพที่สอนวิชาลับในฝัน นี่เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า?”

เอี้ยนลี่เฉียงยิ้มแต่ไม่ได้ตอบอะไร...

หลังจากนั้นไม่นานสือฉางเฟิงก็กลับมาพร้อมกระเป๋าเดินทางในมือและที่ด้านหลังของเขาก็สะพายดาบเล่มยาวลักษณะคล้ายกับจะออกเดินทางไกล

“อาจารย์สือ…” เสิ่นเติ้งตกใจอย่างมากเมื่อเขามองไปที่สือฉางเฟิง

เอี้ยนลี่เฉียงเดินไปข้างหน้าและหยิบพอของในมือของสือฉางเฟิงแล้วยื่นให้เสิ่นเติ้งเป็นคนถือพร้อมกับกล่าวว่า

“แน่นอนว่าอาจารย์สือจะไม่กลับมาเป็นอาจารย์ของที่นี่อีกแล้ว ดังนั้นเขาจึงเข้าไปข้างในเพื่อเก็บข้าวของและฝากจดหมายถึงอาจารย์ใหญ่…”

“พวกเจ้าทั้งสองคนก็ควรไปเก็บของเดี๋ยวนี้!” สือฉางเฟิงพูดกับ เสิ่นเติ้งและสือต้าเฟิงว่า

" การติดตามบุคคลที่มีเงินหลายล้านตำลึงและกลายเป็นสุดยอดประมาจารย์นักรบโดยที่อายุไม่ถึงสิบแปดปีนั้นดีกว่าการอยู่ในสถาบันศิลปะการต่อสู้แห่งนี้พันเท่าหรือเจ้าต้องการจมอยู่ที่นี่ต่อ!”

“ฮ่าฮ่าฮ่า อาจารย์สือรู้จักข้าดีที่สุด…”

“ข้าไป ข้าจะไป…” เสิ่นเติ้งและสือต้าเฟิงไม่รอช้ารีบวิ่งไปที่ห้องของตัวเองเพื่อเก็บของอย่างรวดเร็ว

……………..

งานก่อสร้างทั้งหมดในโรงเรียนสอนยิงธนูเสร็จสิ้นในวันแรกของเดือน 7 ในวันที่ 10 ของเดือน 7 เอี้ยนลี่เฉียงได้นำคนสองสามคนจากเมืองหลิวเหอมาพักที่สถาบันสอนยิงธนูและพวกเขาก็เริ่มงาน

ไม่กี่วันก่อนจะกลับไปที่โรงเรียนสอนยิงธนูเอี้ยนลี่เฉียงได้นำ สือต้าเฟิงและเสิ่นเติ้งไปที่มณฑลอิงเว่ยของแคว้นผิงซีเพื่อตั้งด่านการค้าชายแดน

ด่านการค้าชายแดนเป็นตลาดซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ที่ได้รับการอนุมัติจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ ความขัดแย้งภายในที่ราบกู่หลางได้ทวีความรุนแรงขึ้นและมีแนวโน้มว่าจะมีการขยายตัวอยู่แล้ว ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

เห็นได้ชัดว่ามีกองคาราวานการค้าของชาวชาตูเข้ามาในแคว้นกานน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้ราคาวัสดุไม้ สมุนไพร หนังและผลิตภัณฑ์อื่นๆที่คล้ายคลึงกันก็มีราคาสูงขึ้น

หลังจากการหารือเรื่องบ่อเกลือกับเล่ยสือตงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เล่ยสือตงก็ได้อนุมัติเรื่องนี้อย่างรวดเร็ว โดยตกลงกันว่าจะตั้งด่านการค้าที่มณฑลอิงเว่ยเพื่อเริ่มทำการค้ากับชนเผ่าจันทราใหญ่ อู๋ซูและปี่เยว่ที่อยู่บนภูเขามังกรหยก

เมื่อเอี้ยนลี่เฉียงมาถึงมณฑลอิงเว่ย ตอนนั้นเองที่เขาได้เรียนรู้ว่านอกจาก 'ชนเผ่าที่มีอิทธิพล' เช่นเผ่าจันทราใหญ่ เผ่าอู๋ซู เผ่า ปี่เยว่แล้ว ยังมีชาวฮั่นและชนเผ่าเล็กๆอาศัยอยู่ที่นี่ด้วย

ชาวฮั่นเหล่านั้นเป็นผู้ลี้ภัยสงครามที่หนีไปยังภูเขาเมื่อนานมาแล้ว จากนั้นพวกเขาก็ตั้งรกรากอยู่บนภูเขาและก่อตัวเป็นหมู่บ้านเล็กๆที่เป็นอิสระและไม่มีใครดูแล

หมู่บ้านเหล่านั้นเป็นหมู่บ้านขนาดเล็กที่มีชาวบ้านประมาณสิบถึงสองสามร้อยคนและกระจัดกระจายไปตามระยะห่างกันเล็กน้อย ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงแทบไม่สื่อสารกัน

ชนเผ่าที่มีอิทธิพลเช่นชนเผ่าจันทราใหญ่ เผ่าอู๋ซูและเผ่าปี่เยว่ มีประชากรไม่ได้มากมายอะไรดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้ขาดแคลนข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันมากนัก

แต่มีของบางอย่างที่พวกเขาต้องการเหมือนกันไม่ว่าจะเป็นชนเผ่าเล็กชนเผ่าใหญ่ นั่นก็คือเกลือและเครื่องใช้ที่ทำจากเหล็กซึ่งต้องซื้อหาจากอาณาจักรฮั่นเท่านั้น

มณฑลอิงเว่ยเป็นเขตที่ยากจนที่สุดในแคว้นผิงซี ดังนั้นจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่พวกเขาจะไม่มีเงินทุนที่จะสร้างด่านค้าขายชายแดน

โกดังของมณฑลก็ไม่สามารถหาเงินได้แม้แต่ไม่กี่พันตำลึงด้วยซ้ำ ดังนั้นค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างด่านค้าขายชายแดนจึงตกอยู่ที่ไหล่ของเอี้ยนลี่เฉียงในที่สุด

เอี้ยนลี่เฉียงไปที่มณฑลอิงเว่ยเพื่อพบกับผู้ว่าการมณฑลและเรียกประชุมแม่ทัพชายแดนของมณฑลอิงเว่ยเพื่อหารือเกี่ยวกับที่ตั้ง การลงทุน และข้อตกลงว่าทั้งสามฝ่ายจะแบ่งผลกำไรและผลประโยชน์จากจุดซื้อขายชายแดนได้อย่างไร

ด้วยการสนับสนุนของเล่ยสือตงและหวังเจี้ยนเป่ย เอี้ยนลี่เฉียงสามารถผูกขาดด่านการค้าชายแดนได้เมื่อเขาตั้งขึ้นพร้อมกับตำแหน่งของเขาในฐานะแม่ทัพพิทักษ์ชายแดนฉีอวิ๋น

เขาสามารถขับไล่ตัวละครเล็กๆอย่างผู้ว่าการมณฑลรวมถึงแม่ทัพชายแดนอิงเว่ยได้อย่างง่ายดาย แต่เมื่อพิจารณาจากผลประโยชน์ระยะยาว หยิงเหว่ยจึงเลือกที่จะมอบผลประโยชน์บางส่วนให้กับผู้ยิ่งใหญ่ของมณฑลอิงเว่ย

เมื่อเอี้ยนลี่เฉียงออกจากมณฑลอิงเว่ย ทั้งสามฝ่ายต่างยินดีและพอใจ ผู้ว่าการมณฑลและแม่ทัพชายแดนอิงเว่ยได้คุ้มกันเอี้ยนลี่เฉียงมาส่งที่ชายแดนของมณฑลก่อนจะจากกันอย่างไม่เต็มใจ

การเดินทางไปมณฑลอิงเว่ยครั้งนี้ทำให้สือต้าเฟิงและเสิ่นเติ้ง ตั้งใจแล้วว่าพวกเขาจะอยู่ข้างเอี้ยนลี่เฉียงตลอดไป

สำหรับเอี้ยนลี่เฉียงการเดินทางไปยังมณฑลอิงเว่ยครั้งนี้ได้เปิดเผยอีกครั้งถึงข้อบกพร่องของเขาในการไม่มีคนที่น่าเชื่อถือและอำนาจในฐานะแม่ทัพพิทักษ์ชายแดน

ในท้ายที่สุดเอี้ยนลี่เฉียงทำได้เพียงเลือกพ่อบ้านที่ถือว่าฉลาดในหมู่คนอื่นๆจากบ้านตระกูลเอี้ยน รวมทั้งคนรับใช้สองสามคนเพื่อไปยังเขตอิงเว่ยและติดตามความคืบหน้าของด่านซื้อขายสินค้าที่นั่น

เมื่อเขากลับมาจากมณฑลอิงเว่ย เอี้ยนลี่เฉียงได้จดจ่ออยู่กับเรื่องของโรงเรียนสอนยิงธนูเพียงอย่างเดียว

เขาโชคดีที่เขาไม่ใช่อาจารย์เพียงคนเดียวของที่นี่อีกต่อไป เพราะคราวนี้เขามีสือฉางเฟิง เสิ่นเติ้งและสือต้าเฟิง รวมทั้งยังรับทหารเก่าซึ่งอยู่ในสำนักงานการผลิตให้มาเป็นอาจารย์สอนที่นี่ ซึ่งทำให้การดำเนินการของโรงเรียนเป็นไปอย่างราบรื่น

ในวันที่ 28 เดือน 7 เอี้ยนลี่เฉียงตื่นขึ้นก่อนรุ่งสาง ตามปกติแล้วเขาจะฝึกฝนคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็น หลังจากอาบน้ำชำระร่างกายก็จะรับประทานอาหารจากฝีมือของหยูชิงแล้วจึงค่อยทำงานอื่นต่อไป

เอี้ยนลี่เฉียงพักอยู่ในลานภายในอันเงียบสงบและสวยงาม ซึ่งที่ด้านหลังบ้านของเขาก็คือภูเขาร้อยจ้าง เมื่อเขาเดินออกจากลานบ้านเขาก็สามารถดูแลโรงเรียนสอนยิงธนูทั้งหมดได้

ด้านตะวันออกของโรงเรียนสอนยิงธนูเป็นฟาร์มม้าขนาดใหญ่ที่มีระดับ ซึ่งกินพื้นที่หนึ่งในสามของพื้นที่ของโรงเรียนสอนยิงธนู

ฟาร์มม้ารายล้อมไปด้วยป่าสนและอีกฟากหนึ่งของฟาร์มม้า ทางด้านตะวันตกของสถาบันสอนยิงธนูมีสนามยิงธนูและสนามฝึกซ้อม

สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆเช่นหอพักนักศึกษา ห้องสมุด ห้องอาหาร ห้องประชุมและอาคารบริหาร ตั้งอยู่ที่ทั้งสองด้านของศูนย์ฝึกยิงธนู ตลอดทางขึ้นไปบนภูเขาร้อยจ้าง

คุณภาพอากาศที่ด้านบนของภูเขาร้อยจ้างนั้นดีอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในสถานที่ที่เอี้ยนลี่เฉียงอาศัยอยู่

แม้จะไม่ได้ออกไปไหนก็ยังได้กลิ่นหอมที่สดชื่นจากป่า ในช่วงเดือน 3 เดือน 4 ของปี ดอกบ๊วยจะเบ่งบานทั่วทั้งป่า ในเดือน7 และเดือน 8 ของปีจะมีลูกท้อป่าที่หอมหวานขึ้นเต็มภูเขา

เป็นเรื่องบังเอิญจริงๆที่สวนท้อป่าแห่งนี้คือสถานที่ที่หยิงเหว่ยสังหารหงอัน ที่นี่ยังเป็นสถานที่ที่เอี้ยนลี่เฉียงเริ่มค่อยๆเปลี่ยนจากเด็กหนุ่มที่ไม่มีประสบการณ์กลายมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีความเด็ดเดี่ยว

ทุกครั้งที่เขาเห็นป่าท้อแห่งนี้ เขาจะนึกถึงวิกฤติที่ตระกูลของเขาพบเจอเมื่อสองปีก่อน แม้กระทั่งตอนนี้เหยิงเหว่ยยังคงสงสัยว่าผู้คนจากตระกูลหงเคยเสียใจกับความเย่อหยิ่งของพวกเขาในตอนนั้นหรือไม่

วันนี้เป็นวันพิเศษ ดังนั้นเอี้ยนลี่เฉียงจึงสวมชุดเสื้อคลุมสีดำชุดใหม่ ซึ่งทำให้เขาดูหล่อเหลาและกล้าหาญ

“อรุณสวัสดิ์ลี่เฉียง…”

ด้วยผิวแดงระเรื่อสือต้าเฟิงและเสิ่นเติ้งมาจากลานที่อยู่ไม่ไกลและทักทายเอี้ยนลี่เฉียงขณะที่เขาเดินออกจากลานบ้าน

"สวัสดีตอนเช้า!"เอี้ยนลี่เฉียงยิ้ม “พวกเจ้าตื่นแต่เช้าอย่างนี้เสมอหรือ!”

“ฮ่าฮ่าฮ่า วันนี้เป็นวันสำคัญของโรงเรียนสอนยิงธนู แน่นอน พวกเราต้องเข้าร่วมอย่างแน่นอน!” สือต้าเฟิงหัวเราะอย่างซุกซน เขาเดินไปหาเอี้ยนลี่เฉียงและขยิบตาให้เขาพร้อมกับกระซิบว่า

“วิชาหมัดสรรพสัตว์ของเจ้ายอดเยี่ยมจนน่าเหลือเชื่อ เสิ่นเติ้งและข้าเพิ่งฝึกฝนมันมาสองสามวันเท่านั้นแต่ก็ใกล้ที่จะทะลวงเข้าสู่ระดับนักรบต่อสู้แล้ว!”

“อืม ตราบใดที่มันมีประโยชน์ข้าก็ยินดีกับเจ้าด้วย!”

“ลี่เฉียง เจ้าบอกว่าโรงเรียนสอนยิงธนูจะรับนักเรียนเพียงสองพันคนในครั้งแรกเท่านั้น เจ้าคิดว่าวันนี้จะมีคนมาสมัครมากมายแค่ไหน”

เสิ่นเติ้งถามในขณะที่เขาจ้องมองไปไกลและกล่าวว่า

“ข้าได้ยินจากอาจารย์สือว่ามีคนรออยู่นอกโรงเรียนยิงธนูตั้งแต่เช้าวานนี้!”

“เมื่อถึงเวลาเราจะเห็นเอง!”

“อา อาจารย์สืออยู่ที่นี่ด้วย!” สือต้าเฟิงตะโกน

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด