ตอนที่แล้ว80Y-ตอนที่ 5 องค์ชายในตำหนักเย็น
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไป80Y-ตอนที่ 7 ข่าวใหม่จากต้าชุน

80Y-ตอนที่ 6 ความลับยิ่งใหญ่ที่ถูกซ่อนเอาไว้


องค์ชายหกหลังจากออกจากตำหนักเย็นเขาก็ไปเข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิในทันที

ในราชสำนัก องค์จักรพรรดิเพิ่งเสร็จสิ้นการว่าราชกิจในวันนี้ เขาได้กล่าวถาม“บุตรผู้ดื้อรั้นคนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง?”

องค์ชายหกได้ตอบกลับ“พี่ใหญ่ทรงสบายดี”

เขาไม่กล้าพูดว่า หลินจิ่วเฟิง มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีกว่าเขา พูดตามตรง อีกฝ่ายดูไม่แยแสกับการถูกเนรเทศไปที่ตำหนักเย็นแม้แต่น้อย

องค์จักรพรรดิทรงเย้ยหยันออกมาและตอบกลับ“เขาสบายดี?”

คนที่ถูกเนรเทศไปยังตำหนักเย็นล้วนแล้วแต่เสียสติและกลายเป็นบ้า

แต่ทว่าองค์ชายคนนี้กลับยังสบายดีอยู่หรือไม่?

ทว่าอีกฝ่ายก็สามารถทนอยู่ที่นั่นมาได้ 3 ปีเต็ม จะต้องรู้ว่าแม้แต่พระสนมเจียก็ยังไม่สามารถทนได้แม้กระทั่ง 3 เดือน ก่อนที่นางจะตรอมใจตายในที่สุด

“เสด็จพ่อ ข้าคิดว่าพี่ใหญ่สำนึกผิดแล้ว”องค์ชายหก ได้ออกมาปกป้องพี่ชายของเขา

“เจ้ารู้ความผิดของเขาหรือไม่?”

ใครจะไปคาดคิดว่า องค์จักรพรรดิจะยังทรงโกรธอยู่?

“เจ้ารู้จักสตรีศักดิ์สิทธิ์ที่เขาปล่อยไปเมื่อ 3 ปีก่อนหรือเปล่า?”

“นางได้กลับไปยังราชวงศ์หยาน และ กลายเป็น สตรีศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับการเทิดทูนจากผู้คน….”

“ตอนนี้กระทั่งนางยังได้หน้าที่รับผิดชอบในการดูแลกิจการทั้งหมดภายในราชวงศ์หยาน”

“ข้าได้ยินมาว่า นางสามารถสื่อสารกับองค์เทพได้นั่นเป็นเหตุผลที่นางถูกสักการะโดยผู้คนในฐานะสตรีศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นนางก็ค่อย ๆ ยกระดับราชวงศ์หยานให้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม พวกเขาค่อย ๆ สร้างรากฐานอันมั่นคง ทั้งหมดนี้จะต้องขอบคุณพี่ชายตัวดีของเจ้า”องค์จักรพรรดิ ได้ตรัสออกมาด้วยความโกรธ

องค์ชายหกรู้สึกพูดไม่ออก

“บุตรชายผู้ดื้อรั้นคนนี้กลับหลงใหลในราคะ เขาจะต้องอาศัยอยู่ในตำหนักเย็นไปตลอดชีวิตที่เหลืออยู่ แม้ว่าเจ้าจะขึ้นครองบัลลังก์ในอนาคต เจ้าก็จะไม่ได้รับอนุญาติให้ปล่อยเขาออกมาเข้าใจหรือไม่?”องค์จักรพรรดิได้ตรัสอย่างเคร่งขรึม

ใบหน้าขององค์ชายหกซีดเผือกเขาพยายามอธิบายอย่างเร่งรีบ

แต่องค์จักรพรรดิกลับไม่เปิดโอกาสให้เขาทำเช่นนั้น เขาได้ตรัสออกมาอย่างเย็นชา“ข้าจะร่างราชโองการขึ้น ดังนั้นเจ้าไม่จำเป็นจะต้องพูดถึงเรื่องนี้อีกต่อไป”

องค์ชายหกมองไปที่พ่อของเขาอย่างช่วยไม่ได้ก่อนที่จะรู้สึกเสียใจต่อพี่ชายของเขา

“เมื่อเร็ว ๆ นี้ สาวกของนิกายปีศาจเหล่านั้นได้แทรกซึมเข้ามายังเมืองหลวง เจ้าได้หน้าที่รับผิดชอบในการตรวจสอบดูแลเรื่องนี้ สถานการณ์ตอนนี้ไม่ปลอดภัย เหล่าสาวกของนิกายปีศาจพวกนั้นกำลังทำให้โลกรู้ถึงการมีอยู่ของพวกมัน ดังนั้น พวกมันจะต้องวางแผนอะไรบางอย่าง…”

“เจ้าจะต้องใส่ใจเรื่องนี้ให้ดี”

“สำหรับพี่ชายของเจ้า ปล่อยให้เขาดูแลตัวเองไป”องค์จักรพรรดิทรงประกาศอย่างเฉยเมย

หลินจิ่วเฟิง ยังไม่ทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้

ถึงแม้เขาจะรู้ไปมันก็ไม่ได้สำคัญอะไรกับเขา

เพราะอย่างไรเขาก็ยังไม่มีแผนที่จะจากไป

ตำหนักเย็น เป็นสถานที่ที่ดีในการลงชื่อเข้าใช้ เขาจะอยู่ที่นี่ต่อไป

หลังจากการมาเยือนขององค์ชายหก วันสงบสุขของ หลินจิ่วเฟิง ก็กลับมาอีกครั้ง

หลินจิ่วเฟิง ได้ลงชื่อเข้าใช้ และ ได้รับ โอสถปรับแต่งแกนกลาง ในการฝึกฝนแกนทองคำของเขาทุกวัน

เส้นทางการบ่มเพาะพลังในขั้นแกนทองคำไม่ใช่เรื่องง่าย ในขั้นพลังนี้มีทั้งหมด 9 ระดับ

ในขั้นแกนทองคำ มีแกนเทียม,แกนภายใน,แกนแท้ และ แกนทองคำ!

แต่ละระดับมี บน กลาง ล่าง และ สมบูรณ์

หลินจิ่วเฟิงอยู่ในขอบเขตแกนเทียม

เขาอยู่ห่างจากขอบเขตแกนภายในเพียงหนึ่งก้าว แต่เพราะเขามีโอสถปรับแต่งแกนกลางสำหรับการฝึกฝน ทำให้เขาไม่ต้องกังวลว่าจะไม่สามารถทะลวงขอบเขตได้

นอกเหนือจากการบ่มเพาะพลังแล้ว หลินจิ่วเฟิง ยังคงสำรวจสวนกว้างขนาดใหญ่ในตำหนักเย็น

สวนนี้ค่อนข้างใหญ่มาก เมื่อพิจารณาจากสถานที่ที่เต็มไปด้วยพลังงานด้านลบสุดขั้วอย่างที่นี่ เกรงว่าจะมีวิญญาณชั่วร้ายจำนวนมาก

หลินจิ่วเฟิง ได้สำรวจทั่วทั้งสวน แต่เขาก็ไม่พบวิญญาณชั่วร้ายแม้แต่ตนเดียว

เขาไม่พบแม้กระทั่งวิญญาณที่หลงทางเฉกเช่นพระสนมเจีย

สวนทั้งสวนได้กลายเป็นสถานที่ขุนลุกมากในตอนกลางคืน

แต่ไม่มีสัตว์ร้ายตัวใดย่างกลายเข้ามาที่นี่ สิ่งนี้ทำให้ หลินจิ่วเฟิง ถอนหายใจออกมา

เมื่อคิดอย่างรอบคอบและตระหนักได้ว่าไม่ใช่ใครก็สามารถเข้ามายังตำหนักเย็นนี้ได้เขาก็ถอนหายใจ

ดังนั้นโดยพื้นฐานแล้วคงไม่มีพวกวิญญาณชั่วร้ายอาศัยอยู่

“ข้าได้นำกระบี่สังหารปีศาจออกมาแล้ว โดยหวังว่าอย่างน้อยจะได้สังหารสัตว์ร้ายสักตัวสองตัว”

หลินจิ่วเฟิง ได้ถอนหายใจออกมา

หลังจากนั้นเขาก็ลงชื่อเข้าใช้อย่างเงียบ ๆ

หนึ่งเดือนได้ผ่านพ้นไป

การบ่มเพาะพลังของหลินจิ่วเฟิงได้มาถึงจุดสูงสุดและใกล้จะทะลวงขอบเขต

เขาได้หยุดการฝึกฝนชั่วคราวเมื่อเขามาถึงขอบเขตแกนเทียมระดับสมบูรณ์ เขาไม่ได้รีบร้อนที่จะทะลวงขอบเขตผ่านไป

เขาได้ปรับโครงสร้างพื้นฐานและเสริมสร้างรากฐานการบ่มเพาะพลังของเขา

ในเวลานั้นอีกหนึ่งเดือนก็ผ่านพ้นไป

ในคืนนี้ หลินจิ่วเฟิง ได้ยุ่งอยู่กับการฝึกฝนของเขา

หลังจากกลืนโอสถปรับแต่งแกนกลางแล้ว เขาก็ได้นั่งอยู่ในที่พักของตนเอง

พลังปราณแท้จริงกำลังปะทุอยู่ในจุดตันเถียนของเขา และ ก่อตัวเป็นทรงกลมจากนั้นก็ค่อย ๆ ขัดเกลาเป็นแกนภายใน

จากนั้น ด้วยทักษะกระบี่ที่ยอดเยี่ยมทั้งสอง อย่าง ทักษะกระบี่ผ่าสวรรค์ขั้นสูงสุด และ ทักษะกระบี่ 22 เล่ม หลินจิ่วเฟิง ได้เปลี่ยนพลังปราณกระบี่จำนวนมากที่ล้อมรอบแกนภายในให้กลายเป็นมีชีวิตราวกับมังกร

บูม!

เมื่อกระบวนการทั้งหมดเสร็จสิ้น แกนภายในและพลังปราณกระบี่ ในตันเถียนของเขาก็ได้ปะทุออกมา พลังปราณกระบี่สีขาวได้เปล่งประกายล้อมรอบ หลินจิ่วเฟิง และ กระจัดกระจายไปทั่วทุกตารางนิ้วของร่างกายรวมถึงจิตวิญญาณของเขา

ในช่วงเวลาต่อมา ความแข็งแกร่งพื้นฐานของ หลินจิ่วเฟิง ได้ทะยานพุ่งสูงขึ้นจนน่ากลัว

ขอบเขตจิตวิญญาณของเขาก็ขยายตัวออกเช่นเดียวกัน

เขายังคงฝึกฝนโดยยังปิดเปลือกตาของเขาเอาไว้

แต่บริเวณโดยรอบทั้งหมดของลานนี้ล้วนอยู่ภายใต้ขอบเขตการมองเห็นของหลินจิ่วเฟิง

เขาสามารถสร้างสัมผัสวิญญาณขยายออกไปสำรวจพื้นที่ด้านนอก

ในเวลานี้ ทุกอย่างราวกับสามารถมองเห็นได้ผ่านจิตวิญญาณของเขา

ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ที่เขาอยู่ สวนกว้างใหญ่ที่เขาสำรวจอย่างถี่ถ้วน สถานที่เหล่านี้ล้วนปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน

ทันใดนั้น หลินจิ่วเฟิง ก็ตระหนักได้ว่ามีคนแอบเข้ามายังตำหนักเย็น

ผู้บุกรุกเป็นชายในชุดดำสองคน

ทั้งคู่ เป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นแกนทองคำ พวกเขาได้เดินไปรอบ ๆ และสำรวจพื้นที่ตำหนักเย็น

เมื่อสังเกตุเห็นชายสองคนนี้ หลินจิ่วเฟิง ไม่ได้เคลื่อนไหว

เขาเพียงสังเกตุมันอย่างเงียบ ๆ

แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ในขั้นแกนทองคำเช่นเดียวกับ หลินจิ่วเฟิง แต่สัมผัสวิญญาณของพวกเขา สามารถยายออกไปได้เพียงไม่กี่เมตรรอบตัวของพวกเขา ไม่เหมือนกับของ หลินจิ่วเฟิง ที่สามารถขยายออกไปได้ไกลกว่าพวกเขาหลายพันเท่า

ชายคนนึงที่เดินนำอยู่ข้างหน้าได้หันไปมองสหายของเขา

ขณะที่มองเห็นอีกฝ่ายกำลังทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ เขาก็พลันโกรธจัด

“เหลาเอ้อ เหตุใดเจ้าจึงทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ เช่นนี้?”พี่ใหญ่คนนี้ได้ดุออกมา

“พี่ใหญ่ ตอนนี้พวกเราเป็นหัวขโมย ดังนั้นจำเป็นจะต้องระวังตัว”เหลาเอ้อ ได้ตอบกลับ

“ระวังกับผีน่ะสิ! ที่นี่คือตำหนักเย็นที่มีชื่อเสียงของราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา มีเพียงองค์ชายที่ถูกปลดออกจากบัลลังก์เท่านั้น ดังนั้นนอกจากเขาแล้วย่อมไม่มีใครอื่น เหตุใดจะต้องทำตัวเช่นนี้?”พี่ใหญ่ได้ดุด่าออกมา

“จริงด้วย องค์ชายที่ถูกปลดคนนั้นไร้ซึ่งการบ่มเพาะพลังใด ๆ ไม่มีทางที่เขาจะตรวจพบพวกเรา”เหลาเอ้อ ได้รู้แจ้งในทันที

เขาตื่นเต้น และ เตะต้นไม้ที่มีลำต้นหนาเหมือนชาม

เพี๊ยะ!

พี่ใหญ่คนนี้รู้สึกโกรธมากกับสิ่งที่ เหลาเอ้อทำเขาได้ตบหัวอีกฝ่ายและดุด่า“แม้ว่าเขาจะไม่ค้นพบเรา แต่ที่นี่ก็เคยเป็นสถานที่ที่เราซ่อนศพของนิกายซากศพของเรา…”

“ดังนั้นพื้นดินเบื้องล่างจึงเต็มไปด้วยพลังงานด้านลบอย่างรุนแรง หากมีบางสิ่งที่เลวร้ายเกิดขึ้นเพราะเจ้า เราทั้งสองคนจะเสียชีวิตในทันที”

เหลาเอ้อ ได้ยินเช่นนี้ เขาจึงไม่กล้าล้อเล่นอีกต่อไป

“เรามาที่นี่เพื่อสร้างด่านหน้าและสำรวจพื้นที่ ตอนนี้นิกายหลักทั้งหมดได้เผยตัวต่อโลกแล้ว นิกายซากศพของเราไม่สามารถเผยจุดอ่อนใด ๆ ออกมาได้”

“ดังนั้น เราจะต้องนำศพของท่านบรรพบุรุษที่ถูกฝังอยู่ในส่วนลึกของใต้ดินกลับไป เพื่อที่พวกเราจะสามารถฟื้นคืนศักดิ์ศรีกลับมาได้อีกครั้ง”พี่ใหญ่คนนี้ได้ตอบกลับ

“แต่พี่ใหญ่ เมื่อไหร่ที่นิกายซากศพของเรา จะได้เผยตัวออกมาให้โลกได้รับรู้?”เหลาเอ้อ กล่าวถามอย่างระวัง

“น่าจะอีก 10 ปีให้หลัง ตอนที่ประมุขนิกายของพวกเราบุกทะลวง…”

“เรามาที่นี่เพื่อสร้างด่านหน้า ไม่มีใครรู้ว่า ศพของบรรพบุรุษนิกายซากศพของเราถูกฝังอยู่ใต้ดินในสถานที่แห่งนี้ที่มีพลังงานด้านลบสุดขั้ว ดังนั้นพวกเราไม่ต้องรีบร้อน”

“เมื่อเราทำตามแผนที่ตั้งเอาไว้ได้สำเร็จ เราจะกลับไปรายงานทันที”พี่ใหญ่คนนี้ได้ตอบกลับอย่างจริงจัง

“พี่ใหญ่ ดูเหมือนว่าสาวกจำนวนมากจากนิกายปีศาจจะลอบเข้ามายังเมืองหลวงของราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา และ ต้องการจะทำอะไรบางอย่าง”เหลาเอ้อ ได้พูดขึ้นอย่างตื่นเต้น

“ข้าก็ได้ยินข่าวนี้มาเหมือนกัน ผู้อาวุโสของนิกายปีศาจได้ลอบเข้ามาที่นี่เพื่อสังหารจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา และ สร้างคลื่นลูกใหญ่ให้แก่พวกเขา”

“พวกเราจะใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ในตอนนี้ มองหาตำแหน่งที่แน่นอนที่เราต้องการ จากนั้นพวกเราจะจากไปในทันที”พี่ใหญ่คนนี้ได้ตอบกลับ

“พี่ใหญ่ ข้าคิดว่าอาจเป็นที่นี่”เหลาเอ้อ ในที่สุดก็ค้นพบที่ตั้ง

พี่ใหญ่คนนี้ได้พูดขึ้นอย่างดีอกดีใจ“ใช่ ตรงหนี้แหละ! มาทำเครื่องหมายบนแผนที่ของเราแล้วค่อยกลับมาใหม่อีกครั้ง”

ชายทั้งสองได้ลงมือจัดการอย่างรวดเร็ว

หลินจิ่วเฟิง รู้สึกตกตะลึง

เขาได้ลืมตาขึ้นในลานบ้านและบ่นพึมพัมออกมา“สาวกจากนิกายปีศาจมาที่นี่เพื่อลอบสังหารองค์จักรพรรดิ? ภายใต้ตำหนักเย็นแห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่ที่มีพลังด้านลบสุดขั้ว แต่ยังเป็นสถานที่ฝังศพลับของนิกายซากศพ บรรพบุรุษของพวกเขา?”

ดูเหมือนว่าเขาจะค้นพบความลับที่น่ากลัว

ฉะนั้นเขาจะต้องปิดปากอีกฝ่าย

หลังจากคิดได้เช่นนี้แล้ว หลินจิ่วเฟิง ก็ได้ดึงกระบี่สังหารปีศาจออกมา

เขาได้ใช้ทักษะกระบี่ 22 เล่ม ของเขาในการฟาดฟันการโจมตีที่เต็มไปด้วยจิตสังหารพุ่งผ่านกำแพงนับไม่ถ้วนออกไป

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด