ตอนที่แล้วตอนที่1 อาทิตย์อุทัย
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่3 สิ้นหวัง

5ปีในสงคราม กับตำนานแห่ง ZERO

ตอนที่2 เปลี่ยนผัน


9/1/1942 07:00AM.

อืม…เช้าวันนี้ไม่รู้ทำไมถึงตื่นสายขนาดนี้ น่าแปลกที่ปกติชั้นจะตื่นไวทุกวันยกเว้นวันนี้ หรืออาจเป็นเพราะเมื่อวานชั้นไปในเมืองแล้ว…

จริงสิ เจ้าบ้าคาซูโอะนั่นเพิ่งจะบอกชอบเรานี่นา บ้าเอ๊ยๆๆๆๆ ตื่นมาก็กระวนกระวายเลยรึไงเนี้ย

“เอาๆ มาโกะ จะนอนไปถึงเมื่อไหร่ เด็กๆ กินข้าวจะอิ่มกันแล้วนะ”

“ขอโทษค่ะ หนูจะรีบไปทำธุระตัวเองให้เสร็จค่ะ”

คุณยายเดินเข้ามาที่ห้องของชั้นพร้อมตะโกนใส่ให้ชั้นตื่น ไม่ตื่นให้มันรู้ไปสิ ชั้นก็กระวนกระวายอยู่ด้วย

ชั้นรีบลุกเก็บที่นอน ก่อนจะไปอาบน้ำแล้วเร่งเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างเร็ว ชุดวันนี้ชั้นคงใส่แบบเดิม คือชุดกระโปรงเก่าๆ สีขาวหมองๆ แปลกใจที่ทำไมชั้นไม่ใส่กิโมโนหรือชุดแบบญี่ปุ่นใช่มั้ยล่ะ ที่จริงหลังชั้นเกิดได้ไม่นาน ทางประเทศอังกฤษและอเมริกาก็เข้ามาช่วยเหลือในเรื่องอะไรชั้นเองก็จำไม่ได้ แต่หลังการช่วยเหลือ สองประเทศนั้นก็ได้ทำการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมให้กันและกัน ทำให้ตอนนี้ วัยรุ่นอย่างชั้นส่วนใหญ่จะนิยมใส่ชุดแบบตะวันตกและยุโรปอย่างแพร่หลาย แต่อีกส่วนก็ยังอนุรักษ์ชุดของชาติเราไว้ ก็ถือว่าดีแล้วล่ะ

“นี่มาโกะ จดหมายจากคาซูโอะส่งถึงเธอน่ะ อะไรกัน เพิ่งวันเดียวก็ส่งจดหมายกันแล้วรึไง”

“เห๊ะ! ถึงหนูเหรอคะ”

“เออนั่นแหละ เอาๆ รับไปแล้วรีบๆ ไปส่งเด็กๆ ได้แล้ว”

“ค…ค่ะ”

เจ้าบ้านั่นรู้ที่อยู่ของชั้นได้ยังไงน่ะ หรือว่า เพราะมาถึงบ้านเขาเลยจำที่อยู่ได้ ไม่น่าเลยชั้น…

ตอนนี้ชั้นแต่งตัวเสร็จแล้ว ยังพอมีเวลา ชั้นว่าจะอ่านจดหมายก่อน มันคงใช้เวลาไม่นาน

‘ถึงมาโกะ เมื่อวานขอบคุณที่พาไปหมู่บ้านนะ ทางกองทัพเลยเบาภาระเรื่องการกระจายข่าวไปได้เยอะเลยล่ะ เพื่อเป็นการตอบแทน ผมจะเลี้ยงข้าวกลางวันวันพรุ่งนี้ (9/1/1942) ถ้ายังไงผมจะไปรับมาโกะที่บ้านนะ แล้วเจอกัน แต่งตัวให้น่ารักเอาใจผมด้วยล่ะคุณแฟน… จาก คาซูโอะ’

“…ตาบ้า”

“เค้าจะมา…อ๊ากกกก เค้ากำลังจะมา!”

ชั้นเขินอายมากจนกลั้นความกระวนกระวายไม่ไหวเลยเผลอตะโกนดังลั่นบ้านซะงั้น

“อ้าวๆ เป็นอะไรไปมาโกะ เสียงดังใหญ่แล้วนะ”

“ข…ขอโทษค่ะ หนูจะรีบออกไปเดี๋ยวนี้ค่ะ”

“เดี๋ยวๆ ใจเย็นๆ เมื่อกี้เพิ่งมีพัสดุส่งมาเพิ่ม ถึงเธอน่ะ นี่เป็นแฟนกันแล้วจริงๆ สินะ”

“ม…ไม่ใช้นะคะ!”

จริงๆ ก็คงอย่างงั้นแหละ แต่ชั้นยังทำตัวไม่ถูกเลยตอบกลับแบบปฏิเสธเสียงแข็งแบบอัตโนมัติซะอย่างงั้น

“ช่างเถอะ เอาเป็นวีรีบๆ หน่อยละกัน”

“ค่า”

คุณยายวางกล่องไว้กลางห้องแล้วเดินออกไปพร้อมปิดประตู จากนั้นชั้นจึงค่อยๆ เปิดกล่องดูของในนั่น

“นี่มัน…”

“เอ๋!!”

ในกล่องนั่น…ในกล่องมีชุดเดรสของอังกฤษ หมายความว่าไงน่ะ เขาจะให้ชุดนี้กับชั้นจริงๆ งั้นเหรอ

เดี๋ยวนะ มีโน้ตอยู่ในนั้นด้วย

‘เซอร์ไพรส์! ของขวัญสำหรับการคบกันครั้งแรก ผมหวังว่าคุณจะชอบนะ ถ้าสะดวกล่ะก็ ช่วยใส่มาให้ผมดูด้วยนะครับ แล้วผมจะรอดูนะ…จากคาซูโอะ’

“…ไม่มีวันย่ะ”

อย่าหวังเลยเจ้าบ้า อย่างชั้นจะเข้ากับชุดแบบยุโรปแบบนี้งั้นเหรอ ไม่มีทางอ่ะ…

07:30AM.

สุดท้าย ชั้นก็ใส่ชุดนั้นจนได้ น่าแปลกที่มันสามารถใส่ได้พอดีราวกับเขารู้ขนาดตัวชั้น หลายเรื่องมันชักจะบังเอิญเกินไปแล้ว

“เอ๋ พี่สาวสวยจังเลยค่ะ”

“ดูเหมาะมากเลยนะครับพี่มาโกะ”

“จ…จ่ะ…ขอบคุณมากนะเด็กๆ”

พวกเด็กๆ ที่เห็นชั้นต่างพากันชมอย่างไม่ขาดปากจนชั้นเขินมากซะแล้ว อะไรกันเล่า ชุดมันก็แค่เดรสที่สีขาวดำเท่านั้นเองนะ

“ชุดนี่น่ะเรอะที่เขาให้มาน่ะ เข้าท่าๆ เหมือนคนฝรั่งเลยนะ”

“ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะคุณยาย”

“อะไรกัน ไม่ต้องอายหรอกน่า มันเหมาะกับเธอแล้ว เค้าเรียกชุดแบบนี้ว่าอะไรนะ…”

คุณยายเองก็ชมชั้นว่าเหมาะกับชุดเหมือนกัน แต่ที่ต่างจากเด็กๆ คือเหมือนคุณยายจะรู้จักชุดนี้ และกำลังพยายามนึกชื่ออยู่ มันมีความหมายอย่างงั้นเหรอ

“ชุดเมด (Maid) ครับยาย ครูเคยให้ดูภาพตอนเรียนภาษาอังกฤษ ชุดนี้จะเป็นชุดที่แม่บ้านใส่ครับ”

“เอ๋ อย่างงั้นเหรอ ไม่เคยรู้มาก่อนเลยล่ะ”

“ถ้าใส่ผ้ากันเปื้อนอีกล่ะก็ใช่เลยครับ แต่ผมว่าใช้ชุดเป็นแบบเดรสเดิมๆ ก็เหมาะนะครับ”

“เอาล่ะๆ จะสายแล้วรีบๆ ไปได้แล้ว”

“ครับ/ค่า”

ถ้ายายไม่ขัดเด็กๆ คงเม้าท์เรื่องชุดนี่ยาวแน่ๆ เอาเถอะ ถ้าเป็นอย่างงั้นก็แค่ไม่ต้องใส่ผ้ากันเปื้อนก็พอล่ะนะ

เช่นเดิมแบบทุกวัน ชั้นพาเด็กๆ เดินไปโรงเรียน แต่คราวนี้แตกต่าง ตรงที่สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่ชั้น พวกเค้ามองชุดหรือเรื่องเมื่อวานอยู่กันแน่นะ โถ่…ไม่น่าตะโกนเลย เพราะเจ้าบ้านั่นแท้ๆ

08:00AM.

ทำไมต้องมองชั้นขนาดนั้นด้วยล่ะ รู้มั้ยชั้นอายนะ เฮ้อ…ชาวบ้านนี่นะ เลิกมองได้แล้วย่ะ ชั้นคงต้องเดินกลับบ้านเพราะในจดหมายบอกว่าคาซูโอะจะมารับไปกินข้าว แต่ก็ไม่รู้หรอกนะว่าจะมาถึงกี่โมง ไม่แน่อาจไม่มาเลยก็ได้

เดินมาได้ซักพัก ในที่สุดก็รอดจากสายตาของผู้คนซักที

“กลับมาแล้วเหรอมาโกะ”

“ค่า— วันนี้หนูไม่เดินเข้าเมืองหรอกค่ะ”

“มีนัดกับพ่อหนุ่มคนนั้นสินะ”

“…เห๊ะ…?!”

ด…เดี๋ยว ทำไมยายรู้ล่ะ ไม่จริงน่า แค่เห็นเขาส่งจดหมายมา ก็ใช่ว่ายายจะดูออกเลยนี่นา

“ท…ทำไมยายรู้ล่ะคะ…”

“ยากอะไร ชั้นก็ไปเก็บจดหมายในห้องเธอมาอ่านน่ะสิ อะไรกันๆ เปิดอ่านแล้วทิ้งเรี่ยราดบนพื้น เป็นใครจะไม่เก็บมาอ่านกันเล่า”

“เอ๋!! ง…งั้นยายก็”

“ใช่แล้ว ชั้นเตรียมเงินไว้ให้นิดหน่อยแล้ว อย่าใช้หมดล่ะ เงินพวกนี้เป็นของบริจากใช้ส่วนรวม แต่ชั้นแบ่งให้แกก็บุญแล้ว”

จริงๆ เลย พอรู้เรื่องแล้วเอาใหญ่เลยนะ

ก็อย่างที่ได้ยิน ทางสถานรับเลี้ยงเด็กแห่งนี้ไม่มีรายได้อย่างมั่นคง บ้างก็มาจากการขายข้าวหรือผัก ดังนั้นจึงมีคนในเมืองหลวงกับหมู่บ้านนี้จึงร่วมบริจาคกัน แม้จะไม่มาก แต่ก็พอมีใช้จ่ายได้ เพราะเรื่องผัก ข้าวเราทำเองได้

“พูดถึงชุด เมดต้องมีผ้ากันเปื้อน ยายเลยตัดเย็บให้เธอแล้ว มานี่สิ เดี๋ยวจะมัดให้”

“ค…ค่ะ”

ชั้นเดินไปหายายแล้วหันหลังให้ยายมัดผ้ากันเปื้อนเป็นโบใหญ่ ชั้นว่ามันดูน่ารำคาญนิดๆ แต่ ก็สวยดีนะ

‘…ปี๊นๆ!’

“มาแล้วงั้นเรอะ”

มีเสียงรถบรรทุกวิ่งมาจอดหน้าบ้านพร้อมบีบแตรเสียงดังเข้ามาจนทั้งชั้นและยายสะดุ้งนิดๆ

“มาโกะ! อยู่รึเปล่า”

“ค่า— หนูขอแต่งตัวอีกแป๊บนึงนะคะ”

ชั้นตะโกนกลับไปให้เขารู้ว่าชั้นยังไม่ว่างออกไป คุณยายก็เห็นว่าต้องรีบ ยายเลยมัดจนเสร็จทันที แล้วก็เดินออกไปรับคาซูโอะหน้าบ้าน

“ยินดีต้อนรับพ่อหนุ่ม มาโกะพร้อมแล้วล่ะ เที่ยวให้สนุกนะ”

“ครับ ขอบคุณครับคุณยาย”

ชั้นแอบเดินตามยายไปติดๆ โดยไม่ให้เขาเห็น เพราะชั้นอายมากที่ใส่ชุดออกแนวแบบนี้ ชั้นน่าจะเหมาะกับชุดที่ออกแนวลุยแท้ๆ พอมาใส่แบบนี้แทนที่จะไม่ชอบแล้วเก็บไว้ ชั้นกลับเอามาใส่ซะอย่างงั้น ได้ไงเนี้ย

“เอ้า! จะหลบอยู่ทำไม แฟนมาหาแล้วก็ออกไปสิ”

“เห๊ะ!!”

“มาโกะ อยู่นั่นเหรอ มาสิ เราจะไปกันแล้วนะ”

เพราะยายแท้ๆ เลย เขาถึงได้รู้ว่าชั้นอยู่ตรงนั้น ชั้นเองก็แอบเห็นหน้าเขานิดๆ เหมือนกัน เขา…เขากำลังยิ้มให้ชั้นอยู่ด้วย ฮือออ ทำไงดี เขินไปหมดแล้ว

“อ…อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณคาซูโอะ…”

“หืม… โอ้! มาโกะเหรอ จำแทบไม่ได้เลยนะเนี้ย”

“ม…มันดูแปลกๆ เหรอคะ”

“เปล่า เธอน่ารักขึ้นมากเลยต่างหากล่ะ”

“…หึ…อย่ามาล้อเล่นนะ”

ไม่หรอกน่า ชั้นไม่มีทางดูดีได้กับชุดที่เรียบร้อยแบบนี้หรอก คิดจะพูดเอาใจชั้นล่ะสิ อย่าหวัง

“เอาล่ะ ไหนๆ ก็แต่งมาเอาใจแล้ว งั้นก็ไปกันเลยนะ”

“อ…อื้ม”

ชั้นเดินออกมาพร้อมกระเป๋าคาดไหล่ใบเล็กสีแดงที่คุณยายเพิ่งให้ เดินตามเขาขึ้นรถบรรทุกคันเดิมไป วันนี้ชั้นต้องโดนคนในเมืองจับจ้องอีกแน่ๆ

“ไปดีมาดีนะ”

“ค่ะ!”

คุณยายอวยพรหลังจากที่รถเริ่มออกตัว ชั้นเองก็ตอบรับอย่างรวดเร็วเพราะกลัวจะไม่ได้ยิน เอาล่ะ วันนี้จะได้กินอะไรเป็นพิเศษกันนะ

09:18AM.

“เอ่อ…มาโกะจัง…ไหวรึเปล่า”

“โอย…เวียนหัวไปหมดเลยค่ะ”

ถึงแม้เราจะเข้าเมืองเร็ว แต่เร็วแบบข้ามเขานี่ก็ไม่ไหวแฮะ ชั้นรู้สึกเวียนหัวมาก อยากอ้วกสุดๆ ทั้งที่ไม่เคยป็นแบบนี้เลย เมื่อวานก็ไม่เป็น แล้วทำไมวันนี้ถึงเป็นแบบนี้ล่ะ หรือชั้นจะป่วยงั้นเหรอ…โถ่ อดเที่ยวแน่ๆ

“ใกล้ถึงแล้ว งั้นถ้าถึงก็พักซักหน่อยนะ”

“ค…ค่ะ”

เขายังขับเข้าเมืองต่อไป แต่ดูเหมือนความเร็วจะช้าลง เขาหันมามองชั้นเป็นพักๆ แล้วลูบหัวให้ ไม่รู้สิแต่… มันทำให้ชั้นรู้สึกดีขึ้นอย่างบอกไม่ถูกเลย

ผ่านมา3นาที เขาก็จอดรถแล้วนั่งรอชั้นที่กำลังอาการไม่ค่อยดี

“เธอเมารถแล้วล่ะนะ ไม่ต้องห่วง นั่งพักซักหน่อยเดี๋ยวก็ดีขึ้น”

“จริงเหรอคะ ทรมานจังเลย”

“เพิ่งนั่งรถลงเขาเป็นครั้งแรกก็แบบนี้แหละ เดี๋ยวก็ชินนะ”

ชั้นก็หวังว่าจะชินกับมันได้ เพราะไม่งั้นชั้นขอเลือกที่จะเดินเหมือนเดิมดีกว่า

ผ่านมาซักพัก ดูเหมือนชั้นจะดีขึ้นมากจนเป็นปกติแล้ว ที่ไม่ปกติคือชั้นหิวมากแทนซะงั้น จริงสิ เมื่อเช้ายังไม่ได้กินอะไรเลยนี่น่า เฮ้อ วันนี้จะสนุกมั้ยนะ

“ดีขึ้นแล้วสินะ”

“อื้ม!”

“งั้น เราไปกันเลยเนอะ”

เขาพาชั้นลงจากรถ พร้อมทั้งจับมือชั้นแล้วเดินจูงมือไปที่ย่านการค้า ชั้นกับเขาตอนนี้ดูเหมือนเจ้านายกับคนใช้มากกว่าคู่รักกันแท้ๆ แต่เขาก็ยังจับมือั้นเดินนำต่อไป ที่แปลกคือผู้คนกลับไม่ค่อยมองชั้นมากนัก หรือเพราะจะชินกันแล้วสินะ ดีเลย ไม่ต้องอายคนอื่นแล้วล่ะ

เขาพาชั้นเดินมาถึงย่านค้าขาย ข้างทางเต็มไปด้วยร้านขายของเต็มไปหมด ช่างน่าตื่นเต้นจริงๆ ผู้คนในย่านนี้ดูคึกคักกว่าที่แห่งอื่นแบบสุดๆ

“ว้าว!? คนเยอะจังเลยค่ะ”

“ใช่มั้ยล่ะ ที่นี่ถ้าให้เทียบแล้วมันก็เหมือนห้างในเกียวโตนั่นแหละ เพียงแค่ เขาเรียกว่าตลาดนะ”

“ตลาดงั้นเหรอ น่าสนุกจังเลย เราเข้าไปกันเลยมั้ยคะ”

“ได้สิ”

ชั้นตื่นเต้นจนตาวาว ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้มายังตลาดแบบนี้ เป็นบุญยิ่งนักเลยจริงๆ จะว่าโชคดีๆ มั้ยนะ ที่ได้มาคบกับคาซูโอะคุงน่ะ

เราเริ่มเดินเข้าไปตามทางที่เต็มไปด้วยร้านค้า บางร้านก็ดูเหมือนขายของกิน บางร้านก็ของเล่น มีร้านเยอะแยะไปหมดจนชั้นเลือกเข้าไม่ถูกเลย แต่ในเมื่อเขาบอกจะเลี้ยงชั้น งั้นขอจัดเต็มล่ะน้า—

01:40PM.

เราสองคนพากันเดินจนทั่วตลาด ชั้นรู้สึกเหมือนมันผ่านไปเร็วมาก แต่จริงๆ แล้วเราเดินกันนานมากๆ จนคาซูโอะต้องขอนั่งพักที่ร้านค้าของคุณลุงเมื่อวาน ส่วนชั้นน่ะเหรอ ยังเดินได้อีกหลายรอบเลยล่ะ อะไรกันๆ เป็นทหารแท้ๆ แต่เหนื่อยง่ายซะจริงเลย

“ของกินวันนี้อร่อยมั้ย”

“อื้ม! อร่อยมากเลยล่ะ มีของกินเยอะไปหมด แล้วก็ ขอบคุณที่เลี้ยงหนูนะคะ”

“อ่าๆ ไม่เป็นไร แต่วันหลังไม่เลี้ยงแล้วนะ เธอนี่กินเยอะจริงๆ เลย ไปเอากระเพาะไหนมาเก็บนักหนาเหรอ”

“อย่างหนูน่ะกินได้เยอะค่ะ แต่ยังไงก็ไม่อ้วนหรอก ก็หนูต้องเดินทุกวันเลยนี่นะ”

“ฮ่ะๆๆๆ”

เราหัวเราะกันอย่างมีความสุข แม้จะเป็นครั้งแรกของการเที่ยวในฐานะแฟน แต่มันก็สุดยอดเลย ประทับใจสุดๆ ชั้นว่าชั้นโชคดีแล้วล่ะที่ได้เขามาเป็นคู่น่ะ

แม้ตอนนี้เราจะยังนั่งพักจิบเครื่องดื่มเย็นๆ กันอยู่ แต่ก็เหมือนว่าเรากำลังเที่ยวอยู่ดี ชั้นว่า การที่เขากำลังทำแบบนี้ คงกำลังมัดใจชั้นให้รักเขามากขึ้นแน่ๆ เลย อืมๆ ถ้ายอมทำขนาดนี้ล่ะก็ย่ะยอมไว้ใจอีกนิดละกันนะ

“โฮ่ๆ วันนี้เธอดูมีสง่ามากจริงๆ ดูท่าทางมีความสุขจังนะ มาโกะจัง”

“ค่ะ มีความสุขมากเลยค่ะ”

“ลุงก็เพิ่งว่าไปเมื่อวาน กะแล้วว่าต้องคบกัน ยินดีด้วยนะทั้งสองคน คบกันนานๆ ล่ะ!”

“ค…ครับๆ ฮ่ะๆ”

“ว่างๆ ก็ใส่ชุดนี้มาอีกนะมาโกะ จะได้ช่วยเป็นเด็กเสิร์ฟให้ชั้นบ้าง ฮ่าๆๆๆ”

คุณลุงเอาเค้กแบบฝรั่งเศสมาเสิร์ฟให้ชั้นเพราะเราสั่งไว้ แต่แทนที่จะมาเสิร์ฟอย่างเดียว ลุงดันพูดยินดีซะดังลั่นร้านซะอย่างงั้น เฮ้อ หนูอายนะคะ

“งั้น! เพื่อเป็นการแสดงความยินดี มื้อนี้ชั้นจะเลี้ยงเอง!!”

“ด…เดี๋ยวสิคะลุง เมื่อวานก็ลดให้ วันนี้ก็เลี้ยง หนูจะรบกวนลุงมากเกินไปแล้วนะคะ”

“ไม่เป็นไรน่าๆ เรื่องแค่นี้ลุงให้ได้ เอาล่ะ ทานให้อร่อยนะ”

โถ่คุณลุง ชั้นไม่ได้อะไรขนาดนั้นซักหน่อย ทำไมต้องทำกับชั้นขนาดนี้ล่ะ ถ้าจะบอกว่าชั้นมาบ่อยจนสนิทกันก็ไม่ใช่ ชั้นเป็นลูกค้าแท้ๆ

‘ประกาศจากทางทัพ ขอให้ทหารทุกนายที่ได้ยินเสียงนี้ มารวมพลที่ค่ายด้วย’

“หืม ยังไม่ถึงเวลารวมแถวเลยนี่ เกิดเรื่องอะไรรึเปล่านะ”

“มีเรื่องอะไรเหรอคะ หนูกังวลจัง”

จู่ๆ รถบรรทุกเครื่องเสียงก็วิ่งผ่านเมืองช้าๆ พร้อมประกาศให้ทหารทุกนายกลับไปที่ค่าย นั่นทำให้ชั้นรู้สึกกังวลมาก จะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับเมืองนี้อย่างงั้นเหรอ

“งั้นเดี๋ยวจะพาไปส่งขึ้นรถรางกลับนะ เธอเองก็รีบๆ ไปรับเด็กๆ ให้ทันล่ะ”

“เอ๋…”

ชั้นเผลอทำหน้าเศร้าออกไป ก็ชั้นกังวลนี่ จะให้เอาแต่เก็บความรู้สึกไม่ไหวหรอก ยิ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับทหารด้วย ให้ตายสิ กังวลมากจนเครียดซะแล้ว

“โถ่ๆ ไม่ต้องกังวลหรอกนะ ถ้ายังไงจะส่งจดหมายไปหาเหมือนเดิมแน่ เอาล่ะ รีบไปได้แล้ว”

“ค่ะ รักษาตัวด้วยนะคะ”

“เธอเองก็เหมือนกันนะ”

ชั้นตัดสินใจไม่ทำตัวงอแงเพราะเข้าใจว่ามันคือหน้าที่ แต่ก็ยังอดกังวลเรื่องของเหตุผลการเรียกรวมพลไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละ

เราจัดการทุกอย่างเรียบร้อย รวมทั้งบอกลาคุณลุงเจ้าของร้าน คาซูโอะก็เร่งฝีเท้าพาชั้นกลับไปที่รถเพื่อขับไปส่งที่จุดจอดรถราง จริงๆ รถรางในที่นี้ก็คือรถไฟนั่นแหละ เพียงแต่มันแล่นด้วยไฟฟ้าที่มาตามสายไฟบนหลังคา ชั้นเพิ่งจะเคยได้นั่งก็ครั้งนี้ครั้งแรก หวังว่ามันคงจะพาชั้นกลับถึงหมู่บ้านนะ

“แล้วเจอกันนะมาโกะจัง”

“อื้ม! แล้วเจอกันนะ”

เขาส่งชั้นขึ้นรถรางที่เพิ่งแล่นมาจอดสนิทพร้อมบอกลาสำหรับทั้งหมดในวันนี้ ชั้นค่อยๆ ขึ้นไปแล้วรอจนรถเคลื่อนที่ไป ชั้นได้แต่มองเขาหายไปตามระยะทางช้าๆ จนลับสายตา วันนี้ถึงจะมีความสุข แต่ ทำไมถึงเจ็บปวดแบบนี้ล่ะ…ไม่ได้ๆ …ชั้นจะอ่อนแอไม่ได้ แค่เขาไปทำงานตามหน้าที่ ไม่ทำให้ชั้นตายหรอกน่า ว่าแต่ รถรางนี่จะไปถึงบ้านเมื่อไหร่กันนะ

02:53PM.

สายจนได้ คิดว่าจะมาทันรับเด็กๆ แท้ๆ เด็กรอชั้นนานแน่เลย ไม่ได้ล่ะ ชั้นต้องรีบวิ่งไปที่โรงเรียนซะแล้วล่ะ

ชั้นรีบวิ่งไปที่โรงเรียนทั้งชุดนั้น บางทีชั้นอาจชินกับสายตาของผู้คนแล้ว ถึงได้กล้าวิ่งแบบนี้ แต่มันก็ลำบากอยู่หรอก กระโปรงติดลูกไม้แบบสามจีบเรียบๆ ก็ยาวถึงเข่าพอดีอีกซะงั้น

“นั่น! พี่มาโกะล่ะ”

“เย่ พี่เมดของเรามาแล้ว”

อย่าตะโกนนักสิ ถึงจะชินแต่โดนแบบนี้ไม่ไหวนะยะ แล้วก็ ชั้นไม่ใช่เมดด้วย เลิกตะโกนแบบนั้นได้แล้ว

“จ้าๆ พี่ไม่ใช่เมดหรอกนะ แต่เอาเถอะ รีบกลับบ้านได้แล้วนะ”

“ครับ/ค่ะ”

สุดท้ายก็ทนความเขินของเด็กๆ ไม่ได้ ชั้นนี่เริ่มอ่อนไหวเกินไปรึไงนะ

ชั้นพาเด็กๆ เดินกลับมาที่บ้านอย่างใจเย็น ท่ามกลางสายตาผู้คนเช่นเดิม เมื่อไหร่จะชินและเลิกสนใจชั้นเหมือนในเมืองได้รึยังนะ

“เอ๋ พี่จ๋า นั่นอะไรน่ะ”

เด็กคนข้างหลังชั้นหยุดเดินแล้วเงยขึ้นท้องฟ้าพร้อมชี้ขึ้นไป ชั้นเองก็มองตามเด็กๆ ด้วย

“หืม…พี่คิดว่าเครื่องบิน…”

ใช่ มันคือเครื่องบินแน่ๆ แต่ ท่าทางมันแปลกๆ สีของมันก็ออกโทนน้ำเงินเข้ม แถมกำลังบินลงมาเรื่อยๆ แปลกๆ แล้วสิ

‘ว้ออออออ!!’

“ส…เสียงอะไรน่ะ…”

“ไซเรน เสียงไซเรนงั้นเหรอ ทุกคน รีบกลับเข้าบ้านเดี๋ยวนี้!!”

คนในหมูบ้านตะโกนกันวุ่นวาย เด็กๆ ก็แตกตื่นจนวิ่งไปบ้านโน้นบ้านนี้ไปทั่ว ชั้นได้แต่ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก

“เฮ้! รีบหลบมาเร็ว!!”

“ค…”

ชายคนหนึ่งตะโกนมาจากบ้านข้างทาง ชั้นก็กำลังจะตอบกลับและวิ่งไป แต่ว่า…

‘ปังๆๆๆๆ!!!!’

“ก…กรี๊ดดด!!”

เสียงปืน…ใช่! เสียงปืนจากเครื่องบินลำนั้นที่กำลังดิ่งลงมา มัน…มันสาดกระสุนลงมาใส่หมู่บ้านของเรา…มันสาดลงมาโดยไม่สนอะไร แม้แต่ชั้นที่ยืนสับสนอยู่บนถนน แต่…ชั้นคงยังโชคดีที่ตอนกำลังวิ่งดันสะดุดกระโปรงตัวเองล้มลงจนกระสุนไม่โดนชั้น รอดมาได้อย่างหวุดหวิดจริงๆ!!

“รีบเข้ามาเร็วเข้า!!”

“ค…ค่ะ!!”

ชั้นไม่คิดอะไรมากนอกจากรีบวิ่งเข้าไปหลบในบ้านของชายคนนั้น ซึ่งเป็นจังหวะที่เครื่องบินกำลังวกกลับไปเพื่อจะกลับมายิงอีกรอบ

“ก…เกิดอะไรขึ้น…นี่มัน…เรื่องบ้าอะไรเนี้ย!”

“ใจเย็นๆ ไว้นะทุกคน เราจะปลอดภัยถ้าอยู่ในนี้ สงบกันอีกหน่อยเถอะนะ”

ข้างนอกยังมีเสียงเครื่องบินที่ดังสนั่นพร้อมเสียงปืนที่ยิงอย่างบ้าคลั่ง ชั้นได้แต่นั่งมุดใต้โต๊ะกับเด็กกลุ่มนึงของชั้นประมาณ3คน พวกเขาต่างกรีดร้องและร้องไห้อย่างหวาดกลัวไม่ต่างจากชั้นเท่าไหร่เลย ชั้นทำอะไรไม่ถูกนอกจากกอดเด็กๆ เอาไว้แน่นเพื่อไม่ให้พวกเขากลัวมากไปกว่านี้

‘…………………………….’

“เฮ้!! เงียบไปแล้วล่ะ”

“ทุกคน ไม่เป็นไรใช่มั้ย!”

ทุกอย่างเหมือนจะสงบลง แต่ทว่า…

‘วี๊ดดดดดดด…!’

“ร…ระเบิดลงมาแล้วววว!!!”

‘ตูมมมม!!’

เสียงลูกระเบิดตีกับอากาศเสียงดังลั่น พร้อมลูกระเบิดที่ตกลงมาอย่างรวดเร็ว สิ้นเสียงทุกสิ่ง อาคารที่อยู่ด้านหน้าของชั้นก็พังยับเยิน แรงอัดของระเบิดทำให้ประตูบ้านที่ชั้นอยู่พังเข้ามา ชั้นจึงได้เห็นความเสียหายภายนอก รวมถึงซากศพและเศษชิ้นส่วนของชาวบ้านกระจัดกระจายบนถนน…ม…ไม่นะ…ชั้น…ชั้นไม่อยากดูมัน…!

“ซ…ซามุ…!”

“…เอ๊ะ!”

เด็กของชั้นตะโกนชื่อใครบางคน นั่นอาจเป็นเพื่อนของเขาที่โรงเรียน แต่ มันไม่ใช่ ชั้นเห็นว่าเด็กของชั้นตะโกนเรียกหลายครั้งพร้อมวิ่งออกไปกอดศพของซามุไว้แน่น ใช่…ซามุคือหนึ่งในเด็กของชั้นเช่นกัน

“ม…ไม่ได้นะ…อย่าออกไป!”

“ซามุ!!!!”

ชั้นเพิ่งนึกออกว่าเครื่องบินลำนั้นยังอยู่ ชั้นตัดสินใจรีบวิ่งไปพาเด็กกลับเข้าหลบเพื่อให้ปลอดภัย

‘ปังๆๆๆๆๆ!!!’

“อ๊ากกกกก!!!!”

“ม…ไม่!!”

สายเกินไปสำหรับเด็กคนนั้น เขาถูกยิงจากห่ากระสุนจนร่างกายแทบกระจายเป็นชิ้นๆ ตัวชั้นเองก็ได้แต่ทรุดตัวนั่งช็อคดูเด็กถูกยิงพรุนตรงหน้าชั้น…

“เด็กๆ เข้าไปในบ้านเดี๋ยวนี้!!”

“ครับ/ค่ะ!!”

ชั้นหันกลับไปตะโกนให้เด็กๆ เข้าไปในบ้านทั้งน้ำตา ชั้นทำอะไรไม่ถูกอีกแล้ว ยังไงซะเด็กๆ จะตายอีกไม่ได้เด็ดขาด!

“จบสิ้นแล้ว…”

ชั้นยังคงนั่งอยู่ที่หน้าประตู มองดูศพกองบนเลือดที่ไหลนองทั้งถนน ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ ชุดของชั้นเองก็เริ่มมีคราบเลือดติดตามชายกระโปรงและผ้ากันเปื้อนเป็นจุดๆ …เพราะเครื่องบิน ใช่ ชั้นว่าเพราะการยิงของเครื่องบินลำนั้นทำให้เลือดกระเด็นมาโดนชั้นแน่ๆ …

‘…ฟิ้วววว!’

Zero…ความช่วยเหลือมาแล้ว! ต้องใช่แน่ๆ พวกเขามาช่วยเราแล้ว!!

“zero มาแล้ว!!”

เด็กๆ ที่หลบอยู่และชาวบ้านต่างพากันออกมาดูพร้อมส่งเสียงเฮด้วยการบันไซดังสนั่นทั้งหมู่บ้านราวกับกำลังเชียร์ ชั้นเองก็แอบยิ้มพร้อมร้องไห้ ชั้นคงดีใจที่มีคนช่วยแล้ว ไม่เคยดีใจขนาดนี้มาก่อนเลยจริงๆ

ฝูงบินZero บินมา5ลำ กำลังปะทะกับเครื่องบินศัตรู3ลำ ชั้นสังเกตว่าศัตรูนั้นมีปีกที่ทรงแปลกๆ เหมือนจะเป็นรูปคล้ายอักษร V ยังไงอย่างงั้น แต่จะอะไรก็ช่าง ดูเหมือนการปะทะนี้จะกินเวลายาวนานพอสมควร ซึ่งผลก็คือศัตรูเสียหายเล็กน้อยและล่าถอยไปในที่สุด

“เยี่ยมเลย! วู้!!”

“เรารอดแล้ว ไชโย เรารอดแล้ว ฮ่าๆๆๆ!!!”

เมื่อศัตรูบินกลับไปจนลับสายตา ชาวบ้านต่างก็ออกมาโห่ร้องแสดงความยินดีกันลั่น ทางZero เองก็กำลังบินแสดงความยินดีแก่ชัยชนะด้วยการบินตีลังกาวนไปมาบนหมู่บ้านและบินจากไป

‘ประกาศจากกองทัพบก จะมีกำลังทหารเข้าช่วยเหลือในอีกไม่กี่นาที ขอให้อยู่แต่ในบ้านรอจนกว่าจะมีประกาศต่อไปด้วยค่ะ’

เสียงตามสายของหมู่บ้านดังขึ้นเป็นรายงาน ต่อให้ไม่มีประกาศ ยังไงชั้นก็ต้องหนีกลับบ้าอยู่ดีนั่นแหละ ใครจะอยู่กันล่ะ เด็กตายไป3คนแล้วนะ ชั้นไม่อยากให้ใครต้องตายอีกแล้ว

04:00PM.

สิ้นเสียงระเบิดและปืน ชั้นพาเด็กๆ ที่เหลือรอดกลับบ้านและเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้คุณยายฟัง แน่นอน คุณยายร้องไห้เสียใจมากเมื่อรับรู้ถึงการตายของเด็กๆ ทั้งที่พวกเขายังเด็กพวกเขาไม่น่ามาสังเวยชีวิตแบบนี้เลย ทำไมศัตรูถึงเลือดเย็นฆ่าได้แม้กระทั่งเด็กแบบนี้กันนะ

“มาโกะ! เธอไม่เป็นอะไรใช่มั้ย”

“เอ๊ะ…คาซูโอะเหรอคะ”

“เราส่งคนมาช่วยแล้วครับ ไม่ต้องกังวล ทุกคนจะปลอดภัยครับ”

ดูเหมือนคาซูโอะจะขับรถบรรทุกที่พาคนมาเต็มท้าย พร้อมรถอีก3คนตามหลังมา เมื่อพวกเขาจอดรถสนิด ทหารที่นั่งอยู่ก็โดดลงจากรถแล้ววิ่งไปตามบ้านต่างๆ ทันที แม้จะมาช้า แต่ก็ดูมีความตั้งใจมากเลย

“มาโกะ ไม่เป็นไรใช่มั้ย”

“ค…ค่ะ”

“ดีใจจัง ขอบคุณที่ปลอดภัยนะ”

“…เห๊ะ”

ด…เดี๋ยวสิยะ! เขาเดินเข้ามาด้วยสีหน้าตื่น แล้วเดินมาสวมกอดชั้นเต็มแรงจนแทบหายใจไม่ออกแบบนี้เลยเหรอ ก็รู้ว่าเป็นห่วง แต่ช่วยสำรวมต่อหน้าคุณยายหน่อยก็ได้นะยะ!!

“You alright?”

“ห…หะ…คุณพูด…”

“ทหารอเมริกาน่ะ พวกเขาเองก็ส่งกำลังมาช่วยเราอีกแรง จริงสิ เธอฟังภาษาอังกฤษไม่ออกสินะ เมื่อกี้เขาบอกว่า เธอเป็นไงบ้างน่ะ”

“อ…อ๋อค่ะ หนูสบายดีค่ะ มีแผลถลอกนิดหน่อยแต่ไม่เป็นไรหรอกค่ะ”

“Ok. Her’ s Fine”

เก่งจัง เขาพูดภาษาอังกฤษได้ด้วย น่าอิจฉาจริงๆ ไม่งั้นชั้นคงพูดเองได้แน่

คาซูโอะมาทำแผลให้ชั้น แผลนี่ คงเป็นตอนที่สะดุดกระโปรงล้มแน่ๆ แต่ก็ถือว่าเป็นโชคดีของชั้นก็แล้วกัน ไม่งั้นคงโดนยิงพรุนเหมือนเด็กคนนั้นแน่ๆ

“ไม่เป็นไรแล้วย่ะคนเก่ง”

“ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ”

“เอาล่ะ เก็บข้าวของเร็วๆ เราจะไปกันแล้ว!!”

จู่ๆ ทหารนายหนึ่งก็ตะโกนผ่านลำโพงรถกระจายเสียงว่าให้เก็บของแล้วไปจากหมู่บ้าน ทำไมล่ะ จะเกิดเรื่องร้ายแรงที่นี่อย่างงั้นเหรอ

“คาซูโอะคุง ทำไมเราต้องไปจากที่นี่คะ”

“เรื่องมันยาวน่ะ แต่ ผมคงบอกได้แค่ว่า พวกมันจะกลับมาอีก แต่มาคราวนี้อาจอันตรายเกินกว่าที่คนจะอยู่รอด เพราะงั้น เธอเองก็ไปเก็บของแล้วมากับพวกเรานะ”

“ล…แล้วคุณยายกับเด็กๆ ที่เหลือล่ะคะ”

“เราจะพาทุกคนออกไป ไม่ต้องห่วง เราไม่ทิ้งชาวบ้านหรอก”

เขาพูดพลางยิ้มให้ชั้น ชั้นเองก็รู้สึกได้ถึงความอบอุ่น มันช่างมีความสุขจริงๆ ทั้งที่เพิ่งจะผ่านเรื่องความเป็นความตายมาแท้ๆ เขาเป็นคนรักที่ช่วยได้ทุกอย่างจริงๆ

06:00PM.

ทุกคนเก็บข้าวของกันเสร็จหมดแล้ว และทหารก็เขามาช่วยเอาของไปขึ้นรถ ถึงเราจะคนอยู่เยอะ แต่ข้าวของกลับน้อยเหมือนครอบครัวแค่6คนเท่านั้น มันจึงง่ายและเร็วขณะย้ายของ

“Let’ s move!”

เราออกจากบ้านหลังที่สอง ชั้นทำได้เพียงหันกลับไปมองในขณะที่รถค่อยๆ วิ่งไกลออกไปเรื่อยๆ เรากำลังจะไปที่ไหนกัน แล้วตกลงว่าเรื่องทั้งหมด มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ สงคราม…อย่างงั้นเหรอ…

จะเกิดสงครามงั้นเหรอ…

ยังไม่มีการให้คะแนน
กรุณารอสักครู่...