ตอนที่แล้วตอนที่2 กองกำลังใหม่เริ่มเดินทัพ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่4 สามสหาย

วันที่2 เขตุรอยต่อโปแลนด์เยอรมัน 06:00AM.

ช่วงเวลาที่ยาวนานและหนาวเย็น หิมะที่กำลังตกนั้นมากเกินที่เราคาดไว้เล็กน้อย…ไม่สิ อาจจะเยอะกว่าที่คิดไว้มากเลยล่ะ เพราะเพียงผ่านมาแค่สองวัน หิมะก็ปกคลุมถนนสูงกว่า4ฟุตเสียแล้ว

ฉันที่ตื่นขึ้นมาจากเต็นท์ที่ปิดมิดชิด แต่เพราะอากาศที่หนาวเย็นเกินจะทนสะดุ้งตื่นขึ้นมา ทำให้ฉันจำเป็นต้องตื่นยาวๆไปเลย บางทีหาอะไรอุ่นๆดื่นอาจช่วยได้บ้าง

“อ๊ะ! อรุณสวัสดิ์ค่ะครูโรซ่า”

“เอ๊ะ…อ…อรุณสวัสดิ์หนูเจ ตื่นเช้ามากเลยนะ ร่างกายเย็นเกินไปรึเปล่า”

ฉันก้าวออกมาจากเต็นท์ด้วยอาการหนาวสั่นเล็กน้อย แม้จะคลุมด้วยชุดออกรบใน

ฤดูหนาวแล้วก็ตาม เมื่อเดินตรงไปที่เต็นท์กองอำนวยการก็พบเข้ากับรีนูสที่กำลังนั่งดื่ม

นมสดอุ่นๆอยู่ข้างกองไฟ ว่าแต่ทำไมกันนะเธอจึงยังยิ้มร่าเริงได้ทั้งที่อากาศหนาวเย็นขนาดนี้

“ไม่ค่ะ หนูไปนอนในรถถังมาเลยไม่โดนลมเต็มๆ แต่ก็เหม็นโลหะเอาเรื่องเหมือนกันนะคะ”

“เอ่อ…ลงทุนอะไรขนาดนั้น ว่าแต่พลปืนการ์รีนา ริริน ของเราไปไหนแล้วล่ะ”

“เอ่อ…ไม่ทราบเลยค่ะอาจารย์”

ไม่คิดเลยว่าเธอจะรักรถT-34 ของเราขนาดนี้ ดีนะที่ไม่ขาดอากาศหายใจจนตายคารถ อย่างที่เรารู้กันว่ารถถังนั้นปิดมิดชิดแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน แต่ไม่รู้ทำไมเธอถึงยังอยู่ได้จนตอนนี้ เธอเองก็คงมีความลับอีกเยอะเลยงั้นสิ

แต่ว่า ในเมื่อรีนูสอยู่ตรงนี้ แล้วริรินหายไปไหนกันนะ หรือว่าจะยังหลับอยู่ เช้าแบบนี้สำหรับคนที่เคยทำงานประจำมาก่อนคงชินกับการตื่นเป็นเวลาประจำมากกว่าตื่นไม่เป็นเวลาแบบนี้ล่ะมั้ง ถ้าลองไปหาที่เต็นท์อาจเจอเธอก็ได้ แต่ว่า มันจะเป็นการรบกวนเธอรึเปล่านะ

ด้วยความลังเลทำให้ตอนนี้ฉันเลือกที่จะล้มเลิกการไปหาริริน แล้วหันมานั่งดื่มกาแฟที่กองไฟร่วมกับสหายนักรบทุกคนของฉัน แน่นอน พูดเราทักทายกันยามเช้าเหมือนปกติ ร่วมกันพูดคุยเรื่องที่ไม่ใช่แผนการรบเพราะตอนนี้เป็นเวลาพักผ่อนเตรียมร่างกายและจิตใจให้แข็งแรงไปรบในเร็ววันนี้ ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของพื้นที่ว่าหิมะจะหยุดหรือตกน้อยลงกว่านี้หรือไม่ แม้ว่าเราจะเคยชินกับอากาศแบบนี้ แต่หากมากเกินไปก็ไม่ไหวกันอยู่ดี ขนาดดื่มกาแฟจนหมดและใส่เสื้อคลุมอยู่หน้ากองไฟแล้วยังสั่นเลย

“ตอนนี้ก็สายมากแล้ว ถ้าริรินมาหาก็บอกให้มาพบฉันที่เต็นท์วางแผนด้วยนะหนูเจ”

“รับทราบค่ะ!”

“คนอื่นๆไปพักผ่อนตามสบาย ใครมีเข้าเวรยามลาดตระเวนก็ไปได้เลย แล้วก็หัวหน้าหมู่รถถังแต่ละหมู่ก็มาพบฉันตอน8โมงนี้ด้วยล่ะ-”

‘คลืดดดดดดดด…!’

“ส…เสียงอะไรน่ะ!”

ขณะที่ฉันกำลังลุกไปเตรียมเสบียงใส่รถถัง เสียงแปลกประหลาดที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนก็ดังขึ้นเรื่อยๆ เสียงแบบนี้ ไม่ใช่ปืนครก…ไม่ใช่รถถัง…มีอะไรกำลังเข้ามา!

‘หว้อออออออออออออออ!!’

“เครื่องบิน!! ทุกคนหาที่กำบัง-!!!”

‘ฟิ้วๆๆๆๆๆๆ!!’

ไซเรนจากหอคอยสังเกตการณ์ดังขึ้น นั่นคือเสียงเตือนการโจมตีทางอากาศ หรือก็คือ กำลังมีเครื่องบินรบตรงมาที่เรา ซึ่งทุกคนรู้ดีถึงการปฏิบัติเมื่อเจอเหตุการณ์แบบนี้ พวกเขาเข้าประจำที่บังเกอร์ของแต่ละกลุ่ม ไม่นานนักเครื่องบินที่กำลังตรงเข้ามาจำนวน3ลำก็ปรากฏขึ้นพร้อมสาดกระสุนลงมา หน่วยต่อต้านอากาศยานก็เร่งบรรจุกระสุนแตกอากาศแล้วยิงตอบโต้ขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว

“บ้าเอ๊ย! มาทั้งที่ไม่ทันตั้งตัวแบบนี้ พวกมันรู้ตำแหน่งของเราได้ยังไงกัน!”

“ไม่ทราบครับ! แต่พวกมันเร็วเกินไป ปืนต่อต้านของเราไม่พร้อมยิงเพราะอากาศหนาวเย็นจนปืนขัดไปแล้วครับ!!”

“ติดต่อศูนย์บัญชาการที่แผ่นดินแม่ เร่งนำทัพอากาศมาโดยเร็วที่สุด!!”

ช่างน่าเจ็บใจนักที่ตกเป็นฝ่ายโดนเล่นงานก่อน ในเมื่อไม่มีอะไรจะต่อกรกับพวกมันตอนนี้ได้ ก็มีแต่ต้องพึ่งพาพันธมิตรและทัพอากาศของรัสเซียเท่านั้นแหละ

เครื่องบินนั้นมีลักษณะคล้ายเครื่อง F4U ของอเมริกา แต่เครื่องยนต์เป็นสูบ V Twin ที่ให้กำลังสูงและเสียงที่แสบหู ที่หางเครื่องมีตราประจำกองบินของพวกมันไม่ก็สัญลักษณ์ประจำฝ่ายของมัน ดาบไขว้ในโล่ทรงห้าเหลี่ยม ราวกับเป็นตราแผ่นดินของอาณาจักรสมัยโบราณยังไงก็ไม่รู้ เห็นแล้วมันหงุดหงิดซะจริง

การโจมตีของศัตรูยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง พวกเราเองก็พยายามตอบโต้ป้องกันฐานที่มั่นตรงนี้ไม่ให้ถูกทำลายทั้งที่ยังไม่ทันได้เริ่มศึก เวลาแบบนี้เราจะทำยังไงดี ถ้าช่วยยิงได้ล่ะก็ น่าจะพอช่วยได้!

“การ์รีน่า!!”

“ค…ค่ะ!”

“เข้าประจำตำแหน่งปืนใหญ่ เดี๋ยวนี้!!”

