ตอนที่แล้ว[Rewrite,อ่านฟรี] Special District 9 ตอนที่ 125 พี่น้องต่างสายเลือด
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไป[Rewrite,อ่านฟรี] Special District 9 ตอนที่ 127 รีบเร่งสู่เฟิ่งเป่ย (อัปเดตเพิ่มเติม 1)

[Rewrite,อ่านฟรี] Special District 9 ตอนที่ 126 ทหารใน 400 กิโลเมตรดินแดนไร้มนุษย์


ตอนที่ 126 ทหารใน 400 กิโลเมตรดินแดนไร้มนุษย์

เมื่อคนขับรถได้ยินคำพูดของเสี่ยวฉี เขาก็ใช้มือขวายกคันโยกเล็กๆ ที่อยู่ถัดจากเกียร์ทันที

“เอี๊ยด เอี๊ยด เอี๊ยด!”

มีเสียงเหล็กเสียดสีกันที่บังโคลนและใต้รถ โซ่กันล้อลื่นถูกปล่อยออกมาจากกล่องเหล็ก และมีกลไกร้อยโซ่เข้าไปในยางอย่างรวดเร็ว ใส่เข้ากับลายดอกยางและขันให้แน่นโดยอัตโนมัติ

“ใช้เกียร์ต่ำ เร่งเครื่อง” เสี่ยวฉีตะโกนอีกครั้ง

คนขับลดเกียร์ลงทันที

“ใครคือหัวหน้า พี่สี่” เสี่ยวฉียกปืนขึ้นแล้วถาม

“คนหัวหน้าสวมแจ็กเกตผ้าฝ้ายสีดำและกางเกงขายาวลายสก๊อต” พี่สี่ขมวดคิ้วแล้วตอบว่า “เจ้าหัวโล้นที่อยู่ข้างๆ เขาน่าจะเป็นหมายเลขสอง มันสร้างปัญหามาตลอด”

บนทางลาดเนินเขา เจ้าหัวโล้นเห็นรถแล่นเข้ามาหาเขา สิ่งแรกที่เขาคิดก็คือคนในรถจะพยายามแย่งผู้เฒ่าหม่ากลับไป การตัดสินในแบบนั้นไม่ถือว่าเป็นความผิดพลาด เพราะใครก็ตามที่เห็นเหตุการณ์ จะต้องคิดว่าตระกูลหม่าเป็นกำลังหลักของคู่ต่อสู้แน่ๆ ในขณะที่ฉินหยู่และคนอื่นเป็นแค่กองหนุนเท่านั้น ดังนั้นเมื่อรถออฟโรดโผล่มาอย่างกะทันหัน ทุกคนคิดว่าเป้าหมายอยู่ที่ผู้เฒ่าหม่า กลุ่มจึงแตกกระจายออกไปทันที

ท่ามกลางลูกน้องรายล้อม หยวนหัวโบกมือตะโกน “ปกป้องเฒ่าหม่า อย่าปล่อยให้เขาหลุดมือไป!”

เมื่อได้ยินคำสั่ง เจ้าหัวโล้นก็คว้าลุงหม่าจ่อปืนเข้าที่ขมับแล้วตะโกนใส่รถ “จอดรถ! ไม่งั้นข้าจะยิง”

“เร่งเครื่องอีก!” เสี่ยวฉีตะโกนโดยไม่สนใจเจ้าหัวโล้น

“หยุดรถ! ข้ายิงมันจริงนะโว้ย!” เจ้าหัวโล้นคำรามอย่างโกรธเกรี้ยว

รถออฟโรดคันนี้แจ๋วเหมือนกับรถบีเอ็มดับบลิวอย่างไงอย่างงั้น ที่เร่งขึ้นทางลาดอย่างนุ่มนวลโดยไม่สูญเสียความเร็ว

ยางทั้งสี่เส้นถูกร้อยไว้ด้วยโซ่หิมะ บดขยี้หิมะและกรุยพื้นหินจนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบ

“ปัง ปัง ปัง...!”

เหล่าลูกน้องที่แยกย้ายกันไปข้างหยวนหัวได้ยิงใส่รถทันที แล้วโดยไม่ต้องทักทายเลย

แต่รถออฟโรดคันนี้ได้รับการดัดแปลง กระจกบังลมหน้าและหลัง รวมทั้งฝาครอบเครื่องยนต์ บังโคลนและยางล้อมีการเสริมด้วยแผ่นเหล็กเป็นเกราะป้องกันเพิ่มขึ้น หากโดนหัวรบสงครามโจมตีเข้า อย่างมากก็จะทิ้งร่องรอยบุบลึกไว้เท่านั้น ไม่สามารถทะลุเข้าไปได้

รถวิ่งฝ่าวงกระสุนมากมาย ประกายไฟแปลบปลาบทั่วทั้งคันและเข้ามาถึงในชั่วพริบตา

“โครม!”

ชายหนุ่มสองคนที่อยู่สุดขอบไกล ถูกรถชนกระเด็นออกไปหลายเมตร และส่งเสียงโหยหวนอย่างน่าสังเวช ในขณะที่เหล่าลูกน้องที่อยู่ข้างหลังพวกเขาแตกกระจายกันไปอีกครั้ง

“ไปอีกสามเมตรแล้วเลี้ยวซ้าย” เสี่ยวฉีจ้องมองและตะโกน “พี่สี่ เตรียมปืนของคุณคุ้มกันฉัน!”

เมื่อพี่สี่ได้ยินเช่นนั้น เขาก็เปิดหน้าต่างกระจกรถลงและยิงปืนสุ่มออกไปเพื่อสกัดกั้นพวกมัน

ทันทีที่เสียงปืนดังขึ้น ลูกน้องของฝ่ายตรงข้ามวิ่งหลบกันวุ่นวายอีกครั้ง

ที่มุมซ้ายบน เจ้าหัวโล้นเห็นรถแล่นผ่านเขาไป ดวงตาของเขาว่างเปล่าและงุนงง พลางพึมพำด้วยความกลัว “ไม่... ไม่ใช่เพื่อเฒ่าหม่านี่หว่า!”

“เอี๊ยด!”

สิ้นเสียงของเขา คนขับรถก็หมุนพวงมาลัยไปทางซ้าย ด้านหน้าของรถเอียงไปตามทางลาดของเนินเขา ด้านหลังของรถก็เหวี่ยงไปด้านข้าง ทำให้ที่นั่งผู้โดยสารหน้ามีตำแหน่งตรงกับที่หยวนหัวอยู่ทันที

หยวนหัวตกตะลึงจึงรีบถอยจากจุดนั้นกลับไปสองก้าว โบกมือแล้วตะโกน “พวกมันกำลังตามหาข้าอยู่!”

ผู้ติดตามทั้งสองได้ยินเสียงจึงรีบวิ่งไปยืนข้างหน้าหยวนหัวพร้อมปืนเพื่อเป็นเกราะกำบังให้เขา

หน้าต่างรถเลื่อนลง เสี่ยวฉียกปืนขึ้นด้วยท่าทางดุร้าย และเหนี่ยวไกปืนโดยไม่มีคำพูดใดๆ

“ปังปังปังปัง!”

เสียงปืนดังขึ้นสี่นัด และชายหนุ่มสองคนที่อยู่ข้างหน้าหยวนหัวก็ล้มลงกับพื้นทันที

เจ้าหัวโล้นไหวตัว ยกปืนขึ้นด้วยใบหน้าซีดเซียว และกำลังจะเหนี่ยวไกปืน

“โครม!”

ทันใดนั้นเฒ่าหม่าที่บาดเจ็บสาหัสก็โกรธจัด ผลักเจ้าหัวโล้นออกไปด้วยไหล่ของเขา และตะโกน “ฆ่ามัน!”

“ปัง ปังปัง!”

มือของเสี่ยวฉีมั่นคงและนิ่งมาก และเขายิงออกไปอีกสามนัด หยวนหัวหดตัวงอ กระสุนเจาะเข้าที่หน้าอกและล้มลงกับพื้นทันที

“ก้มหัวลง”

ในฉับพลัน พี่สี่เอื้อมมือกดหัวเสี่ยวฉีลงและเขาก็ก้มลงด้วยพร้อมตะโกน “ระวังข้างล่าง”

ทันทีที่เขาพูดจบ ลูกน้องฝั่งตรงข้ามที่ถอยกลับไปตั้งหลักก็เริ่มยิงเข้ามาในที่นั่งข้างคนขับรถอย่างบ้าคลั่ง

“อย่างขวาง!”

เสี่ยวฉีผลักฝ่ามือของพี่สี่ออกไป ทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดลงที่พนักเก้าอี้ เปลี่ยนปืนใส่มือซ้าย แล้วใช้แขนขวาควานหาตัวปรับเบาะนั่งตามช่องว่างในประตูรถ แล้วดึงมันขึ้นอย่างแรง และเบาะนั่งก็ถูกดึงถอยกลับทันที

มีเสียงดังปัง และเสี่ยวฉีมองออกไปนอกรถขณะนอนหงาย โดยมีเพียงศีรษะโผล่ออกมา จากนั้นจึงยกปืนขึ้นด้วยมือซ้าย

มีขีปนาวุธจากด้านนอกถูกยิงเข้ามา เกิดประกายไฟระเบิดทั้งภายในและภายนอกรถทันที ควันจางลงเห็นรถยังคงสภาพเดิม

หลังจากที่เสี่ยวฉีโผล่หัวขึ้น หายใจเข้าและออก แล้วเหนี่ยวไกปืนยิงไปอีกสองนัดเท่านั้น

“ปังปัง!”

สิ้นเสียงปืน หยวนหัวถูกยิงที่ต้นขาอีก

เสี่ยวฉีตะโกนด้วยสายตาโกรธเกรี้ยว “ลงไปตีนเขา!”

“โฉบไปที่พวกมัน!”

คนขับรถฟังแทบไม่ทันจบ เขาหมุนพวงมาลัยไปทางซ้ายแล้วกระทืบคันเร่งอย่างแรง

รถวิ่งลงไปด้วยความเร็วสูง เสี่ยวฉีกัดฟันและนั่งตัวตรง เขาหันกลับไปตะโกนออกจากรถ “ไอ้พวกระยำ! พวกแกจงฟังไว้ ข้าคือเสี่ยวฉีในดินแดนไร้มนุษย์ ถ้าวันนี้ฉินหยู่ไม่รอด ข้าจะนำปืนระเบิด 4,000 นัดเข้าไปในเมือง และฆ่าพวกพี่เบิ้มฉิงจากเฟิ่งเป่ยรวมทั้งกระเทียมเน่าจากตระกูลหยวนทั้งหมด!”

เสียงตะโกนดังก้องและรถก็เร่งความเร็วออกไปสู่ถนนสายหลัก

บนทางลาดเนินเขา เจ้าหัวโล้นได้สติ เขาทิ้งปืนและรีบลงไปหาหยวนหัวทันที เขาเขย่าตัวหยวนหัวพร้อมตะโกน “พี่หยวน พี่หยวน?!”

หน้าอกของหยวนหัวมีเลือดออก ดวงตาของเขาปิดสนิทและไม่มีแรงที่จะเคลื่อนไหวอีกต่อไป

“ไอ้เวรเอ๊ย!” เจ้าหัวโล้นลุกขึ้นยืนเตะชายหนุ่มที่อยู่ข้างๆ แล้วตะโกน “ข้าอยู่ไกลจากเขา แล้วแม่งแกก็อยู่ไกลเหมือนกันเหรอ? ปล่อยให้พวกมันยิงได้ไงวะ?!”

ชายหนุ่มล้มลงกับพื้นแล้วตอบกลับพร้อมร้องไห้ด้วยความกลัวตาย “รถ... รถมันเร็วเกินไป... พวกมันบุกเข้ามาเหมือนคนบ้า เรากำลังจะระเบิดรถพวกมัน แต่สิ่งที่มันทำคือไม่หนี แต่ แต่ปรับเบาะรถ...พวกฉันไม่เคยเจอคนแบบนี้มาก่อน...ไม่เคยเจอ…”

“ไร้ประโยชน์จริงๆ !”

เจ้าหัวโล้นสาปแช่ง พยุงหยวนหัวลุกขึ้นแล้วพูดว่า “เร็วเข้าโทรหาคุณฉิง เรากลับไปที่เฟิ่งเป่ยไม่ทันแล้ว เราต้องไปโรงพยาบาลทหารรักษาการณ์ที่ใกล้ที่สุด เร็วเข้า”

หลังจากได้ยินเสียง ทุกคนก็ตื่นตระหนกและดึงเพื่อนที่ได้รับบาดเจ็บขึ้นมา ไม่มีใครไล่ตามฉินหยู่, เสี่ยวฉี และคนอื่นๆ พวกเขาแค่วิ่งไปที่รถของพวกตนราวกับคนสิ้นหวัง รวมถึงกำลังคนของตระกูลฉิงด้วย พวกเขาลืมแม้กระทั่งถามผู้เฒ่าหม่าที่ถูกคุมตัว ว่าฉิงจื่อหาวอยู่ที่ไหน

……

ขณะที่รถแล่นไปด้วยความเร็ว เจ้าหัวโล้นนั่งอยู่ในรถและคุยโทรศัพท์กับพี่เบิ้มฉิง

“โรงพยาบาล เราจะไปโรงพยาบาลทหารรักษาการณ์ พี่หยวนถูกยิงสี่นัด”

“นายทำอะไร? มีพวกตั้งมากมาย ทำไมยังปล่อยให้เขาโดนยิงได้? หือ!”

พี่เบิ้มฉิงถามพร้อมกับเบิกตากว้าง

“หยุดพูดไร้สาระได้แล้ว ถ้าเฒ่าหยวนเป็นอะไรไป ฉันจะไม่มีวันปล่อยสินค้าเข้าในซงเจียงของคุณได้” เจ้าหัวโล้นเริ่มวิตกกังวลและน้ำเสียงเศร้าสร้อยลง “ไปโรงพยาบาล เราต้องไปโรงพยาบาลก่อน!”

พี่เบิ้มฉิงอึ้งไป เขากัดฟันและเงียบไปสักพักแล้วถามว่า “จื่อหาวอยู่ที่ไหน?!”

“ฉันไม่เห็น แต่เราจับเฒ่าหม่าได้” เจ้าหัวโล้นตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

เมื่อพี่เบิ้มฉิงได้ยินดังนั้น อารมณ์ของเขาก็เย็นลงเล็กน้อย “เอาล่ะแค่นี้ก่อน”

หลังสิ้นเสียงทั้งสองก็วางสาย และพี่เบิ้มฉิงก็สั่งลูกน้องอย่างรวดเร็ว “ออกจากเฟิ่งเป่ย ไปที่โรงพยาบาลทหารรักษาการณ์ในพื้นที่โครงการพัฒนา”

“นั่นมันโรงพยาบาลเล็กๆ” คนข้างๆ เตือนเขา

“ตราบใดที่มันสามารถรักษาอาการบาดเจ็บได้”

พี่เบิ้มฉิงขมวดคิ้วและตอบว่า “หยวนหัวถูกยิง สายเกินไปที่จะกลับมาเฟิ่งเป่ย”

……

ในรถ

หยวนหัวค่อยๆ ลืมตาขึ้นและหันกลับไปมองเจ้าหัวโล้น

“รออีกแป๊บเดียว เราจะถึงโรงพยาบาลแล้ว” เจ้าหัวโล้นก้มศีรษะลงเพื่อให้เขามั่นใจ

หยวนหัวยกแขนขึ้นอย่างแข็งทื่อ แตะผ้าก๊อซฉุกเฉินที่เปื้อนเลือดสีแดงบนหน้าอกของเขา ทันใดนั้นก็หลับตาอีกครั้งและพูดเบาๆ “โทร... โทรหาเสี่ยวเค่อ... ให้มาเร็วๆ…”

…………………………………………………………

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด