ตอนที่แล้ว413 - ปฏิกิริยาลูกโซ่
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไป415 - ไม่อยู่เฉย

414 - เยี่ยมไข้


414 - เยี่ยมไข้

เมื่อเลิกประชุมหลินชิงเทียนเป็นคนแรกที่ออกจากห้องโถง เมื่อสังเกตเห็นความโกรธที่เดือดพล่านของเขา แม้แต่ขุนนางที่มักจะใกล้ชิดกับหลินชิงเทียนก็ยังไม่กล้าเข้าใกล้เขาในเวลานี้

หากการประชุมในวันนี้ถูกนำไปเปรียบเทียบกับการต่อสู้ในสนามประลองเป็นตาย อัครมหาเสนาบดีก็นับได้ว่าถูกจักรพรรดิปราบปรามอย่างสมบูรณ์ ...

หลินชิงเทียนบุกออกจากพระราชวังและขึ้นรถม้าของเขา ตอนนั้นเองที่เขาระบายความโกรธที่ระงับไว้ เขากระแทกฝ่ามือออกไปอย่างแรงจนแหวนที่นิ้วโป้งของเขาถูกบดขยี้เป็นผุยผง

“เอี้ยนลี่เฉียงตอนนี้เป็นยังไงบ้าง? นี่คือกับดักเหรอ?”

หลินชิงเทียนถามชายชุดดำที่รออยู่บนรถอย่างเย็นชา

“ฝ่าบาททรงส่งหมอหลวงสองคนไปรักษาเขา ตามรายงานของพวกเขาเอี้ยนลี่เฉียงไม่ได้อยู่ในสภาพที่คุกคามถึงชีวิต อย่างไรก็ตามเขากำลังฝึกฝนเมื่อเขาถูกซุ่มโจมตีเมื่อคืนนี้

การต่อสู้ในขณะที่กำลังเดินลมปราณทำให้เขาเกิดธาตุไฟเข้าแทรกเป็นผลให้ตันเถียนของเขาได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง

ตันเถียนของเขามันว่างเปล่าอย่างสมบูรณ์และไม่สามารถควบแน่นได้ ไม่ว่าหมอหลวงจะพยายามใส่ลมปราณเข้าไปในตันเถียนของเขามากเท่าไหร่มันก็จะสูญหายไปอย่างรวดเร็ว

สิ่งนี้ได้รับการยืนยันโดยหัวหน้าหมอหลวงทั้งสอง พวกเขาต่างสรุปว่าสิ่งนี้จะเป็นอันตรายและจะทำลายอนาคตของเอี้ยนลี่เฉียงในการฝึกฝน…”

พูดตามตรงเอี้ยนลี่เฉียงไม่ได้คาดหวังว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นระเบิดลูกใหญ่ในเมืองหลวง ไม่คิดว่าหลิวกงกงจะสามารถชงเรื่องนี้ให้จักรพรรดิใช้เป็นข้อได้เปรียบได้

ทุกสิ่งทุกอย่างที่หลิวกงกงและคนอื่นๆเห็นในห้องของเอี้ยนลี่เฉียงล้วนแต่เป็นการแสดงที่เขาทำขึ้นเท่านั้น

เหตุผลเดียวที่เอี้ยนลี่เฉียงแสดงโชว์ที่ยอดเยี่ยมในท้ายที่สุดก็คือเพราะเขาไม่ต้องการเข้าร่วมการแข่งขันปิดตากับซือหมิงจาง

เอี้ยนลี่เฉียงไม่รู้ว่าไพ่ใบไหนที่ซือหมิงจางเก็บไว้ในแขนเสื้อดังนั้นการเข้าร่วมประลองปิดตานับเป็นการรนหาที่ตายอย่างแท้จริง

แม้ว่าตามความเป็นจริงแล้วเอี้ยนลี่เฉียงจะมีความมั่นใจที่จะเอาชนะได้ แต่ส่วนที่แย่ที่สุดคือความจริงที่ว่าต่อให้เขาฆ่าซือหมิงจางได้ก็ไม่เกิดประโยชน์

เมื่อเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้น สุดท้ายแล้วเขาจะต้องเผชิญหน้ากับการแก้แค้นของตระกูลซือซึ่งครอบครองกองทัพหลายแสนคน นี่ไม่ใช่เรื่องน่าสนุกแม้แต่น้อย!

ถึงกระนั้นเอี้ยนลี่เฉียงก็ไม่สามารถขัดขืนพระประสงค์ของจักรพรรดิและเสนาบดีใหญ่ได้ ดังนั้นตลอดสองวันนี้เขาได้ใช้สมองในการคิดผลลัพธ์ในอุดมคติสำหรับการประลองยิงธนูปิดตาว่าต้องทำอย่างไรพวกเขาถึงจะจบการต่อสู้ด้วยการเสมอกัน

ถ้าหลินเจ๋อไม่ได้ส่งนักฆ่ามาที่คฤหาสน์กวางเมื่อคืน สิ่งต่างๆคงไม่สามารถแก้ไขได้ อย่างไรก็ตามเอี้ยนลี่เฉียงค้นพบทางเลือกที่ดีกว่าในทันทีที่มือสังหารมาถึง มันดีกว่าการเสมอกันมาก

เพราะเขาไม่ต้องมีส่วนร่วมในการประลองปิดตาอย่างเปิดเผยและหลีกเลี่ยงการถูกฆ่า ไม่เพียงเท่านั้นแต่เขายังสามารถเปลี่ยนตัวเองเป็นเหยื่อเพื่อให้ได้รับความเห็นอกเห็นใจจากจักรพรรดิและสาธารณชนอีกด้วย

ในที่สุดเขาก็สามารถช่วยตัวเองให้รอดจากการเป็นเป้าหมายของหลินชิงเทียนได้ชั่วขณะหนึ่ง และในที่สุดก็กลายเป็น 'ตัวเหม็น' ที่หลินชิงเทียนเกลียดชังและไม่ต้องการแตะต้อง

ด้วยเคล็ดลับนี้ เขาสามารถฆ่านกได้สามตัวด้วยหินก้อนเดียว

ฉากนั้นสมบูรณ์แบบโดยไม่มีข้อบกพร่องใดๆ คนที่ถูกส่งมาลอบสังหารเขาเป็นเพียงของขวัญชิ้นใหญ่ให้เอี้ยนลี่เฉียงจนกระทั่งหลิวกงกงส่งกองทหารทั้งหมดมาคุ้มกันเอี้ยนลี่เฉียงไปยังเมืองหลวง

ซึ่งคนหลังก็ตระหนักว่าสิ่งต่างๆอยู่เหนือการควบคุมของเขาเล็กน้อยแต่ในฐานะคนที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการการเมืองมานานมีหรือที่เขาจะไม่สามารถใช้สถานการณ์นี้ให้เป็นประโยชน์สูงสุด

แม้ว่าเอี้ยนลี่เฉียงจะตื่นอยู่แต่ก็ไม่มีทางที่หลิวกงกงจะยอมให้เขาทำตัวเหมือนไม่ได้รับอันตรายอย่างแน่นอน

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้นเอี้ยนลี่เฉียงก็ได้แต่เล่นตามบทที่หลิวกงกงส่งให้เท่านั้น

อย่างไรก็ตามเอี้ยนลี่เฉียงคิดว่าเขาน่าจะทำตัวให้ 'หมดสติ' ถึงจะสมบูรณ์ที่สุดและไม่ต้องการรับรู้ว่าหลิวกงกงจะทำอะไรหลังจากนี้…

หลิวกงกงสั่งให้ประตูเมืองหลวงเปิดกลางดึก และส่งเอี้ยนลี่เฉียงไปยังสำนักหมอหลวงโดยส่วนตัว

เอี้ยนลี่เฉียงยังคง 'หมดสติ' เมื่อเขาไปถึงที่นั่น เขารู้สึกได้เพียงว่าเขาถูกรายล้อมไปด้วยกลุ่มคนที่ปฐมพยาบาลเขา พวกเขาทำแผลและป้อนยาให้เขาอย่างต่อเนื่องจนเขาพ้นขีดอันตราย

หลังจากถูกทรมานมาคืนหนึ่งและเสียเลือดไปหลายร้อยมิลลิลิตรเอี้ยนลี่เฉียงซึ่งเหน็ดเหนื่อยจากการฝึกฝนมาตลอดก็ได้นอนหลับสนิทจนกระทั่งถึงบ่ายอีกวันหนึ่ง

ห้องในสำนักหมอหลวงสะอาดและสะดวกสบาย กลิ่นหอมจางๆของสมุนไพรที่อบอวลอยู่ในห้อง พระอาทิตย์ส่องแสงจ้าและเป็นวันที่เอี้ยนลี่เฉียงสดชื่นแจ่มใส

“รองผู้จัดการเอี้ยนตื่นแล้ว รองผู้จัดการเอี้ยนตื่นแล้ว…!”

