ตอนที่แล้ว111-112
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไป115-116

113-114


3/10

Ep.113

จากนั้น ซูเฉินมอบ [ปืนพกเพาส์ เลเวล 1 ] ให้แก่ตันหลิน

[ปืนพกเพาส์ เลเวล 1 ] ปัจจุบันไม่เหมาะให้เขาใช้งานแล้ว

นอกจากนี้  เขาเคยมอบ [ปืนพกเพาส์] กระบอกหนึ่งให้หยางเฉียน หากตันหลินรู้เรื่องนี้เข้า ก็ยากที่จะรับประกันว่าอาจเกิดความคิดอื่นๆขึ้นในภายหลัง

[รถศึกอัจฉริยะ] วิ่งไปตลอดเส้นทาง

หลังจากขับเคลื่อนมานานกว่าสองชั่วโมง เสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นบนหน้าจอควบคุมส่วนกลางอย่างกะทันหัน

“คำเตือน ปรากฏรถฐานทัพกำลังจอดอยู่เบื้องหน้า คาดว่าจะพบกันในอีก 30 วินาที”

“นี่ฉันถูกดักปล้นอีกแล้ว?” ซูเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย ความคิดนี้ผุดขึ้นในใจเขา

ก่อนหน้านี้ ระหว่างทางไปเมืองจิงกัง คนจากหอการค้าถงฟู่ก็เคยมาหาเรื่องเขาแล้วครั้งหนึ่ง

เพราะเคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน ซูเฉินจึงอดรู้สึกอคติไม่ได้

“ไปตามเส้นทางเดิม ไม่ต้องสนใจมัน” ซูเฉินสั่ง

หากอีกฝ่ายมีจุดประสงค์เพื่อชิงทรัพย์ บอกได้คำเดียวว่ารนหาที่ตาย ซูเฉินจะล้างบางพวกมันอย่างไร้ปราณี

ในไม่ช้า ก็ปรากฏรถฐานทัพจอดอยู่ข้างหน้า ขวางเส้นทางของพวกเขา

จุดประสงค์ของอีกฝ่ายที่พยายามสกัดกั้นนั้นชัดเจนมาก

เห็นแบบนี้ ดวงตาของซูเฉินก็ค่อยๆหรี่แคบลง แค่นเสียงเย็นชา “หวังว่าพวกแกจะมีสมอง ไม่แส่หาเรื่องตายนะ”

เมื่อ [รถศึกอัจฉริยะ ] กำลังหาทางขับผ่านไป ชายหญิงคู่หนึ่งได้เดินลงมาจากรถฐานทัพฝั่งตรงข้าม ชูแขนสูง โบกมือตลอดเวลา ราวกับว่าพวกเขากำลังร้องเรียกอะไรบางอย่าง

“เสี่ยวจือ หยุดก่อน” ซูเฉินออกคำสั่ง ลงจากรถแล้วชำเลืองไปทางคู่ชายหญิง

ฝ่ายตรงข้ามดูเหมือนจะมีอายุราวๆ 30 ปี

ผู้ชายมีคิ้วหนาตาโต ใบหน้าดูกล้าหาญคมคาย

ฝ่ายหญิงก็ดูดีมีสเน่ห์

“สวัสดีน้องชาย ฉันชื่อ หานเฟิง ส่วนนี่ภรรยาฉันชื่อ เฉินเหมยฮวา” ชายคนนั้นเดินเข้าหาซูเฉิน กล่าวทักทายด้วยรอยยิ้ม

“พวกคุณมีธุระอะไร” ซูเฉินถามอย่างเฉยเมย

ในโลกทุกวันนี้ จิตใจผู้คนลึกล้ำยากจะหยั่งถึง แม้อีกฝ่ายดูไม่มีเจตนาร้าย แต่ซูเฉินก็ไม่วางใจ ยังคงระมัดระวังตัว

“พวกเราหนีมาจากสถานชุมชนหลานไห่ ไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแล้ว ฉันต้องการซื้ออาหารเล็กๆน้อยๆ”

ขณะกล่าว หานเฟิงหยิบหินพลังงานธรรมดาออกมา 5 ก้อน และวางลงต่อหน้าซูเฉิน

หินพลังงานธรรมดา 5 ก้อนไม่อยู่ในสายตาซูเฉิน เขาไม่ได้เอื้อมออกไปรับมัน แต่เอ่ยถามว่า “เกิดอะไรขึ้นกับสถานชุมชนหลานไห่”

สถานชุมชนหลานไห่เป็นสถานชุมชนขนาดเล็กที่มีขนาดใกล้เคียงกับสถานชุมชนเทียนหนาน

แต่อย่าเห็นว่าแค่เล็ก เพราะการป้องกันของมันแข็งแกร่งไม่เลว

ตอนนี้ซูเฉินเลยสงสัย ว่าสถานชุมชนหลานไห่อาจตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับสถานชุมชนเทียนหนาน ซึ่งถูกซอมบี้ทำลายลงหรือไม่

หานเฟิงถอนหายใจยาว “สถานชุมชนหลานไห่ถูกพวกซอมบี้ยึดไปแล้ว”

“เป็นอย่างที่คิดจริงๆ” ซูเฉินพึมพำกับตัวเอง เอ่ยถามต่อว่า “สถานชุมชนหลานไห่ถูกยึดได้อย่างไร?”

“เป็นฝีมือของจิ่นเฟยซี!” หานเฟิงกัดฟันตอบ จากนั้นอธิบายว่า “จิ่นเฟยซีเดิมเป็นผู้นำของสถานชุมชนเทียนหนาน ต่อมาเขากลายเป็นซอมบี้ด้วยเหตุผลบางอย่าง ทั้งยังเป็นซอมบี้ที่มีสติปัญญาอีกด้วย”

“หลังจากเขายึดครองสถานชุมชนเทียนหนานได้แล้ว เขายังคงรวบรวมซอมบี้อย่างต่อเนื่อง เหมือนกับว่ากำลังจะสร้างกองกำลังซอมบี้ขึ้น จากนั้นก็เริ่มเข้ายึดสถานชุมชนของมนุษย์ จนถึงตอนนี้ หากนับรวมสถานชุมชนหลานไห่ มีหลายชุมชนแล้วที่ล่มสลายลง”

ได้ยินแบบนั้น ซเฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย

เขาเคยได้ยินหวู่หยางพูดถึงจิ่นเฟยซีมาก่อน

คนผู้นี้ มีอุปนิสัยทะเยอทะยาน ปรารถนาจักขยายดินแดนของตนอยู่เสมอ

เพียงแต่ว่า สิ่งที่ซูเฉินคาดไม่ถึงก็คือ หลังจากจิ่นเฟยซีกลายเป็นซอมบี้ไม่กี่วัน เขากลับสามารถรวบรวมฝูงซอมบี้เข้ายึดสถานชุมชนหลายแห่งได้ติดต่อกัน บ่งบอกชัดถึงกลยุทธ์และความแข็งแกร่งของเขา

และเนื่องจากสถานชุมชนถูกยึดครองมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นหมายถึงจำนวนซอมบี้ที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

บางที เกรงว่าอีกไม่กี่วัน สถานชุมชนขนาดใหญ่อย่างเมืองจิงกัง ก็อาจถูกรุกรานด้วยเช่นกัน

4/10

Ep.114

“กองกำลังซอมบี้ของจิ่นเฟยซี ตอนนี้มีจำนวนเท่าไหร่แล้ว?” ซูเฉินถาม

สีหน้าของหานเฟิงอึมครึมลงเล็กน้อย ถอนหายใจและกล่าวว่า “อย่างน้อยมากกว่า 100,000 ตัว”

“100,000 …” ซูเฉินพยักหน้า หัวใจเขาเริ่มเต้นรัวขึ้นเล็กน้อย

ซอมบี้หนึ่งแสนตัว เทียบเท่าได้กับคลื่นซอมบี้ขนาดกลาง หากเป็นคนอื่น แค่ได้ฟังตัวเลขนี้คงขวัญหนีดีฝ่อแล้ว

แต่ซูเฉินไม่เพียงไม่กลัว ตรงกันข้าม เขาเกิดความรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย

เขาต้องการชิ้นส่วนจำนวนมากเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ตัวเอง ถ้าเขาสามารถสังหารกองกำลังซอมบี้นี้ลงได้ ซูเฉินอาจกอบโกยชิ้นส่วนมากถึง 10,000 ชิ้นในคราวเดียว

และ [กายาเทพอสูรนิรันดร์] ที่เขาใฝ่ฝัน อาจสามารถแลกเปลี่ยนได้ในที่สุด

แน่นอน ซอมบี้แสนตัวไม่ใช่จำนวนน้อยๆ ยังคงเป็นเรื่องยากหากคิดจะล่าและสังหารพวกมัน จำเป็นต้องมีการเตรียมการอย่างรอบคอบ และวางแผนในระยะยาว

หลังจากได้ข้อสรุปนี้ ซูเฉินก็หยิบผลไม้ขนมปังสองสามลูกออกจากถุงเก็บของ และวางมันลงในมือของหานเฟิง “นี่สำหรับคุณ ส่วนหินพลังงานนั่นเอากลับไปเถอะ”

ข่าวจากหานเฟิงสำคัญมาก เพียงพอที่จะแลกเปลี่ยนผลไม้ขนมปังเหล่านี้

“เจ้าสิ่งนี้คืออะไร ฉันสามารถกินได้จริงๆหรอ?”

นี่เป็นครั้งแรกที่หานเฟิงได้เห็นผลไม้หน้าตาประหลาด เขาไม่แน่ใจว่าจะกินมันได้หรือไม่ จึงลองชิมดู

หลังจากกัดไปคำหนึ่ง ดวงตาของเขาเปล่งประกายขึ้นทันใด

ผลจากต้นขนมปังไม่ใช่แค่กินได้อย่างเดียว แต่รสชาติยังดีมากอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับอย่างเขาที่ไม่ได้กินอาหารมาหลายวันแล้ว สิ่งนี้เสมือนดั่งอาหารอันโอชะ

“น้องชาย ขอบคุณมากนะ” หานเฟิงกล่าวด้วยความสำนึกคุณ

แม้ซูเฉินจะไม่ได้ให้มามากมาย แต่ก็เพียงพอที่จะช่วยให้เขาและภรรยาไม่อดตายไปสองสามวัน

ยิ่งไปกว่านั้น ซูเฉินไม่รับค่าตอบแทนจากพวกเขา เรื่องนี้น่ายกย่องมาก

ต้องรู้นะว่า ในวันสิ้นโลก อาหารเป็นสิ่งหายากและมีค่ามาก

ต่อให้ซูเฉินคิดละโมบ ถือโอกาสนี้ขอหินพลังงานเพิ่ม เพื่อแลกกับการไม่อดตาย หานเฟิงก็อาจยอมประนีประนอม

ซูเฉินยิ้มและกล่าวว่า“คุณบอกข้อมูลแก่ผม ผมจ่ายอาหารตอบแทน ถือเป็นการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม”

ข่าวที่หานเฟิงนำมา มีค่ามากกว่าหินพลังงานไม่กี่ก้อน

อีกอย่าง นั่นเป็นแค่ผลจากต้นขนมปังไม่กี่ลูกเท่านั้น ซูเฉินยังมีเก็บไว้อีกมากมายในถุงเก็บของ

“น้องชาย ขอถามอะไรหน่อยสิ ไม่ทราบว่านายจะไปที่ไหน?” หานเฟิงถามอย่างไม่มั่นใจ

ซูเฉินยิ้มและกล่าวว่า “เรียกผมว่าซูเฉินก็ได้”

เขารู้สึกว่าหานเฟิงไม่เลวเลย ซูเฉินบอกตามความจริง “พวกเรากำลังจะไปยังเทือกเขาฮวงเจ๋อ”

“ซูเฉิน ..” หานเฟิงพึมพำ แต่แล้วสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป รีบเอ่ยเตือน “ซูเฉิน ฉันได้ยินมาว่ามีซอมบี้จำนวนมากปรากฏตัวขึ้นในเทือกเขาฮวงเจ๋อ นายไม่ควรไปที่นั่น”

“ไม่ต้องห่วง ผมเตรียมการเอาไว้แล้ว” ซูเฉินไม่สนใจ

เรื่องคลื่นซอมบี้น่ะ เขารู้อยู่ตั้งแต่แรกแล้ว

เพราะอย่างไรเสีย ในตอนที่เขาหนีออกจากเทือกเขาฮวงเจ๋อ ซูเฉินยังไล่ฆ่าซอมบี้ระหว่างทางเป็นจำนวนมากอยู่เลย

เมื่อเห็นว่าซูเฉินไม่สนใจ หานเฟิงจึงชักชวนอีกครั้ง “ย่านนั้นไม่ปลอดภัย ไม่เพียงมีซอมบี้มารวมตัวกัน แต่จิ่นเฟยซีก็เหมือนจะหมายตาสถานที่แห่งนั้นไว้เช่นกัน ฉันว่านายไปเมืองจิงกังกับพวกเราดีกว่า”

“เมืองจิงกังตอนนี้ก็วุ่นวายไม่ต่างกัน แต่ก็ยังถือเป็นสถานที่ที่ดี พวกเรามีธุระ ดังนั้นคงไปกับคุณไม่ได้” ซูเฉินพยักหน้า กล่าวอธิบาย

เขาเพิ่งสร้างหายนะในเมืองจิงกัง เป็นไปได้สูงว่าเมืองจิงกังคงเละเป็นโจ๊กในเวลานี้

“ถ้าอย่างนั้น หวังว่าโชคชะตาจะพาพวกเรามาพบกันอีก” หานเฟิงรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย หลังจากกล่าวคำอำลา เขาก็กลับขึ้นไปที่รถฐานทัพพร้อมเฉินเหมยฮวา

ฝั่งซูเฉิน เขากลับขึ้นมายัง [รถศึกอัจฉริยะ]

หลังจากทั้งสองฝ่ายร่ำลา ก็แยกย้ายกันไปคนละเส้นทาง

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด