ตอนที่แล้ว397 - เชี่ยวชาญทั้งบุ๋นบู๊
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไป399 - แต่ละคนเตรียมการ

398 - ความท้าทายที่แท้จริง


398 - ความท้าทายที่แท้จริง

เอี้ยนลี่เฉียงรู้สึกมีอารมณ์มากมายเมื่อมองดูภาพวาดของชายชรา จู่ๆก็มีบทกวีผุดขึ้นมาในใจของเขา

เอี้ยนลี่เฉียงคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหยิบแปรงขึ้นมาจุ่มลงในหมึก

"ระวังไว้หากเจ้าทำอะไรไม่เข้าท่าภาพวาดนี้จะถูกทำลายทันที!” เมื่อชายชราเห็นว่าเอี้ยนลี่เฉียงกำลังจะเริ่มเขียนเร็วๆนี้ เขาก็เตือนด้วยความปรารถนาดี

“ผู้อาวุโส ขอบคุณในความหวังดีของท่านแต่ข้ารู้ว่าข้ากำลังทำอะไรอยู่!” เอี้ยนลี่เฉียงยิ้มและขยับแปรง เขียนคำเหล่านี้ลงบนภาพวาด

ตาของชายชราคนนั้นจับจ้องอยู่ที่แปรงในมือของเอี้ยนลี่เฉียง

เอี้ยนลี่เฉียง สูดหายใจเข้าลึกๆ เขียนได้อย่างรวดเร็วด้วยทักษะการเขียนที่ดีและมีชุดคำปรากฏขึ้นใต้แปรงของเขา

สิ่งที่เอี้ยนลี่เฉียงกำลังเขียนอยู่ตอนนี้คือบทกวีแห่งดอกบ๊วยซึ่งถือได้ว่าเป็นบทกลอนที่ยอดเยี่ยมที่สุดของญี่ปุ่น

-ลมและฝนพัดพาฤดูใบไม้ผลิให้จากไป หิมะที่โบยบินต้อนรับการมาถึงของฤดูหนาว

บนยอดหินที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง ดอกไม้จะผลิบานอย่างหวานชื่น

เมื่อดอกไม้บนภูเขาบานสะพรั่ง รอยยิ้มของนางจะงดงามอยู่ท่ามกลางดอกไม้เหล่านั้น-(แปลให้ตรงตามตัวเท่านั้นนะครับให้แต่งเองคงไม่ไหว ที่แปลมาเป็นภาษาไทยแล้วก็หาไม่ได้)

ดวงตาของชายชราเป็นประกายเมื่อเขาเห็นบรรทัดแรกที่เอี้ยนลี่เฉียงเขียน และหลังจากที่เอี้ยนลี่เฉียงเขียนเสร็จ ชายชราก็อ้าปากค้างและเขาก็พูดไม่ออกเมื่อเห็นบทกวีที่เขียน

บทกวีนี้เป็นหนึ่งในบทกวีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก พลัง แก่นแท้ และจิตวิญญาณในถ้อยคำนั้นหาที่เปรียบมิได้ มีความสง่างามและบรรยากาศที่ถูกบรรยายออกมาอย่างลึกซึ้ง

'บทกวีแห่งดอกบ๊วย' นี้เป็นสิ่งที่เอี้ยนลี่เฉียงชอบมากที่สุด สิ่งที่หายากคือบทกวีนี้เป็นส่วนเสริมที่ยอดเยี่ยมสำหรับตัวตนของผู้พิทักษ์นิกายที่เอี้ยนลี่เฉียงได้รับสืบทอดมาจากนิกายกระบี่ศักดิ์สิทธิ์

ดังนั้นเอี้ยนลี่เฉียงจึงเขียนบทกวีนี้ออกมาโดยไม่ลังเลใดๆ

“บทกวีเช่นนี้… บทกวีเช่นนี้…”

ชายชรามองดู 'บทกวีแห่งดอกบ๊วย' ที่เขียนโดยเอี้ยนลี่เฉียง เขาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจยาวในท้ายที่สุด

“เจ้าเก่งกว่าข้าสิบเท่าเจ้าทำแบบนี้ได้ยังไง ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมาไม่มีใครในนิกายกระบี่ศักสิทธิ์ ที่สามารถคิดบทกวีเช่นนี้ได้ เจ้าไปต่อได้แล้ว!”

“ขอบคุณผู้อาวุโส!”

เอี้ยนลี่เฉียงโค้งคำนับชายชราคนนั้นแล้วหันไปทางที่นำไปสู่ชั้นห้า

“เดี๋ยวก่อน…” ชายชราคนนั้นเรียกเขาทันที เอี้ยนลี่เฉียงหยุดและหันกลับมา “ผู้อาวุโสมีคำแนะนำอื่นๆ อีกไหม?”

ชายชราคนนั้นมองไปที่ เอี้ยนลี่เฉียง ด้วยความคาดหวังบางอย่าง

“คู่มือลับทั้งหมดในแต่ละชั้นด้านบนนี้เป็นของหายากในนิกายกระบี่ศักสิทธิ์ ยิ่งเจ้าขึ้นสูงเท่าไหร่ คูมือลับก็ยิ่งมีค่ามากขึ้นเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีใครไปถึงชั้นเก้าและได้รับของวิเศษซึ่งถูกวางไว้ที่นั่นตลอดสามร้อยปีที่ผ่านมา ด้วยพรสวรรค์ของเจ้า เจ้าอาจจะลองดูก็ได้!”

“เอ่อ อะไรอยู่ที่ชั้นเก้า”

“เจ้าจะรู้เองเมื่อเจ้าไปถึงที่นั่น!” ชายชราส่ายหัวและไม่เปิดเผย

"ขอบคุณผู้อาวุโส!”

เอี้ยนลี่เฉียงรู้สึกสงสัยเมื่อได้ยินสิ่งที่ชายชราคนนั้นพูด เขาสงสัยว่าสิ่งที่อยู่บนชั้นเก้าของเจดีย์แก้วนั้นคืออะไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อไม่มีสาวกในนิกายกระบี่ศักดิ์สิทธิ์คนใดที่ไม่เคยได้มันมาเลยตลอดสามร้อยปีที่ผ่านมา

เอี้ยนลี่เฉียงมุ่งหน้าไปยังทางเข้าชั้นห้า เหมือนเช่นทุกครั้ง มีตัวอักษรอยู่แถวหนึ่ง เตือนเอี้ยนลี่เฉียงถึงสิ่งที่เขาเพิ่งได้รับการทดสอบบนเวทีนี้

——'ผู้ที่มีคารมคมคายและเฉลียวฉลาดได้รับอนุญาตให้ขึ้นไปที่ชั้นห้าได้!'

หลังจากผลักประตูไปที่ห้องบนชั้นห้าแล้ว เอี้ยนลี่เฉียงก็มองดูและสังเกตว่าส่วนใหญ่ว่างเปล่าและสะอาด ไม่มีเครื่องรางวิญญาณหรือใครอยู่ในนั้น

ในห้องนั้นมีเพียงโต๊ะตัวหนึ่ง และบนนั้นก็มีกล่องเหล็กและจดหมาย

เอี้ยนลี่เฉียงสงบลง เดินขึ้นไปที่โต๊ะและมองดูจดหมาย

มีคำที่อัดแน่นอยู่เต็มไปหมด

——คนที่สามารถขึ้นมาที่ชั้นห้าได้ล้วนเป็นบุคคลที่โดดเด่นในหมู่สาวกของ นิกายกระบี่ศักสิทธิ์ เรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะที่หาได้ยากจากทุกๆ 10,000 คน

ในกล่องโลหะด้านข้างมี 'วิชากระบี่กระบวยใหญ่สุริยะ' วิชากระบี่นี้มีความกล้าหาญที่โดดเด่นและเป็นศิลปะลับของยอดเขาเทียนกางของนิกายกระบี่ศักสิทธิ์

ในช่วง 500 ปีที่ผ่านมา กลุ่มคนจำนวนมากที่โชคดีในการเรียนรู้วิชากระบี่นี้ ล้วนแล้วแต่สามารถขึ้นเป็นผู้อาวุโสของนิกายได้ทุกคน

นอกเหนือจาก 'วิชากระบี่กระบวยใหญ่สุริยะ' แล้ว ยังมีตั๋วเงินซึ่งมีมูลค่าถึง 300,000 ตำลึงเงินอีกด้วย หากเจ้าหยุดที่นี่และไม่ขึ้นไปที่ชั้นหกต่อไปของทั้งหมดนี้จะกลายเป็นของเจ้า

เงิน 300,000 ตำลึงนับว่าโชคดีมาก หลังจากอ่านจดหมาย หัวใจของเอี้ยนลี่เฉียงก็เต้นแรงอย่างช่วยไม่ได้ และรู้สึกลังเลเล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ทั้งหมดที่เขียนไว้ในจดหมาย เอี้ยนลี่เฉียงสงบลงและอ่านต่อ

—— หากเจ้าทิ้งรางวัลที่ชั้นห้าและไปที่ชั้นหก เจ้าจะพบว่าไม่มีคู่มือลับหรือรางวัลที่เป็นตัวเงิน

จะมีเพียงการทดสอบและความยากของการทดสอบนั้นสูงมากจนอาจไม่มีแม้แต่คนเดียวในบรรดาสาวกของนิกายกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถผ่านไปได้

หากเจ้าไม่ผ่านการทดสอบบนชั้นหก เจ้าจะไม่สามารถเลือกรับคู่มือลับและตั๋วเงินจากชั้นห้าได้อีกต่อไป เจ้าจะต้องออกจากถ้ำกระบี่มือเปล่าโปรดพิจารณาอย่างรอบคอบ-

หลังจากอ่านจดหมายแล้วเอี้ยนลี่เฉียงก็เข้าใจว่าการทดสอบบนชั้นห้าคืออะไร การทดสอบนี้โหดร้ายเกินไปจริงๆทางเลือกหนึ่งคือคู่มือลับและเงินจำนวนมหาศาล

อีกทางหนึ่งก็คือการมุ่งหน้าต่อไปและเผชิญหน้ากับตัวเลือกที่ไม่มีใครเคยผ่านได้ หากพวกเขาเลือกตัวเลือกที่สองแล้วพ่ายแพ้สุดท้ายแล้วศักดิ์ศรีของพวกเขาจะไม่เหลืออะไรเลย

สองทางเลือกนี้เกี่ยวข้องกับมุมมองของบุคคลต่อชีวิต

ทั้งสองตัวเลือกจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่แตกต่างกันมาก แต่ละคนจะต้องประเมินหัวใจของตนเอง ไม่มีทางที่จะซ่อนอะไรได้และไม่มีทางที่จะปล่อยให้สิ่งต่างๆผ่านไปอย่างง่ายดาย

เชื่อว่าผู้คนที่เข้ามาแทบทั้งหมดจะเลือกตัวเลือกแรกเพราะมันมีความมั่นคงและจับต้องได้

เอี้ยนลี่เฉียงยอมรับว่าหัวใจของเขาสั่นไหวอยู่ครู่หนึ่ง เขาอดไม่ได้ที่จะหยุดอยู่ที่ขั้นตอนนี้ อย่างไรก็ตามคำพูดของชายชราจากชั้นสี่ก็ดังขึ้นในหัวใจของเขา

อะไรคือสมบัติที่อยู่บนชั้นบนสุด?

อะไรคือสิ่งที่ล้ำค่ากว่าตั๋วเงินมูลค่า 300,000 ตำลึง ซึ่งสามารถทำให้คนๆหนึ่งกลายเป็นหนึ่งในคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลกได้ทันที

มิหนำซ้ำยังมี 'วิชากระบี่กระบวยยักษ์สุริยะ'? ที่ไม่ว่าใครได้ฝึกฝนก็จะกลายเป็นผู้อาวุโสของนิกายกระบี่ศักดิ์สิทธิ์โดยไม่มีข้อยกเว้น...

เอี้ยนลี่เฉียงไม่ได้ขาดเงิน ถ้าเขาชอบเงินเขาคงไม่เลือกเส้นทางการบ่มเพาะในช่วงชีวิตนี้ เขาจะเลือกที่จะเข้าสู่การค้าและธุรกิจแทน

ด้วยความสามารถและความรู้ของเขา แม้ว่าเขาจะไม่ได้ร่ำรวยที่สุดในอาณาจักร แต่ก็คงไม่มีปัญหาใดๆที่เขาจะมีชีวิตสุขสบายไปอีกร้อยปี

สายตาของเอี้ยนลี่เฉียงค่อยๆมุ่งมั่นและหัวใจของเขาไม่หวั่นไหวอีกต่อไป เขาเพียงอยู่ในห้องอย่างเงียบๆชั่วครู่ก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปชั้นหก จากนั้นเขาก็เปิดประตูแก้วที่นำไปสู่บันได

——ผู้ที่ไม่สั่นคลอนในชื่อเสียงและความมั่งคั่งได้รับอนุญาตให้ขึ้นไปที่ชั้นหก

หลังจากที่เขาเปิดประตู เอี้ยนลี่เฉียงก็เห็นเส้นนั้นที่ด้านหลังของประตู ในขณะเดียวกันโต๊ะเหล็กในห้องบนชั้นห้าก็ทรุดตัวลงกับพื้นอย่างเงียบๆไม่มีการหวนกลับ

ประตูแก้วปิดลงหลังจากที่เอี้ยนลี่เฉียงเข้ามา

หลังจากที่ได้เห็นการจัดวางในห้องกว้างขวางบนชั้นหกแล้ว เอี้ยนลี่เฉียง ก็อดไม่ได้ที่จะอ้าปากค้าง

สถานที่กว้างขวางแห่งนี้เปรียบเสมือนพิพิธภัณฑ์ แต่ก็ยังเหมือนเป็นห้องจัดแสดงเครื่องประดับชั้นสูง พื้นทั้งหมดบนชั้นนี้เต็มไปด้วยโต๊ะกลม 108 ตัวที่ดูเหมือนกันทุกประการ

และบนโต๊ะแต่ละโต๊ะ มีแกนสัตว์อสูรหายากซึ่งมีลักษณะเหมือนกันทุกประการ ทั้งรูปร่างและขนาด

ตรงกลางโต๊ะกลม 108 โต๊ะ ยังมีโต๊ะเหล็กที่คุ้นเคยอยู่ และมีจดหมายอยู่เช่นเคย

เอี้ยนลี่เฉียง เดินขึ้นไปที่โต๊ะเหล็กก่อนแล้วอ่านจดหมายบนนั้น

——บน 108 โต๊ะในห้องนี้มีแก้วแกนสัตว์อสูรหายาก 108 ชิ้น ในบรรดาแกนสัตว์อสูรหายาก 108 ชิ้นนี้ มีชิ้นเดียวที่แตกต่างจากชิ้นอื่น

หากตัวเลือกของเจ้าถูกต้อง ทางเดินที่นำไปสู่ชั้นเจ็ดจะเปิดขึ้นและเจ้าสามารถขึ้นไปชั้นบนได้ แต่ถ้าทางเลือกของเจ้าผิด เจ้าจะต้องออกจากที่นี่ จำไว้ว่าเจ้ามีโอกาสเพียงครั้งเดียว!

ไม่มีรางวัลในห้องนี้

หลังจากอ่านข้อความในจดหมายแล้ว เอี้ยนลี่เฉียงก็เริ่มตรวจสอบผลึกแกนสัตว์อสูรที่หายากในห้องทีละชิ้น

เอี้ยนลี่เฉียงหยิบขึ้นมาดู เขาดมพวกมันจากนั้นก็เพ่งสายตา แม้กระทั่งใช้พลังลมปราณอัดเข้าไปในแกนอสูร แต่สิ่งที่ได้ล้วนเปล่าประโยชน์พวกมันมีความเหมือนกันทุกประการ

บัดซบ! หากผลึกแกนสัตว์อสูรที่หายากเหล่านี้เหมือนกัน แล้วอะไรคือความแตกต่างระหว่างพวกมัน...

ตั้งแต่เข้ามาในเจดีย์แก้วนี่เป็นครั้งแรกที่เอี้ยนลี่เฉียงรู้สึกอับจนปัญญาและทำอะไรไม่ถูก

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด