ตอนที่แล้ว82 - จุดเริ่มต้นแห่งการฆ่า
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไป84 - คนเลวอีกคน

Shrouding the Heavens อำพลางสวรรค์

83 - ออกเดินทาง


83 – ออกเดินทาง

“บูม!”

แสงสีแดงเลือดสาดวาบในขณะที่ซากปรักหักพังดึกดำบรรพ์ทั้งหมดถูกปกคลุมไปด้วยแสงสีแดงเลือด พื้นที่ทั้งหมดดูน่าสยดสยองคลุมเครือและอบอวลไปด้วยไอปีศาจ

ในเวลานี้ทุกคนรู้สึกว่าหัวใจของพวกเขาเริ่มสั่นไหว ใต้บ่อน้ำเย็นสีเลือดดูเหมือนจะมีการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้แผ่นดินแตกเป็นเสี่ยงๆ!

เย่ฟ่านออกจากยอดเขานั้นและซ่อนตัวอยู่ไกลๆ

แนวหุบเขาของภูเขาทั้งสี่ทิศทางมียังคงมีค่ายกลปิดผนึกดินแดนโบราณนี้และเป็นไปไม่ได้ที่เย่ฟ่านจะทะลุผ่าน ในตอนนี้เขาสามารถเดินเตร่ได้ภายในภูมิภาคนี้เท่านั้น

เขากำลังรอโอกาสที่จะจากไป เขาได้รับหนังสือทองคำหน้าเดียวไปแล้วและได้เอาก้อนทองเหลืองลึกลับมาได้โดยบังเอิญพูดได้เลยว่าในบรรดาทุกคนที่นี่เขาได้รับประโยชน์มากที่สุด

“หวังว่าข้อจำกัดจะถูกยกเลิกในไม่ช้า……”

ด้วยระดับการบ่มเพาะของเย่ฟ่านในปัจจุบัน เขาไม่มีทางที่จะแข่งขันกับอาวุธจิตวิญญาณของผู้ฝึกฝนคนอื่นได้ เขาเข้าใจสภาพร่างกายของเขาและตั้งใจเลือกที่จะออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด

เย่ฟ่านเปิดกล่องหยกขณะที่กลิ่นหอมพุ่งเข้าจมูก กล้วยไม้หยกนาคราชมีกลิ่นหอมมาก ในขณะนี้เขากำลังคิดที่จะดำเนินการและใช้โอกาสนี้เพื่อค้นหาสมุนไพรจิตวิญญาณเพิ่มเติม

เย่ฟ่านมุ่งหน้าไปยังส่วนลึกของภูเขา การปรากฏตัวของสุสานจักรพรรดิอสูรทำให้อสูรจิตวิญญาณส่วนใหญ่วิ่งหนีและมีจำนวนเล็กน้อยที่ซ่อนอยู่ในบริเวณใกล้เคียง นี่เป็นโอกาสครั้งสำคัญในการค้นหาสมุนไพรอันล้ำค่า

เมื่อพบพื้นที่ภูเขานั้น เย่ฟ่านก็ค้นพบบึงอย่างรวดเร็วในขณะที่เขาสัมผัสได้ถึงคลื่นแห่งเจตนาฆ่าอย่างแผ่วเบา ในเวลานี้มีซากสิ่งมีชีวิตนอนตายอยู่ในบึงและเกล็ดของมันก็กระจัดกระจายไปทั่วแผ่นน้ำ

“ดูเหมือนว่ามียอดฝีมือบางคนซ่อนอยู่ที่นี่ โชคดีที่เขาจากไปแล้ว”

เย่ฟ่านค้นหาอย่างระมัดระวังเป็นเวลานาน แต่ไม่พบสิ่งใดเลย ท้ายที่สุดเขาจึงได้แต่เก็บรวบรวมเกล็ดของสัตว์ประหลาดที่ลอยอยู่บนน้ำไปอย่างเสียไม่ได้

เย่ฟ่านออกค้นหารอบๆทะเลสาบและเจอสมุนไพรบางอย่าง ถึงแม้จะดูธรรมดามากแต่สัตว์ประหลาดนั้นก็ดูแลมันอย่างระมัดระวัง เห็นได้ชัดว่าบริเวณที่สมุนไพรพวกนี้เกิดขึ้นไม่มีรอยเท้าเลย

เย่ฟ่านอยากรู้อยากเห็นจึงได้ขุดลงไปในดิน เขาขุดลงไปที่รากของสมุนไพรเหล่านี้ หลังจากที่ได้สมุนไพรขึ้นมาเขาก็ขุดลึกลงไปอีกแต่ไม่พบสิ่งผิดปกติ

เมื่อเย่ฟ่านกำลังจะยอมแพ้ แสงสีทองริบหรี่ก็สะท้อนดวงตาของเขา ภายในดินที่ปลายรากหลักของต้นมีรากสีทองซึ่งมีขนาดประมาณหัวแม่โป้ง

“นี่คือ……”

เย่ฟ่านตกใจเขานึกถึงบางสิ่งที่เขาอ่านในบทสรุปสมุนไพรจิตวิญญาณในตอนที่ศึกษาอยู่ที่หน้าผาหลิงซู่

ว่ากันว่าพืชบางชนิดที่ได้รับความรู้สึกทางจิตวิญญาณจะไม่พินาศโดยสิ้นเชิงและมักจะทิ้งแก่นแท้แห่งชีวิตบางส่วนไว้เบื้องหลัง โดยหวังว่าจะเกิดใหม่ในอนาคต

“นี่คงไม่ใช่แก่นแท้ที่ต้นไม้จิตวิญญาณโบราณทิ้งไว้ใช่ไหม?” เย่ฟ่านมองไปที่ก้านสีทองนี้และแสดงความยินดีในขณะที่เขาวางมันลงในกล่องหยก

ต่อจากนั้นเขาก็เดินทางต่อไปยังจุดหมายต่อไป ในไม่ช้าเขาก็มาถึงก่อนถึงภูเขา ที่เชิงเขามีหลุมดำขนาดใหญ่และมีกลิ่นที่ไม่ชัดเจนถูกส่งออกมาจากภายใน

ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงคำรามต่ำจากภายในหลุมลึกพร้อมกับเจตนาฆ่าที่น่าสะพรึงกลัว ร่างกายของเย่ฟ่านสั่นในขณะที่เขารีบถอยกลับ

เสียงคำรามยังคงดังต่อเนื่องขณะที่อสูรโบราณตัวหนึ่งโผล่ครึ่งร่างของมันออกจากรูและยังคงคำรามอยู่อย่างนั้น

ร่างกายของมันเหมือนเสือดำแต่ไม่มีขนแม้แต่เส้นเดียว ทุกสิ่งทุกอย่างดูเหมือนจะถูกหลอมขึ้นมาจากเหล็ก ในขณะเดียวกันมันก็มีแผงหลังที่แหลมคมเหมือนกับกิ้งก่า

มันมีความยาวเจ็ดถึงแปดวาและรัศมีลักษณะที่กระหายเลือด เมื่อมันส่งเสียงคำรามแสงสีดำยังคงเรืองแสงจากร่างกายของมัน อีกทั้งมันยังสามารถปลดปล่อยเปลวไฟสีดำออกมาอีกด้วย

เย่ฟ่านซ่อนตัวอยู่ไกลๆ และเพียงชำเลืองมองก็รู้ว่าสัตว์ร้ายตัวนี้ไม่ใช่สิ่งที่เขาสามารถทำให้ขุ่นเคืองได้ มันแข็งแกร่งกว่าอสรพิษเขาหยกมากและแรงกดดันที่ปล่อยออกมาก็น่ากลัวถึงขีดสุด

“สัตว์ประหลาดตัวอื่นๆ หนีไปหมดแล้ว แต่มันกล้าที่จะอยู่ต่อนั่นแสดงให้เห็นว่ามันก็มีความแข็งแกร่งไม่น้อย!”

ในที่สุดเย่ฟ่านก็ไม่สามารถหากำไรใดๆได้ดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้องค้นหาในบริเวณต่อไป

หลังจากสี่ชั่วนามเย่ฟ่านก็พบสมุนไพรจิตวิญญาณอีกสามชนิด แต่ยาเหล่านี้ไม่ใช่ของหายากและค่อนข้างจะมีราคาถูกตามที่ตำราได้กล่าวไว้

“ปัง!”

ในขณะนั้น แสงสีแดงเลือดสาดปกคลุมท้องฟ้าเหนือสระน้ำเย็นยะเยือก พร้อมกันนั้นมีร่างหลายร่างทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าและต่อสู้กันอย่างดุเดือด

เย่ฟ่านรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก อสูรตัวใหญ่ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า ตัวของมันเป็นสีดำสนิทและดูเหมือนสิงโตแต่ไม่ใช่สิงโตสิ่งมีชีวิตตัวนี้ดูเหมือนจะเป็นโฮ่ว อสูรร้ายในตำนานของจีนโบราณ

“ช่างเหลือเชื่อจริงๆ ในตอนที่มันยังมีชีวิตอยู่มันต้องเป็นเซียนอย่างแน่นอน ไม่คิดว่าตอนที่มันตายแล้วมันจะถูกทำให้กลายเป็นผู้พิทักษ์สุสาน!”

ยอดฝีมือสองสามคนรวมตัวกันรอบๆสัตว์ประหลาดขณะที่พวกเขาพยายามจะทำลายมัน

“ผู้สืบทอดของโฮ่วในตำนานนั้นไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน ย้อนกลับไปตอนที่จักรพรรดิอสูรเรืองอำนาจ มันมีอายุไม่มากนักแต่พลังของมันก็สามารถพัฒนาไปได้อย่างมหัศจรรย์”

อสูรโฮ่วสีดำโจมตีอย่างไม่หยุดยั้งและไม่มีวี่แววว่าจะพ่ายแพ้เพราะมันในทุกๆครั้งที่มันประสบความยากลำบากมันก็จะกลับลงไปในบ่อน้ำสีดำ

จากนั้นก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอีกครั้งคล้ายกับได้รับการเติมเต็มพลังปีศาจยังไม่หยุดหย่อน

“บูม!”

ที่สระน้ำที่เย็นยะเยือกนั้นแม่ทัพอสูรมากมายต่างก็พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างต่อเนื่อง พวกมันถูกควบคุมโดยโฮ่วและทุกตัวล้วนแล้วแต่เป็นศพโบราณซึ่งไม่กลัวความตาย

“แม้ว่าเราจะทำลายโฮ่วนี้ได้ แต่เราก็ยังไม่สามารถทำลายจารึกเต๋าที่จักรพรรดิอสูรวางไว้ เราไม่สามารถเข้าไปในสุสานหยินได้อย่างแท้จริง……”

ในระยะไกลเย่ฟ่านตกตะลึง ดูเหมือนว่ามีความลึกลับมากมายใต้สุสานหยิน และขณะนี้มีสัตว์ประหลาดจำนวนมากวิ่งออกมาอย่างต่อเนื่อง

“ติง! ติง! ติง!”

ทันใดนั้นได้ยินเสียงสั่นสะเทือนจากทั่วซากปรักหักพัง ในตอนแรกเข้าใจว่ามันเป็นเสียงของโลหะที่ทำสะเทือน แต่แท้ที่จริงแล้วมันเกิดจากคลื่นพลังศักดิ์สิทธิ์อันมากมายมหาศาลกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างในบริเวณนี้

จารึกเต๋าที่วางโดยห้ายอดฝีมือผู้ยิ่งใหญ่ได้ถูกใครบางคนบดขยี้อย่างรุนแรง!

ทุกคนต่างก็สูดลมหายใจเข้าไปอย่างหนาวเหน็บ! ผู้ที่สามารถลงมือทำเรื่องนี้ได้จะต้องเป็นยอดฝีมือที่ไม่มีผู้ใดเทียบ

ควรทราบว่าจารึกเต๋าพวกนี้ถูกสร้างขึ้นจากยอดฝีมือห้าคน มันเป็นไปไม่ได้ที่จะถูกทำลายพร้อมกันหากไม่มีพลังระดับสูงสุด

หลังจากนั้นสายรุ้งศักดิ์สิทธิ์ก็พุ่งผ่านท้องฟ้า ผู้ฝึกฝนนับไม่ถ้วนได้ก้าวไปข้างหน้า มากกว่าผู้ฝึกฝนก่อนหน้านี้หลายเท่า

ภายในซากปรักหักพังดึกดำบรรพ์จากบ่อน้ำเย็นตก็มีอสูรจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งออกมาและปะทะกับผู้ฝึกฝนจากนิกายต่างๆที่มารวมตัวกันที่นี่อย่างรวดเร็ว

ข้อจำกัดในสี่ทิศทางถูกทำลาย เย่ฟ่านมีความสุขเป็นอย่างมากในที่สุดก็ถึงเวลาที่เขาต้องจากไปแล้ว

ในขณะนี้เขามีก้อนทองเหลืองอยู่ในทะเลสีทองแห่งความทุกข์ และถึงแม้จะเป็นโชคลาภมหาศาล แต่ก็นำมาซึ่งอันตรายไม่รู้จบ หากมีใครค้นพบมันเขาจะต้องถูกฆ่าตายในทันที

“หลังจากนี้จะไม่มีผู้ใดสามารถกำหนดชะตาชีวิตของข้าได้”

เย่ฟ่านรีบวิ่งไปข้างหน้าและทันทีที่เขากำลังจะออกจากซากปรักหักพังเขาก็มองย้อนกลับไปและพูดว่า

“ข้าจะเดินไปตามทางของข้าเองและปล่อยให้คนอื่นมองหาสมบัติล้ำค่าที่สุดต่อไป”

หากนักพรตอ้วนรู้ความจริงและได้ยินคำพูดที่เย่ฟ่านกำลังพูดอยู่ เขาคงต้องร้องไห้ออกมาแน่ๆ แน่นอนว่าถ้าผู้ฝึกฝนคนอื่นรู้เรื่องนี้เย่ฟ่านต่างหากที่จะเป็นคนได้รับความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส

คะแนน 4.1
กรุณารอสักครู่...