ตอนที่แล้ว47 - พวกเจ้าอยากจะลงไปเล่นในสระบัวเหมือนกัน?
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไป49 - ต้นกล้าเซียน

Shrouding the Heavens อำพลางสวรรค์

48 - ต้องเอาให้หนักกว่านี้


48 – ต้องเอาให้หนักกว่านี้

เย่ฟ่านและผังป๋อสายเกินไปที่จะหลบ ตราประทับเซียนนี้เร็วกว่าเส้นเชือกที่ถูกสร้างจากพลังศักดิ์สิทธิ์มากเกินไป และพลังทำลายล้างของมันก็บดขยี้เข้าหาพวกเขาอย่างรวดเร็ว

ตราประทับสีฟ้านั้นมีขนาดเพียงเล็กน้อยเมื่อมันปรากฏขึ้น แต่ในพริบตามันก็ขยายขึ้นมีขนาดเท่าบ้านและสีเขียวก็ปกคลุมอยู่ด้านนอกของมันราวกับก้อนเมฆ

ภายใต้แรงกดดันมหาศาล เย่ฟ่านและผังป๋อรู้สึกเหมือนภูเขาขนาดใหญ่ได้ตกลงมาหาพวกเขาซึ่งยากที่พวกเขาจะต้านทานได้

“บูม”

ทั้งสองยกมือทั้งสองขึ้นและต้องการยกตราประทับสีฟ้าที่ตกลงมาซึ่งมันทำให้พื้นดินที่รองรับน้ำหนักของพวกเขาเกิดรอยแตกเหมือนกับใยแมงมุม

“บูม”

ตราประทับสั่นสะท้านในขณะที่มันก็ขยายขนาดใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเป็นเหมือนพระราชวังขนาดใหญ่

“ต่อให้เป็นก้อนหินที่มีขนาดใหญ่กว่านี้ก็ต้องถูกเราผลักออกไปแล้ว นี่มันอะไรกันแน่?…”

เย่ฟ่านและผังป๋อรู้สึกว่าแขนของพวกเขาหนักขึ้นเรื่อยๆจากนั้นเท้าของพวกเขาก็ทรุดลงอีกครั้ง ใต้เข่าทั้งหมดของพวกเขาจมลงไปที่พื้น และพื้นก็แตกออกเป็นรอยร้าวขนาดใหญ่

“ไม่ใช่ว่าพวกเจ้าชอบปลูกต้นหอมหรอกหรือ? ในตอนนี้ข้าจะปลูกพวกเจ้าทั้งเป็น”

ฮั่นเฟยหยูเดินไปข้างหน้าและกล่าวเยาะเย้ยทำให้ผู้คนรู้สึกหนาวสั่นในคำพูดของเขา

“บูม”

ตราประทับเซียนสั่นสะเทือนอีกครั้งและอากาศที่อยู่รอบๆก็เกิดความปั่นป่วน

เย่ฟ่านและผังป๋อได้รับความกดดันอย่างหนักและร่างกายของพวกเขาก็ทรุดลงอีกครั้ง คราวนี้ขาของพวกเขาจมลงไปในดินอย่างสมบูรณ์และเหลือเพียงร่างกายส่วนบนเท่านั้นที่โผล่ออกมา

“หรือเราจะถูกบดขยี้เป็นซอสเนื้อจริงๆ” ในสถานการณ์นี้เย่ฟ่านยังคงหยอกล้อกับผังป๋อเบาๆ

“ใจเย็นๆอย่าคิดว่าข้าจะปล่อยให้พวกเจ้าตายง่ายๆขนาดนั้น …” ฮั่นเฟยหยูเยาะเย้ย เขาไม่เคยโกรธแค้นถึงขนาดนี้มาก่อนดังนั้นเขาจึงต้องการทรมานพวกเย่ฟ่านให้ถึงที่สุด

ในขณะนี้ทั้งเย่ฟ่านและผังป๋อรู้สึกว่าแขนของพวกเขาชาเล็กน้อย หากสถานการณ์ยังคงเป็นไปเช่นนี้พวกเขาจะไม่สามารถต้านทานได้อย่างแน่นอน

เย่ฟ่านกัดฟันและพยักหน้าไปที่ผังป๋อ เป็นความหมายว่าที่นี่เขาสามารถจัดการเอง ผังป๋อส่ายหัวเขากลัวว่าเย่ฟ่านจะถูกบดขยี้เมื่อเขาปล่อยมือ

“ไม่มีเวลา ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว…”

เย่ฟ่านกัดฟันและกล่าวออกมาอย่างยากเย็น แรงกดดันข้างบนนั้นมากเกินไป แม้ว่าเขาจะรีดเร้นพลังออกมาทั้งหมดแต่ก็ไม่สามารถทนได้แล้ว

ผังป๋อเข้าใจสถานการณ์ตอนนี้ดี เขาจึงรีบออกไปจัดการฮั่นเฟยหยู ไม่เช่นนั้นเย่ฟ่านและเขาคงหลีกเลี่ยงความตายไม่พ้น

ผังป๋อมีความเด็ดขาดเป็นอย่างมาก เขาปล่อยมือแล้วกระโดดออกจากหลุม

“บูม”

ตราประทับเกิดความสั่นสะเทือนและมีแสงสีเขียวจางๆไหลเวียน แรงกดดันมหาศาลบดขยี้เข้าหาเย่ฟ่านและร่างกายของเขาก็จมลงไปในพื้นดินจนถึงหน้าอก

ผังป๋อพุ่งออกไปด้านหน้ารวดเร็วราวกับลูกธนูก่อนที่มือของเขาจะบีบเข้าหาฮั่นเฟยหยูเหมือนคีมสองอัน

ฮั่นเฟยหยูไม่คิดเลยว่าสองคนที่ถูกเขากดดันอย่างหนักจะสามารถพลิกสถานการณ์ได้

“บูม…”

ผังป๋อขี่ร่างของฮั่นเฟยหยูและเหวี่ยงหมัดลงไปราวกับรัวกลอง

ผู้ชมต่างที่เห็นเหตุการณ์ตอบก็ตกใจและไม่คิดว่าผังป๋อจะมีปฏิกิริยาตอบสนองที่รวดเร็วถึงขนาดนี้

แม้ว่าฮั่นเฟยหยูจะไม่ได้ทรงพลังเท่ากับผังป๋อ แต่อย่างไรก็ตาม เขาได้ฝึกฝนต้นกำเนิดพลังศักดิ์สิทธิ์แล้ว ซึ่งสามารถระดมแก่นแท้มาห่อหุ้มร่างกายได้อย่างรวดเร็ว

แม้ว่ากำปั้นของผังป๋อจะทุบลงมาอย่างแรง แต่เขาก็ไม่ได้ถูกทำร้ายเขามากนัก และริมฝีปากของเขาก็มีเลือดไหลออกมาเพียงเล็กน้อย

แต่ถึงอย่างนั้นฮั่นเฟยหยูก็มีดวงตาแดงก่ำเช่นกัน ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยทุบตีขนาดนี้มาก่อน พลังศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในร่างกายของเขากระแทกผังป๋อให้ปลิวออกไป

จากนั้นลวดลายศักดิ์สิทธิ์ที่เหมือนโซ่หลายอันก็ถูกยิงออกมาจากทะเลแห่งความทุกข์ของเขาและพวกมันส่องแสงเจิดจ้าและรัดไปที่ลำคอผังป๋อ

ผังป๋อรีบหลบก่อนจะยกหินก้อนใหญ่ขึ้นมาป้องกันตัว

“ข้าจะฉีกเจ้าเป็นชิ้นๆ!”

ฮั่นเฟยหยูใบหน้าบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง และพลังศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่บริเวณท้องน้อยของเขาก็ยิงเข้าหาผังป๋อเหมือนกับสายฟ้าหลายเส้น

“บูม”

ในขณะนี้ตราประทับสีฟ้าก็ดูเหมือนจะได้รับผลกระทบและเย่ฟ่านก็ผลักมันออกไปอย่างรวดเร็วก่อนที่ฝ่าเท้าของเขาจะมุ่งเข้าหาใบหน้าของฮั่นเฟยหยู

เย่ฟ่านเป็นเหมือนสายฟ้าร่างกายของเขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วทำให้ทุกคนที่อยู่รอบๆมองเห็นเพียงภาพติดตาที่เขาทิ้งไว้เท่านั้น

ใบหน้าของฮั่นเฟยหยูเปลี่ยนสีและรีบหยุดการโจมตีผังป๋อ เขาพยายามกู้คืนพลังของตราประทับเพื่อทำการสังหารทั้งสองคนอีกครั้ง

แต่ความเร็วของเย่ฟ่านนั้นเร็วเกินไป เมื่อฮั่นเฟยหยูเพิ่งควบคุมตราประทับเซียนได้อีกครั้ง ฝ่าเท้าของเย่ฟ่านก็เตะเข้าที่ใบหน้าของเขาอย่างแรง

เลือดสีแดงก่ำทะลักออกจากปากและจมูกของฮั่นเฟยหยู ร่างของเขาบินขึ้นไปบนท้องฟ้าสูงกว่า 20 วาก่อนที่จะกระแทกลงพื้นอย่างหนัก

เย่ฟ่านไม่ได้หยุดความเคลื่อนไหวร่างของเขาหายวับไปเป็นเส้นแสงและก่อนที่ฮั่นเฟยหยูจะสามารถลุกขึ้นยืนเท้าของเย่ฟ่านก็เหยียบลงไปที่หน้าอกของเขาอย่างรุนแรง

เกือบในเวลาเดียวกันผังป๋อก็มาถึงแล้ว และเท้าของเขาก็อัดเข้าไปที่หน้าท้องของฮั่นเฟยหยูอย่างหนัก

“แตะที่หัวอย่าให้มันหลุดจากความมึนงง!” เย่ฟ่านพ่นลมหายใจเย็นชา

ผังป๋อเข้าใจทันทีว่าหากฮั่นเฟยหยูสามารถควบคุมตราประทับได้อีกครั้งพวกเขาจะพบเจอกับหายนะอย่างแน่นอน

“บูม…”

ทั้งสองมีพลังมหาศาลและเท้าของพวกเขาก็บดขยี้อย่างหนักเข้าใส่ศีรษะของฮั่นเฟยหยู แม้ว่าพลังศักดิ์สิทธิ์จากทะเลแห่งความทุกข์ของฮั่นเฟยหยูจะปกป้องเขาแต่เขาก็ยังได้รับความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส

คนรอบข้างต่างก็ตกตะลึง พวกเขาทั้งสองคนถูกปราบปรามจนมีสภาพย่ำแย่ แต่สุดท้ายพวกเขาก็สามารถพลิกวิกฤตได้และตอนนี้กำลังทุบตีฮั่นเฟยหยูจนกระอักเลือดไม่หยุด

“เด็กน้อยทั้งสองคนนี้แข็งแกร่งจริงๆ ไม่รู้ว่าเมื่อพวกเขาเติบโตขึ้นพวกเขาจะแข็งแกร่งแค่ไหน!”

ในเวลานี้ทั้งสองยังคงเปลี่ยนกันเตะที่ศีรษะของฮั่นเฟยหยูไปเรื่อยๆ ภายใต้การเตะของพวกเขาแสงที่ปกคลุมร่างกายของฮั่นเฟยหยูก็เริ่มมืดสลัวลงอย่างรวดเร็ว

ฮั่นเฟยหยูต้องการควบคุมตราประทับเซียนอีกครั้ง แต่ทุกครั้งที่เขาพยายามควบคุมพลังศักดิ์สิทธิ์ของตัวเองมันก็สูญสลายไปอย่างรวดเร็วภายใต้ฝ่าเท้าที่เตะเข้ามาอย่างหนักหน่วง

ตอนนี้เขาถูกเหยียบย่ำจนไม่สามารถรวบรวมสมาธิได้

ในท้ายที่สุดฮั่นเฟยหยูหมดสิ้นเรี่ยวแรงและพลังศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในทะเลแห่งความทุกข์ของเขาก็ไหลทะลักออกมาโดยไม่สามารถควบคุมได้

ภายใต้การโจมตีของพวกเย่ฟ่านเขากรีดร้องด้วยความเจ็บปวดอยู่ตลอดเวลา

“เจ้าเปิดทะเลแห่งความทุกข์แล้วในขณะเดียวกันเจ้าก็สามารถใช้พลังศักดิ์สิทธิ์และเป็นถึงระดับปรมาจารย์ เหตุไฉนเจ้าจึงหาเรื่องเรา?!”

“พวกเราไม่เคยมีความขัดแย้ง ไม่มีความเกลียดชัง ทำไมเจ้าถึงมุ่งเป้ามาที่เรา?”

“เจ้าอายุเพียงเท่านี้แต่มีจิตใจชั่วร้ายมากเกินไปไม่สามารถเอาไว้ได้…”

เย่ฟ่านและผังป๋อยังคงเปลี่ยนกันเตะอย่างไร้ความปราณี เพราะกลัวว่าฮั่นเฟยหยูจะแกล้งทำเป็นหมดสภาพเพื่อลอบโจมตีพวกเขาอีกครั้ง

ในไม่ช้าใบหน้าของฮั่นเฟยหยูก็บวมเป่ง น้ำหูน้ำตาของเขาไหลออกมารวมถึงเลือดที่ทะลักออกจากปากของเขาไม่หยุดและในตอนนี้ศีรษะของเขาก็บวมเหมือนหัวหมู

แม้ว่าฮั่นเฟยหยูจะทนความเจ็บปวดอันรุนแรงนี้ได้ แต่เขายังคงกรีดร้องออกมาไม่หยุด ดวงตาของเขาจ้องมองไปที่ทั้งสองคน เต็มด้วยความโกรธแค้นราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

“ดูสายตาของเขาสิ ดูเหมือนว่าพวกเราต้องสั่งสอนให้หนักขึ้นอีก”

“ถูกต้อง ไม่เช่นนั้นเขาจะเติบโตไปเป็นคนที่ชั่วร้ายจนแก้ไขไม่ได้ หากไม่มีทางเลือกอื่นพวกเราคงต้องฆ่าเขาจริงๆ”

เมื่อได้ยินการสนทนาที่แผ่วเบาเช่นนี้ ในที่สุดฮั่นเฟยหยูก็มีใบหน้าซีดเผือดและรีบตะโกนขึ้นว่า

“อย่าฆ่าข้า … ” เมื่อเห็นเย่ฟ่านและผังป๋อดูเหมือนจะหยุดความเคลื่อนไหวเขาก็กระซิบออกมาเบาๆว่า

“อย่าฆ่าข้า ลุงของข้าเป็นผู้อาวุโสของหลิงซู่ตงเทียน ถ้าเจ้าฆ่าข้า เจ้าจะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ … “

คะแนน 4.1
กรุณารอสักครู่...