ตอนที่แล้ว354 - ช่วงเวลาอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรฮั่น
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไป356 - คู่แค้นพบกันบนทางคับแคบ

355 - เปิดม่าน


355 - เปิดม่าน

แม้จะทราบเนื้อหาของหนังสือพิมพ์แล้วแตกเอี้ยนลี่เฉียงก็ยังอ่านทุกหน้าอย่างระมัดระวัง สิ่งพิมพ์ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจในโลกนี้ แต่การทำหนังสือพิมพ์นั้นถือเป็นครั้งแรกจริงๆ

เอี้ยนลี่เฉียงมอบหนังสือพิมพ์ฉบับแรกให้กับฟางเป่ยโต้วแล้วกล่าวว่า

“ขอบคุณทุกคนที่ทำงานหนักในโรงพิมพ์วันนี้! อาจารย์กั่วจะได้รับรางวัลเป็นเงินสามตำลึงในขณะที่ทุกคนได้รับเงินคนละหนึ่งตำลึง! หวังว่าทุกคนจะติดตามงานของตัวเองและพัฒนาให้ดีที่สุด!”

ทุกคนที่อยู่ในโรงพิมพ์ต่างก็ส่งเสียงโห่ร้องออกมา

ฟางเป่ยโต้วมองดูหนังสือพิมพ์แล้วส่งต่อให้ช่างหนังสือพิมพ์คนอื่นๆ เพราะพวกเขาก็อยากรู้ผลของการทำงานหนักของพวกเขาว่ามันเป็นอย่างไร

แม้ว่าหูไห่เหอและคนอื่นๆจะเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่พวกเขาไม่ได้ตื่นเต้นเท่าช่างพิมพ์เหล่านั้น

พวกเขาเพียงแค่ดูหนังสือพิมพ์ จากนั้นจึงสบตากันอย่างเงียบงัน ค่อนข้างจะสงสัยว่าของสิ่งนี้จะขายเป็นเงินได้จริงๆ

เอี้ยนลี่เฉียงส่งสัญญาณให้ฟางเป่ยโต้วด้วยสายตาจากนั้นพวกเขาก็เดินออกจากห้อง

“จะ… มันจะใช้ได้จริงเหรอ?”

ฟางเป่ยโต้วไม่ได้ถามคำถามต่อหน้าทุกคนเพราะเขาไม่ต้องการส่งผลให้ทุกคนที่ทำงานเกิดความไม่มั่นใจ

ตอนนี้พวกเขาอยู่กันตามลำพังดังนั้นความกังวลของเขาจึงถูกแสดงออกมาอย่างเต็มที่

“มันจะได้ผลแน่นอนตราบใดที่เราจัดการกับมันได้ดี!” เอี้ยนลี่เฉียงพยักหน้าให้เขาในเชิงบวก

“แล้วเล่มแรกจะพิมพ์กี่เล่ม”

“ให้ห้าพันก่อน เราจะเพิ่มปริมาณขึ้นอีกหากว่ามันขายดี!”

“เข้าใจแล้ว! ในการประชุมเชิงปฏิบัติการพรุ่งนี้ข้าจะสั่งให้คนของเราออกไปเร่ขายตามโรงน้ำชาต่างๆ!”

“ใช่ นั่นคือสาระสำคัญของมัน แล้วเราจะหารือกันอีกครั้งในวันต่อไป!”

เอี้ยนลี่เฉียงตบไหล่ฟางเป่ยโต้วและขยิบตาให้เขา

“เก็บสำเนาของหนังสือพิมพ์ทุกฉบับไว้ให้ข้าด้วย บางทีมันอาจจะได้ใช้ประโยชน์ในอนาคต…”

เอี้ยนลี่เฉียงออกโรงพิมพ์แล้วกลับไปที่คฤหาสน์กวาง ตลอดทั้งวันนี้เขาแทบจะไม่ได้กินอะไรเลยเพราะมัวแต่ยุ่งกับงาน ดังนั้นเมื่อกลับถึงห้องเขาจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก

โรงพิมพ์สว่างไสวตลอดทั้งคืน ขวัญกำลังใจของช่างฝีมือที่เพิ่งได้รับรางวัลนั้นสูงขึ้น พวกเขาทำงานหามรุ่งหามค่ำจนกระทั่งหนังสือพิมพ์ฉบับแรกถูกตีพิมพ์ออกมาจนครบ 5000 ฉบับ...

เช้าตรู่ของวันขึ้น 1 ค่ำเดือน 7 ของปีที่ 13 แห่งรัชกาลหยวนผิงในอาณาจักรฮั่น...

ฟ้ามืดเพราะพระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น ดวงดาวยังคงสูงอยู่บนท้องฟ้ารถม้าสี่คันออกมาจากประตูคฤหาสน์ที่เชิงเขาหลงฉี

“ทุกคนต้องส่งหนังสือพิมพ์ไปที่จุดที่เรากำหนดให้ทันเวลา” สวีเอิ้นต้าซึ่งขับรถม้านำขบวนได้ตะโกนสั่งลูกน้องของเขา

แม้ว่าอาการบาดเจ็บที่ขาของเขายังไม่หายดี แต่สวีเอิ้นต้าก็มาทำงานตั้งแต่เมื่อวาน พวกเขาตื่นตั้งแต่เช้าตรู่กินอาหารเช้าและเตรียมตัวออกไปปฏิบัติงานทันที

“พี่ใหญ่มั่นใจได้หนังสือพิมพ์ของพวกเราจะต้องถูกส่งไปตามกำหนดอย่างแน่นอน…” อู๋ตัวน้อยตะโกนตอบรับมาจากด้านหลัง

…………..

“ตามคำสั่ง ราคาหนังสือพิมพ์หนึ่งฉบับคือหกเหรียญทองแดง แต่ละคนจะได้รับคนละสี่สิบฉบับก่อนแล้วขายที่ร้านอาหาร โรงน้ำชา และถนนทางตอนใต้ของเมือง

เมื่อพวกเจ้ากลับมาจึงจะได้รับค่าแรงตามที่พวกเจ้าขายได้ อย่าให้ใครอ่านโดยไม่จ่ายแม้แต่เหรียญทองแดง เข้าใจหรือไม่?"

"เข้าใจแล้ว!" บรรดาเด็กน้อยที่พวกเขาจ้างมาทำงานต่างก็ส่งเสียงตอบรับ

“ทบทวนประกาศของเราให้ข้าได้ยินอีกครั้ง…!”

“หนังสือพิมพ์ หนังสือพิมพ์! รับหนังสือพิมพ์ช่วงเวลาอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรฮั่นฉบับพิมพ์ใหม่ หากท่านต้องการติดตามข่าวสารเกี่ยวกับเหตุการณ์บ้านเมืองท่านต้องซื้อหนึ่งฉบับ…!”

“เสียงพวกเจ้าเบาเกินไป ถ้าพวกเจ้าตะโกนแบบนี้มีแต่แมลงวันเท่านั้นแหละที่จะมาซื้อ…!”

เด็กน้อยเหล่านั้นไม่คุ้นเคยกับมันในตอนแรกและรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย อย่างไรก็ตามในที่สุดพวกเขาก็ส่งเสียงดังขึ้นอีกครั้ง

เด็กน้อยพวกนี้ทุกคนล้วนแต่ใส่เสื้อคลุมด้านนอกสีแดงที่ปักคำว่าช่วงเวลาอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรฮั่นไว้ด้านหลัง พวกเขารับหนังสือพิมพ์คนละ 40 ฉบับแล้วออกตระเวนขายตามจุดต่างๆที่มีคนชุกชุม

เด็กๆเหล่านี้ไม่เพียงถูกล่อลวงจากค่าแรงที่ค่อนข้างมาก แต่พวกเขายังมีอาหารกลางวันให้รับประทานอีกด้วย

เมื่อถนน ร้านอาหาร และโรงน้ำชาเต็มไปด้วยผู้คน ผู้คนมากมายตระหนักว่าสถานที่เหล่านี้มีเด็กๆสวมเสื้อแดงเพิ่มขึ้นสองสามคน เด็กพวกนั้นต่างก็ตะโกนว่า

“หนังสือพิมพ์ หนังสือพิมพ์! รับหนังสือพิมพ์ช่วงเวลาอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรฮั่นฉบับใหม่ หากท่านต้องการติดตามข่าวสารเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงของจักรวรรดิทำต้องซื้อหนึ่งฉบับ…!”

………….

“ผู้บัญชาการเอี้ยนมีจดหมายส่งถึงท่าน!”

เมื่อเอี้ยนลี่เฉียงกำลังจะออกจากคฤหาสน์กวาง เขาก็ได้รับจดหมายจากทหารยามที่อยู่ด้านหน้า

"โอ้! ได้รับเมื่อไหร่”

เอี้ยนลี่เฉียงรับจดหมายและสังเกตเห็นว่าตราประทับขี้ผึ้งที่มีตัวอักษร 'ลู่' บนซองจดหมายยังคงไม่บุบสลาย หมายความว่าจดหมายนั้นยังไม่ได้เปิดออก

ในบรรดาผู้คนทั้งหมดที่เขารู้จักในเมืองหลวง มีเพียงคนเดียวที่แซ่ลู่ นั่นก็คือลู่เปียน!

ในระหว่างการพบกันครั้งล่าสุดเอี้ยนลี่เฉียงบอกลู่เปียนว่าสามารถมาพบเขาได้ตลอดเวลาที่คฤหาสน์กวาง

“ครึ่งชั่วยามที่แล้วมีผู้รับใช้คนหนึ่งมาส่งจดหมายให้ท่านผู้บัญชาการ!”

“ขอบคุณ!”

เอี้ยนลี่เฉียงรู้สึกวิตกกังวลและสงสัยว่าลู่เปียนประสบปัญหาใดๆหรือไม่

“ฮ่าๆๆๆ ยินดีที่ได้รับใช้ผู้บัญชาการเอี้ยนเสมอ…”

หลังจากโบกมือ เอี้ยนลี่เฉียงก็เดินทางออกจากคฤหาสน์กวางด้วยรถม้าเข้าสู่เมืองหลวงของจักรวรรดิ

“ผู้บัญชาการเอี้ยนเข้าเมืองหลวงทุกๆสามวัน หรือว่าท่านนัดพบหญิงงามไว้…”

เจ้าหน้าที่คนหนึ่งที่ประตูทางเข้าอดไม่ได้ที่จะพูดพึมพำด้วยความอิจฉาริษยาในขณะที่มองดูเงาหลังของเอี้ยนลี่เฉียงหายไป

“หลิวเหิง เก็บคำพูดไร้สาระของเจ้าไว้ซะ ระวังผู้บัญชาการเอี้ยนจะทุบตีเจ้าจนร้องหามารดา!”

ทหารชื่อหลิวเหิงหัวเราะออกมาแล้วพูดว่า

"เจ้าพูดเกินจริงไปแล้ว ต่อให้ผู้บัญชาการเอี้ยนเก่งกว่านี้ก็ไม่มีทางทุบตีก็ได้ ข้าเป็นถึงนักรบหรือว่าเจ้ายังไม่รู้เรื่องนี้?”

“เจ้าเห็นว่าผู้บัญชาการเอี้ยนทำตัวเรียบๆอยู่ที่คฤหาสน์กวางเจ้าจึงคิดจะดูถูกเขาหรือ? ในบรรดาพี่น้องของเรามีใครบ้างที่ไม่รู้ว่าชื่อเสียงของผู้บัญชาการเอี้ยนดังทะลุฟ้าแล้วตอนนี้”

"อา. หัวหน้าบอกได้ไหมว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ทหารที่ทำหน้าที่อารักขาอยู่บริเวณรอบๆต่างก็เดินมาฟังคำพูดของหัวหน้าพวกเขาอย่างรวดเร็ว

“ทุกคนในหน่วยทหารม้าต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ผู้บัญชาการเอี้ยนสังหารโจรวายุทมิฬที่โด่งดังในภาคตะวันตกเฉียงเหนือหลายร้อยคนด้วยตัวคนเดียว…”

“มันจะเป็นไปได้ยังไงที่เด็กหนุ่มคนหนึ่งจะสามารถสังหารโจรได้มากถึงขนาดนั้น?” ทหารยามอีกคนก็ตกใจ

“เจ้าคิดว่าเรื่องนี้ข้าจะโกหกเจ้าหรือ? มีผู้คนเกือบร้อยที่กลับมาพร้อมกับท่านซุน พวกเขาล้วนเห็นกับตาตัวเองว่าผู้บัญชาการเอี้ยนใช้ลูกศรของเขายิ่งโจรพวกนั้นร่วงจากหลังม้าราวกับใบไม้

เจ้าคิดว่าผู้บัญชาการเอี้ยนที่อายุเพียง 15 ปี หากไม่มีผลงานยิ่งใหญ่ขนาดนั้นจะได้เป็นถึงผู้บัญชาการหยิงหยางเหรอ?…”

…………..

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด