ตอนที่แล้ว49 - ต้นกล้าเซียน
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไป51 - ทะเลแห่งความทุกข์สีทอง

Shrouding the Heavens อำพลางสวรรค์

50 - เปิดทะเลแห่งความทุกข์


50 – เปิดทะเลแห่งความทุกข์

ในที่สุดเย่ฟ่านและผังป๋อก็เดินไปที่ตราประทับเซียนและพยายามผลักดันอย่างหนัก มันหนักเกินไปแม้ว่าจะสามารถยกขึ้นได้ แต่ก็ไม่สามารถใช้กับศัตรูได้

ดังนั้นพวกเขาจึงเตะมันทิ้งแล้วจากไปแบบนั้น

ผู้คนต่างตกตะลึงชั่วขณะหนึ่ง สองคนนี้เป็นเหมือนฝูงตั๊กแตนที่เมื่อเข้ามาและลงมืออย่างรวดเร็วก่อนจะจากไปอย่างไร้ร่องรอย

พวกเขาปล้นชิงทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้าจากนั้นก็เตะซ้ำเหยื่อของพวกเขาคนละเท้า…

“ศิษย์พี่หลี่เฟย ศิษย์พี่หวังจิ่ง ขอบคุณ!”

เย่ฟ่านและผังป๋อตะโกนกลับมาจากระยะไกล แล้วรีบออกจากที่นี่อย่างรวดเร็ว

ใบหน้าของฮั่นเฟยหยูกลายเป็นสีเขียวและหัวใจของเขารู้สึกเหมือนถูกเปลวไฟสุมอยู่ข้างใน เขาไม่ได้เก็บตราประทับเซียนขึ้นมาด้วยซ้ำแต่เดินกลับเข้าไปในส่วนลึกของสำนักหลิงซู่

หุบเขาเปิดกว้างและเต็มไปด้วยทุ่งสมุนไพร หุบเขานี้เต็มไปด้วยวัสดุทางการแพทย์ที่หายาก ไม่มีพืชพันธุ์อื่นใด พลังวิญญาณที่เอ่อล้นออกจากพืชพันธุ์เหล่านี้ทำให้ภูเขาเต็มไปด้วยพลังชีวิต

ระหว่างทางเด็กหนุ่มสาวบางคนทักทายฮั่นเฟยหยู แต่เขาเพิกเฉยและตรงไปที่หน้าบ้านในถ้ำที่อยู่ลึกเข้าไปในหุบเขา

“หยูเอ๋อเรื่องง่ายๆเช่นนี้เจ้าก็ไม่สามารถจัดการได้” เสียงชราที่อยู่ในถ้ำถามเบาๆแต่ว่าเขาไม่ได้ออกมาข้างนอก

“หนึ่งในสองคนนั้นคือต้นกล้าเซียน…”

ฮั่นเฟยหยูยืนอยู่นอกถ้ำ กัดฟันและเล่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้อย่างละเอียด

“ถ้าข้ารู้ว่าสองคนนี้กินยาวิเศษไปก่อนหน้านี้ข้าจะไม่ปล่อยให้ผู้ใดรู้ถึงความพิเศษของพวกเขา โชคไม่ดีที่ข้าได้ข่าวช้าไป ตอนนี้แม้แต่ข้าก็ต้องเดือดร้อน” ผู้อาวุโสฮั่นเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะกล่าวว่า

“ต้นกล้าเซียนนั่น … อย่ายั่วยุเขาอีก รอดูกันไปก่อน”

“ท่านลุงหมายความว่า”

ดวงตาของฮั่นเฟยหยูแดงก่ำด้วยความแค้น

“ข้าหมายความว่า เจ้าไม่ต้องทำอะไรตอนนี้ ฝึกฝนตัวเองให้ดี” หลังจากพูดคำเหล่านี้แล้วภายในถ้ำก็ไม่มีเสียงอะไรดังขึ้นมาอีก

“ข้าจะทำตามที่ท่านลุงบอก!”

แม้ว่าฮั่นเฟยหยูจะไม่เต็มใจ แต่เขาไม่กล้าที่จะขัดขืนคำสั่งของผู้อาวุโสฮั่น หลังจากประสานมือแสดงความเคารพแล้วเขาก็หันหลังกลับไป

เย่ฟ่านและผังป๋อกลับไปที่บ้านพัก ทั้งสองเริ่มนับของที่ปล้นชิงมาได้ เพียงแค่ของเหลวสมุนไพรทั้งหมดก็มีมากถึงหกสิบหกขวด ซึ่งถือเป็นโชควาสนาครั้งใหญ่

“คนแซ่ฮั่นนั้นเป็นคนดีจริงๆ…” ทั้งคู่ต่างชมเชยสิ่งนี้

เย่ฟ่านและผังป๋อเล่นกับของเหลวที่อยู่ในขวดด้วยความตื่นเต้นเป็นเวลานานก่อนที่จะสงบลง

แม้ว่าพวกเขาจะเอาชนะฮั่นเฟยหยูและคนอื่นๆได้ในวันนี้ แต่พวกเขาก็รู้สึกได้ถึงวิกฤต แม้ว่าพวกเขาจะมีร่างกายที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าคนธรรมดา

แต่เมื่อเผชิญหน้ากับยอดฝีมือที่สามารถใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ได้พวกเขาก็เป็นเพียงมดแมลงเท่านั้น

บัดนี้สิ่งที่พวกเขาต้องทำคือการเปิดทะเลทุกข์และเชื่อมต่อกับกงล้อแห่งชีวิต ปล่อยให้พลังศักดิ์สิทธิ์ถูกสร้างขึ้น

เฉพาะเมื่อพวกเขาสามารถเปิดต้นกำเนิดของพลังศักดิ์สิทธิ์และสามารถนำพลังศักดิ์สิทธิ์ออกมาใช้เท่านั้นถึงจะถูกเรียกว่าผู้ฝึกฝนที่แท้จริง

หลังจากรู้สึกวิกฤตเช่นนี้ ทั้งสองก็หวังว่าจะแข็งแกร่งขึ้นและต้องการที่จะฝึกฝนให้เข้มข้นมากขึ้นกว่านี้

ในอีกสองวันข้างหน้า ผังป๋อดื่มน้ำสมุนไพรหกขวดติดต่อกัน เพื่อขยายทะเลแห่งความทุกข์ให้เปิดออกมากที่สุดเท่าที่จะมากได้

อย่างไรก็ตามหลังจากดื่มของเหลวไป่เกาขวดที่เจ็ด เขาก็รู้สึกไม่สบายใจ และความเจ็บปวดในทะเลทุกข์เหมือนกับถูกเข็มทิ่มแทง

“ความเร็วในการฝึกฝนยังไม่พอ ผู้อาวุโสช่วนฝ่าบอกว่าสาวกที่เพิ่งเริ่มต้นการฝึกฝนจะไม่สามารถใช้ยาพวกนี้ได้มากเกินไป ดังนั้นการที่สำนักแจกจ่ายให้คนละขวดในรอบสามเดือนก็ถือว่าสมเหตุผล…” ผังป๋อเหงื่อออกและมีใบหน้าขมขื่น

“ข้าจะไปหาคนมาช่วย” เย่ฟ่านกำลังจะผลักประตูออกไป

“ไม่ ข้าจะฝ่าฟันมันไปได้”

ผังป๋อยืนกรานไม่ต้องการความช่วยเหลือจากใคร เขาดิ้นรนมาเกือบทั้งวันและความเจ็บปวดก็ค่อยๆหายไปแล้ว

“ศิษย์สามัญใช้เพียงหนึ่งขวดในสามเดือน ต้นกล้าเซียนอย่างข้าดื่มหกหรือเจ็ดขวดในสองวันนับเป็นเรื่องที่ธรรมดาอย่างยิ่ง “

หลังจากนั้นผังป๋อก็มีสีหน้าแปลกๆเหมือนกับนึกอะไรขึ้นได้แล้วจึงกล่าวว่า

“เจ้าก็ดื่มไปหกหรือเจ็ดขวดเหมือนกัน ทำไมเจ้าไม่รู้สึกเจ็บปวดเลย มิหนำซ้ำตอนนี้ดูเหมือนว่าเจ้าจะแข็งแกร่งขึ้นด้วย อย่าบอกนะว่าทะเลแห่งความทุกข์ของเจ้ากำลังจะเปิดออก? ? “

เย่ฟ่านส่ายหัว กงล้อแห่งชีวิตและทะเลแห่งความทุกข์ของเขายังคงเงียบไม่มีความผันผวนเลย ประโยชน์เพียงอย่างเดียวของการฝึก “เต๋าจิง” คือทำให้ร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นไม่หยุด

“การดื่มหกหรือเจ็ดขวดไม่ใช่เรื่องแปลก ดูเหมือนว่าจะอยู่ในขอบเขตที่ยอมรับได้ เย่ฟ่านเจ้าคงต้องเพิ่มปริมาณอีก บางทีอาจมีอะไรแปลกๆเกิดขึ้นก็ได้”

“อย่าไร้สาระไปหน่อยเลย หากว่าข้าดื่มมากเกินไปจนร่างกายระเบิด เรื่องนี้คงสร้างความขบขันให้กับผู้คนไปอีกหลายปี”

“ผ่อนคลายเถอะ เนื่องจากพวกเขาระบุว่าข้าเป็นต้นกล้าเซียนหากว่าของที่พวกเรายึดมานี้สามารถสร้างอันตรายให้พวกเราได้พวกเขาคงมายึดกลับไปแล้ว

ผู้อาวุโสอู๋ชิงเฟิงกล่าวมากกว่าหนึ่งครั้ง สภาพจิตใจของผู้ฝึกฝนมีความสำคัญมาก เขารู้ดีถึงศักยภาพของข้า แต่เขาไม่อยากให้ข้าหยิ่งผยองมากเกินไป

นั่นทำให้เขาส่งเราไปศึกษาที่หน้าผาหลิงซู่ ดังนั้นพวกเราควรจะใช้สมุนไพรพวกนี้ให้เต็มที่ หลังจากนี้รับรองได้ว่าทางสำนักจะต้องส่งของที่ล้ำค่ามากกว่านี้มาอีกอย่างแน่นอน “

ผังป๋อพูดอย่างมีเหตุผล เย่ฟ่านก็รู้สึกว่าเรื่องนี้มีความเป็นไปได้เช่นกัน

ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขานั้นเป็นเหมือนที่น้องดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องมีมารยาทต่อกันอีก และเย่ฟ่านก็กินยาวิเศษลงไปเป็นจำนวนมาก

หนึ่งขวด สองขวด สามขวด …

หลังจากนั้นเย่ฟ่านก็ดำเนินการฝึกฝนตามวิธีการที่บันทึกไว้ในตำราเต๋าจิงอย่างเงียบๆ ในขณะนี้เขาไม่รู้สึกถึงความผิดปกติใดๆ แต่การเปลี่ยนแปลงที่แปลกประหลาดก็ค่อยๆเกิดขึ้นในร่างกายของเขา …

ทะเลแห่งความทุกข์สีทองค่อยๆก่อตัวขึ้น

ในวันนี้เย่ฟ่านดื่มน้ำสมุนไพรสิบสามขวดและเมื่อรวมกับอีกเจ็ดขวดที่เขาดื่มเมื่อสองวันก่อน แสดงว่าเขาดื่มพวกมันไปถึงยี่สิบขวดแล้ว

แต่ว่านอกจากรู้สึกว่าโลหิตที่อยู่ในร่างกายร้อนขึ้นเล็กน้อยกลับไม่มีความผิดปกติอย่างไร

เมื่อเห็นเขาดื่มแบบนี้ผังป๋อก็รู้สึกกลัวและพูดว่า

“หยุดเดี๋ยวนี้ พอก่อนเถอะ ข้ากลัวแล้ว แม้แต่หางตาของข้าก็ยังกระตุก ข้ากลัวว่าร่างกายของเจ้าจะระเบิดไปก่อนแล้วพวกเราจะไม่ได้พบกันอีก … “

“เจ้านี่ชอบพูดเรื่องไร้สาระจริงๆ…”

ณ จุดนี้ เย่ฟ่านเริ่มสัมผัสได้แล้วว่าทะเลแห่งความทุกข์ของเขามีปฏิกิริยาอะไรบางอย่างเกิดขึ้น

“ดูเหมือนว่าข้ามีความรู้สึกแปลกๆ”

“อะไรนะ ได้ผลหรือเปล่า”

จู่ๆผังป๋อก็แสดงสีหน้ามีความสุขและกล่าวว่า

“ข้าไปหาผู้อาวุโสอู๋ชิงเฟิงให้เขาแนะนำเจ้าดีกว่า”

เย่ฟ่านหยุดเขาและพูดว่า

“อย่าไป ข้าจะพยายามเอง”

ผู้อาวุโสอู๋ชิงเฟิงเคยกล่าวไว้ว่าร่างกายของเย่ฟ่านสามารถพึ่งพาตนเองได้เท่านั้น และบุคคลภายนอกไม่สามารถช่วยเหลือเขาได้

เขาเคยกล่าวไว้ว่าถ้ากงล้อแห่งชีวิตของคนธรรมดาเป็นดิน กงล้อชีวิตของเย่ฟ่านก็คือเหล็กชิ้นหนึ่ง

หลังจากเพาะเมล็ดในดินแล้วจะต้องหมั่นดูแลและฟื้นฟูด้วยความระมัดระวัง เมล็ดพันธุ์แห่งเต๋าที่ปลูกลงไปถึงจะสามารถงอกงามขึ้นมาได้

แต่กงล้อแห่งชีวิตของเย่ฟ่านเป็นโลหะ ต่อให้บำรุงเลี้ยงดูเมล็ดพันธุ์แห่งเต๋ามากแค่ไหนก็เป็นเรื่องยากที่มันจะสามารถเติบโตขึ้นมาได้

ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เฉพาะเมื่อมีความเปลี่ยนแปลงในร่างกายของเขาขึ้นเอง มิฉะนั้นไม่ว่าโลกภายนอกจะยอดเยี่ยมเพียงใด ก็ยากที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งใดๆ

เย่ฟ่านมีความรู้สึกแปลกๆและเขารู้สึกตื่นเต้นมาก ร่างกายของเขาถูกเรียกว่าเป็นร่างศักดิ์สิทธิ์ในสมัยโบราณ แต่ตอนนี้ถือว่าเป็นร่างกายที่ไร้ประโยชน์

แต่นั่นมันสำหรับคนอื่น เย่ฟ่านรู้สึกเสมอว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับตัวเขานั้นเกี่ยวข้องกับโลงศพทองแดง และเขาไม่คิดว่ามันจะมอบสิ่งเหล่านี้ให้กับตัวเขาโดยต้องการสร้างให้เขากลายเป็นคนไร้ประโยชน์ในโลกนี้

คะแนน 4.3
กรุณารอสักครู่...