ตอนที่แล้ว90 - เดือดดาลด้วยความโกรธ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไป92 - สวรรค์มีตา

Shrouding the Heavens อำพลางสวรรค์

91 - สิ่งประดิษฐ์แห่งเต๋าวิถี


91 – สิ่งประดิษฐ์แห่งเต๋าวิถี

เย่ฟ่านโยนคนเหล่านี้ออกไปที่ถนนแต่ไม่ได้ตั้งใจจะปล่อยพวกเขาไปแบบนี้ เขาเริ่มเตะคนพวกนั้นไปรอบๆราวกับลูกบอล และเสียงร้องของความเจ็บปวดก็ดังโหยหวนราวกับว่าที่หน้าร้านอาหารกลายเป็นโรงฆ่าสัตว์ไปแล้ว

หัวหน้าหลิว เป็นจุดสนใจหลักของเย่ฟ่านและใบหน้าของเขาก็บวมไปหมดแล้วหลังจากต้องทนต่อการตบหน้าหลายครั้ง ฟันทั้งหมดในปากของเขาทั้งหมดถูกดึงออกมาจนหมดสิ้น

“ช่วยด้วย!!!”

“มีฆาตกร……”

เสียงกรีดร้องของพวกเขาไม่มีที่สิ้นสุดในขณะที่พวกเขาตะโกนเสียงดังเพื่อขอความช่วยเหลือจากผู้คนมากมายที่อยู่รอบๆ

แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครก้าวไปข้างหน้าเพื่อช่วยพวกเขา มีแม้กระทั่งบางคนที่รีบวิ่งเข้ามาซ้ำเติมพวกเขาอีกหลายเท้าราวกับว่าเก็บกดเรื่องนี้ไว้นานแล้ว

เย่ฟ่านก็สังเกตเห็นสิ่งนี้และพูดเสียงดังทันที

“ชาวเมืองทุกท่าน พวกเจ้ากำลังรออะไรอยู่? เมื่อคนเหล่านี้เป็นสุนัขของตระกูลหลี่พวกมันอึกทึกและหยิ่งผยองไม่ใช่หรือ? ตอนนี้พวกมันทั้งหมดถูกไล่ออกจากตระกูลหลี่แล้วพวกท่านยังรออะไรอีก!”

เมื่อคำพูดเหล่านี้หลุดออกมามันก็สร้างผลกระทบอย่างรวดเร็ว ผู้คนที่อยู่รอบๆต่างก็แสดงความบ้าคลั่งไม่ว่าจะเป็นคนหนุ่มสาวหรือคนชรา ทุกคนรีบวิ่งมาที่นี่แล้วทุบตีคนพวกนั้นอย่างรวดเร็ว

“ข้าได้ยินมาเมื่อเช้านี้ว่าพวกเขาถูกทุบตีและไล่ออกจากตระกูลหลี่เพราะสินค้าที่พวกเขาคุ้มครองถูกเผาเป็นเถ้าถ่าน ดูเหมือนว่ามันจะเป็นเรื่องจริง”

“ไม่น่าแปลกใจเลยที่เด็กคนนี้จะทุบตีพวกเขาอย่างดุร้าย พวกเขาได้รับบาดเจ็บตั้งแต่แรกจากการเฆี่ยนตีของคนตระกูลหลี่แล้ว มิฉะนั้นเด็กคนนี้จะต้องชดใช้การกระทำของเขาอย่างทุกข์ทรมานอย่างแน่นอน”

“ตีพวกมัน ฆ่าสัตว์นรกพวกนี้!”

ฝูงชนโกรธเคืองขณะที่พวกเขาต่อสู้เพื่อไปข้างหน้าและระบายความโกรธของพวกเขากับคนหลายคนที่นอนอยู่บนพื้น ไม่ยากเลยที่จะจินตนาการถึงความคับข้องใจที่ผู้คนในเมืองนี้ได้รับในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

คนสองสามคนที่อยู่บนพื้นกลิ้งไปมาอย่างต่อเนื่องขณะที่เสียงร้องของพวกเขาดูเหมือนจะไม่ใช่ภาษาของมนุษย์อีกต่อไป

เสียงของพวกเขาแหบแห้งขณะที่พวกเขากรีดร้องหาพ่อแม่ของตัวเอง พวกเขาถูกทุบตีอย่างหนักแม้แต่ลำไส้ของพวกเขาก็ไม่สามารถควบคุมได้และมันก็ส่งของเสียออกมาทำให้กลิ่นคละคลุ้งทั้งบริเวณ

เดิมทีเย่ฟ่านได้วางแผนที่จะใช้ประโยชน์จากความยุ่งเหยิงนี้เพื่อหักกระดูกของพวกเขาและทำให้พวกเขาต้องทนทุกข์ทรมานเป็นเวลาหนึ่งปีหรือมากกว่านั้น

แต่เมื่อมองเห็นฉาบนี้เขาก็รู้ว่าไม่จำเป็นต้องลงมาอีกต่อไป

ชาวเมืองเหล่านี้โหดร้ายในขณะที่พวกเขาโหมกระหน่ำ คนสองสามคนก็ถูกหักแขนขา ดูเหมือนว่าคนพวกนี้จะกลายเป็นคนพิการในที่สุด

“ปล่อยพวกเราไปเถอะ เราไม่กล้าทำแบบนี้อีกแล้ว!”

“อ๊าาาาา ใครก็ได้ช่วยเราที! มีฆาตกรอยู่ที่นี่……”

หัวหน้าหลิวและพวกพ้องของเขาถูกทุบตีจนแทบจะหยุดหายใจ และนอนแน่นิ่งอยู่ข้างถนนเหมือนสุนัขตาย

หากไม่ใช่ว่ามีชายชราหลายคนที่มีจิตใจเมตตาส่งเสียงให้ทุกคนหยุด ไม่แน่ว่าพวกเขาจะถูกทุบตีจนตายจริงๆ

ในตอนบ่าย ได้ยินเสียงหัวเราะภายในร้านเล็กๆขณะที่เห็นรอยยิ้มกว้างบนใบหน้าของถิงถิง

นางไม่ต้องกังวลหรือกลัวอีกต่อไป อารมณ์ที่ระงับไว้ของลุงเจียงก็ได้รับการบรรเทาและรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าของเขาก็จางลงเล็กน้อย

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง เย่ฟ่านได้ปรุงอาหารเนื้อกระต่ายย่างและลูกชิ้นกระต่ายในน้ำซุป ซี่โครงกระต่ายเปรี้ยวหวาน ไก่หอมห่อใบ เนื้อไก่พริกชี้ฟ้า และจานผักที่ประกอบด้วยผักใบเขียวและผลไม้ป่า

มื้อนี้กินเวลานานและได้ยินเสียงหัวเราะเป็นครั้งคราว บรรยากาศที่กลมกลืนกันนี้ทำให้เย่ฟ่านรู้สึกเหมือนกับว่าเขาได้กลับบ้านแล้ว

หลังอาหารกลางวันเย่ฟ่านเดินทางลึกเข้าไปในภูเขา เขาเริ่มทดลองควบคุม ‘สัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์’ เนื่องจากสิ่งนี้จะมีบทบาทสำคัญในการฝึกฝนขั้นต่อไป

‘สัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์’ แต่ละอันเป็นเหมือนโซ่เหล็กศักดิ์สิทธิ์ที่หมุนวนอยู่เหนือทะเลแห่งความทุกข์สีทอง นี่เป็นรูปแบบดั้งเดิมที่ก่อตัวขึ้นจากแก่นแท้ของปราณแห่งชีวิต

ผู้ฝึกฝนสามารถทำให้ ‘สัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์’ เปลี่ยนแปลงเป็นรูปร่างและขนาดต่างๆได้ เช่น มีดบิน กระบี่ และอื่นๆ มันสามารถถูกปลดปล่อยออกจากร่างกายและถูกใช้เพื่อฆ่าศัตรู

สิ่งนี้มีประสิทธิภาพมากกว่ารูปแบบดั้งเดิมของสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์

