ตอนที่แล้วบทที่ 11 - ซากปรักหักพังโบราณ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไป14 - เส้นทางของเทพเจ้า

Shrouding the Heavens อำพลางสวรรค์

13 - เมล็ดโพธิ์


13 – เมล็ดโพธิ์

“มีอะไรผิดปกติเหรอ?” ผังป๋อเขย่าไหล่ของเย่ฟ่านอย่างแรง

เย่ฟ่านตื่นขึ้นมาจากภวังค์ ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าของเขายังเหมือนเดิม วัดโบราณนี้ยังคงถูกปกคลุมด้วยฝุ่นละออง

“วัดต้าเล่ยหยินจริงเหรอ?”

เขากระซิบกับตัวเอง แม้ว่าสิ่งที่ได้ยินและได้ยินจะสั้น แต่ทำไมมันถึงเป็นความจริง? สิ่งนี้ทำให้เขาตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งและคิดอย่างรอบคอบ

เย่ฟ่านจ้องมองที่ตะเกียงทองแดงในมือของเขา แต่ไม่มีความรู้สึกพิเศษอีกต่อไป มีลวดลายสลักอยู่บนนั้น เรียบง่ายและเป็นธรรมชาติ ธรรมดาและไม่มีอะไรผิดปกติ

“ดูนี่สิ!”

เพื่อนนักเรียนชายคนหนึ่งพบฟูกเก่าจากกองขี้เถ้า ซึ่งไม่ได้หายไปแม้ว่าจะผ่านมานานหลายปี

หลังจากนั้นไม่นานเพื่อนนักเรียนหญิงคนหนึ่งก็พบลูกประคำที่ทำจากไม้

มันไม่ได้รับความเสียหายไหมจะผ่านกาลเวลาอันยาวนาน เมื่อปัดฝุ่นละอองออกมันยังคงมีความเงางามเหมือนเดิม

ในเวลาเดียวกัน เคดก็พบไม้บักฮื้อครึ่งตัวจมอยู่ใต้ฝุ่นธุลีที่อยู่ด้านหน้าของพระพุทธรูป บนตัวของไม้บักฮื้อสลับด้วยรูปของพระพุทธองค์อย่างสวยงาม

ในตอนนี้เย่ฟ่านจมอยู่ในความคิดของตัวเอง ถ้านี่คือวัดต้าเล่ยหยินในตำนานจริงๆ ดังนั้นสถานที่แห่งนี้เคยเป็นที่ประทับของเทพเจ้าและของทุกอย่างย่อมเป็นสิ่งที่ไม่ธรรมดา!

“เอ๊ะ”

เท้าของหวังจื่อเหวินดูเหมือนจะเตะอะไรบางอย่างมันเป็นโลหะทองแดงชิ้นหนึ่ง เมื่อพวกเขายกมันขึ้นมาแล้วปัดฝุ่นละอองออกไปให้หมดก็มองเห็นว่ามันเป็นระฆังใบเล็กๆ

“แค้ง … “

เขาเขย่าระฆังทองแดงและทันใดนั้นก็มีเสียงระฆังไพเราะราวกับว่าเสียงของพระพุทธเจ้าดังขึ้นซึ่งทำให้ผู้คนรู้สึกสงบ

เย่ฟ่านถูกขัดจังหวะความคิดและอดไม่ได้ที่จะมองดูระฆังทองแดงซึ่งสลักด้วยลวดลายเมฆและเส้นสายที่ไหลริน เมื่อมองเห็นมันทำให้จิตใจของเขาเกิดความสงบเป็นอย่างมาก

ผังป๋อบ่นเบาๆ ตั้งแต่ที่เขาเข้ามาในวัดโบราณนี้เขายังไม่เคยไม่ได้ขุดพบอะไรเลยดังนั้นเขาจึงคิดว่าเขาค่อนข้างโชคร้าย

เกือบในเวลาเดียวกัน หลี่เสี่ยวม่านพบหยกครึ่งหนึ่งที่เชิงพระพุทธรูปหิน เมื่อปัดฝุ่นออกก็พบว่านี่เป็นหยกสีเขียวที่มีความงดงามอย่างมาก

เย่ฟ่านไม่สนใจเกี่ยวกับสิ่งประดิษฐ์เหล่านั้น เขาพอใจที่ถือตะเกียงทองแดงไว้ในมือ ต่อให้สิ่งประดิษฐ์ทุกอย่างรวมกันเขาก็คิดว่ามูลค่าของมันไม่สามารถเทียบกับตะเกียงทองแดงนี้

“ฉันไม่เชื่อว่าจะหาไม่เจอ…” ผังป๋อพึมพำ

“ถือตะเกียงนี้ไว้แล้วค้นหาอะไรบางอย่าง จำไว้ว่าของทุกอย่างที่นายค้นพบอาจจะเกี่ยวข้องกับชะตากรรมของเรานับจากนี้”

เย่ฟ่านส่งตะเกียงให้ผังป๋อ เขาเชื่อว่าสิ่งต่างๆที่อยู่ในวัดนี้ต้องเป็นของเทพเจ้าในอดีต ดังนั้นมันจะมีประโยชน์ในการดำรงชีวิตของพวกเขาที่นี่อย่างแน่นอน!

เย่ฟ่านเดินออกจากวัดและไปที่ต้นโพธิ์ต้นนั้น ในเวลานี้เขาพยายามโน้มน้าวตัวเองให้เชื่อว่ามีเทพเจ้าในโลกนี้จริงๆ

ถ้านี่คือวัดโบราณในตำนานนั้น สิ่งสำคัญที่สุดย่อมต้องเป็นต้นโพธิ์ต้นนี้อย่างแน่นอน!

ต้นโพธิ์เป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ของพุทธศาสนา ตามบันทึกในสมัยราชวงศ์ถัง พระพุทธเจ้าเคยตรัสกับพระอานนท์ว่ามีวัตถุสามชนิดที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์

นั่นก็คืออัฐิธาตุของพระองค์ พระพุทธรูป และต้นโพธิ์

เพราะพระพุทธเจ้าตรัสรู้ใต้ต้นโพธิ์ การมองเห็นต้นโพธิ์ก็เหมือนเห็นพระพุทธเจ้า

ตรงหน้าเย่ฟ่านต้เป็นต้นไม้โบราณที่แข็งแรงราวกับมังกร ลำต้นของมันเป็นโพรง ต้นไม้ต้นนี้ตายไปแล้วอย่างแน่นอน เพียงแต่ว่าใบของมันยังคงงดงามเหมือนกับหยกโบราณ

ไม่ว่าต้นไม้โบราณนี้จะเกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้าหรือไม่ แต่ใบไม้สีเขียวทั้งหกใบเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอที่จะแสดงความพิเศษของมัน

เย่ฟ่านเข้ามาใต้ต้นไม้และมองดูต้นโพธิ์โบราณอย่างระมัดระวัง กิ่งก้านขนาดใหญ่เกือบกดทับเหนือวิหารโบราณ

หากกิ่งก้านถูกปกคลุมไปด้วยใบไม้ แม้แต่แสงจากดวงอาทิตย์ก็ไม่สามารถส่องทะลุมาได้

ในเวลานี้ หัวใจของเย่ฟ่านเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและเขาพบว่าใบไม้สีเขียวคริสตัลทั้งหกใบนั้นมีแสงสีเขียวไหลออกมาและล่องลอยลงไปที่ด้านล่างของต้นโพธิ์

แสงที่ไหลออกมานั้นมีรูปร่างเหมือนผ้าไหม มันไหลล้นออกมาจากใบไม้สีเขียวทั้งหกใบ ให้ผู้คนรู้สึกถึงลมหายใจแห่งชีวิต มีพลังหมุนเวียนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

เย่ฟ่านนั่งลงเพื่อเก็บบางอย่างที่โคนต้นไม้ขึ้นมา และต้องการดูว่ามีอะไรอยู่ข้างใต้ เพื่อที่เขาจะได้รวมหมอกสีเขียวที่ไหลออกมาจากใบโพธิ์

ใต้ดินเขาไม่เห็นสิ่งแปลกปลอม ไม่มีแสงวูบวาบมีเพียงเมล็ดจากต้นโพธิ์ที่ดูเหมือนกับก้อนหินสีเทา

สิ่งเดียวที่พิเศษก็คือขนาดของมัน เมล็ดโพธิ์ธรรมดามีขนาดเท่าเล็บมือเท่านั้น แต่เมล็ดโพธิ์เมล็ดนี้มีขนาดเท่ากับผลวอลนัท

เย่ฟ่านรู้สึกประหลาดใจ เป็นไปได้ไหมที่หมอกสีเขียวที่ไหลออกมาจากใบโพธิ์จะถูกเมล็ดโพธิ์กลืนเข้าไป?

หลังจากสังเกตอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็มองเห็นจริงๆว่าในเมล็ดโพธิ์นี้มีแสงสีเขียวปรากฏขึ้นเป็นครั้งคราว

เย่ฟานวางเมล็ดโพธิ์นี้ไว้ในฝ่ามือของเขา และหลังจากการสังเกตอย่างใกล้ชิด เขาก็ประหลาดใจ ลวดลายธรรมชาติบนเมล็ดโพธิ์ธรรมดานี้เชื่อมต่อกันและกลายเป็นพระพุทธเจ้าผู้ทรงเมตตา!

“นี่คือพระพุทธรูปตามธรรมชาติที่เกิดขึ้นเมื่อ 2500 ปีที่แล้วหรือเปล่า?”

