ตอนที่แล้วบทที่ 1 กำเนิดประชาธิปไตย : ตอนที่ 5 ผู้แทนคนแรกของอาณานิคม (First representative of the colony)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 1 กำเนิดประชาธิปไตย : ตอนที่ 7 ใบเรือดำในทะเลที่ไม่มีที่สิ้นสุด (Black sails in endless sea)

นิยาย ชาติที่แล้วผู้นําฉ้อโกง ชาตินี้ขอเป็นผู้นําที่ดีแทนบ้าง

บทที่ 1 กำเนิดประชาธิปไตย : ตอนที่ 6 สู่อัลชลาฟไวส์ (Voyager to Alschlagweiz)


สู่อัลชลาฟไวส์

 (Voyager to Alschlagweiz)

“ก็อย่างที่ฉันพูดไป ตำแหน่งชั่วคราวนี้ถือว่ามีอำนาจพอสมควร และหลังจบสงครามทูเดีย กองกำลังนอกอาณานิคมอาจจะไม่ได้กลับมาเหยียบพื้นดินแห่งนี้อีกแล้วก็เป็นไปได้” เซอร์กาย หยุดชะงักและยิ้มอย่างมีเลศนัย “ยกเว้นแต่ว่านายจะเข้าเรียนโรงเรียนเตรียมทหาร แต่ว่าอย่าเอาไปคิดมากละกัน”

“หยุดล้อเล่นได้แล้วครับ พันเอกก็รู้ว่าผมไม่ได้การอะไรแบบนั้น--”

“ จริงด้วย! ฉันว่าจะพาเฟลิเซียไปเที่ยวบ้านเกิดของฉัน นายคิดว่าเธอจะยินดีไปด้วยไหม?”

จู่ๆ เซอร์ กายก็กล่าวทักถามความคิดความเห็นของลาสโดยที่ไม่ฟังคำพูดของเขาแม้แตน้อย สร้างความเหนื่อยใจกับการกระทำของชายที่นั่งอยู่ตรงหน้าอย่างมาก ส่วนเรื่องที่เกี่ยวกับการพาคู่หมั้นของตนไปชมเฉยดินแดนบ้านเกิดของตน แม้ว่าลาสจะมีึคำถามในหัว ไม่ใช่ว่าชายตรงหน้าเป็นเพื่อนสมัยเด็กกับคุณหนูเฟลิเซียอย่างที่ตัวเธอบอกมาไม่ใช่หรือ?

“ผมเชื่อว่าเธอต้องดีใจแน่ๆครับ” แน่นอนว่าชายตรงหน้าพยักหน้าตกลงกับคำพูดของลาสอย่างรวดเร็ว

ใช่คุณหนูคนนั้นจะต้องดีใจแน่ๆ ครั้งสุดท้ายที่คุยกันเธอเป็นคนบอกกับเขาเองว่าอยากจะหาผู้มีอำนาจอีกโพ้นทะเลไม่ว่าจะเป็นอาณาจักรใดหรือต่อให้เป็นคนของลีโอเนียเธอก็ไม่เกี่ยงที่จะยืมมือพวกเขา  แต่ลาสก็หักมุมด้วยนํ้าเสียงที่จริงจัง

“หวังว่าจะไม่ใช่การไปดูอะไรที่เกี่ยวข้องกับทหารอย่างเดียวนะครับ คนเราหายากที่จะชอบอะไรที่เหมือนกัน” ลาสชะงักก็จะก้มหัวและกล่าวลา “ถ้าไม่ว่าอะไรผมขอตัวเลยนะครับพันเอก”

เซอร์กายยังไม่ทันจะได้กล่าวอะไรก็ต้องผิดหวังกับชายหน้าหวานที่เดินออกจากห้องทำงานของเขาไปอย่างรวดเร็ว เขาจ้องมองแผ่นหลังของชายหนุ่มไปค่อยๆเดินไปยังประตูทางออก เมื่อลาสออกจากห้องไปแล้วเขาจึงได้ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะบ่นออกมาเบาๆ

“นิสัยเหมือนผู้ใหญ่ไม่ตรงกับร่างกายที่เหมือนราวหญิงสาว ถ้าเกิดอยู่ใน28อาณาจักรคงได้เป็นผู้มีชื่อเสียงไปนานแล้ว เป็นผู้ชายที่แปลกและอยู่ผิดที่จริงๆ”

……

.

.

.

.

.

.

ผ่านไปไม่กี่วัน หลังจากที่ลาสได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้แทน(ทางการทหาร)อาณานิคมที่6 และสภาสูงแห่งลีโอเนียก็ได้จัดตั้งกองกำลังนอกอาณานิคมของอาริกาเซียเพื่อเพิ่มกำลังทหารที่สูญเสียไปในศึกระหว่างแฟแลงซ์และทูเดีย แน่นอนว่ามันขัดกับกฎข้อบังคับที่ผ่านมาหลายหลายชั่วอายุคน

แต่สถานการณ์ที่เลวร้าย ณ ปัจจุบันนี้ก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้สามารถแก้สถานการณ์นี้ได้โดยเร็ว ไม่ใช่ว่าลีโอเนียเคยผ่ายแพ้ แต่ว่าน้อยครั้งจนสามารถนับได้ เรื่องราวอันรุ่งโรจน์ของสหจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่นั้นกว้างขวาง ความเจริญ ความก้าวหน้า ความมั่นคง ทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่เธอ(1)ถือกำเนิดมา ก็มิมีใครสามารถทำให้เธอนั้นตกตํ่าได้และล่มจมได้แม้แต่ครั้งเดียว ช่างเป็นจักรวรรดิที่เยาว์วัยจริงๆ แต่ที่กล่าวมาขั้นต้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะตกตํ่าไม่ได้เสียหน่อย

ทุกอารยธรรมย่อมมีช่วงเวลาแห่งความก้าวหน้าและการล่มสลายเสมอ

สายตาอันเยือกเย็นของชายหนุ่มที่อยู่ในเครื่องแบบทหารอันคุ้นเคยจับจ้องไปยังรายชื่อทหารที่ต้องถูกส่งไปรบบนดินแดนที่ไม่เคยเห็นมาก่อน พร้อมขบคิดใคร่ครวญต่อเหตุการต่างๆที่เกิดขึ้นตลอดเวลา เขาผู้ซึ่งกำลังทำงานอยู่นี้คือ ร้อยเอก ดักลาส แมรี่แลนด์ ชายผู้มีใบหน้าสวยพอๆกับสาวงามและมีบรรยากาศที่เข้าถึงได้ยาก ผู้เคยคุมกองกำลังมากกว่า 200 นาย ไม่ใช่เรื่องแปลกในช่วงเวลาสงครามนี้การเลื่อนยศนั้นรวดเร็วและง่ายอย่างมาก เพราะการสูญเสียนั้นเกิดขึ้นประจำ อย่างไรก็ตามไม่ใช่แค่ลาสที่ได้รับการอวยยศ ยังมีอีกหลายคนที่ได้รับการเลื่อนขั้น เช่น โยฮันน์ การสูญเสียในสงครามทั้งสองทวีปนั้นไม่ได้ทำให้ขาดแคลนแค่กำลังพลแต่รวมไปถึงนายทหารระดับสูงๆอีกด้วย

แม้จะมีข้อสงสัยกับคำพูดของพันเอกว่าเขามีหน้าที่คล้ายนายพลอยู่บ้าง แต่ยศของเขานั้นอยู่เพียงแค่ ร้อยเอกเหมือนกับ แอมโบรส หรือ จอห์น ซึ่งคุมกำลัง 300 นาย เช่นนั้นเขาจะสามารถคุมกองพันได้ยังไง? แต่ว่าตอนที่ลาสเป็นร้อยตรีเขาก็คุมกองกำลังเท่ากันกับร้อยเอกไม่ใช่หรอ? ‘ ไม่เข้าใจเลย ’ เป็นเสียงเดียวในหัวของลาสที่คิดถึงระบบทหารของลีโอเนีย หรือเป็นเพราะที่นี่คือโลกแฟนตาซีที่สามัญสํานึกของโลกเดิมไม่สามารถใช้ได้กัน? ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดท้องน้อย..

หลังจากคำสั่งของสหจักรวรรดินั้น ลาสก็ต้องเตรียมตัวกับเรื่องเยอะแยะมากมายที่ถาโถมเข้ามาในชีวิต  ไ่ม่ว่าจะเป็นบัญชีรายชื่อรายชื่อทหารที่อยู่ในมือของเขา การที่ต้องพบปะกับนายกองหน้าใหม่ที่มาจากตระกูลของรัฐอาณานิคม โชคยังดีที่เกือบครึ่งของ แต่ในใจของเขาคิดว่าโลกหรือดาวดวงนี้ช่างวุ่นวายปั่นป่วนเหลือเกิน

อย่างไรก็ตามเขาก็ต้องเตรียมตัวให้เสร็จโดยเร็ว

“นายท่านเราท่าเรืออยู่ข้างหน้าแล้ว  ” สารถีที่นั่งอยู่ข้างหน้าหันมากล่าวกับลาส

กลิ่นของธรรมชาติ ลมทะเลที่ลมพัดผ่านใบเส้นผม ความอบอุ่นที่มาจากแสงแดด ท่าเรือบอสตันนั้นเต็มไปด้วยผู้คนจากชาวเมือง พ่อค้าแม่ค้าและทหารหรือผู้ที่มีหน้าที่ดูแลท่าจอดเรือ สินค้านำเข้าจากต่างทวีปต่างถูกขนลงจากเรือ แต่เมื่อรถม้าเข้าใกล้ท่าเรือมากขึ้น ภาพของทหารที่กำลังเดินขึ้นเรือเหล็กยักษ์ก็โผล่ออกมาให้เห็นเต็มๆสองตา ตอนนี้กรมทหารของพันเอกกายกำลังกลับเตรียมออกเดินทางกลับดินแดนแม่แล้ว แน่นอนว่ากองกำลังอาณานิคมก็ต้องไปเช่นเดียวกัน

หากมองไปทั่วๆแล้ว จะพบกับเรือเหล็กอยู่สองลำและเรือใบฟริเกตที่ทอดสมอเรืออยู่อีกหลายลำ หากเป็นโลกเดิมของลาสเรือใบ้เที่เห็นอยู่ณตอนนี้คงเป็นเรือของพิพิธภัณฑ์ที่จัดการแสดงแน่ๆ แต่อย่างไรก็ตามโลกเดิมของลาสก็ยังคงมีเรือฟริเกตเช่นเฮอร์ไมโอนี่ของฝรั่งเศสเมื่อหลายปีที่แล้ว ลาสเคยดูวิดิโอที่เฮอร์ไมโอนี่เดินทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก ยิ่งคิดถึงเรื่องเก่าลาสก็อดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา

“อยากใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาจริงๆเลย”

สิ้นเสียงบ่นของลาส เขาก็หยิบเหรียญเงินและโยนให้กับสารถีพร้อมตบบ่าของชายตรงหน้าสองสามทีและกล่าว “ไม่ต้องทอนนะครับ!” ก่อนจะเดินลงจากรถม้าขนส่งพร้อมกระเป๋าสะพายข้างของตน โดยไม่สนใจสีหน้าที่ตกใจของสารถี หากเป็นคนทั่วไปในอาณานิคมพวกเขาจะรอเงินทอนเสมอ แน่นอนว่าสิ่งที่ลาสทำมันแปลกมาก

สกุลเงินไลแลคนั้นเป็นชื่อสกุลเงินของสหจักรววรดิซึ่งอาณานิคมใช้ ถ้าจะพูดถึงค่าเงินของเหรียญที่ลาสให้ไปแล้วมันก็เหมือนกับเงินสกุลปอนด์สเตอร์ลิง[1]ที่มีการใช้เหรียญทองแดง เงิน และ ทอง

หลังจากที่ลาสลงจากรถม้าแล้วตัวเขาก็มุงตรงไปยังอีกฝั่งของท่าเรือ ซึ่งมีกลุ่มทหารและชนชั้นสูงกำลังยื่นสนทนากันอยู่ หนึ่งในกลุ่มทหารนั้นคือเซอร์ กาย กับเหล่าพันโทและตรี และอีกฝั่งเป็นผู้ที่แต่งตัวคล้ายชนชั้นสูงนั้นคือเฟลิเซียกับเหล่าตัวแทนตระกูลจากรัฐต่างๆ เฟลิเซียที่กำลังสนทนาอยู่ก็ได้สังเหตเห็นลาสที่เดินเข้ามาใกล้ เธอจึงโบกมือทักทายหยุดบทสนทนาของทุกคนทันที

“ขออภัยท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี ผมมาขัดจังหวะหรือเปล่าครับ?”

“ไม่ แน่นอนว่าท่านไม่ได้ขัดจังหวะอะไร เพียงแต่ท่านมาช้ากว่ากำหนดที่ข้าคาดเดาเอาไว้”เฟลิเซียที่กล่าวด้วยนํ้าเสียงที่ผิดหวังเล็กน้อย

อะแฮ่ม! “ไหนๆก็ใกล้ถึงเวลาออกเรือ พวกเราควรเริ่มเดินทางกันได้แล้ว ร้อยเอก ดักลาส ฝากคู่หมั้นฉันด้วย เธอจะเดินทางไปพร้อมเรือของนาย” เซอร์ กาย ไอกระแอมขัดคำพูดของเฟลิเซียก่อนที่จะหันไปพูดกับลาส เพราะถ้าจะให้เฟลิเซียเดินทางไปพร้อมกับทหารด้วยแล้วมีหวังเธอก็คงจะจดจำไว้นานจนแต่งงานแน่ๆ

“ครับ” ลาสวันทยหัตถ์รับทราบคำสั่งของชายตรงหน้า ก่อนจะจ้องมองด้วยสายตาที่คาดโทษไปยังเฟลิเซียที่หัวเราะเบาๆ

“เช่นนั้นพวกเราเริ่มเดินทางกันเลยดีกว่าครับ” สิ้นเสียงของพันเอก กาย กลุ่มทหารของลีโอเนียต่างพากันเดินไปขึ้นเรือรบซึ่งเป็นเรือธงในครั้งนี้ทันที

ส่วนทางด้านของลาสและกลุ่มของเฟลิเซีย ก็พากันไปขึ้นเรือรบอีกลำซึ่งเป็นของลีโอเนียเช่นเคย กองกำลังนอกอาณานิคมนั้นถูกขนย้ายโดยเรือใบสูงหรือเรือเกลเลียน ซึ่งต่างจากลาสและเฟลิเซียที่มียศตำแหน่งสูงกว่า แม้ตอนแรกลาสจะขอไปพร้อมกับลูกน้องของตน แต่ถูกปฏิเสธโดยพันเอกกายและพันโทแดเนียลโดยไม่มีเหตุและผล อย่างไรก็ตามลาสก็รู้แล้วว่าทำไมเขาต้องแยกเรือกับทหารของตนด้วย ซึ่งนั้นก็เพราะเขาต้องอยู่ร่วมกับเฟลิเซียแทน มันจะเรียกว่าดวงดีหรือซ่วยกันแน่นะ?

“เฮ้อ.. อยากให้บูลล์มาด้วยจังเลย…  ” ลาสถอนหายใจพร้อมบ่นออกมาเบาๆ

น่าเสียดายที่บูลล์ไม่สามารถไปอีกทวีปได้ แต่อย่างน้อยเขาก็ให้งานกับเด็กหนุ่มไปแล้ว ก็คงได้เพียงแต่หวังว่างานที่ให้ไปจะเสร็จสิ้นลุล่วงโดยไม่เกิดเหตุปัญหาอะไร…

……

.

.

.

.

.

.

กองเรือขนส่งขนาดใหญ่แล่นผ่านมหาสมุทรที่กว้างขวาง คลื่นทะเลที่กระทบกับตัวเรือด้วยความแรง สร้างความวุ่นวายให้กับกะลาสีที่วิ่งไปวิ่งมาเพื่อทำความเก็บกวาดและดูแลเรือของตน กองเรือขนส่งระหว่างอาริกาเซียมุ่งสู่อัลชลาฟไวส์นั้นเดินทางมาเกือบครบ3เดือนได้แล้ว

ความเร็วของเรือที่ดูหลงยุคนั้นเร็วก็จริง แต่ว่าการเดินทางแบบนี้โดยใช้เรือที่เร็วเท่านี้มันควรจะถึงไปนานแล้ว ขณาดเดินทางระหว่างทะเลแปซิฟิกนั้นใช้เวลาเพียงแค่ 4 สัปดาห์ เท่านั้น ไม่พอแค่นั้นแต่เรือใบเดินทะเลอย่างเกลเลียนสามารถตามความเร็วของเรือเหล็กที่มีเครื่องยนต์ได้ อย่างไรก็ตามมันก็มีเรื่องที่น่าแปลกใจและตกใจในเวลาเดียวกัน

พวกเขากำลังจะได้หยุดพักเติมเสบียง ใช่ลาสได้ยินไม่ผิดเติมเสบียงกลางมหาสมุทร ไม่ใช่ว่ามหาสมุทรแห่งนี้ไม่มีเกาะให้พักหยุดหรือ? แล้วใครจะมีชีวิตรอดระหว่างการเดินทางได้กันถ้าหากขาดเสบียงอาหารหรือนํ้า แน่นอนว่าคำถามในหัวของลาสกำลังจะได้คำตอบในอีกไม่ช้าแล้ว

   หวูด! เสียงแตรเรือดังสนั่นไปทั่วทะเลสูง เป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่าพวกเขาลดความเร็วเรือลง กองเรือลีโอเนียทั้งหมดต่างลดความเร็วลดตามเสียงแตรเรือนำ เหล่าลูกเรือต่างพากันออกมาอยู่ริมขอบของเรือที่ตนอยู่ ลาสและเฟลิเซียก็ออกมาดูเช่นเดียวกัน แต่ว่ามองไปทางไหนก็เจอแต่นํ้าทะเลไม่เห็นเกาะอะไรที่สามารถอยู่สถานที่หยุดพักบนทะเลแห่งนี้เลย หรือว่าจะมีเรือจากอัลชลาฟไวส์เดินทางมากัน?

ขณะที่ลาสกำลังจมอยู่ในห้วงความคิดอยู่ คลื่นทะเลก็เริ่มที่จะรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว

คลื่นนำพานํ้าทะเลขึ้นมาบนเรือแทบจะทุกลำ ไม่นานนักข้างเรือเหล็กทั้งสองลำของกองเรือลีโอเนียก็มีสิ่งวัตถุขนาดใหญ่ค่อยๆโผล่ขึ้นมาจากฯํ้า เสียงไม้ทีกระทบกับผิวนํ้าทะเลและคลื่นนํ้าที่แตกออกมาจากการกระทบ สาดกระเซ็นปิดบังวิสัยทัศน์ของลาสทันที

   ตูม!!  เสียงของมันดังจนเรียกสติให้ลาสต้องนำมือขึ้นมาเช็ดหน้าตาของเขา ไม่นานทัศนวิสัยของลาสก็กลับมาเป็นปกติ เขาจับจ้องไปยังเจ้าสิ่งใหญ่ตรงหน้า ใบหน้าของลาสกลายเป็นตกใจลืมตาโพลงอย่างสุดขีด

" เห้ยๆ คงไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม

ทำไมเรือมันถึงได้ผุดขึ้นมาจากทะเลได้กันละเนี่ย!

เรือใบหลายขนาดโผล่ขึ้นมาจากใต้มหาสมุทร ซึ่งมีอยู่ด้วยกันมากกว่า 6 ลำ พวกเธอลอยลำอยู่ข้างๆเรือเหล็กทั้งสองซึ่งอยู่ข้างในขบวนเรือของลีเนีย เสียงระฆังดังพร้อมธงของลีโอเนียที่ถูกชักขึ้นบนเสากระโดงเรือโบกสะบัดตามสายลมของทะเล ลักษณะของเรือที่ดูไม่เหมาะกับคำว่าสวยงามแบบลีโอเนีย ใบเรือสีดำสนิท เรือที่โผล่มานั้นมีหลากหลายประเภทไม่ว่าจะเป็น เรือใบซคูเนอร์ทั่วไป บริแกนไทน์ เกลเลียน หรือแม้แต่เรือสลุปขนาดเล็ก

‘ ฉันจะบ้าตาย พวกเขาไปอยู่ใต้ทะเลกันได้ยังไง! นี่มันอะไรกันหนังโจรสลัดหรือ? ’ ลาสคิดในใจ

ไม่นานนักเสียงของหญิงวัยผู้ใหญ่ก็ดังออกมาจากประเภทเกลเลียน รูปร่างของเรือนั้นโดดเด่นสะดุดตาอย่างมาก เรือของเธอมีสีแดงเลือด รวมไปถึงสีของใบเรือที่แดงอ่อนพร้อมสัญลักษณ์ใบเรือที่เป็นรูปดอกไม้ดอกกุหลาบสีขาว หากมองไปที่ต้นเสียงก็จะพบ ผู้หญิงคนหนึ่งที่มีวงเวทย์บางอย่างซึ่งน่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้เสียงของเธอดังไปทั่ว เธอแต่งกายเหมือนกัปตันเรือโจรสลัดในหนัง ถ้าไม่ติดว่านี่คือโลกความจริง ลาสคงคิดว่าพวกเขากำลังถ่ายหนังกันอยู่เป็นแน่

“ว่าไงสหายแห่งที่ราบลุ่ม!! ยังคงมาตรงเวลาเสมอเหมือนผู้ดีเลย!” เธอชะงัก “สำหรับผู้มาใหม่ยินดีต้อนรับสู่ท้องทะเลแห่งความวุ่นวาย พื้นทะเลอันว่างเปล่าที่กระสับกระส่ายและลึกลับ นามของมันคือ มหาสมุทรอาจิเต้ (Agitée Ocean)”

หญิงผู้กล่าวทักทายกล่าวเสร็จ เธอก็จับเชือกโรยตัวลงมาจากเสากระโดงเรือของเธอข้ามมาบนเรือเหล็กของลาส พร้อมชักดาบสั้นออกมา สร้างความตื่นตัวให้กับชาวอาณานิคมที่อยู่บนเรือ หลายคนจับอาวุธของตนขึ้นมาด้วยความตกใจ ลาสก็เช่นกัน

ลาสพักเฟลิเซียไปข้างหลังพร้อมถือปืนเล็งไปหาผู้หญิงข้างหน้า ซึ่งลาสก็ทำไปด้วยสัญชาตญาณของตน ทุกคนที่อยู่บนเรือต่างเต็มไปด้วยความตึงเครียด ไม่มีใครพูดตอบโต้กัปตันเรือหญิงที่กระโดดมาอยู่บนเรือของพวกเขา

ท้ายที่สุดกัปตันเรือที่เหมือนโจรสลัดหญิงก็เก็บดาบของตนพร้อมหัวเราะด้วยความสนุกและกล่าวพูดเพื่อให้ทุกคนใจเย็นลง

“พวกข้าแน่นอนว่าเป็นเพราะพวกเจ้านั้นคือลีโอเนียคือผู้คุมทะเลที่อริสระแห่งนี้! จงอย่าได้กลัวว่าข้าจะปล้นสะดมพวกเจ้า แน่นอนว่าเป็นเพราะพวกเจ้านั้นคือลีโอเนีย หากเป็นผู้อื่นข้าคงปล้นสะดมก่อนคุยไปนานแล้ว! ฮ่าๆ เอาเป็นว่าพวกเรารีบมาส่งของกันดีกว่า ก่อนที่เทพเจ้าแห่งท้องทะเลจะเป็นบ้าไปเสียก่อน!”

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

[1]สกุลปอนด์สเตอร์ลิง (pound sterling) : เป็นสกุลเงินตราทางการของสหราชอาณาจักรตั้งแต่สมัยโบราณ‘ มีการปรับเปลี่ยนตามยุค ’ ซึ่งใช้จนถึงปัจจุบัน ปล.ค่าเงินปอนด์ของประเทศอังกฤษในปัจจุบัน

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด