ตอนที่แล้วMartial god space ตอนที่ 386
ทั้งหมดรายชื่อตอน

Martial god space ตอนที่ 387 : ขอบเขตลมปราณกึ่งตำนานขั้นที่ 9!

 

” ให้ตายเถอะ! ไอ้หัวขโมยบัดซบนั้นกำลังเผชิญหน้ากับด่านภัยพิบัติสวรรค์ ” ในเวลานี้ทุกคนตระหนักได้ทันทีว่า ทาสโลหิตที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่มนุษย์ คนที่อยู่เบื้องหลังแท้จริงแล้ว น่าจะเป็นนักรบคนเถื่อนที่แต่งกายของชนเผ่าถ้ำเมฆาอัคคี

 

ซือ จือหมิง รู้สึกโกรธเป็นอย่างมาก ชายคนนี้สวมชุดชนเผ่าถ้ำเมฆาอัคคี เห็นได้ชัดว่าเขาแฝงตัวมากับคนของชนเผ่าถ้ำเมฆาอัคคี ซึ่งเขาไม่ทันได้สังเกต การกระทำเช่นเหมือนเป็นการเหยียบจมูกเสือ ทำให้เขายอมรับในเรื่องนี้ไม่ได้

 

ยิ่งกว่านั้น เขายังจำคนคนนี้ไม่ได้ด้วยซ้ำ!

 

เย่ ซีหวิน ได้เปลี่ยนรูปโฉมของเขาอีกครั้ง ทำให้ ซือ จือหมิง จดจำเขาไม่ได้ว่าเป็นใครกันแน่ ยิ่งเขาพยายามเค้นความคิดมากเท่าไหร่ยิ่งทำให้เขารู้สึกโมโหมากขึ้นเท่านั้น

 

เย่ ซีหวิน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีคนกำลังจะตายเพราะความโกรธที่มีต่อเขา เพราะตอนนี้ เย่ ซีหวิน กำลังให้ความสนใจกับพลังภายในร่างที่กำลังเดือดพล่าน

 

สายฟ้าจากด่านภัยพิบัติสวรรค์ฝ่าลงมามากขึ้นเรื่อยๆ แต่สายฟ้าเหล่านี้ราวกับมีดวงตา มันไม่ได้กระจายออกไปในน้ำ แต่โจมตีไปที่ร่างของ เย่ ซีหวิน โดยตรง

 

สายฟ้าเหล่านี้โจมตีไปที่ร่างของ เย่ ซีหวิน อย่างต่อเนื่อง มันยิ่งทำให้ปราณหยวนภายในร่างของเขาเดือดพล่านมากยิ่งขึ้น เย่ ซีหวิน รู้ดีกว่าการโจมตีเหล่านี้เป็นเพียงแค่น้ำย่อย

 

แน่นอนว่า ด่านภัยพิบัติสวรรค์ ไม่ต้องการให้ เย่ ซีหวิน มีโอกาสได้หยุดพักหายใจ มันส่งร่างสายฟ้าจำนวนนับไม่ถ้วนไปโจมตี เย่ ซีหวิน ทันที

 

ไม่ว่าจะเป็น ซือ จือหมิง,  ผาน ชุยหรง และหยิงต้า รวมถึงมังกรวารี  พวกเขาตกตะลึงจนพูดไม่ออกเมื่อได้เห็นฉากนี้ นี่เขาไปทำอะไรให้สวรรค์โกรธ ด่านภัยพิบัติสวรรค์ถึงได้ส่งกองทัพลงมาเพื่อสำเร็จโทษเขา

 

ด่านภัยพิบัติสวรรค์ ปกติก็น่ากลัวอยู่แล้ว ไม่ต้องพูดถึงความแตกต่างของด่านภัยพิบัติสวรรค์ เพียงแค่ด่านภัยพิบัติสวรรค์ทั่วไปก็สามารถฆ่าปรมาจารย์ทั่วไปได้แล้ว แต่ด่านภัยพิบัติสวรรค์ที่พวกเขากำลังเห็นอยู่มันมากยิ่งกว่าด่านภัยพิบัติสวรรค์ทั่วไป ด่านภัยพิบัติสวรรค์ที่ผิดปกติเช่นนี้เคยมีบันทึกเอาไว้แต่ในคัมภีร์โบราณเท่านั้น ตอนนี้พวกเขาเหมือนเป็นพยานที่ได้เห็นด่านภัยพิบัติสวรรค์ในตำนานของจริงตามที่กล่าวเอาไว้

 

ร่างของนักรบสายฟ้าจำนวนมากมายตกลงมาจากฟากฟ้า แต่ละตัวมีพลังน่ากลัวมาก ร่างสายฟ้าเหล่านั้นพุ่งตรงไปที่ เย่ ซีหวิน ด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ

 

นี่คือด่านภัยพิบัติสวรรค์ที่จอมยุทธทุกคนต่างหวาดกลัว ด่านภัยพิบัติสวรรค์นั้นไม่มีอะไรมากไปกว่าการทดสอบ มีเพียงจอมยุทธที่โดดเด่นและมีขอบเขตลมปราณลึกซึ้งเท่านั้นที่จะก้าวข้ามไปได้ แต่สำหรับคนอื่นๆ ด่านภัยพิบัติสวรรค์ นับว่าเป็นหายนะอย่างแท้จริง

 

แม้ว่า เย่ ซีหวิน จะไม่ใช่คนที่มีพรสวรรค์ อย่างไรก็ตาม ขอบเขตลมปราณของเขาอยู่ในระดับที่ลึกซึ้งมาก ในช่วงสองปีที่ผ่านมา เย่ ซีหวิน ตั้งใจไม่ทะลวงขอบเขตลมปราณ เพื่อสร้างรากฐานของตัวเองให้ลึกซึ้ง

 

แต่ถึงอย่างนั้น เย่ ซีหวิน ก็ไม่กล้าที่จะดูถูกด่านภัยพิบัติสวรรค์เลยแม้แต่น้อย เพราะด่านภัยพิบัติสวรรค์ของเขาน่าสะพรึงกลัวมากขึ้นในทุกครั้ง

 

เย่ ซีหวิน ยิ้มอย่างเย้ยหยัน ก่อนจะพุ่งตรงเข้าไปปะทะกับนักรบสายฟ้าเหล่านั้นราวกับลำแสงสีทอง นักรบสายฟ้าเหล่านั้นไม่ได้มีเพียงแค่วานรสายฟ้า มันยังสัตว์ประหลาดชนิดอื่นๆ พวกมันหลายตัวมีรูปร่างคล้ายกับมนุษย์ แต่ยังคงรูปลักษณ์ของสัตว์ประหลาด พวกมันพุ่งตรงเข้าหา เย่ ซีหวิน พร้อมกับกวัดแกว่งอาวุธในมือของพวกมัน

 

” ฆ่า! ” นักรบสายฟ้าเหล่านั้นร้องคำรามเสียงดังก่อนจะเข้าถึงตัว เย่ ซีหวิน แต่ละตัวโจมตีด้วยดาบ หอก ไม้กระบอง และอาวุธประเภทอื่นๆ ความแข็งแกร่งของพวกมันแต่ละตัว เหนือกว่านักรบคนเถื่อนขอบเขตลมปราณระดับตำนานขั้นลึกซึ้ง

 

เย่ ซีหวิน กู่ร้องคำราม ตราประทับถล่มภูผา ก็ปรากฏขึ้นทันที ก่อนจะบดขยี้ทุกสิ่งที่ขวางหน้า ภูเขายักษ์ตกลงมาจากฟากฟ้าราวกับมังกรยักษ์ นักรบสายฟ้าหลายตัวไม่มีโอกาสได้โต้ตอบก็ถูกทุบโดย เย่ ซีหวิน ร่างของพวกมันแหลกสลายกลายเป็นกลุ่มก้อนพลังงานสายฟ้า และถูกดูดซับอย่างรวดเร็วโดย  เย่ ซีหวิน

 

จักรวาลภายในจุดตันเถียนของ เย่ ซีหวิน ส่งเสียงแตกหลังจากที่ดูดซับพลังงานสายฟ้าเหล่านั้นเข้าไป

 

เย่ ซีหวิน โคจรเคล็ดวิชากายาทรราชย์ขั้นที่ห้า จากนั้นเขาดีดตัวพุ่งตรงเข้าไปกลางกลุ่มของนักรบสายฟ้าทันที ฝ่ามือเมฆาอัคคีถูกยิงออกไปกลายเป็นฝ่ามือเมฆเพลิงยักษ์บนท้องฟ้า มือขนาดใหญ่คว้าจับร่างของนักรบสายฟ้าทั้งหมดเอาไว้แล้วบีบรัดอย่างรุนแรง ร่างของนักรบสายฟ้าเหล่านั้นก็ระเบิดในทันที

 

ใบหน้าของ ซือ จือหมิง เปลี่ยนกลายเป็นหมองคล้ำ เมื่อพบว่าความเข้าใจในเคล็ดวิชาฝ่ามือเมฆาอัคคีของเขาด้อยกว่า เย่ ซีหวิน อย่างมาก มันทำให้เขานึกถึง เย่ ซีหวิน ก่อนที่จะเปลี่ยนแปลงรูปโฉม แต่ชายคนนี้กับแตกต่างจาก เย่ ซีหวิน ไม่ว่าจะเป็นทั้งออร่า หรือรูปร่าง ดังนั้นเขาทำได้แค่โทษโชคชะตาของตัวเอง เพียงในช่วงเวลาสั้นๆ เขาได้พบกับคนเถื่อนสองคนที่มีความเข้าใจเคล็ดวิชาฝ่ามือเมฆาอัคคีในระดับที่เหนือกว่า

 

พวกเขายังคงโจมตีทาสโลหิตอย่างต่อเนื่อง แน่นอนว่าพวกเขาไม่ใช่คนโง่ ทุกคนต่างรู้ดีว่าทาสโลหิตสามารถเกิดใหม่ได้ อย่างไรก็ตาม ทุกสิ่งย่อมต้องมีขีดจำกัด ไม่เช่นนั้นจะเป็นการขัดต่อเจตจำนงของสวรรค์

 

ความสามารถในการเกิดใหม่ของทาสโลหิตนั้น จะต้องพึ่งพาแหล่งพลังงานบางอย่าง พวกเขาเพียงฆ่ามันไปเรื่อยๆ จนกว่าแหล่งพลังงานของมันจะถูกใช้จนหมด เมื่อถึงเวลานั้นการต่อสู้ครั้งนี้ก็จะจบลงทันที

 

ดังนั้น พวกเขาต้องเร่งมือก่อน เย่ ซีหวิน จะผ่านด่านภัยพิบัติสวรรค์ และฉวยโอกาสตอนที่ เย่ ซีหวิน กำลังอ่อนแอจากการเผชิญหน้ากับด่านภัยพิบัติสวรรค์ พวกเขาจะอาศัยจังหวะนั้นตัดหัวของ เย่ ซีหวิน

 

” ฉัวะ! ” ในระหว่างที่พวกเขาโจมตีทาสโลหิตอยู่นั้น นกอินทรีของ หยิงต้า คว้าจับทาสโลหิตเอาไว้ด้วยกรงเล็บแล้วใช้จะงอยปากอันแหลมคมของมันฉีกร่างของทาสโลหิตโดยตรง

 

แม้ว่า เย่ ซีหวิน ไม่ได้หันกลับไปมองการต่อสู้ของทาสโลหิต แต่เขาก็รู้เจตนาของของอีกฝ่ายดี ภายใต้แรงกดดันนี้ ดูเหมือนทั้งสองฝ่ายกำลังแข่งขันกันว่าใครจะสามารถโค่นต่อสู้ที่อยู่ตรงหน้าได้เร็วกว่ากัน

 

เย่ ซีหวิน สังหารนักรบสายฟ้าตัวแล้วตัวเล่าอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าแต่ละตัวจะมีความแข็งแกร่งเทียบเท่าจอมยุทธลมปราณระดับตำนานขั้นลึกซึ้ง แต่พวกมันก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของ เย่ ซีหวิน สำหรับจอมยุทธในระดับขอบเขตลมปราณเดียวกัน เย่ ซีหวิน กล้าพูดได้เต็มปากว่า ไม่ใครสามารถเอาชนะเขาได้

 

นอกจากนี้ เย่ ซีหวิน ยังมีกายาทรราชย์ทองคำ ทำให้การโจมตีทั่วไปไม่สามารถสร้างรอยขีดข่วนบนร่างกายของเขาได้ เย่ ซีหวิน พุ่งเข้าไปโจมตีนักรบสายฟ้าอย่างบ้าคลั่ง โดยไม่สนใจการโจมตีของนักรบสายฟ้าที่โจมตีสวนกลับมา เขาใช้เพียงแค่หนึ่งฝ่ามือก็สามารถสังหารนักรบสายฟ้าได้อย่างง่ายดาย จากนั้นพลังงานสายฟ้าอันบริสุทธิ์ของพวกมันก็ดูดซับทันที ความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

 

ความแข็งแกร่งของ เย่ ซีหวิน เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ในระหว่างที่ฆ่านักรบสายฟ้าเหล่านั้น เขาไม่ได้ตั้งใจดูดซับพลังงานเพียงอย่างเดียว แต่เขากับทำสองสิ่งไปพร้อมกัน เขาแบ่งสมาธิส่วนหนึ่งควบคุมปราณหยวนให้ค้นหาอำนาจแห่งกฏเกณฑ์ในบริเวณใกล้เคียง จากนั้นก็ควบแน่นอำนาจแห่งกฏเกณฑ์ไปด้วย

 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ เย่ ซีหวิน ทำเช่นนี้ เย่ ซีหวิน เคยทำสองสิ่งพร้อมกันเมื่อครั้งสร้างทาสโลหิต เขาสามารถทำมันได้อย่างเป็นธรรมชาติ ในตอนนี้มันเป็นแค่เรื่องง่ายๆ สำหรับเขา

 

เย่ ซีหวิน ไม่แน่ใจว่าควบแน่นอำนาจแห่งกฏเกณฑ์ไปได้มากเพียงใด แต่สิ่งสำคัญคือเขาต้องพยายามควบแน่นอำนาจแห่งกฏเกณฑ์ข้อแรกภายในร่างกาย

 

” ปังงง! ” หลังจากควบแน่นอำนาจแห่งกฏเกณฑ์ข้อแรกได้แล้ว ออร่าของ เย่ ซีหวิน เริ่มเปลี่ยนไปทันที ราวกับว่าการเปลี่ยนแปลงเชิงปริมาณที่ไม่รู้จบได้เปลี่ยนแปลงเป็นเชิงคุณภาพในที่สุด

 

ออร่าของ เย่ ซีหวิน ได้แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง มีร่องรอยของลมปราณกึ่งนักปราชญ์เล็ดลอดออกมาจางๆ ซึ่งมันคือจุดเริ่มต้นของขอบเขตลมปราณกึ่งนักปราชญ์

 

ซือ จือหมิง  ผาน ชุยหรง และหยิงต้า ทั้งสามคนตกตะลึงเมื่อเห็นว่า เย่ ซีหวิน ควบแน่นอำนาจแห่งกฏเกณฑ์ พวกเขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง พวกเขามั่นใจว่า เย่ ซีหวิน ยังไม่ก้าวเข้าสู่ระดับ 9 ขอบเขตลมปราณระดับตำนาน แม้แต่ปรมาจารย์ขอบเขตลมปราณระดับตำนานขั้นลึกซึ้งก็ประสบปัญหาอย่างมากในการควบแน่นอำนาจแห่งกฏเกณฑ์ ซึ่งในอดีตพวกเขาก็เคยประสบปัญหานี้เช่นกัน แน่นอนว่าพวกเขาย่อมรู้ซึ้งถึงความยากลำบากในการควบแน่นอำนาจแห่งกฏเกณฑ์

 

สิ่งที่ทำให้พวกเขาประหลาดใจมากที่สุด ไม่ใช่อำนาจแห่งกฏเกณฑ์ของ เย่ ซีหวิน แต่เขาสามารถควบแน่นอำนาจแห่งกฏเกณฑ์ได้โดยที่ยังไม่ทะลวงลมปราณระดับ 9 ขอบเขตลมปราณกึ่งตำนาน นี่คือสิ่งที่ทำให้พวกเขาประหลาดใจมากที่สุด

 

ขอบเขตลมปราณจะสัมพันธ์กับความแข็งแกร่ง แต่ก็ไม่เสมอไปสำหรับ เย่ ซีหวิน ความแข็งแกร่งในการต่อสู้ระดับขอบเขตลมปราณระดับตำนานขั้นลึกซึ้ง เขาได้มันมาตอนอยู่ในระดับ 8 ขอบเขตลมปราณกึ่งตำนาน ดังนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับเขาที่จะควบแน่นอำนาจแห่งกฏเกณฑ์ได้ในเวลานี้ อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ขัดต่อเจตจำนงของสวรรค์

 

ขอบเขตลมปราณเปรียบเสมือนผืนแผ่นดินของโลก คุณสามารถมองเห็นแผ่นดินได้ไกลมากขึ้นเมื่ออยู่บนท้องฟ้า อย่างไรก็ตาม การจะมองเห็นแผ่นดินทั้งหมดได้นั้นขึ้นอยู่กับระดับของความสูง พวกเขาไม่มีวันเข้าใจความรู้สึกของการได้มองลงมาจากนอกอวกาศ

 

เย่ ซีหวิน รู้ว่าโลกมีลักษณะอย่างไรเมื่อมองมาจากนอกอวกาศ แม้ว่าเขาไม่เคยออกไปนอกโลกเลยก็ตาม

 

ทุกการเคลื่อนไหวของ เย่ ซีหวิน ก่อให้เกิดความผันผวนของอำนาจแห่งกฏเกณฑ์ ในขณะที่เขาโคจรพลังลมปราณอำนาจแห่งกฏเกณฑ์ของโลกถูกชักนำเข้ามาในร่างกายมากขึ้นเรื่อยๆ นักรบสายฟ้าเหล่านั้นไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาอีกต่อไป เพียงหนึ่งฝ่ามือเมฆาอัคคีก็สามารถสังหารนักรบสายฟ้าทั้งหมดได้ในคราวเดียว

 

 

 

เย่ ซีหวิน สามารถกำจัดนักรบสายฟ้าได้รวดเร็วและเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะเดียวกัน บรรดานักรบคนเถื่อนขอบเขตลมปราณกึ่งนักปราชญ์ และมังกรวารี ก็เริ่มวิตกกังวลมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเช่นกัน

 

นั่นเป็นเพราะ พวกเขากำลังได้เห็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อ เย่ ซีหวิน สามารถควบแน่นอำนาจแห่งกฏเกณฑ์ภายในร่างกายได้อย่างรวดเร็ว เพียงในช่วงเวลาสั้นๆ เขาสามารถควบแน่นอำนาจแห่งกฏเกณฑ์ได้มากกว่า 100 กฏ ซึ่งเหนือกว่าจอมยุทธขอบเขตลมปราณกึ่งนักปราชญ์ขั้นต้นไปแล้ว อำนาจแห่งกฏเกณฑ์ 120 กฏ . . . 220 กฏ ตอนนี้ เย่ ซีหวิน อยู่ในระดับเดียวกับปรมาจารย์ลมปราณกึ่งนักปราชญ์เหล่านั้นแล้ว แต่การควบแน่นของ เย่ ซีหวิน ยังไม่ได้หยุดอยู่เพียงเท่านั้น พวกเขาเริ่มความรู้สึกกลัว เมื่อเห็นเขาควบแน่นอำนาจแห่งกฏเกณฑ์ได้มากกว่า 200 กฏ พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าพวกเขาต้องใช้ความพยายามมากแค่ไหนเพื่อการควบแน่นอำนาจแห่งกฏเกณฑ์ให้ได้ 200 กฏ

 

และ เย่ ซีหวิน ไม่ได้ตั้งใจจะหยุดเพียงเท่านั้น

 

220 . . .

 

250 . . .

 

” รีบถอยไปจากที่นี่! ” ซือ จือหมิง ตะโกนเสียงดัง เขาไม่สามารถทนต่อแรงกดดันนี้ได้ เขาเลือกจะหันหลังแล้วรีบหนีไป หลังจาก เย่ ซีหวิน ทะลวงขอบเขตลมปราณสำเร็จ พวกเขาคงถึงคราวต้องตาย ความแข็งแกร่งของ เย่ ซีหวิน นั้นทรงพลังมากเกินกว่าจินตนาการของพวกเขา นี่ยังไม่ได้นับรวมความช่วยเหลือจากทาสโลหิต

 

เมื่อได้คำพูดของ ซือ จือหมิง  คนอื่นๆ และมังกรวารี ก็รีบหันหลังจากไปทันที

 

” พวกเจ้าคิดจะหลบหนีตอนนี้ มันไม่สายเกินไปหน่อยเหรอ? “

 

ออร่าที่กระจายออกมาจากร่างของ เย่ ซีหวิน ในตอนนี้เหนือกว่าจอมยุทธขอบเขตลมปราณกึ่งนักปราชญ์ขั้นต้นอย่างเห็นได้ชัด

 

คะแนน 4.4
กรุณารอสักครู่...