ตอนที่แล้ว80Y-ตอนที่ 44 ทะลวงผ่านหลังจากเฝ้ามองดูฝน
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไป80Y-ตอนที่ 46 การเกษียณราชการที่ถูกบังคับ

80Y-ตอนที่ 45 จักรพรรดิหมิงที่เปลี่ยนไป


ในคืนที่ฝนตกหนักท่ามกลางสายฟ้าฟาดผ่า สตรีศักดิ์สิทธิ์ รู้สึกสับสน

เหตุใด จิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของนางจึงไม่สมบูรณ์?

“ข้าต้องคิดเรื่องนี้ให้ละเอียดถี่ถ้วน…”

สตรีศักดิ์สิทธิ์ ได้เริ่มคิดเกี่ยวกับทั้งชีวิตของนางในโลกนี้

นางต้องแก้ไขข้อบกพร่องเหล่านี้ก่อนถึงจะก้าวไปข้างหน้าได้

ราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา เมืองหลวงราชวงศ์ ตำหนักเย็น

หลินจิ่วเฟิง ได้ทะลวงผ่านไปยังช่วงต่อไปหลังจากเฝ้าดูฝน ในที่สุดจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเขาก็มีร่างมนุษย์ ในขณะที่เขาทะลวงผ่านด่านไร้สิ้นสุดของขั้นเทพมนุษย์อย่างเป็นทางการ

“เป้าหมายของด่านไร้สิ้นสุด คือ การเปิดขุมทรัพย์ของร่างกายมนุษย์และปลดล็อคความสามารถขั้นสุดยอดของมันทีละขั้นเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง และ นี่จะเป็นจุดต่างในช่วงระดับพลังของขั้นพลังนี้”หลินจิ่วเฟิง ได้พูดถึงคู่มือลับที่เขาเคยเห็นในห้องสมุดราชวงศ์

เขาต้องค่อย ๆ ปลดล็อคความสามารถที่ซ่อนอยู่ภายในร่างกายอย่างช้า ๆ และทลายขีดจำกัดก้าวเข้าสู่ความสามารถอันไร้ขอบเขต

ด่านไร้สิ้นสุด เป็น ช่วงพลังที่ไม่ค่อยคุ้นเคยสำหรับ หลินจิ่วเฟิง

ดังนั้นเขาจำเป็นจะต้องพยายามทำความคุ้นเคยกับช่วงพลังนี้ให้มากขึ้น

ดังนั้นเขาจึงไม่ได้สนใจโลกภายนอก

ในทางกลับกัน การส่งอาหารของ ต้าชุน ก็กลับมาดำเนินการอีกครั้ง

ในช่วงเวลานี้ การส่งอาหารจาก ทุก ๆ 7 วันได้เปลี่ยนเป็นเดือนละ 1 ครั้ง

หลินจิ่วเฟิง ไม่จำเป็นจะต้องรับประทานอาหารและดื่มเครื่องดื่มบ่อย

พูดตามตรง อาหารได้กลายเป็นแรงกระตุ้นบางอย่างในชีวิตของเขาเพียงเท่านั้น ทำให้เขาตอบสนองมื้ออาหารเป็นเดือนละ 1 ครั้งแทน

เมื่อเร็ว ๆ นี้ เจ้าแมวขาวตระหนักได้ว่า หลินจิ่วเฟิง ได้ประสบความสำเร็จอีกครั้ง

มันรู้สึกท้อแท้อย่างยิ่ง เนื่องจากการบ่มเพาะพลังของ หลินจิ่วเฟิง รวดเร็วเกินไป

ไม่ว่ามันจะพยายามมากแค่ไหนก็ตามก็ไม่สามารถไล่ตามได้ทันสักที

ดังนั้นมันจึงรู้สึกหดหู่ในใจอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม หลินจิ่วเฟิง สัมผัสได้ถึงดวงตาแปลก ๆ ของเจ้าแมวขาวที่มองมาที่เขาจากระยะไกล สายตาของมันทำให้ หลินจิ่วเฟิง รู้สึกไม่สบายใจ

นี่เป็นผลให้เขาไม่พยายามไปกระตุ้นโทสะของมัน

...

เวลาได้ผ่านไป ภายในราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา

การจัดการบริหารของ หลินเทียนหยวน ยอดเยี่ยมมาก ตอนนี้มีปราชญ์การต่อสู้มากมายในราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา กระทั่งในกองทัพและราชสำนัก

ปราชญ์เหล่านี้ได้รับคำสั่งโดยตรงจาก หลินเทียนหยวน

ทำให้แต่ละคนกลายเป็นเย่อหยิ่งมากขึ้น

ไม่ว่าองค์จักรพรรดิของพวกเขาจะออกนอกลู่นอกทางแค่ไหน

แต่ตราบใดที่องค์จักรพรรดิตรัสว่าถูก พวกเขาก็ยืนกรานว่ามันถูก

หลินเทียนหยวน กลายเป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองสูงมากขึ้น-และเชื่อว่าทุกสิ่งที่เขาทำนั้นย่อมเป็นผลดีสำหรับประชาชนทั้งหมด

หากประชาชนคัดค้านหรือไม่ชอบนโยบายการบริหารของเขา ก็คงเป็นเพราะเหล่าเจ้าหน้าที่ด้านล่างไม่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งของเขาอย่างถี่ถ้วน

ยิ่งไปกว่านั้น ภายหลังจากคัดเลือกนางสนมแล้ว ก็มีสาวงามนับไม่ถ้วนหลั่งไหลเข้ามาในวังหลัง

ทุกวันนี้เขาได้อยู่กับแม่นางเหล่านี้ทีละคนหรือหลายคนพร้อมกัน

ซึ่งทำให้ หลินเทียนหยวน ยุ่งมาก

ในช่วงเวลานี้ สนมโปรดของเขาก็คือ เหมยเหนียง

เขาได้พักอยู่ในตำหนักของ เหมยเหนียง ทุกคืน

จนไม่ไปหาจักรพรรดินีหรือนางสนมคนอื่น ๆ

ราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงบางอย่างไปอย่างเงียบ ๆ

แน่นอนว่า หลินจิ่วเฟิง ไม่ได้รับรู้เกี่ยวกับสถานการณ์เหล่านี้ เพราะเขาเลือกที่จะฝึกฝนในตำหนักเย็นอย่างเงียบ ๆ

เวลาได้ผ่านไปอย่างช้า ๆ

น้อยคนนักที่จะมีใครเลือกที่จะมาที่ตำหนักเย็น ทำให้ที่นี่มีเพียงเขาและเจ้าแมวขาว บางครั้งพวกเขาก็ทะเลาะกัน บางครั้งงอนกันและกัน

แต่ขณะที่อีกฝ่ายกำลังบ่มเพาะพลัง จะไม่มีใครรบกวนใครคนใดเลย

เวลาได้ผ่านไปอย่างนี้เรื่อย ๆ จน ต้าชุน ได้มาส่งอาหารอีกครั้ง

เดือนละครั้ง ต้าชุน ได้มาตรงเวลาและไม่เคยหย่อนยานในเรื่องนี้

การส่งอาหารของ ต้าชุน เกิดขึ้นเดือนละครั้ง-ทำให้เขามาตรงเวลาเสมอ

เขาไม่คิดจะหย่อนยานแม้แต่ครั้งเดียว

ตอนนี้เขาได้เป็นผู้บัญชาการทัพทหารส่วนพระองค์

เขาดำรงตำแหน่งอันสูงส่งได้ เพราะเป็นคนดูแลพระราชวัง จับกุมกบฏที่ต่อต้านองค์จักรพรรดิ และ เฝ้าระวังให้กับองค์จักรพรรดิ

แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังเคารพ หลินจิ่วเฟิง อย่างมาก

ตามปกติแล้ว เขามักจะบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้ หลินจิ่วเฟิง ฟัง เกี่ยวกับสถานการณ์ภายในเมืองหลวง

แต่เมื่อสามปีที่แล้ว หลินจิ่วเฟิง ไม่อนุญาติให้เขาส่งอาหาร

จนกระทั่งไม่นานมานี้เอง ที่อีกฝ่ายเริ่มให้เขากลับมาส่งอาหารอีกครั้ง

การส่งอาหารในวันนี้ ต้าชุน ได้มาเป็นปกติ แน่นอนว่าเขาได้นำข่าวมาด้วย

“องค์ชาย ช่วงสามปีที่ผ่านมาท่านเป็นอย่างไรบ้าง?”ต้าชุน กล่าวถามด้วยความจริงใจ

ด้านหลังประตูของตำหนักเย็น หลินจิ่วเฟิง ยิ้มออกมา“ข้าสบายดี แล้วเจ้าล่ะ?”

“ข้าก็สบายดี ระดับการบ่มเพาะพลังของข้าเพิ่มสูงขึ้น และ ตอนนี้ข้ามีลูกคนที่สองแล้ว ตำแหน่งทางการของข้า ได้ถูกเลื่อนเป็น หนึ่งในผู้บัญชาการทัพทหารส่วนพระองค์ ตอนนี้ข้าถือว่าได้เป็นแม่ทัพที่มีชื่อเสียงสูงส่งแล้ว ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณท่าน”ต้าชุน กล่าวอย่างซาบซึ้ง

“นี่ล้วนเป็นความพยายามของเจ้า ดังนั้นเจ้าจึงไม่จำเป็นจะต้องขอบคุณข้า”หลินจิ่วเฟิง ได้สั่นศีรษะ

เขาได้คุยกับต้าชุนแบบสบาย ๆ

ต้าชุน รู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก ที่เล่าถึงสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงของเขาในปัจจุบัน ให้ ลู่เฟิง ได้รับรู้

แต่งงานมีลูก ได้รับการเลื่อนยศ มีความมั่งคั่ง และ ทะลวงด่านการบ่มเพาะพลัง…

เขาได้รับสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด

ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ดี

หลายปีที่ผ่านมามีอะไรเกิดขึ้นหลายอย่าง แม้ว่า ต้าชุน จะแข็งแกร่งขึ้น แต่เขาก็ยังไม่ได้บรรลุขั้นปราชญ์การต่อสู้

แม้ว่าเขาจะมีผลงานจึงได้เลื่อนขั้นเป็นผู้บัญชาการทัพส่วนพระองค์ภายใต้การดูแลของ หลินเทียนหยวน แต่เหตุผลที่แท้จริงเป็นเพราะเขาเป็นเพียงคนเดียวที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับ หลินจิ่วเฟิง

นี่เป็นการแสดงความเคารพต่อ หลินจิ่วเฟิง โดย หลินเทียนหยวน

ดังนั้น ต้าชุน จึงกลายเป็นหนึ่งในผู้บัญชาการทัพส่วนพระองค์

แม้ว่าจะมีคนอื่นในตำแหน่งนี้ด้วย แต่ต้าชุน ก็มีความสุขมาก

เขาไม่ได้มีความทะเยอทะยานมากนัก ฐานการบ่มเพาะพลังของเขาคือ ขั้นปรจารย์ที่ยิ่งใหญ่ และ ในหน้าที่แต่ละวัน เขาก็รับหน้าที่ดูแลความรับผิดชอบด้านการขนส่งภายในพระราชวัง

แม้ว่าสิ่งนี้จะไม่ค่อยเหมาะสมกับตำแหน่งของเขา แต่ก็เป็นเขาที่เลือกเอง

“องค์ชาย ท่านรู้หรือไม่ว่า ในเมืองหลวง มีข่าวเรื่องการปลดจักรพรรดินีองค์ปัจจุบันอย่างกระทันหัน”ต้าชุน ได้กล่าวพูดขึ้น

“ปลดจักรพรรดินีองค์ปัจจุบัน?”หลินจิ่วเฟิง อดไม่ได้ที่จะหยุดดื่มไวน์และกล่าวถามด้วยความประหลาดใจ

“ถูกต้อง…”

“ฝ่าบาทกำลังคิดจะปลดองค์จักรพรรดินีผู้สง่างามและเปี่ยมไปด้วยคุณธรรมคนนี้ โดยแทนที่ด้วยนางสนมคนใหม่”ต้าชุน ได้อธิบาย

“เพราะอะไร?”หลินจิ่วเฟิง กล่าวถามพลางขมวดคิ้วแน่น

หลินเทียนหยวน ได้พบกับจักรพรรดินีองค์ปัจจุบันตั้งแต่พวกเขายังเด็ด ทั้งสองได้แต่งงานและสนับสนุนซึ่งกันและกันมาตลอดเกือบ 20 ปีมานี้

การแต่งงานของพวกเขาได้ผลิตบุตรสาวและบุตรชาย

“ข้าได้ยินมาว่าฝ่าบาททรงตำหนิองค์จักรพรรดินีที่อิจฉาผู้อื่น”ต้าชุน ได้ตอบกลับ

แม้แต่เขาก็ยังไม่พอใจเกี่ยวกับปัญหานี้

แม้ว่า เขาจะเทิดทูน หลินเทียนหยวน ที่จัดการราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์ได้เป็นอย่างดีตลอดหลายปีที่ผ่านมา

แต่เขาก็ไม่พอใจเกี่ยวกับการจัดการในเรื่องนี้

การปลดจักรพรรดินีองค์ปัจจุบันเพียงเพราะเห็นแก่นางสนมคนใหม่ นี่เป็นการเลือกที่ฉลาดงั้นหรือไม่?

“เขาบ้าไปแล้วงั้นเหรอ?”หลินจิ่วเฟิง รู้สึกสับสน

หากใครได้ฟังก็คงคิดว่า หลินเทียนหยวน เป็นบ้าไปแล้ว

“องค์ชาย ทางราชสำนักต่างก็โต้เถียงกันอย่างดุเดือดในเรื่องนี้ แม้ว่าฝ่าบาทจะไม่ได้ออกราชโองการอย่างเป็นทางการ แต่พระองค์ก็ตรัสว่าจะไม่เสด็จไปหาองค์จักรพรรดินีอีกต่อไป”

ต้าชุน ได้ถอนหายใจขณะที่อธิบาย

เขาถอนหายใจให้กับจักรพรรดินีคนนี้

จักรพรรดินีเป็นสตรีที่เปี่ยมไปด้วยคุณธรรม นางได้จัดการวังหลังฮาเร็มขององค์จักรพรรดิมานานกว่า 10 ปีและทำได้ดี

แต่ทว่า การที่นางถูกจักรพรรดิหมิงดูหมิ่นนี้ มันไม่น่าให้อภัยจริง ๆ

“สนมโปรดคนปัจจุบันของเขาเป็นใคร?”หลินจิ่วเฟิง ได้กล่าวถาม

“เป็นสนมหมิง นางมีนามว่า เหม่ยเหนียง นางมีรูปลักษร์ที่งดงามอย่างมากดังนั้นนางจึงสะกดสายตาของฝ่าบาทได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่พบเห็น กระทั่ง สนมหลายคนยังรู้สึกไม่พอใจจนถึงขนาดส่งผ้าแพรสีขาวไปให้นางเพียงเพราะความอิจฉาในเรื่องนี้”

“ช่างโง่เขลาอะไรขนาดนี้!”หลินจิ่วเฟิง ได้พ่นลมหายใจออกมาอย่างเย็นชา

“จักรพรรดิหมิงทำผิดพลาดในเรื่องนี้งั้นหรือ?” ต้าชุน ได้กล่าวถาม

หลินจิ่วเฟิง ได้พูดต่อ“ผิดมหันต์เชียวละ ยังดี ปล่อยให้เขาโต้เถียงกับเจ้าหน้าที่ในราชสำนักไปก่อน ข้าเชื่อว่า เหล่าเจ้าหน้าที่พวกนั้นจะไม่ยินยอมให้มีการล้มลางจักรพรรดินีองค์ปัจจุบันเกิดขึ้น”หลินจิ่วเฟิง ได้ตอบกลับ

“องค์ชายพูดถูกแล้ว เหล่าเจ้าหน้าที่ในราชสำนักต่างก็คัดค้านในเรื่องนี้ พวกเขาแสดงออกถึงความไม่เหมาะสมอย่างมาก หากมีความคืบหน้าอื่นใด ข้าจะรีบมาแจ้งให้ท่านทราบอีกครั้ง”ต้าชุน ได้พยักหน้า

หลินจิ่วเฟิง ได้ดื่มไวน์เสร็จจากนั้นเขาก็ให้ต้าชุนเก็บของออกไป

เขาได้สั่นศีรษะอย่างเสียใจและพึมพัมออกมา“บางทีอาจจะมีเพียงจักรพรรดิหยวนที่ผิดปกติที่สุด”

จักรพรรดิหยวน ทำงานอย่างไม่หยุดหย่อนตลอด 10 กว่าปี เขาไม่เคยมองหาความสุขและผลประโยชน์ให้แก่ตัวเอง

เขาทำงานอย่างขยันขันแข็งจนตายกระทั่งช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตก็ยังไม่มองหาความสุขให้กับตัวเขา

อย่างไรก็ตาม เห็นได้ชัดว่า หลินเทียนหยวน ไม่สามารถทำเช่นเดียวกันได้

เป็นเวลาเกือบ 2 ทศวรรษแล้วนับตั้งแต่อีกฝ่ายขึ้นครองราชย์ เขาทำได้ดีมากในช่วง 10 ปีแรก ในการดำเนินการปฏิรูปต่าง ๆ แม้กระทั่งการกำจัดนิกายชาวพุทธ

แต่หลังจากเรื่องนี้ผ่านไป หลินเทียนหยวน ที่รู้สึกชื่นชมในผลงานของตัวเองและมองโลกที่สงบสุขนี้อย่างน่าเบื่อ ดังนั้นเขาจึงสูญเสียความคิดที่จะก้าวไปข้างหน้าต่อ

เขาได้หยุดที่จะพัฒนาและหันไปจดจ่อกับความสุขของตัวเอง

ของมึนเมา , สตรี  และ อำนาจ ค่อย ๆ กัดกร่อนหัวใจของเขา

เป็นเพราะเขามีอำนาจมากขึ้นทำให้เผยท่าทีที่หยิ่งผยองเหล่านี้ออกมา

กระทั่งไม่สนใจเหล่าคำแนะนำที่มาจากผู้ภักดีที่มีต่อเขา

“ในประวัติศาสตร์มี ราชา อย่าง หลินเทียนหยวน เป็นบรรทัดฐาน…”

“แต่ จักรพรรดิหยวน มีเพียงคนเดียวในประวัติศาสตร์”หลินจิ่วเฟิง ได้ถอนหายใจออกมา

นี่คือเหตุผลที่เขาบอกว่าจักรพรรดิหยวนเป็นคนผิดปกติ

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด