ตอนที่แล้วบทที่ 4 หัวใจของยัยนี่เป็นสีดำแน่นอน
ทั้งหมดรายชื่อตอน

เมื่อลู่เจ๋อได้ยินคำนี้ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป ลู่หลี่ยิ้ม แต่ไม่ได้เร่งเขา บรรยากาศเริ่มตึงเครียด

ในที่สุดลู่เจ๋อก็ถอนหายใจ หน้าเขาไม่ได้หนาพอ ถ้าหน้าเขาหนาพอ แม้เขาจะออกไปทั้ง ๆ ที่เปลือยเปล่าเขาก็ไม่รู้สึกอะไร แต่ศีลธรรมในใจของเขาได้หยุดเขาไว้

“โอเค ฉันสัญญา”

อ๊ากกก! ใช่! วันนี้เขาเป็นสุนัข!

โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง!

สุนัขโสดยังคงเป็นสุนัข จริงไหม?

สำหรับลู่เจ๋อซึ่งโสดเท่ากับอายุของเขา มันไม่สำคัญเลย ไม่มีอะไรสำคัญอีกต่อไป

เมื่อได้ยินคำพูดนั้น ลู่หลี่ก็ยิ้มอย่างมีชัย “พี่ชาย นี่เสื้อผ้าของพี่”

ในตอนนั้น เสียงที่นุ่มนวลของลู่หลี่ได้กลายเป็นเสียงกระซิบของปีศาจในหูของลู่เจ๋อ

ยัยนี่เป็นปีศาจแน่นอน

ลู่เจ๋อรีบใส่เสื้อผ้าและเดินออกจากห้องน้ำ เขาเหลือบมองไปที่ลู่หลี่ที่รออยู่ข้างนอก ลู่หลี่แค่ยิ้มและเดินเข้าไปในห้องน้ำ ขณะที่ลู่เจ๋อเดินกลับไปที่ห้องของเขา

เขาควรใส่กางเกงใน ถ้าเขาไม่ทำ เขาจะรู้สึกหนาวและไม่ปลอดภัย

หลังจากที่ลู่เจ๋อเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว ลู่หลี่ก็อาบน้ำเสร็จ ดวงตาง่วงงุนของเธอสว่างเป็นประกาย สิ่งเดียวที่ไม่เปลี่ยนแปลงคือรอยยิ้มบนริมฝีปากของเธอที่ยังคงนุ่มนวล

เมื่อเห็นรอยยิ้มนี้ ลู่เจ๋อก็รู้สึกหนาว ไม่มีความอบอุ่นในโลกนี้

“ลู่เจ๋อลงมาชั้นล่าง” ลู่หลี่ยิ้มแล้วหันหลังเดินลงไปชั้นล่าง

ลู่เจ๋อถอนหายใจ ทำได้เพียงตามเธอไป

ครอบครัวลู่ค่อนข้างจะมีฐานะ ลู่เวิ่นพ่อของลู่เจ๋อเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทเสื้อผ้า บริษัทค่อนข้างมีชื่อเสียงในดาวเคราะห์หลานเจียง ฟูชูหยาแม่ของลู่เจ๋อ เป็นหัวหน้านักออกแบบเสื้อผ้าของบริษัท บริษัทนี้ก่อตั้งโดย 2 คนนี้ตั้งแต่เริ่มต้น

เพราะงั้นครอบครัวของพวกเขาจึงไม่ขาดเงิน

ดังนั้นลู่เจ๋อและลู่หลี่ สามารถใช้เนื้อสัตว์ร้ายเพื่อปรับแต่งร่างกายของพวกเขาได้อย่างต่อเนื่อง ครอบครัวของพวกเขาอาศัยอยู่ในคฤหาสน์ 3 ชั้นพร้อมสวนขนาดใหญ่ พวกเขายังมีสนามฝึกซ้อมขนาด 300 ตารางเมตร ซึ่งสร้างขึ้นเป็นพิเศษสำหรับลู่เจ๋อและลู่หลี่

อย่างไรก็ตาม แม้แต่ประธานบริษัทอย่างลู่เวิ่น ก็มีฐานะต่ำกว่านักรบระดับสูง ดังนั้นทั้ง 2 จึงหวังว่าลูก ๆ ของพวกเขาจะแข็งแกร่งขึ้น ด้วยวิธีนี้ พวกเขาจะไม่ถูกกดขี่ในโลกธุรกิจ

ทั้ง 2 เดินลงไปชั้นล่างและมาถึงสนามฝึกซ้อม ลู่หลี่มองไปที่ผิวขาว ๆ ของลู่เจ๋อ และดวงตาของเธอก็กระพริบ “ลู่เจ๋อ ระดับการปรับแต่งผิวของพี่ลึกซึ้งขึ้นเหรอ”

มันเปลี่ยนเป็นสีขาวในชั่วข้ามคืน การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่สามารถซ่อนจากลู่หลี่ที่อยู่กับเขาทั้งวันทั้งคืนได้

ลู่เจ๋อพยักหน้าและพูดด้วยรอยยิ้ม “ฉันไม่ได้บอกว่าฉันเข้าใจบางอย่างอย่างกะทันหันเมื่อเช้านี้เหรอ? ไม่แปลกที่ฉันจะแข็งแกร่งขึ้น บางทีฉันอาจจะเหนือกว่าเธอในไม่ช้า”

คำพูดของลู่เจ๋อทำให้ลู่หลี่ยิ้มอย่างนุ่มนวล “จริงเหรอ ฉันจะรอนะพี่ชาย”

จากนั้นขาที่ยาวและแข็งแรงของลู่หลี่ก็พุ่งเข้าหาลู่เจ๋อ กลิ่นหอมพัดผ่าน และฝ่ามือขาวที่เรียวยาวของเธอก็กลายเป็นผีเสื้อเต้นระบำ ขณะที่มันกดไปที่หน้าอกของลู่เจ๋อ

ดวงตาของลู่เจ๋อหรี่ลง เร็วมาก!

แม้ว่าลู่หลี่จะไม่ได้ใช้พลังเต็มที่ แต่ความแข็งแกร่งระดับ 7 ของเธอก็อยู่ที่นั่น นอกจากนี้เธอยังเป็นอัจฉริยะ นั่นทำให้พลังของเธอสูงกว่าคนทั่วไป 

ลู่เจ๋อพบว่าเขาไม่สามารถหลบฝ่ามือของเธอได้

เขาเกร็งร่างกาย มีแสงกระพริบไปทั่วผิวขาวของเขา แขนของเขาไขว้กันไว้ที่หน้าหน้าอก ปกป้องมันด้วยกำลังทั้งหมดที่มี

ผีเสื้อบินผ่านมา และหยุดตรงบริเวณแขนที่ไขว้กันของเขาอย่างแผ่วเบา

ฝ่ามือที่ดูเหมือนเบานั้น มีพลังระดับดินถล่มระบายออกมาจากมือเล็ก ๆ ผ่านแขนของลู่เจ๋อ และกระแทกเข้ากับหน้าอกของเขาอย่างรุนแรง

ลู่เจ๋อรู้สึกแน่นหน้าอก เขาถอยหลังทีละก้าวถึง 14 ก้าว ก่อนจะตั้งหลักได้อีกครั้ง

แม้ว่าเขาจะถูกโจมตีและถอยออกไปด้วยหมัดเดียว แต่ลู่เจ๋อก็ยิ้ม เขาป้องกันมันได้!

หลังจากผ่านการปรับแต่งผิวหนัง พลังป้องกันของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก ถ้าเป็นเมื่อวานนี้ ฝ่ามือนี้คงส่งให้ลู่เจ๋อล้มหน้าคว่ำไปแล้ว แต่ตอนนี้มันทำให้มือของเขาชาเพียงเล็กน้อย และหน้าอกของเขาก็แน่นขึ้นเล็กน้อย

เมื่อเห็นว่าฝ่ามือของเธอผลักลู่เจ๋อถอยไป 14 ก้าว รอยยิ้มของลู่หลี่ก็เปลี่ยนไป เธออ้าปากและกระพริบตาขณะที่มองไปที่ลู่เจ๋อสักพัก ก่อนจะพูดว่า “เมื่อวานนี้พี่ยังหยุดการโจมตีนี้ไม่ได้เลย”

ลู่เจ๋อสะบัดแขนที่ชาของเขาและฉีกยิ้ม “ฉันไม่ได้บอกเธอไปแล้วเหรอ?”

ลู่หลี่ยิ้มอย่างนุ่มนวลเมื่อได้ยินคำพูดนั้น “ถ้างั้น วันนี้ฉันจะไม่ออมมือ”

จากนั้นเธอก็พุ่งเข้ามาอีกครั้ง

เนื่องจากลู่เจ๋อได้เรียนรู้เพียงเทคนิคการต่อสู้ขั้นพื้นฐาน ลู่หลี่จึงใช้เพียงท่าเท้าขั้นพื้นฐาน และฝ่ามือขั้นพื้นฐานเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ความเชี่ยวชาญของลู่หลี่นั้นสูงกว่าลู่เจ๋ออย่างชัดเจน เธอเคลื่อนไหวอย่างลื่นไหล

เมื่อเห็นลู่หลี่พุ่งเข้าใส่อย่างดุดัน มุมปากของลู่เจ๋อก็กระตุก เธอค้นพบว่าเขาสามารถต้านพลังโจมตีของเธอได้ ดังนั้นเธอจึงตีเขาให้หนักขึ้นเหรอ

จิตใจของน้องสาวคนนี้ช่างชั่วร้ายอย่างแท้จริง!

แต่เมื่อมองไปที่ท่าเท้าขั้นพื้นฐานของลู่หลี่ ลู่เจ๋อก็ไม่คิดอะไรอีกต่อไป เขารู้ว่าตัวเองมีจุดอ่อนมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นระดับการบำเพ็ญหรือทักษะการต่อสู้ของเขาล้วนเป็นขยะ ดังนั้นเรามาฝึกให้หนักขึ้นกันเถอะ

เขาดูท่าเท้าของลู่หลี่ขณะหลบการโจมตีของเธอ ในตอนแรก เขาถูกโจมตีจากทุกทิศทาง แต่ในที่สุดเขาก็สามารถหลบการโจมตีได้ 2-3 ครั้ง เขาค่อย ๆ หลบได้มากขึ้น จาก 10 ฝ่ามือ เขาแทบจะไม่สามารถหลบสองหรือสามฝ่ามือได้เลย

อัตราความก้าวหน้านี้ค่อนข้างน่ากลัว ทั้งลู่เจ๋อและลู่หลี่ต่างตกใจ ต้องรู้ก่อนว่าระดับของลู่หลี่นั้นสูงกว่าลู่เจ๋อถึง 3 ระดับ

ลู่หลี่คิดในใจว่า ‘หมอนี่เป็นอัจฉริยะด้านการต่อสู้ที่ถูกฝังรึเปล่า? ไม่มีทาง เขาเคยโง่มาก่อน…’

ลู่เจ๋อ ‘ฮ่าฮ่าฮ่า! ฉันเป็นอัจฉริยะ!’

***

หลังจากที่ทั้งสอง ‘ประมือ’ กันเป็นเวลาครึ่งชั่วโมง ลู่เจ๋อก็ถูกทุบด้วยฝ่ามือนับร้อยฝ่ามือ ร่างกายของเขาปวดร้าวจนแทบยืนไม่อยู่

มุมปากเขากระตุก “ลู่หลี่! ฉันขอประท้วง! ประท้วงอย่างแรง! เธอแค่อิจฉาที่พรสวรรค์ของฉันดีกว่าเธอใช่ไหม!”

ลู่หลี่มีรอยยิ้มอันนุ่มนวล “พี่ชาย หลี่กำลังพยายามดึงศักยภาพของพี่ออกมา ท่าเท้าขั้นพื้นฐานของพี่ดีขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะพี่กลัวว่าจะโดนฉันตีใช่ไหม ตอนนี้พี่เชี่ยวชาญท่าเท้าขั้นพื้นฐานขึ้นมาก ทั้งหมดนี้เป็นผลงานของหลี่ไม่ใช่เหรอ”

ลู่เจ๋อพูดไม่ออก เขาเจ็บปวดจากการทุบตีมากจนไม่อยากจะโดนอีก เขาจึงสามารถเชี่ยวชาญท่าเท้าขั้นพื้นฐานได้อย่างรวดเร็ว แม้ว่าคำพูดของเธอจะถูกต้อง แต่ลู่เจ๋อกลับรู้สึกว่ามันไม่ใช่…

เขารู้สึกหนาวเล็กน้อยเมื่อมองไปที่รอยยิ้มน้อย ๆ ของลู่หลี่

“นี่” ลู่หลี่โยนเซรุ่มสีฟ้าจาง ๆ ให้เขา “ดื่มเร็ว ๆ อย่าให้มีรอยช้ำ”

นี่คือเซรั่มพันธุกรรม หากคุณยังไม่ได้ปรับแต่งอวัยวะภายใน ความสามารถในการฟื้นฟูร่างกายของคุณจะไม่แข็งแกร่งนัก หากคุณไม่ได้ใช้เซรั่มพันธุกรรมรักษาให้ทันเวลา มันอาจจะทิ้งอาการบาดเจ็บภายในไว้ได้ง่าย ๆ

ลู่เจ๋อหยิบเซรุ่มและดื่มจนหมดในอึกเดียวก่อนจะเช็ดปาก มันมีรสเปรี้ยวอมหวานและมีกลิ่นคล้ายนมรสสตรอเบอร์รี่ มันอร่อยมาก

 

—————————————-

เพจ FC-Translate

คะแนน 4.2
กรุณารอสักครู่...