มีหลายคนที่ใช้เวลาและความพยายามอย่างมากในการสร้างสัญลักษณ์อันศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาให้เป็นกระบี่บินเพราะมันสามารถใช้ได้ง่ายและยิ่งพวกเขาแข็งแกร่งมันก็จะแข็งแกร่งขึ้นตามไปด้วย

จากนั้นก็มีบางคนที่ไม่กลัวความซับซ้อนหรือความลึกซึ้ง พวกเขาหล่อหลอมสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ของตนซ้ำแล้วซ้ำเล่า กลายเป็นหม้อ ระฆัง หรือแม้แต่เจดีย์เพื่อประโยชน์ในการใช้ที่หลากหลายกว่า

ตามตำนานแล้ว ผู้ฝึกฝนที่แข็งแกร่งอย่างยิ่งสามารถหล่อหลอมสัญลักษณ์อันศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาให้เป็น ‘สิ่งประดิษ’

หากพวกเขาไปถึงขั้นที่สูงกว่าของการบ่มเพาะโดยไม่มีเหตุร้าย ‘สิ่งประดิษ’ ภายในตัวพวกเขาจะก่อกำเนิดเป็นของวิเศษ

แต่ต้องกล่าวตรงๆว่า การกระทำเช่นนี้นั้นเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก มันต้องอาศัยทรัพยากรจำนวนมหาศาล อีกทั้งผู้ฝึกฝนคนนั้นยังต้องมีพรสวรรค์สูงส่งอย่างน่าเหลือเชื่อ

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ยิ่ง ‘สิ่งประดิษ’ ที่ซับซ้อนและลึกซึ้งมากเท่าใด ความแข็งแกร่งก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

ตัวอย่างเช่น รูปแบบของหม้อน้ำ ระฆัง และเจดีย์จะมีโอกาสมากที่จะผสมผสาน ‘ร่องรอยของเต๋าสวรรค์’ เข้าไว้ด้วยกัน

ยิ่ง ‘สิ่งประดิษ’ ซับซ้อนขึ้นเท่าใด ก็ยิ่งยากขึ้นเท่านั้นในการสร้างและใช้เวลานานไม่รู้จบ ดังนั้นตามปกติแล้วคนจะไม่สร้างสิ่งนี้ขึ้นเพราะมันทำให้เสียเวลาการฝึกฝนเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ แม้ว่าใครจะโชคดีและประสบความสำเร็จ เมื่อพวกเขาฝึกฝนจนถึงขั้นไปมาแล้ว พวกเขาอาจไม่ได้รับรางวัลสำหรับความพยายามของพวกเขาด้วยซ้ำ

ท้ายที่สุดแล้วโอกาสที่ ‘สิ่งประดิษ’ จะปรากฏมีน้อย และผู้ฝึกตนส่วนใหญ่ที่ทำได้ก็ล้วนแล้วแต่เป็นบุคคลที่อยู่ในตำนานเท่านั้น เรื่องนี้ไม่เหมาะสมสำหรับผู้ฝึกคนธรรมดาจริงๆ

การหล่อหลอมสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ให้เป็น ‘สิ่งประดิษ’ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผู้ฝึกฝน และแต่ละคนต้องไล่ตามมันอย่างจริงจังเพราะนี่จะเป็นรากฐานสำหรับ ‘วิธีป้องกันตัว’ ของพวกเขา

เช่นเดียวกับฮั่นเฟยหยูผู้ควบคุมตราประทับไม้สีฟ้า ผู้อาวุโสฮั่นผู้ควบคุมดาบไม้สีเขียวสิบสองเล่มหรือนักพรตอ้วนที่ไร้ยางอายซึ่งมีอาวุธจิตวิญญาณที่แตกต่างกันมากมาย

ข้อกำหนดเบื้องต้นสำหรับสิ่งนี้คือการสร้างสัญลักษณ์อันศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาเป็น ‘สิ่งประดิษ’ และใช้ ‘สิ่งประดิษ ‘ เพื่อเป็นอาวุธของตัวเอง

หลังจากหล่อหลอมสัญลักษณ์อันศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาให้เป็น ‘สิ่งประดิษ’ คนส่วนใหญ่จะเลือกสมบัติทางจิตวิญญาณที่มีรูปแบบคล้ายคลึงกันและใช้ ‘สิ่งประดิษ’ ของพวกเขาเป็นวิญญาณอาวุธ

และเฉพาะเมื่อทั้งสองเหมือนกันเท่านั้นจึงจะสามารถใช้พลังที่อยู่ในร่างกายของพวกเขาได้จนถึงระดับสูงสุด

นี่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะไม่สามารถใช้อาวุธได้หากรูปแบบแตกต่างออกไป อย่างไรก็ตามพลังจะลดลงบ้าง

จากนั้นมีผู้ฝึกฝนส่วนหนึ่งที่หล่อหลอมสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าและไม่จำเป็นต้องใช้อาวุธอื่นๆแต่ใช้ ‘สิ่งประดิษ’ ที่พวกเขาหล่อหลอมเป็นอาวุธทางจิตวิญญาณโดยแท้จริง

จาก ‘กงล้อแห่งทะเล’ ภายในคัมภีร์เต๋า ‘ทะเลแห่งความทุกข์’ ‘น้ำพุแห่งชีวิต’ ‘สะพานจิตวิญญาณ’ และ ‘อีกฝั่ง’ เป็นสี่ขั้นตอนที่ยอดเยี่ยมและในแต่ละขั้นตอนเราสามารถปั้น ‘สิ่งประดิษได้ ‘ ของตัวเองขึ้นมาได้

เย่ฟ่านเป็นผู้ฝึกฝนในระดับ ‘ทะเลแห่งความทุกข์’ อยู่แล้วและสามารถหล่อหลอม ‘สิ่งประดิษ’ ชิ้นแรกของเขาได้

เขาไตร่ตรองอย่างจริงจังว่าจะทำอย่างไร เนื่องจากเรื่องนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง และเมื่อ ‘สิ่งประดิษ’ เสร็จสิ้นแล้วมันก็ยากที่จะเปลี่ยนแปลงได้

นอกจากนี้ ‘สิ่งประดิษ’ ชิ้นแรกจะเป็นรากฐานสำหรับทุกสิ่งในอนาคต และแน่นอนว่าจะมีความสำคัญมากกว่า ‘สิ่งประดิษ’ ที่หล่อหลอมในขั้นตอนต่อมาของการบ่มเพาะ

เนื่องจากเขาได้เลือกเส้นทางแห่งการบ่มเพาะแล้ว ทุกอย่างจะต้องทำโดยคำนึงถึงอนาคตอันไกลโพ้นเย่ฟ่านลบความคิดของดาบบิน โล่ หอก และอาวุธธรรมดาอื่นๆ

แม้ว่าเขาจะรู้ว่าโอกาสมีน้อย แต่เขาก็ยังหวังว่า ‘สิ่งประดิษ’ ของเขาจะสามารถสร้าง ‘เส้นทางแห่งเต๋า’ ได้ ด้วยเหตุนี้เขาจึงตัดสินใจเลือก ‘สิ่งประดิษ’ ที่ซับซ้อนและลึกซึ้งยิ่งขึ้น

“ข้าควรเลือกอะไรดี……”

เย่ฟ่านครุ่นคิดอย่างจริงจังและรอบคอบเป็นเวลานานก่อนที่แสงจะส่องออกมาจากดวงตาของเขา

ในที่สุด เขามีการตัดสินใจที่ชัดเจน และเขาตัดสินใจที่จะหล่อหลอมสัญลักษณ์อันศักดิ์สิทธิ์ของเขาให้เป็นหม้อขนาดใหญ่

นี่ไม่ใช่ช่วงเวลาแห่งความประมาท แต่เป็นการตัดสินใจที่เกิดขึ้นหลังจากไตร่ตรองและพิจารณาอย่างถี่ถ้วน

เขาไม่เพียงแต่ชื่นชอบหม้อขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือหม้อขนาดใหญ่เป็นสิ่งประดิษที่ลึกลับที่สุดของจีนโบราณ

คะแนน 4.1
กรุณารอสักครู่...