อยู่นี่เอง ดีนะที่ไม่ไกลจากกันและรถถังประจำของเรานัก ในเมื่อมีรถถังอยู่ เราก็น่าจะพอยิงสนับสนุนได้บ้าง ดีกว่าไม่ทำอะไรเลยทั้งที่พอมีหวัง

ว่าแล้วการ์รีน่าที่กำลังวิ่งตรงไปยังรถถังก็กระโดดเข้าประจำตำแหน่งของตน ฉันที่เห็นว่าพร้อมจึงวิ่งตามไปพร้อมเข้าตำแหน่งพลโหลดให้ โดยฉันเลือกกระสุน HE หรือที่เรียกกันว่ากระสุน Shell ที่จะระเบิดเป็นสะเก็ดเมื่อกระทบวัตถุหรือตั้งการระเบิดด้วยตัวเองไว้ ปกติแล้วจะใช้ยิงถล่มบังเกอร์ของทหารราบคู่กับกระสุนส่องวิถีจากปืนกล ตอนนี้มันเป็นทางเดียวที่จะสอยเครื่องบินนั้นได้

“โหลดแล้ว!”

“พร้อมยิงค่ะ!!”

เมื่อกระสุนเข้ารังเพลิงฉันก็ตะโกนบอกให้การ์รีนารู้ว่าพร้อมยิง เธอเองก็ตอบกลับด้วยความตื่นตัวเช่นกัน จากนั้นเธอก็หมุนปืนไปยังทิศทางไหนซักทิศ เพราะฉันอยู่ในตำแหน่งที่ปิดสนิทเลยไม่เห็นข้างนอก จากนั้นเธอก็เชิดปืนขึ้นสู่ท้องฟ้า โชคดีที่รถคันนี้มีระบบหมุนป้อมปืนด้วยไฟฟ้า ทำให้ไม่ต้องออกแรงหรือเสียเวลาหมุนปืนให้เหนื่อยเลย แถมยังหมุนเร็วทันใจซะด้วย

“แสดงให้ฉันเห็นทีนะ ความแม่นยำที่เธอเล่าให้ฉันฟังน่ะ การ์รีนา…”

“…………………………………………”

“ยิงแล้วค่ะ!!!”

‘ตูมมม!!!!’

สิ้นเสียงตะโกน เธอจึงดึงคันโยกเพื่อปล่อยเข็มแทงฉนวนของ Cannon Breech ให้ชนเข้ากับแผ่นจุดระเบิดของปลอกกระสุน และเสียงปืนขนาด 76mm. ก็ดังสนั่นพร้อมยิงลูกกระสุนให้พุ่งไปบนท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว จังหวะนั้นฉันจึงเปิดฝาด้านบนขึ้นเพื่อดูว่าโดนเป้าหมายหรือไม่

‘ตุ้ม!!’

“สำเร็จ!! โดนเต็มๆเลย วู้วววว!!”

‘เฟิ้ยววววววว!! ตูมม!!’

ไม่ทำให้ผิดหวังแถมยังสร้างความประหลาดใจมากให้กับฉันที่ยิงโดนตัวเครื่องเต็มๆราวกับจัดวาง เมื่อเครื่องบินเป้าหมายระเบิดกลางอากาศ เศษชิ้นส่วนที่ไม่เป็นชิ้นดีก็ร่วงลงมาพร้อมเสียงการแหวกอากาศลงมากระทบพื้นก่อนจะเกิดการระเบิดอีกครั้งจากเครื่องยนต์ที่ไฟลุกท่วม ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง นายพลนั่นไม่ได้หลอกฉันจริงๆสินะ

“แม่นมากการ์รินา!!”

“ค…ค่ะ…ขอบคุณมากเลยค่ะ!”

‘วี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!’

“ระเบิดลง!!”

ไม่ทันได้ยินดีมากนัก เครื่องอีกสองลำที่เหลือเมื่อเห็นว่าเพื่อนถูกยิงตก มันก็เปลี่ยนจากการยิงเป็นทิ้งระเบิดแทน ฟังจากเสียงที่ลูกระเบิดแหวกอากาศลงมาแล้วคงไม่ใช่ลูกเล็กๆ ถ้าลงมาโดนคลังของเรามีหวังตายกันหมดแน่!!

‘บึ้มมมม!!!’

“อ๊ากกกกก!!”

ลูกระเบิดกระทบพื้นและแตกออกพร้อมแรงดันและไฟจำนวนมากถึงขนาดที่ฉันอยู่ในรถถังยังรู้สึกถึงแรงปะทะได้อย่างชัดเจน ดีนะที่หลบลงมาแล้วปิดฝาทัน ไม่งั้นผมกับหน้าฉันคงไหม้เกรียมแน่ๆ ขอแค่อย่าโดนคนของฉันจนเจ็บกันมากก็พอ จะว่าไปถ้ายิงตอนนี้ก็อาจเก็บมันได้อีกลำแน่!

‘ปังๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!’

“ตายซะไอ้พวกระยำ!!”

‘คลืดดดดดด…เป๊งๆๆ!!’

“เข้าเป้าแล้วค่ะคุณโรซา…!”

ด้วยความที่โหลดกระสุนใหม่อาจไม่ทัน ฉันจึงดีดตัวเองเข้าไปประจำตำแหน่งปืนกลหลักที่อยู่ด้านข้างของปืนใหญ่ แล้วจึงกระหน่ำปืนใส่เครื่องบินอย่างต่อเนื่องจนโดนเข้ากับลำที่กำลังจะทิ้งระเบิดลูกที่สองจนเกิดควันสีดำขึ้นที่เครื่องยนต์ มันเองที่เห็นท่าไม่ดีหรืออาจโดนยิงตกจึงเชิดหัวกลับขึ้นไปอีกครั้งและบินหายไปยังที่ๆมันมา นั่นคือจุดที่เราจะเข้าโจมตีในวันพรุ่งนี้ตามแผนเดิม

“กองบินของเรามาถึงแล้วครับ!”

“ช้าจริงเลยนะ มัวนอนอู้กันอยู่รึไงย๊ะ!!”

‘ขออภัยอย่างยิ่งครับพันเอกอิเลเนีย เราจะไล่พวกมันและคอยสนับสนุนทางอากาศให้ตลอดเวลาเป็นการชดเชยก็แล้วกัน’

“เชอะ…เอางั้นก็ได้ย่ะ”

กว่าทัพอากาศจะมาพวกมันก็เผ่นกันป่าราบแล้ว อย่าคิดบ้าจี้บินตามไปยิงล่ะ โดนเก็บจากภาคพื้นมาจะศพไม่สวยเอาได้

เท่านี้ทุกอย่างก็กลับสู่สภาวะปกติอีกครั้ง แต่ว่าพวกเราเองก็เสียหายไม่น้อย ทั้งยังมีคนเจ็บอีกมากจากการโจมตีครั้งนี้ ยังดีที่ไม่ตายกัน ไม่งั้นเราจะเสียกำลังสำคัญในการกวาดล้างครั้งนี้ไปตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่มศึกอย่างเต็มรูปแบบ ถือว่าทุกคนทำได้ดีมากที่รอดกันมาได้

ฉันรีบกระโดดออกจากรถถังแล้วไปตรวจสอบความเสียหาย ซึ่งดูเหมือนจะไม่ได้รับความเสียหายนัก มีเพียงคันเดียวที่อยู่ใกล้จุดที่ระเบิดลง ตัวรถโดนแรงระเบิดจนเป็นรอยเสียหายระดับกลาง ตีนตะขาบฉีกแต่ไม่ขาดออก ยังพอซ่อมได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนใหม่

“ทุกคนฟังให้ดี! เก็บข้าวของเท่าที่จำเป็น หยิบอาวุธออกมา มุ่งหน้าโจมตีทันที!! เดี๋ยวนี้เลย!!”

“อูร่า!!!”

ด้วยความโมโหที่โดนโจมตีสายฟ้าแลบเมื่อกี้ทำให้ฉันเกิดของขึ้นชนิดที่ไม่มีอะไรจะหยุดฉันได้ เลยประกาศผ่านเสียงตามสายของฐานที่มั่น ซึ่งเมื่อทหารผู้กล้าได้ยิน พวกเขาก็พร้อมใจตะโกนออกไปว่า ‘อูร่า’ ที่เป็นดั่งเสียงแห่งชัยชนะที่จะตกเป็นของเราชาวรัสเซีย

“โหลดกระสุนและเชื้อเพลิงพร้อมออกรบแล้วค่ะ!”

“ดีมาก มุ่งหน้าสู่สนามรบกันเลย!!”

รถของฉันที่อยู่แถวหน้าสุดของหน่วยที่2 ซึ่งฉันสลับตำแหน่งบัญชาการกับอีกหน่วยที่วางแผนไว้ งานนี้ฉันขอลุยแนวหน้าเอง จะได้กลับไปล้างแค้นไอพวกระยำนั่นให้รู้ว่าใครหน้าไหนที่มาแหย่เรานั้นไม่อาจตายดีกันทุกคน

แนวรบรอยต่อโปแลนด์เยอรมัน 08:50AM.

‘ฟิ้ววววว…! ตูม…ตูมม!’

“เคลื่อนที่กระจายตัวออกไป อย่าให้โดนลูกปืนใหญ่เข้าซะล่ะ!”

ทันทีที่เราเข้าสู่เขตสนามรบ พวกมันก็ต้อนรับเราด้วยการกระหน่ำยิงปืนใหญ่ทั้งแบบอาร์เทอรี และ ปืนใหญ่ต่อต้านรถถังอย่างหนักหน่วง เพราะแบบนั้นข้างนอกจึงเต็มไปด้วยเสียงระเบิด แรงสั่นสะเทือนและเสียงปืนมากมาย ทหารราบที่มาด้วยเองก็ต้องคอยเดินตามหลังรถถังหนักอย่าง KV1 ไม่ก็ KV85 เพื่อไม่ให้โดนยินตายกันไปซะก่อนในเมื่อเป็นแบบนี้ก็ต้องกระจายกำลังให้ออกห่างเพื่อไม่ให้ถูกยิงได้ง่าย ถ้าผ่านตรงนี้ไปได้ล่ะก็อาจเจอกับสนามเพลาะที่เป็นฐานยิงปืนใหญ่ของพวกมันแน่ ต้องรีบเข้าประชิดแล้วทำลายให้เร็วที่สุดเท่านั้น

“ทุกคนฟังให้ดี อีก100เมตรข้างหน้าให้ระดมยิงปืนกลและปืนใหญ่เข้าไปที่แนวป่าตรงหน้านั่น จากนั้นรอคำสั่งต่อไป”

“รับทราบค่ะอาจารย์! เคลื่อนที่ไปด้านหน้า100เมตร!!”

‘ฟิ้ววววววว…เต็งงง!!’

“ค…คุณโรซ่า…เราถูกยิงแล้วค่ะ!!”

“ตรวจสอบความเสียหาย รีนูสขับต่อไปอย่าหยุดนะ!”

ไม่ทันไรก็โดนกระสุนโลหะที่น่าจะเป็น AP ยิงมากระทบกับป้อมปืนด้านขวาจนเกิดเสียงดังกังวานในตัวรถจนหูอื้อ จากที่ลองมองผ่านๆ เหมือนว่ากระสุนจะแฉลบออกไปโดยไม่ทะลุเข้ามา ก็ถ้ามันเข้ามาได้หัวของฉันคงเป็นรูใหญ่เอาเรื่องแน่ๆ

“ยิงมาจากไหนริริน”

“ด…ด้านหน้าของเรา เป็นปืนใหญ่ต่อต้านรถถังของเยรอมันขนาด88มม.ค่ะ”

“พวกมันมีของแบบนั้นอยู่ก็แปลว่าเยอรมันในแนวรบแพ้ราบคาบจริงๆสินะ ช่วยไม่ได้ คงต้องเปลี่ยนแผนนิดหน่อยแล้วล่ะ”

ฉันหันกลับไปหยิบแผนที่ขึ้นมานั่งเขียนแผนการรบใหม่ แต่ยังคงใช้รูปแบบเดิมคือการพุ่งเข้าไปที่บังเกอร์ศัตรู ตีให้แตกแล้วผ่านเข้ายึดสะพานในการรบ3แนวให้ได้ แต่ในเมื่อเจอปืนใหญ่ของเยอรมันต่อหน้าขนาดนี้คงยากถ้าจะคงแผนเดิม เราจำเป็นต้องทำลายปืนใหญ่พวกนั้นให้เรียบร้อยถึงจะทำลายบังเกอร์ได้อย่างราบรื่น

“ทุกหน่วยหยุดเคลื่อนที่ รอคำสั่งจากฉัน”

“ฐานที่มั่น อิเลเนียพูด ขอกำลังอาเทอรียิงสนับสนุนมาที่พิกัต F9 53องศาเหนือด้วยค่ะ”

‘รับทราบ อาเทอรียิงใน10วินาที’

“แย่เลยนะคะ นานแบบนั้นเราโดนเละแน่ ช่วยไม่ได้”

10วินาทีสำหรับลูกปืนนั้นอาจเร็ว แต่ไม่ใช่กับรถถังที่ตอนนี้เราเข้าสู่ระยะ100เมตรที่จะยิงได้ เพราะงั้นในเมื่อเป็นแบบนี้ก็มีทางเดียวคือเราต้องเริ่มยิงเข้าไปก่อนเพื่ออย่างน้อยจะพอลดจำนวนศัตรูได้ ทหารราบของเราจะได้เข้าโจมตีได้อย่างปลอดภัย

“รถทุกคันฟังให้ดี! เตรียมระดมยิงเข้าไปที่บังเกอร์นั้น ทำลายทุกอย่างที่ยิงใส่เราโดย KV2 ยิงสนับสนุนเป็นอันดับแรก เชื่อมั่นใน152มม. ของพวกนานซะ ยิงได้!!”

‘ตูม…ตูม…ตูม!!!’

รถถังหนักปืน152มม. เริ่มเปิดฉากยิงตามคำสั่ง ลูกกระสุนที่ใหญ่และหนักของ KV2นั้นทำให้มันพุ่งไปข้างหน้าได้ช้าจนสามารถเห็นวิถีกระสุนที่ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วตกใส่ปืนใหญ่และป้อมปืนกลเบาจนระเบิดกระจายไปทั่ว นับว่าการยิงครั้งนี้ไม่เสียเปล่าที่ต้องรอให้ KV2 โหลดกระสุนใหม่อีก30วินาที

“เข้าเป้าทุกนัดค่ะ…”

“ดีมากสหาย รอคำสั่งจากฉัน”

“ทำไมล่ะคะอาจารย์ ปืนใหญ่ศัตรูถูกทำลายไปหมดแล้ว ทำไมเรายังไม่ให้ทหารเข้าโจมตีล่ะ”

‘ฟิ้วววววววว บึ้ม….บึ้มๆๆๆ!!’

“เพราะอาเทอรีของจริงเพิ่มมาถึง ถ้าให้เข้าไปเมื่อกี้พวกเราคงตายเพราะยิงกันเองน่ะสิ ดีล่ะ! สหายทั้งหลาย เข้าโจมตี!!”

“รถถังกลางและเบาทั้งหมดวิ่งเข้าประกบข้างให้ทหารของเรา ค่อยยิงใส่ป้อมปืนกลให้หมด รถถังหนักแนวหลังโจมตีไปที่บังเกอร์ที่เหลือ ระวังการโจมตีจากรถถังศัตรูด้วย”

“อูร่า!!!!”

สิ้นคำสั่งออกศึก ทหารราบทุกคนก็วิ่งออกจากด้านหลังรถถังแล้วตะโกนก้องด้วยความกล้า แม้จะยังมีลูกปืนจากบังเกอร์ยิงเข้ามาและโดนคนของเราไปบ้าง แต่ก็ไม่ทำให้ทหารของเราหวั่นไหว พวกเขายังคงวิ่งเข้าหาอย่างบ้าคลั่งราวกับไม่กลัวตาย ต้องช่วยยิงสนับสนุนอีกรอบซะแล้วสินะ

“คุณโรซาคะ! เครื่องบินรบศัตรูกำลังตรงมาที่เราพร้อมจรวดและระเบิดเต็มลำค่ะ!”

“แย่เลยนะแบบนี้ พวกทัพอากาศได้ยินรึเปล่า ฝากจัดการเครื่องบินที่มาทางนี้ด้วย”

‘รับทราบ จะเคลียท้องฟ้าให้เดี๋ยวนี้’

ทุกคนทำงานอย่างเป็นระบบ ทำให้ทุกอย่างไปได้สวย แนวรบตรงนี้อาจตีได้ไม่ยาก แต่หลังจากนี้ต้องมีรถถังมาแน่ พวกรถถังที่เกราะหนาตายยากพวกนั้นต้องมาอีกแน่ หึ…แล้วมาดูกันว่าจะยังแข็งทนกระสุนของเราได้อีกมั้ย

“พวกเราเองก็ไปกันเถอะ เคลื่อนที่ไปทาง E12 ความเร็วสูงสุด”

“รับทราบค่ะอาจารย์!”

‘ฟิวววววว เป๊งง!!’

“ย…แย่แล้วค่ะ ข้อหมุนป้อมปืนถูกยิง ขยับไม่ได้แล้วค่ะ!”

“อะไรกัน รถถังศัตรูงั้นเหรอ!!”

ไม่ทันไรก็โดนอีกแล้ว ไม่คิดว่ารถถังจะออกมาเร็วกว่าที่คิด จากรายงานของริรินประมาณได้ว่ามันยิงใส่ป้อมปืนของเราจนเฟืองหมุนป้อนปืนเกิดความเสียหายไม่สามารถหมุนได้ แบบนี้ต้องรีบซ่อมก่อนจะโดนยิงอีกนัดก่อนแล้ว

“ระบบหมุนไฟฟ้าเสียหายอย่างสิ้นเชิง เปลี่ยนเป็นระบบหมุนด้วยมือแทนระหว่างพยายามซ่อมนะคะ!”

“รีนูสมาซ่อมที ฉันจะไปขับและออกคำสั่งต่อเอง”

“รับทราบค่ะ! ศัตรูอยู่ที่2นาฬิกา-”

‘ฟิ้วววว…เป๊งงง!!’

“ศัตรูยิงเข้ามาที่กระบอกปืน…เสียหายเล็กน้อยค่ะ…!”

ไม่ได้การล่ะ ถ้าไม่ยอมยิงตอบโต้มีหวังตายกันหมดแน่ แม้ตัวรถจะถูกออกแบบให้รับแรงปะทะของกระสุนขนาด100มม.ได้ แต่หากโดนยิงต่อเนื่องก็อาจโดนยิงทะลุเข้ามาได้ง่ายๆเช่นกัน เพราะอย่างงั้น ฉันจึงเข้าเกียร์ถอยหลังแล้วเคลื่อนตัวรถให้หมุนรถไปทางศัตรูเพราะข้อหมุนป้อมเสียหายจนต้องหมุนด้วยมือ แน่นอนว่าการหมุนนั้นจะช้าเร็วขึ้นอยู่กับแรงคนที่หมุน เลยต้องช่วยพลปืนให้สามารถเล็งเป้าหมายโดยเร็ว

“ศัตรูตรงเป้าแล้ว ยิงได้!!”

“ยิงแล้วค่ะ!!”

‘ตูมมม!!’

ริรินตอบสนองคำสั่งด้วยการลั่นไกอย่างรวดเร็ว เสียงลูกปืนใหญ่76มม. ถูกยิงออกไปอย่างรวดเร็วและเข้าเป้าหมายอย่างจัง โดยกระสุนของเราเจาะเกราะหน้ารถของศัตรูเข้าไปเป็นรูขนาดใหญ่ ไม่นานนักรถถังของศัตรูก็เกิดไฟไหม้ที่ห้องเครื่องและแน่นิ่งไปในที่สุด

“ส…สำเร็วแล้ว เข้าจัดการศัตรูได้แล้วค่ะอาจารย์!”

“ต้องอย่างงั้นสิ! ทำได้ดีมากทุกคน เอาล่ะ ใครจะเป็นรายต่อไปกัน!!”

ไม่คิดเลยว่าครั้งนี้จะยิงมันได้ ในเมื่อเป็นแบบนี้แล้วเราก็ไม่ต้องกลัวอะไรอีก ฉันเข้าเกียร์อีกครั้งเพื่อเร่งเครื่องให้เดินหน้าฝ่ากระสุนมากมายแล้วกระหน่ำยิงกลับไปจนจำนวนรถถังศัตรูเริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัด สหายร่วมศึกของฉันที่เห็นการบุกอย่างไม่กลัวตายจึงเริ่มเคลื่อนที่บุกตามหลังฉันมากันอย่างรวดเร็ว

‘ทัพอากาศรายงาน บนนี้เราเห็นกองรถถังอีกประมาณ10คันกำลังตรงมาทางคุณครับ’

“ทราบแล้ว พอจะรู้มั้ยว่าเป็นรถประเภทอะไรคุณนักบิน”

‘จากที่เห็นน่าจะเป็นแค่รถถังเบา แต่ยังไงก็ระวังตัวกันด้วยนะครับ เราต้องกลับไปเติมระเบิดและกระสุนใหม่ แล้วจะรีบกลับมาช่วยโดยเร็ว’

นักบินคนเก่งของเราวิทยุติดต่อมาหาพร้อมรายงานถึงกำลังเสริมของศัตรู ท่าทางพวกมันคงเริ่มกลัวจนต้องขอให้กำลังทางสะพานให้เข้าช่วยเหลือเสียแล้ว ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดี เพราะเราจะได้จัดการให้หมดตั้งแต่ตอนนี้ แล้วเข้าไปยึดสะพานได้อย่างสบายใจ

ทันทีที่นักบินรายงานสถานการณ์ จากตรงที่ฉันอยู่ ฉันเห็นแค่พวกเขาบินตรงไปทิ้งระเบิดระรอกสุดท้ายเพื่อช่วยสกัดให้พวกมันช้าลง ก่อนจะกลับลำแล้วบินกลับฐานอย่างรวดเร็ว ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับเราที่จะหยุดมันหรือจะบังคับให้ยอมแพ้ ซึ่งคำตอบของฉันมันแน่อยู่แล้ว ทำลายมันให้สิ้นซากซะยังดีกว่าปล่อยให้พวกมันอยู่ต่อ พวกมันต้องชดใช้ต่อแผ่นดินแม่ของเรา

“ทุกคนฟัง! จัดการศัตรูให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถ้ามันคิดหนีก็ปล่อยมันวิ่งไป พวกเราแค่ยิงไล่มันกลับไปก็พอ! กระสุนเรามีเหลือมากพอจะยิงฉลองได้อยู่แล้ว!!”

‘อูร่า!!’

เสียงแห่งพลังดังก้องขึ้นอีกครั้ง ทันใดที่คำสั่งถูกส่งออกไป พวกเราก็ไล่ยิงพวก PCT ที่กำลังวิ่งหนีตายกลับไปยังสะพานให้สิ้นซาก ทว่าเราก็ไม่คิดจะปล่อยมันไปง่ายๆหรอก ทั้งฉันและสหายต่างยิงไล่พวกมันให้กลับไปอย่างบ้าคลั่ง มีโดนบ้างไม่โดนบ้างก็ช่าง แค่ได้จัดการลดจำนวนก็เพียงพอแล้ว และไม่นานนัก สนามรบแห่งนี้ก็ถูกตีแตก และตกเป็นของพวกเราในที่สุด

“สำเร็จแล้ว…เราทำได้แล้วค่ะอาจารย์!”

“ยินดีด้วยนะคุณคอมแมน…ชั้นเองก็จะพยายามให้มากกว่านี้อีกแน่นอนค่ะ…”

“ดีล่ะ ทุกคนประจำตำแหน่ง อีกไม่เกิน20นาที จะมีกองรถถังศัตรูบุกเข้ามาโจมตีพวกเรา ยึดตำแหน่งของตัวเองไว้ให้ดี!”

เมื่อทุกอย่างสงบลง ฉันจึงหยุดรถเพื่อให้รีนูสสามารถซ่อมส่วนที่เสียหายได้ง่ายกว่าขณะที่รถเคลื่อนที่ ระหว่างนั้นฉันก็ลงจากรถเพื่อตรวจสอบความเสียหายภายนอกพร้อมเดินตรวจกำลังรบที่มีอยู่ แม้ครั้งนี้เราจะสามารถโจมตีได้สำเร็จ แต่เราเองก็เสียคนและรถถังเบาไปจำนวนหนึ่ง แต่นั้นก็มากเกินกว่าที่ฉันจะยอมรับได้ ฉันไม่ต้องการให้มีการสูญเสียใดๆเกิดขึ้นกับเรา แต่ มันก็คงเป็นไปไม่ได้ ตราบใดที่เรายังสาดน้ำใส่กัน ก็ต้องเปียกกันทั้งสองฝ่ายอยู่ดี

อีกไม่นานพวกมันก็จะมาถึงเราแล้ว กำลังเสริมและกระสุนทั้งทางบกและอากาศของเราก็ยังมาไม่ถึง แบบนี้คงต้องพึ่งตัวเองไปก่อน ยังไงเราก็ต้องฝ่าจุดนี้ไปที่สะพานให้ได้

“ทุกคนพร้อมมั้ย”

“พร้อมค่ะ…”

“พร้อมอยู่แล้วค่ะอาจารย์!”

“อือ ถ้าอย่างงั้น กลับไปประจำตำแหน่ง เราจะนำทัพไปตั้งรับที่ขอบฐานนี้กัน”

“รับทราบค่ะ!”

ทุกคนยังคงมีกำลังใจที่ดีแม้จะเพิ่งผ่านความเป็นความตายมาได้ไม่นาน ถึงมันจะทำให้ฉันสบายใจขึ้นแต่ก็อดห่วงไม่ได้อยู่ดี รีนูสที่ดูกระตือรือร้นมากเกินไปจนอาจพลาดได้อย่างง่ายดาย ริรินเองก็ดูไม่ค่อยสดใส ถึงจะรู้ว่าเป็นบุคลิกของเธอตั้งแต่แรก แต่วันนี้เธอดูเหนื่อยมากกว่าวันใดๆ เธอจะยิงให้เราได้อีกมากแค่ไหนกันนะ

ถ้ายังเอาแต่กลุ้มเรื่องอื่นเราก็ไม่อาจเอาชนะศัตรูได้ เพราะงั้นแล้วฉันจึงยิ้มให้กับทุกคนก่อนจะกระโดดกลับไปที่ตำแหน่งพลโหลดอีกครั้งเพราะทุกอย่างที่เสียหายได้ถูกซ่อมไปแล้ว แม้จะไม่สามารถให้กลับมาใช้งานได้ดังเดิม แต่ก็พอจะใช้การได้ชั่วคราวก่อนจะถึงสะพานนั่น

“ทุกคน เดินหน้า!”

“เดินหน้าแล้วค่า!”

สิ้นคำสั่งของฉัน รถถังและทหารทุกคนต่างเคลื่อนที่ไปยังแนวขอบฐานทัพศัตรูแห่งนี้เพื่อตรึงกำลังไว้แล้วโจมตีกับรถถึงอีก10คันที่เหลือ หากทุกอย่างเรียบร้อย เราจะไปถึงสะพานไม่เกิน3วันนี้อย่างแน่นอน

แนวรบรอยต่อโปแลนด์เยอรมัน 15:00PM.

‘นี่…นานมากแล้วนะ ทำไมพวกมันไม่คิดจะบุกมาซักทีครับ?’

“ฉันก็ไม่รู้ เรามารอก็หลายชั่วโมงแล้ว จะลองติดต่อทัพอากาศให้ช่วยสอดแนมอีกครั้งก็แล้วกัน”

ให้ตาย…ทำไมมันไม่ยอมบุกมาหาเราซักที ทั้งที่ตอนแรกมันมีท่าทีจะบุกมาแท้ๆ หรือว่ามันจะมีแผนอะไรอยู่อย่างงั้นเหรอ มันกำลังรออะไร ไม่เห็นจะเข้าใจเลยซักนิด แต่…ไม่ว่ายังไงก็คงต้องลองติดต่อให้เครื่องบินช่วยสอดแนมให้อีกครั้งจะดีกว่าตัดสินใจหน้ามืดบุกไปแบบไม่รู้อะไรเลย

“คุณนักบิน เราต้องการเครื่องบินสอดแนบไปยังพิกัดสุดท้ายที่คุณเห็นกองรถถัง10คันอีกครั้งค่ะ”

‘รับทราบ เราจะเข้าไปสอดแนบอีกครั้ง รออีกประมาณ10นาทีนะครับ’

ถ้าให้ลองเดาล่ะก็ พวกมันคงกำลังแอบซุ่มโจมตีเมื่อเราเคลื่อนที่ผ่านมันไปแน่ๆ เพราะถ้าเป็นฉัน ฉันก็จะทำแบบนั้น แต่เพื่อให้แน่ใจว่ามันจะเกิดขึ้นเราก็ต้องรอเท่านั้น จากแผนที่ล่าสุดที่ทางทัพอากาศรายงานมาให้ เหมือนว่าจะมีเมืองเล็กๆขั้นกลางระหว่างเรากับสะพานเป้าหมาย เพราะงั้นบางทีพวกมันคงรอเราอยู่ที่นั่นแน่ๆ ถ้าจะให้อ้อมไปทางป่าเขาก็จะเสียน้ำมันและเวลามาก ดีไม่ดีอาจต้องเสียคนที่เจ็บไปเพราะการเดินทางที่ยากลำบากเช่นกัน

‘รายงานการสำรวจครับ ในเมืองทางทิศตะวันตกของคุณมีรถถังซุ่มอยู่จำนวนหนึ่ง คาดว่ากำลังดักรอพวกคุณอยู่ ถ้าจะต้องผ่านเมืองนั้นก็ขอให้ระมันระวังด้วยนะครับ’

“รับทราบ ขอบคุณสำหรับรายงานค่ะ”

“ชิ ที่แท้ก็รอเราจริงๆเหรอคะอาจารย์…”

“ถ้ามันคิดจะรอเราจริงๆ งั้นเราก็ไปหาพวกมันแล้วกำจัดซะเลยสิ!”

เป็นไปตามที่คาดไว้ พวกมันคิดว่ายังไงเราก็ต้องผ่านเมืองนั้น จึงจัดกำลังซุ่มโจมตีตามจุดต่างๆของเมืองเพื่อยิงเราจากทุกทิศทาง ก็ว่าทำไมถึงเลือกส่งรถถังเบามาปะทะ เพราะรถถังเบานั้นมีขนาดเล็ก น้ำหนักเบาและเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วเหมาะกับการทำศึกในเมืองอย่างยิ่ง แต่ก็มีข้อเสียคือความเปราะบางของเกราะ ทำให้ถูกทำลายได้ง่ายเช่นเดียวกัน ถ้าสามารถยิงให้โดนได้ก็ขอแค่นัดเดียวเท่านั้น

“ทุกคนฟัง เราจะเดินทัพไปปะทะกันที่เมืองทางตะวันตก เตรียมตัวให้พร้อมใน5นาที!”

เราไม่มีเวลาจะมาคิดแผนมากนัก ยังไงเราก็ต้องผ่านเมืองนั่นไม่ช้าก็เร็ว เพราะงั้นถ้าจะให้คิด ก็แค่ไปมันซะตั้งแต่ตอนนี้เลยยังดีกว่ารอให้ผ่านหลายวัน แน่นอนว่าเสบียงต้องเสียไปเรื่อยๆจนไม่พอไปถึงสะพานแน่ๆ มีแต่ต้องไปตอนนี้เท่านั้น เมื่อครบกำหนดเวลา พวกเราก็เริ่มเดินทัพออกจากพื้นที่แห่งนี้แล้วมุ่งหน้าไปยังเมืองเล็กๆทางตะวันออกโดยเร็วที่สุด โดยฉันหวังว่าการปะทะครั้งที่สองนี้จะไม่ทำให้เราต้องสูญเสียมากไปกว่านี้อีกแล้ว

เมืองเล็กๆทางตะวันตกใกล้ชายแดนโปแลนด์เยอรมัน 16:28PM.

เมื่อเราเริ่มเข้าใกล้เมือง แรงกดดันก็เริ่มเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เมืองนี้แม้จะเป็นเพียงเมืองเล็กๆ แต่ด้วยความที่ไม่เคยเห็นหรือไม่เคยมาที่นี่จึงทำให้รู้สึกว่ามันช่างกว้างไกลนักซอยเล็กซอยน้อยก็เต็มไปหมด ท่าทางการปะทะครั้งนี้อาจยุ่งยากกว่าที่คิดก็ได้

“ทุกคนหยุดรถ…”

‘หยุดรถครับ/ค่ะ’

“ฟังให้ตรงกัน เราจะแบ่งกำลังไปสำรวจตามซอย วางแนวหน้ากระดานปูพรม เราจะค้นหาและทำลายพวกมันทั้งหมดค่ะ”

‘รับทราบ!’

ถึงจะพอมีแผนผังของเมืองนี้คร่าวๆเพราะครั้งหนึ่งโปแลนด์เคยเป็นประเทศที่ปกครองโดยรัสเซีย เพราะงั้นเราจึงมีแผนผังเมืองบางส่วนของประเทศนี้รวมถึงเมืองๆนี้ แต่เพราะมีพวก PCT มาสร้างความวุ่นวายให้กับเรา ทางโปแลนด์เลยถูกโจมตีจากตะวันตกแล้วตกเป็นของ PCT ไป หลายปีแล้วที่พลเมืองตาดำๆต้องหนีตายเข้ามาอยู่กับเราอย่างไร้ความหวัง ช่างน่าสงสารเสียจริงๆ

กลับมาที่เรื่องของเรา ฉันที่เป็นรถถังกลางจึงเลือกที่จะเคลื่อนที่นำหน้าไปช้าๆ ท่ามกลางซากเมืองที่เสียหายอย่างรุนแรง ไร้เสียงและผู้คนใดๆ มันดูวังเวงแปลกๆยังไงก็ไม่รู้สิ

“ทุกคนระวังให้ดี ฉันรู้สึกได้ ว่ามันกำลังมองเราอยู่”

“พ…พูดแบบนั้นมันน่ากลัวนะคะครูโรซ่า”

“แย่เลยนะ ขอโทษที ฉันแค่ระแวงน่ะ-”

“ระวัง Panzerschreck!!” (แพนเซอร์เชร็ก)

‘ฟิ้ววววว ตูมมม!!’

ไม่ทันขาดคำเลยจริงๆ ในขณะที่เรากำลังจะเลี้ยวเปลี่ยนซอยเพื่อสำรวจ พวกมันก็เริ่มเปิดฉากการโจมตีด้วยแพนเซอร์เชร็ก เครื่องยิงจรวดต่อสู้รถถังของเยอรมัน โชคยังดีที่มันยิงพลาดไปโดนอาคารจนเกิดกระระเบิดขึ้น ด้วยขนาดของลำกล้องที่ใหญ่ถึง88มิลลิเมตร ทำให้มันเป็นที่นิยมในการต่อกรรถถังเบาและกลางมากๆ จนกระทั้งพวก PCT มายึดครองเยอรมันแล้วเอาเทคโนโลยีทั้งหมดมาได้สำเร็จ ท่าทางมันคิดจะใช้การโจมตีจากทหารราบเป็นหลักเพื่อสร้างความปั่นป่วนกับรถถังแน่ๆ เป็นแผนที่ดีเลย แบบนี้ต้องลองวัดกันหน่อยแล้วสิ!

“ริริน มองเห็นมันมั้ย!”

“ค่ะ…ใต้ซากตึกทาง10นาฬิกาของเรา มีจำนวน7คน…กำลังวิ่งกลับไปแล้วค่ะ!”

“หนูเจ วิ่งตรงเข้าไปให้ใกล้กว่านี้ ฉันจะใช้ปืนกลยิงใส่ ประหยัดกระสุน76ไว้ เราต้องใช้สู้รถถังเท่านั้น!!”

ท่าทางพวกมันจะเริ่มสับสนเพราะยิงไม่โดนเลยคิดจะถอนกำลังแล้ววิ่งกลับไป ไม่มีทางพ้นฉันหรอก ด้วยความร้อนใจทำให้ฉันสั่งให้เราเคลื่อนที่ไปหาเพื่อยิงปืนกลใส่แทน แม้กระสุน76จะมีชนิด Shell แต่หากพลาดขึ้นมาล่ะก็ ความเสียหายจากการระเบิดของกระสุนจะกระดอนกลับมาได้ เพื่อความปลอดภัยในการโจมตีระยะประชิดจึงจะไม่ใช้พร่ำเพรื่อเด็ดขาด

‘ปังๆๆๆๆๆ!!’

“เสร็จไป3 เหลืออีก4เท่านั้น ตามมันไปเร็ว!!”

‘ผู้พันครับ! ท่านไปเร็วเกินไป เราตามสนับสนุนไม่ทันแล้ว!’

“ช่างฉันเถอะน่า! คอยระวังหลังให้ก็พอแล้วค่ะ!”

“ย…แย่แล้วค่ะคอมแมน…!”

“เอ๊ะ…กับดักงั้นเหรอ!!!!”

ระหว่างการติดตามศัตรู ทั้งที่ยิงได้แล้ว3 แต่ทุกอย่างก็ต้องชะงัก เพราะเมื่อพวกมันวิ่งเข้าหลบในอาคารที่เราเข้าไม่ได้ รถของเราก็จอดอยู่ตรงใจกลางของสี่แยก โดยเมื่อเราเข้าสู่ศูนย์กลางของแยก รถถังเบาของศัตรูก็ปรากฏให้เห็นทั้ง3แยก โดยพวกมันต่างเล็งปืนมาที่เราอย่างไม่ต้องสงสัย

“แย่ล่ะ…เสร็จมันจนได้!!”

‘ตูมตูมตูม!!’

‘ฟิ้ว…เป๊งๆ!!’

“อ๊า…แย่แล้ว!!…พลขับหมดสติไปแล้วค่ะคอมแมน!”

“ดึงเธอขึ้นมา ฉันจะไปขับแทน เร็วเข้า! เราต้องรีบออกจากที่นี่!!”

รถถังทั้งสามคันที่เล็งปืนมาได้เปิดฉากยิงพร้อมกัน กระสุนที่พุ่งมานั้นกระทบกับเกราะหน้า กลางตัวฝั่งซ้ายรถและส่วนของป้อมปืนฝั่งขวาจนเกิดเสียงและแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงไปทั้งตัวรถ นั่นทำให้รีนูสที่โดนแรงกระแทกของกระสุนหมดสติไป ยังดีที่ไม่โดนสะเก็ดกระสุนทะลุเข้ามา ถ้าไม่รีบถอนกำลังออกจากที่นี่ มันต้องเล็งไปที่ห้องเครื่องเพื่อหยุดเราให้จอดเป็นเป้านิ่งแน่ๆ

‘หัวหน้าครับ! เราถูกโจมตีจากทางทิศใต้ของเมือง พวกมันอยู่เต็มไปหมด!’

“ใจเย็นๆ! ถอยกลับมาในที่โล่งเดี๋ยวนี่ พวกมันเป็นรถถังเบา มันไม่กล้าปะทะในที่ซึ่งไร้กำบังอยู่แล้ว ถอยกลับก่อนได้ยินมั้ย…!”

‘ซ่า….’

“ชิ…เราเสียหัวหน้าหน่วยทางใต้แล้ว ถ้างั้นทุกคน…ถอนกำลังแล้วถอยไปที่สวนใจกลางเมืองเดี๋ยวนี้!”

ในเมื่อเป็นแบบนี้เราก็ไม่มีทางเลือกนอกจากหนีไปยังที่โล่งเพื่อร่วมกำลังโจมตีกลับในเชิงตั้งรับ อย่างที่คิดไว้ว่ามันต้องซุ่มโจมตี แต่ไม่คิดว่าแผนจะเป็นขนาดนี้ อาจเพราะฉันเองที่รีบร้อนตามพวกมันโดยไม่คิดหน้าคิดหลังสหายเลยต้องมาเจ็บแบบนี้ แย่เลยนะเรา…

‘ตูม…ตูม….!!’

“ริริน คอยยิงใส่พวกมันไปเรื่อยๆ อดทนไว้นะ!”

ศัตรูยังคงระดมยิงใส่อย่างต่อเนื่อง ทั้งปืนใหญ่ เครื่องยิงระเบิด ปืนกลและอาเทอรี่ เสียงระเบิดและลูกกระสุนกระทบรถถังดังสนั่นอย่างบ้าคลั่ง ริรินที่แม้จะดูไร้อารมณ์แต่ก็ยังแสดงสีหน้าที่ตื่นกลัวให้เห็นราวกับมีบางสิ่งปลุกความทรงจำที่เลวร้ายให้กลับมาอีกครั้ง ถ้าออกจากบริเวณซอยนี่ได้ทุกอย่างก็จะเรียบร้อยแล้ว บางทีนะ

ซากอาคารร้างใกล้สวนใจกลางเมือง 16:40PM.

ความวุ่นวายทั้งหมดได้เงียบสงบลงภายใต้ซากตึกที่ถูกยิงจนเป็นรู้ขนาดใหญ่ที่รถของเราสามารถเข้าไปหลบซ้อนได้ เราหยุดรถแล้วดับเครื่องเพื่อหลบซ้อนไม่ให้พวกมันมาเจอเรา อย่างน้อยตอนนี้เราก็ปลอดภัยแล้ว และสหายของเราก็ไม่ล้มตายไปมากเกินรับได้เช่นกัน

“การ์รีนา อาการหนูเจเป็นไงบ้าง”

“เธอเกิดอาการช็อกจากเสียงดัง…ภายนอกเธอไม่มีอะไรผิดปกติค่ะ…”

“แล้วเธอล่ะไหวรึเปล่า ท่าทางไม่ดีเลยนะ”

“ช…ชั้นสบายดีค่ะ…ถึงแม้จะกลัว…ก็ตาม…”

อย่างที่คิดไว้ว่าเธอกำลังหวาดกลัวจากความทรงจำในอดีตที่เคยผ่านความเป็นความตายมา มือขอเธอที่กำลังกุมไว้ที่ตักกำลังสั่น น้ำตาที่คลอเบ้าพร้อมจะไหลลงมาอาบที่แก้มบางทีที่นี่อาจพอช่วยให้เธอได้พักหลังผ่านศึกมาทั้งวัน เพราะอย่างนั้น…

ฉันลุกออกมาจากตำแหน่งพลขับผ่านช่องทางเกราะหน้าของรถ จากนั้นจึงเดินสำรวจความเสียหายที่ผ่านการโจมตีมาเมื่อกี้ จากที่ดู เหมือนว่ารอบตัวรถจะมีแต่รอยกระสุนเต็มไปหมด แม้จะไม่มีความเสียหายจากกระสุนรถถัง แต่เครื่องยนต์เหมือนจะถูกสะเก็ดระเบิดฝังเต็มไปหมด ยังไงก็ภาวนาให้มันไม่พังระหว่างออกไปสู้อีกครั้ง เพราะมีแค่รีนูสเท่านั้นที่จะซ่อมได้ ซึ่งตอนนี้เธอยังไม่ได้สติเลย

‘ผู้พันอิเลเนีย ได้ยินแล้วตอบด้วยครับ’

ดูเหมือนจะมีการติดต่อมาหลังผ่านไปนานพอสมควร บางทีนั่นอาจเป็นข่าวดีสำหรับเรา หรืออาจเป็นข่าวร้ายสำหรับทุกคนก็ได้ ฉันรีบกระโดดกลับเข้าไปที่ตำแหน่งของวิทยุเพื่อตอบกลับคำเรียก ระหว่างนั้นก็คอยสังเกตอาการของสหายทั้งสองว่าจะยังพอไหวมั้ย

“ถ้ายังไงเธอจะหลับพักผ่อนซักหน่อยก็ได้นะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นฉันจะปลุกเธอเอง พักผ่อนให้สบายใจเถอะ เธอเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”

“ค…ค่ะ ขอบคุณค่ะคุณอิเลเนีย…”

ด้วยความที่เห็นใจกัน ฉันจึงให้เธอนอนพักพร้อมรีนูส ฉันเข้าไปหาเธอพร้อมลูบแก้มริรินเบาๆให้ผ่อนคลาย เธอตอบสนองฉันด้วยกันเอนตัวลงนอนไปที่พนักพิงของตำแหน่งGunner โดยมีรีนูสนอนหนุนตักเธออยู่ เมื่อเห็นดังนั้น ฉันจึงเข้าประจำตำแหน่งวิทยุเพื่อตอบกลับข้อความต่อไป

“อิเลเนียตอบกลับค่ะ”

‘พวกเราอยู่ประจำตำแหน่งที่ท่านบอกแล้ว เราตั้งแนวป้องกันพร้อมรับการโจมตีแล้วครับ’

“ค่ะ ขอให้อยู่ตรงนั้นและระมัดระวังรอบทิศ อย่าพยายามออกจากพื้นที่ พวกมันอยู่กระจายตัวกันอย่างเป็นรูปขบวน ถ้าเราเผลอหลุดออกมารับรองไม่รอดแน่ค่ะ”

‘รับทราบ จะระวังตัวครับ’

ทุกคนยังปลอดภัยดี แม้จะมีบางคนที่ไม่อาจกลับมารวมตัวกันได้ เวลาแบบนี้มันช่างกดดันเสียจริง ทำยังไงดีนะ ถึงจะพลิกสถานการณ์ให้เป็นฝ่ายชนะพวกมันได้

ผ่านไปเกือบ20นาทีที่เราพัก ฉันวางวิทยุลงกับโต๊ะแผนที่ขนาดเล็กใกล้คลังกระสุน76 จากนั้นก็ทิ้งตัวนั่งลงในตำแหน่งของพลขับด้วยความเหนื่อยล้า ฉันได้แต่นั่งปล่อยตัวแล้วมองขึ้นไปดูบนเพดานของรถที่เต็มไปด้วยคราบน้ำมันและดินปืน ในหัวมีแต่คิดเรื่องที่จะออกไปจากที่นี่ การนั่งแล้วปล่อยให้เวลาผ่านไปช้าๆมันก็ดีอยู่หรอก แต่ถ้าฉันสามารถทำอะไรได้ซักอย่าง ถ้าสามารถมองเห็นศัตรูได้ตลอดเวลาล่ะก็ มันจะเป็นไปได้ยังไงกันล่ะ…

“จริงสิ! ถ้าเราใช้เครื่องบินดูศัตรูให้ล่ะก็!!”

ความคิดนั้นมันแล่นเข้ามาในหัว เพียงแวบเดียวที่เห็นทางออก ถ้ามองไม่เห็นการเคลื่อนไหวของศัตรูจากบนพื้น ก็ให้นักบินช่วยรายงานตำแหน่งแทนซะก็สิ้นเรื่อง ดีล่ะ!

“การ์รีนา ตื่นเร็ว! เราต้องไปแล้ว”

“อ…เอ๋!…ศัตรูมาเหรอคะ…!”

“เปล่าหรอก แต่ฉันรู้วิธีที่จะจัดการพวกมันแล้วล่ะ ประจำตำแหน่งให้พร้อม เราจะเคลื่อนที่กันแล้ว!”

“ค…ค่ะคอมแมน…!”

ด้วยความตื่นเต้นที่ได้แผนดีๆ ทำให้ฉันรีบปลุกริรินที่กำลังหลับอย่างสบายใจให้ตื่นแล้วเข้าประจำตำแหน่ง ฉันสตาร์ทเครื่องจนเกิดเสียงดังกังวานไปทั้งซอย นั่นอาจเป็นการเรียกแขกให้เข้ามาโจมตี แต่ก็ไม่สนใจอยู่แล้ว ก็แค่รถถังเบาจะไปทำอะไรฉันไปล่ะ!

‘มันโผล่มาแล้ว โจมตีรถถังรัสเซียนั่นซะ!!’

“โอ้! ไม่เคยรู้ว่าพวกแกพูดภาษาอังกฤษได้ เวลาพวกแกร้องขอชีวิตจะได้ฟังออกยังไงล่ะ!!”

เสียงตามสายจากที่ไหนซักแห่งดังขึ้นเป็นภาษาอังกฤษ แม้ว่าฉันจะใช้ภาษารัสเซียเป็นภาษาหลัก แต่เพราะโลกทุกวันนี้เปลี่ยนไปมาก ทำให้ฉันต้องรู้ภาษาเพื่อให้ทันต่อโลกที่ไม่หยุดหมุนนี้

ทันทีที่เครื่องติดแล้วเกิดเสียงที่ดังสนั่น ฉันจึงเร่งเครื่องให้เดินหน้าเต็มตัวแล้วพุ่งทะลุซากตึกออกมา จากนั้นจึงวิ่งเข้าไปในซอยที่แคบพอให้รถของฉันเข้าไปได้เพียงคันเดียวเพื่อสร้างความสับสนให้กับรถถังของศัตรู

“นักบิน ตอบด้วยค่ะ”

‘จากกองบินที่3 เราเข้าใกล้ตำแหน่งสุดท้ายของคุณแล้ว ต้องการการสนับสนุนทางอากาศหรือไม่ครับ’

“เราต้องการให้พวกนายเป็นตาให้เรา คอยรายงานตำแหน่งศัตรูจากบนนั้นให้กับเราเท่าที่ทำได้ค่ะ!”

‘รับทราบ เราจะรายงานไปในทันที’

เป็นไปตามแผน ทีนี้มาดูกันว่าแผนนี้จะสำเร็จมั้ย แต่ไม่ว่ายังไงฉันว่ามันต้องสำเร็จแน่นอน

“เรียกทุกคน จากนี้ไปให้ปรับคลื่นวิทยุเป็นสัญญาณช่อง16 รับฟังรายงานตำแหน่งศัตรูจากทางอากาศแล้วจัดการพวกมันซะ!”

‘รับทราบครับ/ค่ะ!’

เท่านี้ทุกคนก็รู้ถึงตำแหน่งของศัตรูแล้ว มาดูกันดีกว่าว่ามันจะแน่ซักแค่ไหนกัน

เมื่อทุกอย่างไปได้สวย ฉันจึงเคลื่อนที่ออกมาจากซอยด้วยการวิ่งชนกำแพงให้ถล่มเพื่อวิ่งตัดเส้นทางที่เป็นถนน เพื่อให้ง่ายต่อการเปลี่ยนตำแหน่งที่รวดเร็ว แม้รถอาจได้รับเสียหายจากการชนกำแพงบ่อย แต่ถ้าขึ้นชื่อว่ารถถังแล้วมาพังเอาง่ายๆก็อย่าเรียกว่ารถถังเลย

‘รายงานตำแหน่งศัตรูครับ มันอยู่หลังกำแพงทาง4นาฬิกาของผู้พันอิเลเนีย และกำลังหันด้านขวาไปทางคุณครับ’

“รับทราบ ริริน เธอพร้อมยิงนะ!”

“ค่ะ…!”

ในที่สุดก็รู้ตำแหน่งของมัน ทาง4นาฬิกาและหันขวามาหา แสดงว่ารถมันกำลังวิ่งสวนทางไปกับฉันสินะ ดีล่ะ…

ฉันรีบหยุดรถแล้วหมุนไปยังทิศ4นาฬิกา จนกระทั่งปากกระบอกตรงเป้าหมายซึ่งดูเหมือนมันกำลังเคลื่อนที่สวนทางกับเราไปไม่นานนี้ โดยมันใช้ความสูงของรถที่ต่ำในการซ้อนตัวหลังกำแพงที่มันวิ่งผ่านเรา

“ริริน เห็นมันใช่มั้ย”

“ค่ะ…ยิงแล้วค่ะ!”

‘ตูมมม!!’

‘ฟิ้ววว บึ้มมม!!!’

เป้าหมายแรกจากรายงานของนักบินถูกกำจัดไป เมื่อเราลั่นไก ลูกกระสุน76ประเภทAPCBC (Armour-Piercing Capped Ballistic Cap) ที่มีอำนาจเจาะเกราะและระเบิดภายในเป้าหมายก็ถูกยิงออกไปกระทบกับด้านข้างของรถถังเบาที่รวดเร็วตรงหน้า ไม่นานรถเป้าหมายก็หยุดเคลื่อนที่แล้วเกิดไฟลุกจากตัวรถ จนไฟที่มีแรงดันจากการระเบิดลูกโซ่ภายในตัวรถก็ดันให้ป้อมปืนของมันลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าแล้วตกลงมาจมกองไฟของมันเอง เท่ากับว่า เป้าหมายถูกกำจัดทันที

“เยี่ยม! เล็งแม่นมากการ์รีนา”

“ค่ะ…!”

“ดีล่ะ ใครจะเป็นรายต่อไปกัน!!”

เมื่อรถถังศัตรูเสียไป1 พวกมันเองก็คงเริ่มที่จะวุ่นวายเพราะแผนการซุ่มโจมตีใช้ไม่ได้อีก บางทีถ้าสามารถก่อกวนมันให้แตกขบวนได้มากกว่านี้ พวกเราที่ตั้งรับรอในสวนกลางเมืองก็สามารถออกจากแนวป้องกันแล้วบุกโจมตีได้อย่างง่ายดายเช่นกัน

‘รายงานตำแหน่งศัตรู พวกมันเริ่มกระจายกำลังไปยังทางเหนือ ที่ที่พวกคุณกำลังตั้งรับอยู่ ระวังตัวด้วยนะครับ’

“รับทราบ เราจะเข้าช่วยเหลือทีมอื่นๆเดี๋ยวนี้ค่ะ!”

ท่าทางจะเป็นอย่างที่คิดไว้ พวกมันเริ่มสับสนจนหัวหน้าได้ออกคำสั่งให้บุกโจมตีทั้งที่ไม่มีอะไรจะสู้ แต่มันอาจเป็นกับดัก ซึ่งฉันก็ไม่อาจนิ่งนอนใจปล่อยมันทำอะไรพวกเราแน่ๆ เพราะงั้นเลยรีบเร่งเครื่องมุ่งหน้าเข้าสกัดกั้นไม่ให้มันไปโจมตีพวกเราเด็กขาด ไม่ว่ายังไง เราจะไม่เสียรถหรือคนของเราอีก

‘คุณอิเลเนีย มีปืนใหญ่ต่อต้านรถถังและกองกำลังขนาดเล็กที่ติดอาวุธหนักแพนเซอร์เชร็ก ระวังทางซ้ายของคุณด้วยครับ’

“รับทราบ เราจะจัดการมันเอง…ริริน ยิงใส่พวกมันได้เลย”

“โหลดใหม่…ยิงแล้วค่ะ!!”

‘ตูมมม!!’

‘อ๊ากกกกก!!’

ด้วยการมองเห็นที่รวดเร็วของการ์รีนาทำให้เธอสามารถโหลดกระสุนShellและยิงใส่เป้าหมายได้ทันเวลาก่อนที่เราจะถูกโจมตี Shell ที่ระเบิดเป็นวงกว้างทำให้บังเกอร์ของศัตรูที่อยู่ในมุมตึกเกิดระเบิดลูกโซ่จากคลังกระสุนของมันจนคนถูกแรงอัดกระเด็นไปคนละทิศละทาง แต่ฉันไม่มีเวลามาชมความสำเร็จนี้มากเพราะสหายของฉันกำลังโดนบุกโจมตี ถ้าไม่รีบล่ะก็โดนรุมจนสู้ไม่ไหวแน่

‘ระวังรถศัตรูครับ!’

“อ…อะไรนะ ทางไหน-”

‘ฟิ้ววววววว เป๊งงง!!’

“ค…คอมแมนคะ!…ไฟไหม้คลังกระสุนแล้วค่ะ…!!”

มาไม่ทันตั้งตัวจริงๆ ดูเหมือนจะโดนรถถังเบาเล่นเข้าอีกแล้ว คราวนี้มันยิงเข้ามาที่ด้านหน้าตรงๆ และวิธีกระสุนเบี่ยงไปทางด้านขวาของฉัน เท่ากับว่ากระสุนนั้นไม่ได้พุ่งมาโดนฉันเต็มๆ แต่กระสุนได้เปิดเกราะรถถังออกเป็นรูแล้วเหลือเศษสะเก็ดให้กระเด็นไปทั่วรถ ซึ่งมันดันกระเด็นไปโดนคลังกระสุน7.62 Machine gun จนเกิดไฟไหม้ ดีนะที่ไม่โดนคลังของ76 ไม่งั้นโดนย่างสดเหมือนเป้าหมายแรกของเราไปแล้ว

“ดับไฟก่อน เร็วเข้าล่ะ!”

“ด…ดับไฟแล้วค่ะ…!”

เพื่อไม่ให้ไฟที่ลุกไหม้ลามไปจนเกิดระเบิดภายในตัวรถจนเราตายกันหมด จึงจำเป็นต้องรีบดับไฟตั้งแต่แรกก่อนด้วยถังดับเพลิงประจำรถ แต่เพราะถังที่ใหญ่และหนัก จึงมีถังดับเพลิงติดมากับรถเพียง4ถังเท่านั้น เท่ากับว่าเราจะต้องระวังการเกิดไฟไหม้ให้มากที่สุด

“ตรงไหน…มันอยู่ตรงไหนการ์รีนา!”

“ข้างหน้าเรา…รถถังเบาที่เป็นคอมแมนฝ่ายศัตรูค่ะ…”

โอ้ แย่เลยนะแบบนี้ ไม่คิดเลยว่าพวกมันจะส่งคอมแมนมาปะทะกันเอง ศึกครั้งนี้ดูท่าจะยากซะแล้วสิ

ตัวรถฝ่ายศัตรูที่แม้จะมีรูปแบบเหมือนกับทุกๆคันที่เจอ แต่ด้วยการทำสีและสัญลักษณ์ที่โดดเด่น สื่อให้เห็นว่ารถคันนี้คือรถถังที่คอบบัญชาการรบอย่างแน่นอน เหมือนกับรถของฉันที่ทำสัญลักษณ์รูปหมีขาวในดาวแดงที่สื่อถึงความน่าเกรงขามของหมีขาวที่เป็นสัญลักษณ์ของรัสเซีย

“โหลดกระสุนใหม่ APCBC เล็งไปที่กลางตัวรถ เราจะไม่ปราณีแม้เป็นรถถังเบา”

“รับทราบ…โหลดใหม่ APCBC แล้วค่ะ…”

“รอคำสั่งยิงจากฉัน…”

ทั้งฉันและศัตรูยังคงจอดนิ่งมองกันและกันอย่างไม่ละสายตา ฉันไม่รู้หรอกว่ามันกำลังคิดอะไร แต่บรรยากาศแบบนี้มันรู้สึกราวกับการดวนปืนไวของหนังคาวบอยไม่มีผิด

“พร้อม…”

“ยิงเลย!!”

“ยิงแล้วค่ะ…!”

‘ตูม…!!!!!’

ทันทีที่ฉันเห็นสัญญาณจากรถศัตรูที่ปากกระบอกของมันขยับขึ้นลง1ครั้ง นั้นหมายถึงว่ามันเพิ่งจะโหลดกระสุนเสร็จพอดี เนื่องจากปืนใหญ่ของมันนั้นยาวกว่าป้อมปืน เวลาจะคัดปลอกกระสุนแล้วโหลดใหม่จึงต้องยกปืนขึ้นแล้วคัดปลอก จากนั้นจึงจะสามารถโหลดใหม่ได้ เท่ากับว่าเมื่อกี้มันเองก็พร้อมที่จะยิง ฉันเลยสั่งยิงทันที

‘เป๊งงง!!’

“อ…อะไรน่ะ กระสุนชนกันงั้นเหรอ!”

“สุดยอดเลย…ตั้งแต่ประจำการรถถังมา…ยังไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อนเลย…”

น่าสนุกดีนี่! คิดว่าการยิงเมื่อกี้จะจัดการมันได้ แต่กระสุนกลับชนกันกลางอากาศแล้วแตกออกเป็นสะเก็ดไฟ ถ้างั้นก็ถึงเวลาที่จะปะทะกันอย่างจริงจังแล้วสิ

“ไปล่ะนะเจ้าพวกPCT!!”

การดวนกันได้เริ่มขึ้น ฉันตะโกนเพื่อให้ริรินโหลดกระสุนใหม่ทันที และฉันก็เข้าเกียร์เพื่อวิ่งเข้าไปหามันตรงๆ การต่อสู้ประชิดด้วยรถถังครั้งนี้ ได้เริ่มขึ้นแล้ว!

ยังไม่มีการให้คะแนน
กรุณารอสักครู่...