ต้นโพธิ์มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ต้นไม้แห่งปัญญา ต้นไม้แห่งสติ และต้นไม้แห่งความคิด ตำนานเล่าว่ามันทำให้มนุษย์สามารถรู้แจ้งเข้าถึงแก่นแท้ของตัวเอง

เย่ฟ่านยกเมล็ดโพธิ์ขึ้นเหนือศีรษะของเขาและเผชิญหน้ากับใบไม้สีเขียวหกใบที่อยู่ด้านบน

ทำไรนั้นความเร็วของแสงสีเขียวที่หล่นลงมาเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นอย่างมากและพวกมันหลั่งไหลลงมาไม่หยุด

ปัง

เมื่อแสงสุดท้ายตกลงมาใบโพธิ์พวกนั้นก็แหลกละเอียด

เมื่อถึงจุดนี้เย่ฟ่านก็ตระหนักแล้วว่าต้นโพธิ์ต้นนี้มีความพิเศษจริงๆ

ในเวลานี้ เขาสังเกตเห็นว่ามีผงจำนวนมากบนพื้นดิน ซึ่งคล้ายกับเถ้าถ่านที่เกิดจากใบโพธิ์ เย่ฟ่านกำลังคิดว่าเขาจะรวบรวมพวกมันมาเก็บไว้หรือไม่

เย่ฟ่านไม่รู้ว่ามีประโยชน์หรือเปล่าแต่เขาก็เก็บฝุ่นผงที่เกิดจากใบโพธิ์พวกนั้นไว้ก่อน จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปในวัดต้าเล่ยหยิน

ในขณะนี้มีผู้คนอีกมากมายที่ค้นพบของบางอย่างในวัด โดยเฉพาะหลิวหยุนจื่อที่ได้ไม้เท้าพระธรรมมาถือไว้ในมือ สีหน้าของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยความหยิ่งผยอง

ไม้เท้าพระธรรมชนิดนี้มีชื่อที่ทรงอานุภาพมากในพระพุทธศาสนา มันคือไม้เท้าวัชระ มีความหมายทางอ้อมว่า “ทำลายศัตรู”

มันเป็นสัญลักษณ์ของภูมิปัญญาและความจริงที่อยู่ยงคงกระพันและทำลายไม่ได้ ว่ากันว่ามันคือสิ่งประดิษฐ์ระดับเทพเจ้าอย่างหนึ่ง

หากพระพุทธเจ้ามีจริง ไม้เท้าวัชระนี้ย่อมเป็นวัตถุมงคลอย่างไม่ต้องสงสัย แม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้ว่ามันเป็นวัตถุระดับเทพเจ้าหรือไม่แต่แค่ถือไว้ก็ทำให้ทุกคนรู้สึกอุ่นใจแล้ว

“นายคิดว่าถ้าพวกเราได้รับสิ่งประดิษฐ์ระดับเทพเจ้าพวกนี้และรู้วิธีใช้งานมัน พวกเราจะกลับบ้านได้หรือเปล่า…”

เมื่อได้ยินคำพูดของหลิวหยุนจื่อทุกคนก็มองไปที่ไม้เท้าวัชระของเขาด้วยความอิจฉา

นอกจากไม้เท้าวัชระแล้ว หลายคนยังพบกระถางธูปหัก ไม้บรรทัดหยก ระฆังทองเหลือง ไม้ตีกลอง ฯลฯ

ในหมู่พวกเขาเพื่อนนักเรียนหญิงที่น่าสงสารคนนั้นก็พบสิ่งประดิษฐ์พิเศษ นั่นคือลูกปัดลูกประคำที่สมบูรณ์

มันมีเพียงหกลูกเท่านั้นแต่ความสดใสของมันทำให้ทุกคนมั่นใจว่านี่คือของล้ำค่าชิ้นหนึ่ง

“มันคงไม่ถูกสร้างขึ้นมาจากพระธาตุหรอกนะ?” คนข้างๆพูดด้วยความแปลกใจ

ลูกปัดทั้ง 6 เม็ดเป็นคริสตัลสีทองอ่อนทั้งหมดคล้ายกับอัญมณีที่งดงาม ซึ่งชวนให้นึกถึงพระธาตุที่หลงเหลืออยู่หลังจากการสิ้นพระชนม์ของพระพุทธเจ้าโบราณ

ประคำสายนี้ผิดปกติมาก มันถูกค้นพบโดยนักเรียนหญิงโดยบังเอิญจากด้านบนพระพุทธรูป

ลูกปัดหกเม็ดถูกร้อยด้วยด้ายโปร่งใสบางๆและแต่ละเม็ดมีลวดลายคล้ายมนุษย์คลุมเครือและมีท่าทางต่างกัน (น่าจะเป็นสร้อยคอของเทพหลิว)

นี่เป็นสิ่งของชิ้นที่สามต่อจากตะเกียงทองแดงของเย่ฟ่านและบาตรของโจวยี่ที่ดูมีความศักดิ์สิทธิ์มากที่สุด

แน่นอนว่าตะเกียงทองแดงนั้นสะดุดตาที่สุด เพราะเป็นตะเกียงโบราณเพียงดวงเดียวที่ไม่เปื้อนฝุ่น

ทุกคนสามารถเห็นความพิเศษนี้ได้

(ขอโทษที่ลงได้น้อยนะครับทำงานหลายเรื่องจริงๆวันหนึ่งแปลเป็น 10 ตอน)

คะแนน 4.1
กรุณารอสักครู่...