ตอนที่แล้วบทที่ 19 : หมดโอกาส
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 21-22 : ในที่สุดก็ตื่นขึ้นมา, ฉันไม่ได้มีฐานะสูงส่ง

เฟิงอี้เฉินพยักหน้าอย่างเงียบ ๆ ขณะที่เธอมองทิวทัศน์นอกหน้าต่างรถ ในช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมาหัวใจของเธอถูกบีบคั้นด้วยความเจ็บปวด

 

ถ้าเรื่องเลวร้ายมากมายไม่เกิดขึ้นกับครอบครัวของเธอ เธอคงไม่ไปอยู่กับชายที่ชื่อปิน เธอไม่เคยคิดที่จะแต่งงานกับเขา ดังนั้นไม่ว่าเขาจะมีภรรยาหรือไม่มันก็ไม่ต่างอะไรกับเธอ

 

‘พี่ปิน’ ที่ชายผมบลอนด์กล่าวถึงคือหัวหน้าแก๊งที่มีชื่อเสียงในวงการอาชญากรรมในเมือง C เขาไล่ตามจีบหญิงสาวมาเป็นเวลานานและเธอเคยคิดว่าเขาเป็นคนน่ารำคาญมาก่อน แต่เพราะเธอสามารถรับมือกับคนได้ดีเสมอมา เธอไม่เคยดูถูกเขาหรือทำอะไรให้เขาไม่พอใจ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงเป็นฟางเส้นสุดท้ายของเธอในช่วงเวลานี้

 

ในขณะนี้รถค่อย ๆ ขับออกไป และเฟิงอี้เฉินก็หายไปจากเมือง C อย่างไร้ร่องรอย

 

วันนี้ฮัวเฉาเหิงกำลังยุ่งมาก หลังจากรู้ว่ายามากุจิ โยโกะเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อกลับถึงญี่ปุ่น เขารู้สึกว่าโดยรวมแล้วเหตุการณ์นี้แปลกประหลาดมาก ตอนแรกเขาเชื่อว่าสภาพการณ์ปัจจุบันของกู้เหนียนจื่อเป็นหายนะที่เกิดจากความอิจฉาของเฟิงอี้ซี แต่เขาก็พบว่ามันไม่ง่ายอย่างนั้น

 

“ท่านครับ เราจะไม่จัดการกับยามากุจิกุมิจริง ๆ เหรอครับ?” ในทุกวันนี้เจี้ยวเลี่ยงจื่อมุ่งเน้นไปที่การรวบรวมข้อมูลจากญี่ปุ่นและมุ่งเป้าไปที่ยามากุจิกุมิเป็นพิเศษ

 

นายพลหนุ่มเล่นกับเหรียญทองในมือของเขาและในที่สุดก็กระแทกมันลงบนโต๊ะ เขาตัดสินใจแล้วว่า “ไม่ เราจะไม่จัดการกับยามากุจิกุมิ”

 

“อะไรนะ?” หยินชือฉงและเจี้ยวเลี่ยงจื่อต่างก็ตะโกนขึ้นมา “ท่านครับ! คุณไม่อยากแก้แค้นเหรอ!”

 

นี่ไม่ใช่สไตล์ของเขาเลย

 

ผู้เป็นเจ้านายจ้องพวกเขาเขม็ง “ใครบอก? เราจะไม่พุ่งเป้าไปที่ยามากุจิกุมิ แต่ให้พุ่งเป้าไปที่โอดะ มาซาโอะโดยตรง”

 

แฮ็กเกอร์หนุ่มเป็นคนแรกที่ตอบสนอง ดวงตาของเขาเป็นประกายในขณะที่เขายกนิ้วให้เจ้านายของเขา “คุณเป็นท่านนายพลที่เยี่ยมจริง ๆ ! ยิงม้าต่อหน้าคนขี่ม้า จับหัวหน้าต่อหน้าลูกสมุน! งั้นเราไปหาโอดะ มาซาโอะกันเถอะ!”

 

ตอนนี้พวกเขาได้เลือกเป้าหมายที่จะไล่ตามแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการหาข้อมูลเกี่ยวกับเป้าหมายอย่างละเอียด

 

“รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง และนายจะไม่มีวันตกอยู่ในอันตราย” ฮัวเฉาเหิงท่องกับตัวเอง คำพูดที่โด่งดังของซุนวู นักยุทธศาสตร์การทหารในตำนานและปราชญ์ในหนังสือตำราพิชัยสงคราม เขาและคนของเขานำหลักการนี้มาใช้ขณะปฏิบัติภารกิจส่วนตัวนี้ต่อไป

 

“ท่านครับ ดูเหมือนว่ามีบางอย่างที่น่าสงสัยเกี่ยวกับโอดะ มาซาโอะคนนี้จริง ๆ” เลขาหนุ่มได้แสดงข้อมูลที่ส่งมาจากสมาชิกหน่วยปฏิบัติการพิเศษในญี่ปุ่นบนหน้าจอขนาดใหญ่ให้เจ้านายดู

 

ชายร่างสูงวางมือข้างหนึ่งไว้บนโต๊ะยาวข้างหน้าเขา และอีกมือวางบนที่พักแขนของเก้าอี้ด้วยท่าทีสบาย ๆ จากนั้นก็มีบางอย่างปรากฏขึ้นในความคิดขณะที่เขาพยักหน้ายืนยัน “ไปกันเถอะ เราจะไปญี่ปุ่นกัน”

 

“เราจะไปกันเองเหรอครับ” เจี้ยวเลี่ยงจื่อตกตะลึง “เราไม่ควรให้คนของเราที่นั่นจัดการให้เหรอครับ”

 

“นี่เป็นเรื่องที่จริงจัง ฉันไปจัดการเองดีกว่า” ฮัวเฉาเหิงยืนขึ้นและปิดสมุดบันทึกของเขา ก่อนจะพูดกับเลขาของเขาว่า “นายกับหยินชือฉงบอกให้ครอบครัวของนายรู้ว่านายกำลังจะไปญี่ปุ่น คราวนี้มีแค่เราสามคน”

 

“รับทราบ!” เจี้ยวเลี่ยงจื่อตอบอย่างกระตือรือร้น จากนั้นเขาก็ถามด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาว่า “แล้วฐานทัพกับคุณหนูกู้ล่ะครับ”

 

5 วันแล้วที่กู้เหนียนจื่อยังคงนอนไม่ได้สติ นอกจากนี้เฉินหลายเชื่อว่ามีบางอย่างเปลี่ยนแปลงในตัวอย่างเลือดของเธอและกำลังพยายามค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น

 

แต่ตามสัญชาตญาณส่วนตัว ผู้ปกครองหนุ่มต้องไปญี่ปุ่นด้วยตัวเองเพื่อพบกับโอดะ มาซาโอะ

 

“สำหรับฐาน ฉันขอให้ลุงซานกับลุงซื่อมาช่วยดูแลแล้ว ไม่เป็นไรหรอก” ฮัวเฉาเหิงกล่าวพร้อมกับเดินออกจากห้องประชุมไป

 

‘ลุงซาน’ และ ‘ลุงซื่อ’ เป็นเลขาส่วนตัวอีกสองคนของเขา

 

หลังจากนั้นก็เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์อีกครั้ง โดยที่วันเสาร์ก่อนที่กู้เหนียนจื่อจะได้รับผลกระทบจาก H3aB7 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เธอได้งีบหลับในยามบ่ายแสนสบายในอพาร์ตเมนต์ของเธอ แต่คราวนี้เธอกลับต้องนอนนิ่ง ๆ อยู่ในที่พักของฮัวเฉาเหิงในฐานกองกำลังปฏิบัติการพิเศษ

 

“เหนียนจื่อยังไม่ตื่นเหรอ?” นายพลหนุ่มพาเจี้ยวเลี่ยงจื่อและหยินชือฉงไปญี่ปุ่นด้วย และสิ่งแรกที่เขาทำคือโทรไปถามเกี่ยวกับอาการของหญิงสาว

 

หมอหนุ่มจ้องไปที่อุปกรณ์ของเขาอย่างประหม่า พร้อมกับฟังเสียงเย็นเยียบของเจ้านายทางโทรศัพท์ เขาแทบไม่อยากตอบออกมา หลังจากนั้นไม่นานเขาก็พูดด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ “ดูเหมือนว่า…เธอกำลังจะตื่นแล้ว”

 

“นายกำลังพูดเรื่องอะไร? หมายความว่ายังไงที่ว่าดูเหมือนเธอจะตื่นแล้ว” เจ้าของใบหน้าคมคายจับโทรศัพท์ของเขาขึ้นมาแล้วนั่งลงข้างหน้าต่างห้องในโรงแรมชิบะในโตเกียว ขายาวของเขาเหยียดออก แต่เขานั่งตัวตรงและมีสีหน้าเคร่งเครียดกับข่าวที่เฉินหลายบอก ตอนนี้เขาอยู่บนชั้น 28 ของโรงแรม หน้าต่างห้องนอนของเขาเผยให้เห็นเสน่ห์ของชีวิตกลางคืนของเมืองหลวง แต่เขากลับจ้องมองวิวนั้นด้วยใบหน้าที่ตึงเครียดซึ่งสะท้อนอยู่บนกระจกหน้าต่าง

 

“การทำงานของสมองของเธอเริ่มกระฉับกระเฉงขึ้น อัตราการเต้นของหัวใจก็เพิ่มขึ้น เปลือกตาเริ่มเคลื่อนไหว เมื่อเทียบกับข้อมูลเมื่อสองสามวันก่อน นี่เป็นเหตุการณ์ที่พลิกผันแบบกะทันหัน” ผู้เป็นหมอรู้สึกตื่นเต้นมาก “คุณรู้ไหมว่านี่หมายถึงอะไร? สถานะของเธอตอนนี้กำลังแสดงสัญญาณที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับ REM! [1]”

 

ฮัวเฉาเหิงนั่งอยู่เงียบ ๆ หลังจากมองโทรศัพท์ด้วยความเหลือเชื่ออยู่นาน เขายอมรับว่าเขาโทรไปถูกคนแล้วและข่าวนั้นก็ดีเกินคาด 

 

“ผมกำลังบอกคุณว่า…” เฉินหลายพูดอีกครั้ง “ตอนนี้เธอกำลังนอนหลับฝัน นี่หมายความว่าเธอจะตื่นเร็ว ๆ นี้!”

 

กู้เหนียนจื่อกำลังฝันอยู่จริง ๆ

 

ในความฝันของเธอ เมื่อ 6 ปีที่แล้ว วันที่เธอได้พบกับฮัวเฉาเหิงเป็นครั้งแรก เธอจำทุกสิ่งอย่างได้อย่างแจ่มแจ้ง ท้องฟ้าวันนั้นเป็นสีฟ้า มีเมฆขาวลอยคลอเคลียอยู่ และในที่สุดดวงอาทิตย์สีทองก็ส่องลงมาบนพื้นโลกที่เธอยืนอยู่อย่างอบอุ่น ลมพัดบนใบหน้าของเธอมันให้สัมผัสที่คุ้นเคยว่ามันเป็นของวันที่อากาศอบอุ่นและเกียจคร้าน

 

ทันใดนั้นเครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ก็โผล่ออกมาจากชั้นเมฆสูง ภาพที่น่าตกใจไม่สอดคล้องกับวันที่อบอุ่น ทุกคนเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ป้ายตัวเลขและตัวอักษร ‘MH 210’ ทาสีแดงเข้ม ดูเหมือนจะเป็นแบรนด์บนตัวเครื่องบินสีขาวนวลเหมือนหิมะ มันทิ้งความประทับใจลึก ๆ ไว้ในใจของเธอ

 

ฉากต่อมา เธออยู่ในทะเลเพลิงและอยู่ในรถเพียงลำพัง เธอตกใจร้องไห้และกรีดร้อง เธอทุบกระจกรถอย่างแรงและเห็นเพียงเงาของผู้คนที่ชี้มาที่เธอ เปลวเพลิงลามเข้ามาใกล้ เผาไหม้ผิวหนังของเธอ เธอได้กลิ่นแม้กระทั่งปลายผมที่ไหม้เกรียม เธออยากจะหนีออกไป แต่พบว่าตัวเองไม่สามารถปลดเข็มขัดนิรภัยที่รัดอยู่กับตัวได้ ตอนนี้ควันคลุ้งอยู่ในรถและการมองเห็นของเธอก็พร่ามัว ในช่วงเวลาที่สิ้นหวังในที่สุดเธอก็เห็นใครบางคนมาเปิดประตูรถ

 

เปลวเพลิงขนาดใหญ่คืบคลานเข้ามาใกล้และร่างกายที่สูงใหญ่ของฮัวเฉาเหิงก็ปรากฏขึ้นในเปลวเพลิง

 

ใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาสว่างไสวด้วยเปลวเพลิง ภาพที่แผดเผาในความทรงจำของเธอ เขาพยุงตัวเองกับประตูโดยใช้แขนที่แข็งแรงของเขางัดประตูออกแล้วดึงเข็มขัดนิรภัยของเธอออกอย่างดุดัน เขากอดศีรษะของเธอไว้แนบหัวใจของเขาแน่นเพื่อป้องกันเปลวไฟในรถ เขารีบอุ้มเธอและหนีออกจากรถที่กำลังลุกไหม้

 

บูม! บูม! บูม!

 

เสียงระเบิดดังขึ้นหลายครั้งกระทบหูของเธอและเปลวไฟขนาดใหญ่ที่อยู่ข้างหลังพวกเขาก็พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า รถที่กำลังลุกไหม้อยู่ในที่สุดก็ระเบิด จากนั้นการระเบิดได้ปกคลุมท้องฟ้าด้วยกลุ่มควันหนาทึบ แรงสั่นสะเทือนจากแรงระเบิดกระทบผู้คนจำนวนมากในบริเวณใกล้เคียง

 

ชายหนุ่มที่มาช่วยชีวิตของหญิงสาวตระหนักว่ามันสายเกินไปที่จะหลบหนีจากเขตเพลิงไหม้ ท่ามกลางความสิ้นหวัง เขาล้มลงไปที่พื้นพร้อมกับเธอแล้วใช้ร่างหนาของเขาบังเธอไว้

 

เธอนอนอยู่บนพื้นมองเหตุการณ์ผ่านไหล่ของเขา เธอเห็นเพียงแสงไฟที่อยู่รอบตัวพวกเขา ภาพตรงหน้าเธอคือเงาของเปลวเพลิงที่ลุกโชนผสานกับควันหนาทึบ

 

บริเวณที่เกิดการระเบิดขึ้น มีหลุมลึกก่อตัวขึ้น รถที่เธอเคยนั่งอยู่ถูกเผาจนเหลือเพียงเถ้าถ่าน

 

[1] ช่วงหลับฝัน (Rapid Eye Movement Sleep หรือ REM Sleep) การนอนหลับในช่วงนี้จะมีการเคลื่อนไหวไปมาของตาอย่างรวดเร็ว ในช่วงนี้สมองของเราจะทำงานใกล้เคียงกับตอนที่เราตื่น ช่วงนี้เป็นช่วงที่จะฝันมากกว่าการนอนหลับช่วงอื่นๆ การนอนหลับในช่วยนี้จะช่วยเรื่องการความทรงจำ การเรียนรู้ถาวร และการสร้างจินตนาการ

 

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.nksleepcenter.com/sleep-cycle/

คะแนน 2.5
กรุณารอสักครู่...