สิ่งแรกที่เอี้ยนลี่เฉียงเห็นเมื่อเขาตื่นขึ้นคือใบหน้าที่ประหลาดใจของหลี่น้อย จากนั้นเขาก็เห็นหลี่น้อยตะโกนอย่างมีความสุขก่อนจะวิ่งออกจากห้อง

“วูฟ…วูฟ…!”

โกลดี้ที่นอนอยู่ข้างเตียงของเอี้ยนลี่เฉียงก็ลุกขึ้นทันที มันวางอุ้งเท้าหน้าไว้บนเตียงและเห่าด้วยความตื่นเต้นสองครั้ง มองไปที่เอี้ยนลี่เฉียงที่เพิ่งตื่นขึ้นพร้อมกับแลบลิ้นออกมา

โกลดี้อยู่เคียงข้างเอี้ยนลี่เฉียงอย่างจงรักภักดี มันตามเขาจากคฤหาสน์กวางมาที่นี่ หลิวกงกงรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความรู้สึกเหมือนมนุษย์ ดังนั้นเขาจึงไม่ไล่มันออกไป

เอี้ยนลี่เฉียงหัวเราะคิกคักเมื่อเห็นโกลดี้ผู้สามารถคว้ารางวัลออสการ์สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม เขาเอื้อมมือไปลูบหัวโกลดี้และขยิบตาบอกใบ้ให้มันไม่ต้องตื่นเต้นขนาดนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการสงสัยจากคนอื่น

เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากด้านนอกประตู ในเวลาเพียงชั่วพริบตา จักรพรรดิ หลิวกงกงและหมอหลวงคนหนึ่งที่รักษาเอี้ยนลี่เฉียงก็เดินเข้ามาพร้อมกับมีองครักษ์อีกหลายคนที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าห้อง

จักรพรรดิที่สวมชุดมังกรกวาดสายตาไปยังเอี้ยนลี่เฉียง

“ถวาย… บังคม… ฝ่าบาท… แค่ก แค่ก…”

เอี้ยนลี่เฉียงไม่คิดว่าจักรพรรดิจะมาเยี่ยมเขาโดยตรง ดังนั้นเขาจึงพยายาม'ดิ้นรน' เพื่อลุกขึ้นจากเตียงและแสดงสีหน้าประหลาดใจพร้อมกับปลื้มปิติ

อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวของเขาซบเซาเนื่องจากร่างกายค่อนข้าง 'อ่อนแอ' เขาไม่เพียงแต่มีร่างกาย 'อ่อนแอ' เท่านั้น แม้แต่เสียงของเขาก็เหมือนกัน

เมื่อเขากำลังจะพูดอย่างเร่งรีบ เขาก็สำลักและเริ่มไอ

“รีบนอนลงนอนลงไป ไม่จำเป็นต้องมากพิธีขนาดนั้น ลี่เฉียงเราเพิ่งมาถึงสำนักหมอหลวงและสงสัยว่าเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง เมื่อเราได้ยินว่าเจ้าตื่นแล้ว เราก็อดไม่ได้ที่จะมาพบเจ้า!”

ขณะที่พูด จักรพรรดิก็นั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียง เขามองไปที่เอี้ยนลี่เฉียงด้วยความกังวลและให้หลิวกงกงห่มผ้าห่มให้เขาอีกชั้นนึง

“ขอบพระทัยฝ่าบาท กระหม่อมไม่คิดว่าหลินเจ๋อจะเกลียดกระหม่อมมากขนาดนี้ แม้ว่าข้าจะได้พบกับหลานชายของอัครเสนาบดีเพียงครั้งเดียวก็ตาม…”เอี้ยนลี่เฉียงฝืนยิ้ม

“หมอหลวงฮวงกล่าวว่าตันเถียนของลี่เฉียงจะไม่สามารถควบแน่นลมปราณได้อีกต่อไป…”

“มันเป็นแบบนี้ได้ยังไง!”

เมื่อได้ยินเรื่องนี้เอี้ยนลี่เฉียงมีใบหน้าบิดเบี้ยวและกล่าวว่า

“กระหม่อมกำลังฝึกฝนอยู่และรู้สึกว่ามีบางอย่างพุ่งเข้ามาจากหน้าต่าง กระหม่อมจึงกลิ้งจากเตียง ในขณะนั้นกระหม่อมรู้สึกถึงพลังปราณที่สำคัญในจุดตันเถียนสั่นไหวก่อนที่มันจะกระจัดกระจาย

แม้ว่ากระหม่อมจะโชคดีพอที่จะฆ่าผู้บุกรุก แต่กระหม่อมก็หมดสติไปจากอาการบาดเจ็บ ในตอนที่กระหม่อมตื่นขึ้นก็รู้สึกผิดปกติบางอย่างในตันเถียน ไม่คิดว่ากระหม่อมจะกลายเป็นคนพิการไปแล้ว…”

จักรพรรดิมองที่เอี้ยนลี่เฉียงด้วยดวงตาเห็นอกเห็นใจ ก่อนที่ใบหน้าของเขาจะแสดงสีหน้าอาฆาตแค้น

“เจ้ามั่นใจได้ลี่เฉียง คราวนี้เราจะตามหาความยุติธรรมให้เจ้าอย่างแน่นอนและจะไม่ปล่อยให้ใครก็ตามที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้พ้นโทษ!”

“ขอบพระทัยฝ่าบาท ในเวลานี้สิ่งที่กระหม่อมต้องทำก็คือรีบฟื้นตัวให้เร็วที่สุดเพื่อทำการประลองในอีกสามวันข้างหน้า …”

เอี้ยนลี่เฉียงมีสีหน้าจริงจังเมื่อพูดจบเขาก็เริ่มไออย่างรุนแรงจนใบหน้าแดงก่ำ แม้แต่เส้นสีเลือดน้ำเงินที่คอและขมับของเขาก็ยังนูนออกมา

ในเวลานี้จักรพรรดิรู้สึกสะเทือนใจอย่างแท้จริงเขาจับมือเอี้ยนลี่เฉียงและกล่าวด้วยเสียงนุ่มนวลว่า

“ลี่เฉียงเจ้าไม่ต้องกังวลกับการแข่งขันปิดตา หลินชิงเทียนได้ยกเลิกการแข่งขันด้วยความตั้งใจของเขาเองระหว่างการประชุมเมื่อเช้านี้

เจ้าควรพักผ่อนที่นี่เพื่อพักฟื้นจากบาดแผลของเจ้า หลังจากที่เจ้าหายดีแล้ว เรามีภารกิจสำคัญที่จะมอบหมายให้เจ้าทำ!”

“ฝ่าบาท …”

ดวงตาของเอี้ยนลี่เฉียงเป็นสีแดงก่ำและมีน้ำตาไหลซึมออกมาเล็กน้อย ในขณะนี้แม้แต่ตุ๊กตาออสการ์ก็ต้องโบกมือให้เอี้ยนลี่เฉียง

“เจ้าพักผ่อนเถอะอย่ากังวลเรื่องอื่นเลย…”

จักรพรรดิตบมือของเอี้ยนลี่เฉียงเบาๆก่อนที่เขาจะลุกขึ้นและพูดกับหมอหลวงหวังว่า

“สำนักแพทย์หลวงต้องพยายามอย่างเต็มที่เพื่อรักษาเอี้ยนลี่เฉียง หากยาของที่นี่ไม่เพียงพอเจ้าสามารถไปเบิกเอาจากวังหลวงได้…”

“กระหม่อมจะพยายามอย่างเต็มที่อย่างแน่นอน!” หมอหลวงรีบประสานมือตอบด้วยความนอบน้อม

"ดี." จากนั้นจักรพรรดิก็หันไปมองหลิวกงกง “ข้าจะปล่อยให้ลี่เฉียงอยู่ในความดูแลของเจ้า!”

“ฝ่าบาทโปรดวางใจ!”หลิวกงกงโค้งศีรษะพร้อมกับประสานมือ

หลังจากนั้นจักรพรรดิก็ออกจากสำนักแพทย์หลวงแล้วกลับไปที่วังหลวงด้วยสีหน้าโกรธแค้น

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด