ตอนที่แล้วตอนที่1 โมโลตอฟ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่3 Charge

ทุ่งสังหาร 122 กับลานดอก Poppy

ตอนที่2 กองกำลังใหม่เริ่มเดินทัพ


เมื่อสิ้นสุดการประชุม ฉันที่ดื่มเหล้าไปเยอะเลยเมาอย่างหนักจนแทบเดินไม่ตรง พอรู้ตัวอีกทีก็ได้นอนฟุบอยู่ที่โต๊ะทำงานในห้องของตัวเองเสียแล้ว ยังดีที่กลับมานอนตรงนี้ เกิดไปหลับอยู่บนถนนหรือที่ๆไม่สมควรก็อาจโดนลงโทษทางวินัยเอาได้

เมื่อค่อยๆได้สติจึงลุกขึ้นนั่งพิงเก้าอี้ซักพัก จากกนั้นจึงหันมองหาบุหรี่ที่น่าจะเหลืออยู่ในกระเป่า แต่เหมือนว่าตอนเมาฉันจะสูบไปหมดซะแล้ว สังเกตได้จากขี้บุหรี่และก้นบุหรี่ที่เต็มไปทั้งที่เขี่ย แบบนี้คงต้องรวบรวมสติเดินออกไปซื้อซะแล้วสิ

‘ซ่า…’

‘อิเลเนีย…ได้ยินแล้วตอบด้วย’

ระหว่างที่หวีผมเพื่อเตรียมเดินออกไปข้างนอก เสียงจากห้องวิทยุก็ดังขึ้นโดยเสียงนั้นกำลังเรียกชื่อของฉันอยู่ ทำให้ชั้นจำเป็นต้องรีบเดิมมาต่อวิทยุกลับไปก่อนจะโดนดุที่ตอบช้า

“อิเลเนียตอบกลับค่ะ”

‘…………เวลาแปดโมงเช้าจะมีประชุมการจัดแผนและกองกำลังรถถังร่วมกับทหารราบ ขอให้มาให้ตรงเวลาด้วยครับ’

“ทราบแล้วค่ะ จะไปใน10นาที”

เมื่อการสนทนาจบลง เสียงวิทยุก็ถูกตัดขาดไป ทั้งห้องกลับสู่ความเงียบอีกครั้งจนสามารถได้ยินเสียงการฝึกของทหารใหม่ข้างนอกได้อย่างชัดเจน

“ต้องรีบซะแล้วสิ…”

ฉันได้แต่พูดกับตัวเองพลางยอมทิ้งแผนไปซื้อบุหรี่เพิ่มเพื่อไปให้ทันประชุมแผนการรบเช้านี้ ก่อนที่จะมีเรื่องให้โดนทำโทษมากไปกว่านี้นั่นแหละ

ห้องประชุมยุทธการ 08:00Am.

ทั้งห้องกลับมาเรียบร้อยหลังจากที่เมื่อคืนเกิดความวุ่นวายจากชั้น แต่สายตาที่ถูกมองอย่างไม่ลดละของผู้บัญชาการที่อยู่ในเหตุการณ์เมื่อคืนนั่นแลดูนากลัวยังไงก็ไม่รู้ ราวกับจะฆ่ากันไม่มีผิดเลย ก็รู้ว่าตัวเองทำผิดไป แต่ก็ยอมรับแล้วไม่ใช่เหรอเรื่องแผนครั้งนี้น่ะ

“ทางหน่วยสื่อสารรายงานมาเมื่อเช้าว่ากองกำลังทางตะวันตกแตกสิ้นแล้ว ทีนี้เราต้องเร่งส่งทัพใหม่เข้าแนวหน้าให้เร็วกว่ากำหนดของเธอรวมถึงต้องวางแผนเข้าโจมตีใหม่ทั้งหมด ฮาสสึนะ คุณจะทำได้รึเปล่า”

“ค่ะ ฉันคิดไว้แล้วว่ายังไงกำลังทางตะวันตกต้องรับไม่ไหว แต่ว่าเราจำเป็นต้องใช้รถถังกลางที่พัฒนามาใหม่จำนวน12คันกับรถถังเบาสำหรับปิดล้อมอีก40คัน ถึงจะสามารถบุกยึดสะพานกลับคืนมาได้”

“40คันนั่นไม่ใช่น้อยเลยนะ แบบนี้เธอมีอะไรประกันว่าส่งไปแล้วจะไม่เสียเปล่าน่ะ”

เป็นคำถามที่บั่นทอนหัวใจฉันไม่น้อยเลย ที่คิดไว้แค่จะเอาจำนวนไปขู่เฉยๆ แต่กำลังหลักจริงๆของเรานั้นน่ะคือรถถังกลาง T-34 1942 ที่เพิ่งผลิตออกมาหมาดๆนี้ ด้วยความรวดเร็วและแข็งแกร่งของโครงสร้างลาดเอียงด้านหน้าตัวรถที่สามารถป้องกันกระสุนต่อต้านรถถังและกระสุน HECBC ได้ถึง100mm. นับว่าเป็นความได้เปรียบที่เหนือกว่าศัตรูหน้าไหนๆบนโลกนี้

“เอาเป็นว่าเรื่องรถถังผมจะยื่นให้ฝ่ายช่างจัดการ แล้ว เรื่องพลรถถังของคุณล่ะ จะจัดใครเข้าตำแหน่งรถของคุณกัน”

“เรื่องนี้ฉันจะจัดการเลือกด้วยตัวเอง แน่นอนว่าต้องเป็นนักเรียนของฉันแน่นอน และฉันก็จะเลือกที่ทำผลงานได้ดีแน่นอนค่ะ”

“ถ้างั้นเราจะมอบอำนาจการคัดเลือกทหารให้คุณ แต่ว่า เรามีข้อแม้หนึ่งอย่างเท่านั้น”

“ค่ะ ฉันพร้อมจะรับฟัง”

ข้อแม้งั้นเหรอ น่าขำ แทนที่จะให้เราจัดการงานกันเอง แต่กลับต้องมีส่วนได้ผลประโยชน์ พวกผู้ชายนี่คิดได้แต่เรื่องอำนาจชื่อเสียงหรือเงินทองเท่านั้นรึไงกันนะ

“เราจะบรรจุพลรถถังให้คุณ1คน Galina Lilin (การ์รีนา ริริน) เธอคนนี้จะมาเป็นพลปืนให้กับรถถังของคุณ”

“…เอ๋…น…นี่เธอ!”

“อ…ห๊ะ! เธอ…คนตอนนั้นนี่น่า!!”

สิ้นคำอธิบาย หญิงสาวร่างเล็กในชุดประจำหน่วยของฉันก็ปรากฏตัวขึ้นที่ประตู แต่ว่า ที่น่าตกใจนั้นคือ เธอคนนั้นคือพยาบาลสาวสวยที่มีแผลไฟไหม้ซีกซ้ายของร่างกาย หรือเธอคนนั้นก็คือคนที่ฉันตามหามาตลอดอย่างงั้นสินะ!

“ท่าทางจะรู้จักกันแล้วนี่ทั้งสองคน”

“ม…ไม่ใช่นะคะ/ไม่ใช่อย่างที่ท่านคิดหรอกค่ะ!”

เพื่อไม่ให้โดนเข้าใจว่ารู้จักกันฉันจึงรีบปัดว่าไม่รู้จัก แต่กลายเป็นว่าทั้งชั้นและพยาบาลคนนั้นกลับพูดออกมาพร้อมกันซะอย่างงั้น ทีนี้คงเถียงไม่ออกแล้วล่ะว่าไม่เคยรู้จักกัน

“จากประวัติแล้ว คุณโรซ่าเคยกระทำผิดกับคุณเจ้าหน้าที่พยาบาลคนนี้ เลยเป็นผลทำให้โร๙ถูกกักขัง3วันเป็นโทษทางวินัยครับท่าน”

“เป็นการพบกันที่ไม่ค่อยสวยงามซักเท่าไหร่เลยนะคุณพันเอก”

“ช…ช่างเถอะค่ะ แล้วตกลงว่าจะให้พยาบาลมาเป็นพลปืน ท่านคิดอะไรของท่านอยู่กันคะ”

โดนเผาซะไปต่อไม่ได้เลยซะอย่างงั้น แต่ว่าคำถามที่กวนใจชั้นมากตอนนี้คือพยาบาลจะมาเป็นพลปืนได้ยังไง ในเมื่อพยาบาลนั้นไม่น่าจะมีประสบการณ์รบในรถถัง…ไม่สิ เธอไม่น่าจะมีประสบการณ์รบใดๆเลยด้วยซ้ำไป แล้วแบบนี้จะให้มาเป็นตำแหน่งพลปืนได้ยังไงกัน

“แสดงว่าเธอจะไม่รู้อะไรเลยอย่างงั้นสินะ…ริริน ช่วยแนะนำตัวให้พันเองได้รู้จักอย่างเป็นทางการทีสิ”

“ค่ะท่าน…”

ว่าแล้วหญิงสาวที่สายตาเต็มไปด้วยความมืดมนก็เดินมาที่กลางห้องประชุม ฉันเองก็ถูกเลขาของนายพลพานั่งอย่างเรียบร้อยอีกครั้งหลังเถียงกับริรินเสร็จ จากนั้นเด็กสาวตรงหน้าก็เริ่มแนะนำตัว

“ดิชั้น อดีตคอมแมนประจำรถถัง T50ในภารกิจบุกทำลายปราการ PCT แนวรบตะวันตก ร้อยตรีหญิง การ์รินา ริริน ค่ะ”

“ช…ใช่เธอจริงๆด้วย คนที่อยู่ในสนามรบวันนั้น”

“บลาโว่ ทีนี้เธอก็คงรู้แล้วสินะว่าทำไมถึงเอาเธอมาเป็นพลปืนให้กันน่ะ”

“ค่ะ ฉันเองก็ขอยอมรับนความสามารถของเธอที่ได้เห็นกับตาตัวเองเมื่อหลายปีก่อน เพราะงั้นเงือนไขนี้ฉันจะรับไว้โดยไม่มีข้อแม้ค่ะ”

ในเมื่อทุกอย่างลงเอยแบบนี้ ฉันก็ไม่มีทางเรียกร้องอะไรได้ จึงต้องยอมรับสภาพไปเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา จริงอยู่ที่เธออาจโกรธเคืองฉันที่ไปทำไม่ดีกับเธอ แต่ก็ต้องไม่ลืมว่านี่คือสงคราม รบจริงตายจริง เธอเองก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าการกลับมาจากความตายครั้งนั้นน่ากลัวอย่างไร เพราะงั้นสิ่งเดียวที่ฉันหวังคือการที่เธอจะยอมทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว

“เรื่องแผนการเข้าปะทะและการส่งกำลังทหารเข้าสนามรบ ขอให้เธอเร่งสรุปและรายงานมาภายในบ่ายวันนี้ ส่วนเรื่องรถถังให้เราจัดการต่อเอง ทางสัมพันธมิตรของเราเองก็เริ่มนั่งไม่ติดแล้วที่ทราบข่าวการถูกโจมตีจนไม่เหลืออะไรน่ะ”

“ทราบค่ะ ฉันจะเร่งวางแผนและจัดหากำลังคนของตัวเองโดยเร็วที่สุด”

สิ้นสุดการประชุม เป็นว่าเช้านี้ใช้เวลาไม่มาก และยังไม่มีข้อสรุปถึงแผนการรบ ที่แน่ๆสิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือหาคนประจำรถถังของฉัน มีนักเรียนมากมายที่ทำคะแนนฝึกได้ดีเยี่ยม แต่จะเป็นคนไหนกันล่ะที่เหมาะสมกับฉันที่สุด งานยากซะแล้วสิแบบนี้ เอาล่ะ ลองกลับที่ห้องแล้วหารายงานการเรียนการสอนทั้งหมดที่เหลืออยู่ บางทีอาจเจอคนน่าสนใจก็ได้

ห้องพักพันเอกอิเลเนีย 11:00AM.

แสงไฟจากหลอดไส้สีเหลืองอ่อนกระทบแผ่นกระดาษมากมายในห้องเขียนรายงาน เครื่องพิมพ์ดีดที่นิ่งสงบตรงหน้าฉันบ่งบอกว่าในเวลานี้ยังไม่สามารถวางแผนใดๆได้ แม้แต่จะเขียนรายงานเสนอตัวนักเรียนให้มาเป็นพลประจำรถถัง T-34 ของฉันก็ยังไม่มี นี่ก็ใกล้เวลานัดส่งรายงานแล้ว แต่ทำไมนะ หัวสมองมันถึงไม่แล่นเหมือนวันอื่นๆเลย

“อืม…คอแห้งจัง”

สิ่งเดียวที่คิดได้ในหัวตอนนี้มีเพียงแค่นั้น บางทีอาจเพราะตั้งแต่เช้าไม่ได้อัดบุหรี่เลยถึงได้สมองตันแบบนี้สินะ ฉันอาจต้องออกไปเดินข้างนอกแล้วแวะซื้อบุหรี่มาดูดซักหน่อย

ฉันลุกขึ้นจากที่นักเก่าๆพร้อมเดินออกมาในเครื่องแบบครึ่งท่อนตรงไปยังร้านค้าสหกรณ์ที่ใกล้ที่สุด และ ใกล้กับสนามฝึกขับรถถังซะด้วย ถ้าซื้อมาแล้วลองแวะไปดูเด็กๆของฉัน อาจได้คนดีๆซักคนติดมาด้วยก็ได้

“สวัสดีครับพันเอก!”

“อือ สวัสดีครูฝึก วันนี้ไม่มีตารางฝึกรึไงถึงได้มานั่งเล่นกันแบบนี้น่ะ”

“วันนี้ต้องรับแขกผู้ใหญ่มาฟังประชุมแต่เช้า เลยไม่ได้ให้เด็กออกมาเพ่นพ่านครับ เด็กพวกนี้ยิ่งซนกันอยู่ซะด้วย เดี๋ยวโดยลงโทษเอา”

“อย่างงั้นเหรอ ต้องลำบากทั้งวันเลยสินะ แค่เรื่องแผนรบต้องมากันขนาดนี้ ฉันว่าคงไม่ใช่เรื่องล้อเล่นแล้วล่ะ ที่ว่ากองทัพเยรอมันที่แข็งแกร่งถูกโจมตีจนไม่เหลืออะไรกลับมาน่ะ”

“อังกฤษกับสหรัฐเองก็เหมือนจะไม่พอใจที่เราเอาแต่นิ่งเฉยแบบนี้นะครับ เพราะนอกจากเยอรมันจะถูกโจมตี ในนั้นก็ยังมีคนของทั้งสองประเทศอยู่ซะด้วย แบบนี้ถ้าเรายังไม่ทำอะไรคงโดนตัดหางปล่อยวัดในไม่ช้าแน่นอน”

นายทหารครูฝึกที่ฉันรู้จักกำลังนั่งเล่นใต้ต้นไม้ใหญ่ใกล้กับลานฝึก ฉันที่เข้าไปคุยเมื่อกี้ดูเหมือนจะได้ข้อมูลดีๆกลับมาซะด้วยสิ แต่ว่าเป้าหมายของฉันไม่ใช่การมาพูดคุย แต่เป็นการมาหาบุหรี่ และ มองหาเด็กคนที่จะมาเป็นพลขับและพลปืนกล…จริงสิ ทำไมฉันไม่คิดแบบนี้ตั้งแต่แรกกัน

แทนที่จะมองหาคนที่มีความสามารถสูงทุกด้าน แต่เพื่อให้ง่ายขึ้น หาคนที่มีความสามารถเฉพาะด้านไปเลยน่าจะลดตัวเลือกได้มากเลย ดีล่ะ แบบนี้ก็ย่นเวลาทำงานลงได้เยอะ ต่อไป ให้ครูฝึกช่วยคัดคนให้เลยดีกว่า

“นี่ ฉันมีเรื่องอะไรให้ช่วยหน่อยน่ะ”

“เรื่องอะไรเราก็จะช่วยเต็มที่แน่ครับท่าน”

เท่านี้ก็เรียบร้อย ฉันอธิบายถึงความต้องการพลประจำรถถังที่ต้องการ ทั้งสองเองก็ดูเหมือนจะเข้าใจเป็นอย่างดี สังเกตได้จากทั้งสองที่รีบกลับเข้าไปที่ศูนย์ฝึกแทบจะทันทีที่ฉันร้องขอ เห็นอย่างนั้นแล้วฉันก็อดอมยิ้มนิดๆไม่ได้ เอาล่ะ ทีนี้ก็ไปซื้อบุหรี่แล้วรีบกลับไปวางแผนต่อดีกว่า

ร้านค้าสหกรณ์ 11:32AM.

‘กริ๊งๆ…’

“เชิญคร้าบ…”

เสียงกระดิ่งจากประตูหน้าร้านพร้อมเจ้าของต้อนรับฉันด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย ยังเหลือเวลาอีกนิดหน่อยสำหรับซื้อของ แต่ระหว่างเดินมาที่ร้านกลับรู้สึกเงียบเหงาอย่างบอกไม่ถูก ในร้านเองที่จะต้องมีแต่ผู้คนคึกคัก แต่วันนี้กลับเงียบไร้ผู้คนใดๆนอกจากคนขายของที่นั่งเอาขาพาดเคาน์เตอร์จ่ายเงินอย่างไม่เกรงกลัวโทษใดๆ สำหรับฉันไม่ว่าอะไรหรอก แต่ถ้าระดับนายพลมาถึงล่ะก็เขาคงโดนโทษหนักเอาเรื่องแน่ๆ

“วันนี้จะมาเอาอะไรไปล่ะ บุหรี่ วอดก้า หรือจะลองเปลี่ยนแนวเป็นชาอังกฤษไม่ก็ชาเขียวแบบญี่ปุ่นดีล่ะท่าน”

“หึ ถ้าจะให้มานั่งชงชาแล้วจิบให้เสียเวลา ยอมดื่มโคล่าจากอเมริกายังจะประหยัดเวลาและอร่อยกว่าเยอะ ว่าแต่วันนี้เงียบจังนะ คนไปต้อนรับนายพลกันหมดเลยรึไง”

“เอ่ออย่างที่เธอบอกนั่นแหละ วันนี้พวกนายทหารโดนเรียกกันจนหัวหมุนไปหมด ตอนนี้เองก็ต้องไปรอกินข้าวกันอีก แล้วเหมือนว่าบ่ายนี้จะมีประชุมอีกซะด้วย ให้ตายเถอะ จะไม่ให้พักกันเลยรึไง”

“เอาเถอะ วันนี้ฉันก็ต้องรีบปั่นแผนการรบให้เสร็จภายในบ่ายนี้เหมือนกัน เอาเป็นว่าฉันขอบุหรี่ซัก2กล่อง แล้วเย็นๆถ้าว่าจะมาเหมาวอดก้าไปฉลองก่อนออกรบนะ”

เป็นอย่างที่คิด เพราะวันนี้มีคนใหญ่คนโตมา พวกเราก็ต้องทำตัวให้ดีในสายตาผู้ใหญ่ เอาหน้าไว้ก่อนจะได้ไม่มีปัญหา เป็นแบบนี้ทุกครั้งจนน่าเบื่อเสียจริงๆ เมื่อไหร่จะจบสงครามนี้ซักทีนะ จะได้พักยาวๆไม่ต้องมาทำสงครามกันอีก

‘กริ๊งๆ…’

ระหว่างที่ฉันคิดในใจไปพลางๆ เสียงกระดิ่งจากประตูร้านก็ดังขึ้นอีกครั้งจนทำให้ฉันหยุดคิดทุกอย่างแล้วหันไปมองคนที่เดินเข้ามา

“สวัสดีค่ะพี่ชาย!”

“นึกว่าใคร เธอเองเหรอยัยหนู แอบมาร้านค้าเวลาแบบนี้มันเสี่ยงมากเลยนะรู้รึเปล่า”

“ใครจะไปสนกันล่ะพี่ ก็หนูหิวและคอแห้งมาก ให้เอาแต่อยู่ในห้องพักร้อนๆทั้งวันไม่ไหวหรอกนะ”

“หืม…เธอคนนี้ เป็นนักเรียนฝึกสินะ”

“ค่า หนูอยู่ชั้นปีที่2 คุณคงเป็นพันเอกอิเลเนียใช่มั้ยล่ะคะ ยินดีที่ได้รู้จัก!”

เด็กสาวท่าทางร่าเริงเดินเข้ามาที่เคาน์เตอร์และยื่นอยู่ข้างหลังฉัน ด้วยความสนใจฉันจึงหันหลับไปคุยกับเธออย่างจริงจัง

“ใจกล้าไม่เบาเลยนี่ที่มาคุยกับฉันแบบกันเองแบบนี้น่ะ ชื่ออะไรล่ะหนู”

“สิบโท Lenusy J (ลีนูส เจ) เข้าฝึกในหลักสูตรพลขับรถถังเบาค่ะ!”

“ใช้ได้นี่หนูเจ แต่คงรู้สินะว่าการออกมาข้างนอกแบบนี้มันผิดกฏน่ะค่ะ”

“อ…เอ๋…แต่ว่าหนู…”

เรียบร้อย สุดท้ายแล้วเด็กก็คือเด็ก แต่ไม่คิดว่าที่ครูฝึกบอกว่าซนนี่จะเป็นเรื่องจริงซะงั้น เอาเถอะ ตอนนี้ไม่มีเวลามาก จะให้มาลงโทษก็ไม่ใช่เรื่อง ต้องรีบกลับไปเขียนรายงานแผนการรบแล้ว

ฉันรีบจ่ายเงินโดยจงใจให้เกินไม่รับทอนเพื่อตอนเย็นจะมาจ่ายค่าเหล้าเพิ่ม จากนั้นก็รีบเดินออกจากร้านในทันที

“งั้นฉันไปก่อนนะ ฝากดูแลเด็กคนนี้อย่าให้โดนจับได้ก็แล้วกัน”

“อ๊ะ! หนูไปด้วยยยย”

“ห…หา! จะตามฉันมาทำไมเนี่ย!”

แทนที่จะกลัวโทษทางวินัย แต่กลับคิดจะตามฉันมาอย่างไม่ลดละ ไม่ว่าฉันจะวิ่งหนีเธอด้วยความเร็วแค่ไหน เด็กคนนี้ก็ยังคงวิ่งตามเรื่อยๆจนสุดท้ายฉันก็วิ่งมาถึงห้องพัก ทีนี้ลองดูซิว่าจะยังตามเข้ามาอยู่มั้ย

“จะหนีทำไมคะเนี่ยยย”

“หึ ใครว่าหนีล่ะ ฉันมีทุระต้องทำ ไม่ได้ว่างมาวิ่งตามคนอื่นอย่างเธอนะย๊ะ”

“ก็หนูยังอยากคุยกับครูอีกนี่น่า ครูน่ะเท่สุดๆไปเลย น่าเข้าถึงยิ่งนักค่า”

“น…นี่เธอพูดอะไรออกมาน่ะ-”

ขณะที่เรากำลังเถียงกันเสียงดังจนนายทหารบางคนที่อยู่แถวนั้นเริ่มหันมามองเรา ฉันก็แอบสังเกตเห็นว่านายพลเมื่อเช้ากำลังกำลังเดินตรวจความเรียบร้อยภายในสนามฝึกรถถัง เวรแล้วไง ถ้าโดนเห็นว่ามัวไร้สาระกันแบบนี้คงโดนหลายกระทงแน่ จะเอาไงกับเด็กคนนี้ดีเนี่ย!

“ชิ ก็ได้ ถ้าอยากรู้เรื่องของฉันนักก็รีบๆเข้ามาในบ้านพักของฉันให้ไวเลย”

“เย่! ขอบคุณนะคะครูโรซ่า”

จริงเลยนะยัยเด็กดื่อคนนี้ ถ้าผ่านวันนี้ไปได้ล่ะก็เธอต้องโดนฉันเล่นซักหน่อยแล้ว เอาเป็นว่าตอนนี้ฉันก็ต้องรีบหลบหน้าหลบตานายพลนั่นเหมือนกัน เขาจะได้เห็นว่าฉันตั้งใจทำงานขนาดไหน เรียกง่ายๆว่าสร้างภาพนั่นแหละนะ

เมื่อเห็นว่าลีนูสเดินเข้าไปแล้วฉันจึงไม่รอช้าที่จะรีบตามเข้าไปพร้อมปิดล็อกประตูอย่างมิดชิด ปิดหน้าต่างให้เหมือนไม่มีใครอยู่ หน้าต่างบานไหนที่ปิดไม่ได้ก็ใช้การปิดผ้าม่านแทนจนห้องทั้งห้องแทบจะมืดสนิดเลยทีเดียว

“สุดยอดเลย ภายนอกดูเรียบร้อยเคร่งครัด แต่ในบ้านนี่กลับเน่ายิ่งกว่าห้องผู้ชายซะอีกนะเนี่ย”

“ฉันจะถือว่านั่นเป็นคำชมก็แล้วกัน ฉันน่ะ ไม่ใช่พวกสะอาดเรียบร้อยสมกับเป็นเพศแม่หรอกนะ ว่าแต่เธอหิวหรืออยากดื่มอะไรมั้ย ในครัวน่าจะมีอะไรให้กินอยู่บ้าง เชิญตามสบาย”

“อื้อ รบกวนด้วยนะคะ!”

ที่ให้เธอไปหาอะไรกินก็เพื่อให้เธออยู่เงียบๆขณะที่ฉันไปนั่งเขียนรายงานและเขียนแผนที่วางกำลังรบของฉัน ที่จริงในใจเองก็แอบเคืองที่เธอพูดอย่างงั้น แต่ก็นะ มันคือความจริงอยู่แล้ว ฉันก็ต้องยอมรับไปตามสภาพนั่นแหละ

ลีนูสเดินเข้าไปในครัวอย่างร่าเริง เมื่อเห็นดังนั้นฉันก็เข้าประจำตำแหน่งที่เครื่องพิมพ์ดีด แล้วลงมือบรรเลงพิมพ์ด้วยความรวดเร็วพร้อมเสียงการเด้งของตัวพิมพ์และการขึ้นหน้าใหม่อย่างรวดเร็วราวกับยิงปืนกลไม่มีผิด

“โห…พิมพ์เร็วเอาเรื่องเลยนะคะครู”

‘แกร๊กๆๆๆๆๆ ติ๊ง!’

“กินอะไรแล้วเหรอหนูเจ ถ้าจะมาอยู่กับฉันก็อย่าส่งเสียงดังล่ะ ฉันกำลังทำงานอยู่”

ท่ามกลางเสียงเครื่องพิมพ์ดีดและเสียงการเด้งบรรทัดใหม่ ลีนูสก็เดินเข้ามาพร้อมกำลังกินขนมปังแผ่นสุดท้ายของฉัน โดยเธอมานั่งอยู่ด้านหน้าฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เพราะหน้ากระดาษและเครื่องพิมพ์นั้นบังมุมมองด้านหน้าของฉันหมดเลยแอบสะดุ้งนิดหน่อยที่เธอมาโดยไม่เคาะประตู

ฉันยังคงตั้งหน้าตั้งตาพิมพ์ต่อไปตามสิ่งที่คิดได้ในหัวพลางดูดบุหรี่ไปด้วย ลีนูสเองก็เริ่มเดินดูข้าวของในห้องนี้อย่างสดใส เดินไปดูโมเดลรถถัง T50 ,T26 ,Pz.IV ,M4A3-105-HVSS ,Hako commander รวมถึงเหรียญตราต่างๆที่ถูกใส่ไว้ในกรอบรูปอย่างเรียบร้อยงดงาม รูปภาพสมัยเด็กและตอนเข้าประจำการใหม่ๆ ทุกอย่างในห้องนี้ถูกสายตาอยากรู้อยากเห็นของเธอสอดส่องทั้งหมด มันก็ดูน่ารักดีที่เด็กจะสนใจเรื่องราวบางอย่างโดยตั้งใจ แต่หวังว่าเธอจะไม่เผลอหยิบจับจนของเสียหายล่ะนะ

“วางแผนรบเข้าโจมตี ช่วยเหลือพันธมิตร และ ยึกสะพาน…แสดงว่านี่ไม่ใช่ข่าวลือจริงๆสินะคะ”

“อือ เรื่องที่พวกครูฝึกคุยกันน่ะคือเรื่องจริง และเรื่องที่ฉันเมายิงปืนในห้องประชุมนั้นก็เหมือนกัน ฉันยอมรับว่าตอนนั้นทำเพราะโมโห แต่ก็ยังดีที่ระงับความวุ่นวายในห้องประชุมได้ ถึงจะมีแววโดนโทษทางวินัย แต่เพราะแผนนี้เข้าหูนายพลเลยเป็นยกยอดไป แต่ต้องทำภาระกิจนี้ให้สำเร็จถึงจะละเว้นที่ทำแบบนั้นลงไป”

“ครูจะบอกว่า ทั้งหมดที่ทุ่มแทไปนี่ทำเพื่อตัวเองให้พ้นโทษอย่างงั้นเหรอคะ”

“อ…เอ่อ…”

ไม่รู้เพราะอะไรแต่คำพูดของลีนูสถึงได้ทำให้ฉันชะงักราวกับกระแทกใจดำของฉันจนจุกไปหมด จากที่พิมพ์รายงานอย่างรวดเร็วก็ต้องหยุดมือ อะไรกันนะความรู้สึกนี้ ช่างน่าอึดอัดเสียจริง

แต่ว่า ที่เธอพูดมาก็ถูก เพราะตอนนี้ฉันคิดเพียงจะให้ตัวเองรอด แต่กลับลืมไปว่าแผนการรบนั้นทำไปเพื่อประเทศชาติ เพื่อให้ PCT ศัตรูของมวลมนุษยชาติหมดสิ้นไปแล้วนำความสงบสุขกลับมา เพราะแบบนั้น…ใช่แล้ว เพราะแบบนั้นฉันถึงคิดแผนไม่ออกเสียที ถ้าเปลี่ยนจากทำเพื่อตัวเองเป็นทำเพื่อแผ่นดินแม่ของฉันล่ะก็….

“ขอบใจมากนะลีนูส”

“เอ๋…เรื่องอะไรกันนะ”

“เปล่าหรอก เอาเป็นว่า เธออยากมีส่วนร่วมในการต่อสู้ครั้งนี้มั้ยล่ะ”

“แผนของครูสินะคะ อย่าลืมสิว่าหนูมาฝึกที่นี่เพื่อมารบ ไม่ใช่มาใส่เครื่องแบบเท่ๆ เพราะงั้นถ้าครูจะให้หนูเข้าร่วม หนูพร้อมลงสนามรบเคียงข้างครูแน่นอนค่ะ”

“เข้าใจล่ะ งั้นบ่ายนี้ไปร่วมประชุมกับฉันด้วยล่ะ แต่งตัวให้เรียบร้อย มีหวีกับกระจกอยู่ที่ห้องวิทยุ ไปจัดการตัวเองให้เรียบร้อยล่ะ”

“รับทราบค่ะ!”

เท่านี้ก็จบไปอีกงาน ฉันได้ตำแหน่งพลขับหรือ Driver สำหรับรถถังของฉันแล้ว ทีนี้ก็ เหลือแค่ทำแผนเสร็จให้ทันเวลา แผนที่ทางทหารที่ก้าวหน้าเองก็อยู่กับฉันแล้ว แบบนี้ไม่กี่นาทีก็เสร็จแน่นอน

ลีนูสมีสายตาเป็นประกาย เธอคงดีใจมากที่จะได้ร่วมรบกับฉัน ดูได้จากการที่เธอรีบออกจากห้องไปจัดการตัวเองอย่างรีบร้อน ฉันเองก็เร่งอ่านแผนที่ เขียนเข็มและพิมพ์ดีดอย่างรวดเร็วอีกครั้ง เสียงบรรเลงของเครื่องพิมพ์กลับมาสู่ห้องของฉันอีกครั้ง

ห้องรับรองพิเศษ 02:00PM.

“รู้สึกว่าคุณจะช้าไปเยอะเลยนะ ของขาดแล้วงานไม่เดินเลยรึไง”

“ต้องขออภัยอย่างสูงค่ะท่าน แต่เนื่องจากพลขับของฉันตื่นเต้นเกินไปจนทำอะไรไม่ถูก ฉันเลยเสียเวลาเล็กน้อยกับการช่วยเตรียมเธอให้พร้อมมาพบทุกท่านในวันนี้ค่ะ”

“ช่างเถอะๆ เสียเวลามากแล้ว เริ่มอธิบายแผนของคุณได้เลย พันเอกฮาสสึนะ”

ห้องที่ร้อนอบอ้าว ทุกสายตาจับจ้องราวกับจะฆ่าแกงกัน ทางเด็กพลขับลีนูสเองก็เอาแต่หลบอยู่ด้านหลังฉันตลอดเวลา ไม่ร่าเริงเหมือนตอนอยู่ร้านค้าเลยนะเด็กดื้อคนนี้ ดีล่ะ ต่อจากนี้ก็จะได้เริ่มงานอยางจริงจังซักที

ฉันแจกกระดาษรายงานที่เขียนสรุปแผนให้ทุกคน แล้วเปิดแผนที่ๆถูกเขียนเข็มทิศทางอย่างยุ่งเหยิง ปิดไปในห้องและเริ่มฉายอักษรให้ทุกคนได้รับฟัง

“อย่างที่เราทราบกันว่ากองกำลังพันธมิตรของเราถูกโจมตีจนไม่สามารถระบุการมีอยู่ได้เนื่องจากขาดการติดต่อไปเกิน1สัปดาห์ ทำให้เราต้องเปลี่ยนแผนใหม่ทั้งหมด แต่ยังคงรูปแบบกำลังรบ3ทีมเช่นเดิม ซึ่งเมื่อดูจากเส้นทางที่พวก PCT บุกโจมตีแล้ว พวกมันใช้เส้นทางที่เป็นที่โล่ง ต้นไม้น้อย และกำบังแทบไม่มี นั่นทำให้สรุปข้อได้เปรียบของศัตรูได้ คือศัตรูเน้นการโจมตีที่เชื่องช้า รถถังของศัตรูจะต้องแข็งแกร่งมากพอที่จะอยู่นิ่งแล้วไม่ถูกทำลายเลย”

“หมายความว่ารถถังและกำลังรบของพวกมันมีความแข็งแกร่งจนสามารถ ต้านทานปืนใหญ่ต่อต้านรถถังและ Pz.IV ได้อย่างงั้นสินะ”

“ค่ะ และนั่นคือจุดอ่อนของพวกมันเช่นกัน อย่างที่เราทราบกันดีว่าเราเป็นเจ้าของภูมิประเทศแถบนี้ทั้งหมด ฉันจึงเสนอให้เข้าโจมตีเป็น3ทิศ  หน่วยที่หนึ่งจะเป็นกำลังทหารราบเข้าก่อกวนศัตรูจากเนินดินที่เคยถูกโจมตี หน่วยที่สองจะเข้าตีด้านข้างศัตรูในขณะที่ถูกก่อกวน เพราะจากการคาดการของฉัน รถถังของพวกมันมีจุดอ่อนที่เกราะด้านข้าง เพื่อลดน้ำหนักของตัวรถให้สามารถขับเคลื่อนได้ คล้ายการออกแบบของรถถัง TigerH ค่ะ”

รูปแบบการวางแนวเกราะรถถังของพวกมันนั้นตายตัวแน่นอนมานานหลายปี ทั้งจากเรื่องเล่ามากมายที่ถูกเล่าต่อกันมาจากผู้ที่รอดกลับมา หากมันคิดจะโจมตีจากที่โล่ง ก็มีทางเดียวที่จะเป็นไปได้คือสร้างเกราะรถถังตัวเองให้แข็งแกร่งที่ส่วนหน้าของรถยังไงล่ะ

“แล้วหน่วยที่สามล่ะ จะให้ไปประจำตำแหน่งที่ไหน หรือว่าจะให้ไปยึดสะพานเหมือนเดิม”

“ในหน่วยสุดท้ายคือกองกำลังลอบโจมตีเพื่อกวาดต้อนทหารราบที่ยิงปืนใหญ่สู่แนวหน้า เนื่องจากถ้าเราเข้าปะทะแล้วทหารปืนใหญ่ของพวกมันจะต้องยิงสนับสนุนให้แนวหน้า หน่วยที่สามนั้นจะเข้าทำลายปืนใหญ่และกำลังทหารทั้งหมดที่แนวหลัง จากนั้นจึงเข้าตีศัตรูที่กำลังปะทะกับหน่วยที่1และ2จากด้านหลัง เมื่อภารกิจทั้งหมดเสร็จสิ้น เราจะรวมกำลังทั้งสามเข้าปูพรมเพื่อยึดสะพานค่ะ”

“แต่การจะทำแบบนั้นเราต้องใช้กำลังที่มากกว่าครั้งก่อนถึง3เท่า เป็นไปได้มั้ยว่าเราอาจถูกตีกลับมาเหมือนเดิม”

เอาแล้ว ดันลืมคิดว่าถ้ากำลังรบของเราแพ้หรือไม่เป็นไปตามแผนล่ะก็ควรจะทำยังไง หากว่าไม่มีแผนรองรับ ฉันก็ต้องกลับไปวางแผนและรายงานใหม่ ไม่แน่อาจโดนยกเลิกแล้วถูกโทษทางวินัยเล่นงานต่ออีกแน่ๆ เอาไงดีล่ะ คิดสดตอนนี้จะทันมั้ยเนี่ย

“หากผิดแผนแล้วล่ะก็ เราจะเปลี่ยนรูปแบบการโจมตี โดยใช้การโจมตีแบบ Ura Charge ค่ะ”

“โอ…น่าตกใจเหมือนกันนะที่เด็กอย่างเธอจะรู้ถึงการทำสงครามแบบโซเวียตในอดีตด้วยน่ะ”

“ค่ะ ดิชั้นเคยศึกษาและใช้ในการวางแผนฝึกทีมของชั้น และแน่นอนว่าเราตอนนี้ก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะยังเป็นสหภาพโซเวียต หรือ ประเทศรัสเซียกันแน่ เพราะงั้นดิชั้นคิดว่าเรายังสามารถใช้การโจมตีแบบดั้งเดิมของเราได้ และจากที่เราทราบกันว่าเรามิเคยแพ้สงครามใดๆ ไม่เคยแม้แต่ครั้งเดียว แผ่นดินแม่ของเรานั้นยังคงยิ่งใหญ่จนวันนี้เพราะเราสหภาพโซเวียตนั่นเองค่ะ”

ช่างน่าประทับใจ ฉันมองคนไม่ผิดจริงๆที่เลือกให้เด็กคนนี้เข้ามาประจำการกับฉันเลือดนักรบและความรักชาติของเธอนั้นหาที่สุดไม่ได้จริงๆ

ท่ามกลางความกดดัน เมื่อเด็กคนนี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถของเธอ ผู้คนทั้งห้องก็เปลี่ยนไป สายตาที่จ้องจับผิดกลับเป็นความยินดี เริ่มมีรอยยิ้มแห่งความหวังปรากฏให้เห็นจากทุกๆคน รวมไปถึงท่านนายพลของเราด้วย นับว่านี่เป็นข่าวดีที่สุดเท่าที่เคยพบเลย

“เข้าใจแล้ว ถ้างั้น เราจะเริ่มปฏิบัติการโมโลตอฟที่สองนี่ได้เร็วที่สุดเมื่อไหร่”

“คาดจากการจัดเตรียมกำลังพลและรถถังแล้ว ไม่เกิน2วันครับท่าน”

“ถ้างั้นขอฝากภารกิจนี้ให้กองพันรถถังของคุณจัดการได้เต็มที่เลยก็แล้วกัน ผมจะรอฟังข่าวดีถึงชัยชนะในครั้งนี้ แล้วเรามาฉลองกันให้เต็มที่ไปเลย”

“แย่เลยนะคะ ไว้เสร็จงานฉันจะไปร่วมงานของท่านแน่นอนค่ะ”

ไม่ไหวเลยนะท่าน พอจะจริงจังก็น่ากลัว พอจะใจดีก็ดันป๋าขนาดนี้ ถ้าได้เป็นสามีคงปวดหัวไม่ใช่น้อย แต่เอาเถอะ เวลาแบบนี้ฉันไม่สนใจงานฉลองหรอก สนแต่จะได้ไปล้างยิงแค้นพวกมันให้กระจุยเท่านั้น

การประชุมสิ้นสุดลง ทุกคนเก็บข้าวของอย่างรีบร้อนก่อนจะเดินตามหลังนายพลไปราวกับเป็นเจ้านาย…ก็เป็นเจ้านายนั่นแหละ และแล้ววันนี้ก็จบลง เหลือก็แต่เพียงวันที่จะเคลื่อนพลเท่านั้น

“เหนื่อยหน่อยนะคะครูโรซา”

“อา…นั่นสินะ เธอเองก็ช่วยฉันไว้ครั้งนึงแล้วซะด้วย แย่เลยนะฉันเนี่ย”

“ไม่หรอกค่ะ คนมันก็ต้องมีพลาดกันได้บ้างแหละค่ะ หนูก็เคยพลาดตอนฝึกนะคะ”

“นั่นสินะ ดีล่ะ ไหนๆเราก็เป็นทีมเดียวกันแล้ว คืนนี่สนใจมาค้างที่บ้านพักของฉันมั้ย ฉันจะได้ซื้อของมาเตรียมไว้”

“เป็นพระคุณอย่างยิ่งเลยค่า!”

จริงเลยเด็กคนนี้ แต่ก็นะ เด็กก็คือเด็ก จะว่าไปก็ดูน่ารักเกินกว่าจะมาเสี่ยงตายแบบนี้ด้วยซ้ำ คิดอะไรของเธออยู่กันนะ แต่ มันคงเป็นความชอบล่ะมั้ง พูดแล้วมันเหมือนกระทบตัวเองยังไงก็ไม่รู้

“ส่วนเธอที่แอบฟังเราอยู่ตรงนั้นน่ะ ถ้าจะมาด้วยก็รีบๆมา อย่าเอาแต่แอบเลยการ์รินา”

“แหะ! ด…โดนจับได้ยังไงกันเนี่ย…”

“คิดว่าฉันเป็นใครถึงจะไม่รู้ว่าใครสอดแนมอยู่น่ะ เอ้า! ถ้าช้าจะไม่รอแล้วนะคุณผู้หญิง”

“ด…เดี๋ยว…ชั้นไปด้วยค่ะ!!”

ว่าแล้วว่าต้องแอบฟังอยู่ สังหรณ์ใจมาตั้งแต่แรกแล้วว่าทำไมเธอไม่เข้าประชุม เธอคงกำลังดูการทำตัวของฉันเพื่อให้เข้ากับทีมได้ ช่างน่ารักเสียจริงเลยนะเธอเนี่ย แต่…

เมื่อเทียบกับตอนนั้น เธอดูเก็บตัวเอามากๆ แบบนี้เธอจะไหวมั้ยนะ เป็นห่วงอยู่แต่ก็พูดไม่ได้เพราะจะกระทบกับความมั่นใจของเธอ คงต้องดูไปซักระยะ แลกกันที่เธอแอบดูฉันมาทั้งวันนั่นแหละนะ

ฉันและรีนูสเดินออกจากห้องประชุมไป โดยรีนูสนั้นช่วยถือเอกสารและแผนที่ตามหลังมาติดๆ ส่วนทางริรินเองก็ค่อยๆเดินตามหลังมาอย่างระมัดระวังราวกับลูกแมวที่กลัวเสียงฟ้าร้อง ทุกอย่างเป็นไปอย่างเรียบร้อยและผ่อนคลายหลังจากอยู่ในห้องประชุมมาอย่างยาวนาน ที่เหลือก็แค่เตรียมกายเตรียมใจ เตรียมทุกอย่างให้พร้อมสำหรับทำศึกครั้งใหม่ที่จะถึงในเร็ววันนี้เท่านั้น หวังว่าศึกครั้งนี้เราจะชนะเพื่อแผ่นดินแม่ได้ซักครั้งก็ยังดี

ลานสวนสนามกองพันรถถังกลางที่32 07/11/1942  05:00AM.

สิ้นสุดการรอคอย วันที่จะเริ่มสงครามได้มาถึง พวกเราถูกปลุกตั้งแต่ตี3เพื่อเตรียมความพร้อมครั้งสุดท้ายก่อนเดินทางสู่สนามรบ ทั้งทีมของฉันทั้ง12คนตอนนี้จัดรูปขบวนอย่างเรียบร้อยงดงาม ทหารราบเองก็เดินเท้าพร้อมเข้ามาที่ลานสวนสนาม ทุกคนแลดูพร้อมแล้วที่จะทำศึกในครั้งนี้

“เสียงเครื่องยนต์ฟังดูดีมาก ถังดับเพลิงกับชุดซ่อมบำรุงฉุกเฉินและตีนตะขาบ พร้อมจะวิ่งข้ามเขาข้ามทะเลแล้วค่ะ”

“ป้อมปืนและปืนใหญ่ใช้การได้ตามปกติ ข้อป้อมหมุนได้ไม่ติดขัด กระสุน APCR ,HE และAPHEBC อย่างละ25นัดพร้อมค่ะ!”

“ดีมาก ทุกคนเข้าประจำตำแหน่ง รายงานให้รถถังทุกคันรายงานความพร้อมทั้งหมด เราจะไม่กลับมาเอาเพียงเพราะลืมของนะ”

ทั้งริรินและรีนูสเข้าประจำตำแหน่งของตัวเอง นั่นคือพลปืนและพลขับ ส่วนฉันที่นักอยู่ข้างๆริรินมีหน้าที่บัญชาการและโหลดกระสุนให้เมื่อต้องการยิง เพราะจัดหาพลโหลดกระสุนทำให้ฉันต้องควบตำแหน่งประจำการไปก่อน ถ้าต้องการคนยังไงอาจขอส่งคนเข้ามาช่วยทีหลังได้ เพราะยังไงตอนนี้สิ่งที่สำคัญคือการโจมตีที่รวดเร็วเท่านั้น

“รถทุกคันรายงานมาครบแล้ว พร้อมรับคำสั่งต่อไปค่ะ”

“เข้าใจล่ะ ถ้างั้นก็…เดินหน้าเต็มกำลัง มุ่งสู่จุดปะทะที่กำหนดได้เลย”

“ทราบค่ะ! เดินหน้า!!”

สิ้นคำสั่งจากฉัน รถที่ถูกติดเครื่องก็สั่นไหวแล้วเคลื่อนที่ออกไป เครื่องยนต์ใหม่ที่ถูกพัฒนามาหากำลังคำรามราบกับเสียงแตรสงคราม ฉันเปิดฝาด้านบนของป้อมปืนแล้วขึ้นมายืนดูความเรียบร้อยของรูปขบวนที่กำลังตามหลังอย่างงดงาม ซึ่งไม่นานนักรถก็เคลื่อนที่ไปผ่านหน้านายพลที่ยืนส่งเราอยู่ช้าๆ

“ทำความเคารพ ทางขวา!”

‘วืดดดดด!’

ฉันประกาศผ่านวิทยุให้รถทุกคันที่กำลังผ่านหน้านายพลให้แสดงความเคารพด้วยการเชิดปืนใหญ่ขึ้น และผู้บัญชาการประจำรถถังทุกคนก็โผล่ขึ้นมาจากฝารถแล้วแสดงการเคารพอย่างสง่างาม ไม่นานนักรถทุกคนก็ออกจากลานสวนสนาม และมุ่งหน้าสู่แนวรบในทันที

เส้นทางเดินทัพ 08:00AM.

ท่ามกลางความหนาวเย็นของช่วงเดือน11 รถถังบางคันเกิดอาการเดินเบาจนเครื่องดับไป ซึ่งทำให้การเดินทางล่าช้าลง ประกอบกับเส้นทางนี้เป็นภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยต้นไม้และพืชหลายชนิด โชคดีที่เราไม่เจอฝนหรือความร้อนชื้นแบบเอเชีย ไม่อย่างงั้นการเดินทางอาจลำบากกว่าตอนนี้มากเลยทีเดียว

เชื้อเพลิงและเสบียงยังคงอยู่ครบบนรถ Half track ของอเมริกาที่มาร่วมรบกับเราตั้งแต่แรก เป็นไปได้ว่าถ้าเข้าไปลึกกว่านี้อาจถูกโจมตีแบบสายฟ้าแลบจนเสบียงและเชื้อเพลิงถูกชิงไปบางส่วน บางทีอาจต้องจัดรูปขบวนใหม่เพื่อความปลอดภัยซะแล้ว

“เรียกรถขนส่งทุกคัน ขอให้จอดรอรถถังผ่านไปก่อนแล้วให้อยู่ระหว่างกลางของขบวน ทหารเดินเท้าขอให้แบ่งกำลังส่วนหนึ่งมาประกบข้างคุ้มกันด้วยค่ะ”

“รับทราบ จะเริ่มจัดขบวนใหม่ทันทีครับ”

ว่าแล้วรถทุกคนที่อยู่ตรงกลางก็เร่งเครื่องให้มีช่องว่างให้รถขนส่งเข้าไป ทหารราบที่เห็นว่าเข้าที่แล้วจึงเริ่มเข้าประกบข้างเพื่อป้องกันการถูกโจมตีด้านข้าง เท่ากับว่าตอนนี้ปลอดภัยพอที่จะเดินทางต่อ แต่ก็ยังวางใจไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละนะ

สิ้นสุดเขตพื้นที่ปกครองรัสเซีย(CCCP) 11:09AM.

เส้นทางที่สูงชันและกว้างไกล บัดนี้ทัพหน่วยที่3ได้มาถึงเขตุรอยต่อของรัสเซียและเยรอมันที่ตอนนี้ถูกยึดครองโดย PCT ตรงหน้าของเราเป็นทางลาดที่โล่งตาไร้สิ่งใดบดบังทัศนวิสัย จากตรงนี้หากมองกลับไปจะสามารถเห็นเมืองเล็กๆของแผ่นดินแม่จากไกลๆเลยล่ะ

“เอาล่ะ…ทุกคันหยุดรถ”

“หยุดรถ!”

“ฟังให้ตรงกัน เราจะตั้งฐานที่มั่นตรงนี้ ขอให้ตั้งเต็นท์และวางแนวป้องกันให้เรียบร้อยเหมือนที่เคยฝึกกันมา เสร็จแล้วให้รายงานฉันด้วย”

“ครูคะ ที่ตรงนี้เหมือนจะเคยเป็นฐานของคนอื่นมาก่อนด้วยนะคะ”

“หืม อย่างงั้นเหรอ แล้วเธอรู้ได้ยังไงกันล่ะ”

“จาก รอยหญ้าที่ถูกทับจนตายรวมถึงกองไฟและเศษไม้นั่น เหมือนจะเคยเป็นฐานของคนบางกลุ่มมาก่อน จากที่ดูราและรอยหญ้าที่ตายแล้ว คาดว่าน่าจะไม่เกิน7วันค่ะ”

หนูเจของฉันทำให้ต้องประหลาดใจอีกครั้งที่สามารถบอกได้ว่าที่ตรงนี้เคยถูกใช้เป็นฐานที่มั่นมาก่อนแล้ว ทั้งที่ฉันไม่เคยรู้มาก่อนว่าจะมีใครมาพักตรงนี้เลย ฉันคงต้องมองเธอใหม่ซะแล้วล่ะนะ

รถถังของฉันจอดเข้าประจำตำแหน่งเพื่อโจมตีในเวลาที่เหมาะสม จากนั้นเมื่อรถดับลงฉันก็โดดลงจากป้อมปืนและเดินตรวจความเรียบร้อยตั้งแต่การกางเต็นท์ไปถึงการวางตำแหน่งปืนใหญ่สนับสนุนที่จะคอยยิงช่วยเหลือแจกแนวหลังสู่แนวหน้า ซึ่งทั้งหมดนี่ดูเหมือนจะเรียบร้อยดี ไม่มีความผิดพลาดใดๆ ยิ่งไปกว่านั้นทุกคนยังคงมีความสุขดี แม้จะรู้ว่าเรามารบในสงครามที่ไม่มีท่าทีจะสิ้นสุด

เมื่อเดินตรวจดูความเรียบร้อยเสร็จสิ้น ฉันก็เดินกลับมาที่รถถังของฉันพร้อมจุดบุหรี่เพื่อดูดมวลแรกของวัน แต่แล้วฉันก็มองไปเห็นริรินกำลังยืนอยู่ข้างต้นไม้ท่ามกลางสายลมอ่อนๆที่กำลังพัดผมทรงบ็อบของเธอจนพัดพลิ้ว ไม่รู้ทำไม ภาพที่ฉันกำลังดูเธอจึงดึงดูดให้เดินเข้าไปหาเธอโดยไม่รู้ตัวเสียแล้ว

“ตรงนั้น…เป็นจุดสุดท้ายที่เยรอมันและอังกฤษถูกโจมตีจนพ่ายแพ้ไปค่ะ”

“อย่างงั้นเหรอ จากตรงนี้เธอมองเห็นไกลไปถึงนั่น แต่ฉันเห็นแค่เพียงกลุ่มควันไฟเท่านั้นเองนะ”

“ค่ะ…ตั้งแต่ถูกไฟคลอกในวันนั้น…ชั้นก็เหมือนได้รับพรจากพระเจ้าบางอย่าง ชั้นสามารถมองเห็นผีเสื้อที่กำลังตอมดอกไม้ที่อยู่ตรงบ้านพักของคุณโดยมองจากหน้าต่างโรงพยาบาลค่ะ”

“โห นั่นไกลมากเลยนะ ถ้าจะให้เดินจากบ้านฉันไปโรงพยาบาลก็ใช้เวลาเกือบ10นาทีเลย”

“เพราะแบบนั้น…จึงเหมือนเป็นการทดแทนดวงตาที่สูญเสียไปพร้อมร่างกายที่เหมือนตายไปแล้ว…ชั้นคิดเพียงอยากใช้ความสามารถนี้ในการช่วยเหลือผู้อื่น…จึงเข้ามาสมัครเป็นพยาบาลเพื่อช่วยรักษาบาดแผลที่อ่อนไหวรวมถึงการผ่าตัดหรือดูแลผู้ป่วยติดเตียงยังไงล่ะคะ”

ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจแต่ฉันกลับรู้สึกได้ถึงความรู้สึกที่แตกสลายของการ์รินา อาจเพราะเธอมีความสามารถนี้และยังเคยเป็นผบ.รถถังมาก่อน นายพลนั่นเลยเลือกให้มาเป็นพลปืนของฉันล่ะสินะ พอจะเริ่มเข้าใจความคิดของนายพลนั้นนิดหน่อยแล้วล่ะ

ไม่นานนักเมื่อเราสองคุยกันเสร็จ เธอก็เดินกลับไปที่รถถังพร้อมเข้าไปภายในราวกับไม่อยากเจอคนภายนอก ถึงอย่างงั้นฉันก็ยังพอวางใจได้เพราะมีรีนูสอยู่ด้วย ฉันจึงเดินกลับมาที่เต็นท์ยุทธการที่อยู่ใจกลางฐานทัพแห่งนี้เพื่อมาวางแผนการส่งกำลังเข้าโจมตีอีกครั้ง เพื่อความแน่ในว่าจะไม่เกิดความผิดพลาดใดๆ การทบทวนซ้ำจึงเป็นสิ่งที่ควรทำเมื่อต้องทำศึกทุกครั้ง

“เราจะส่งกำลังไปตามเดิมที่วางแผนไว้ตั้งแต่แรกมั้ยครับ”

“คิดว่าอย่างงั้น จากที่หน่วยสอดแนมของทัพอากาศถ่ายรูปส่งมาให้ พวกมันยังคงตรึงกำลังไว้ที่หัวสะพาน รวมถึงกระจายกำลังเพื่อลาดตระเวนดูความเรียบร้อยอยู่รอบทิศ ถ้าเราใช้แผนเดิมในการโจมตีก็พอมีความเป็นไปได้ที่จะตีกลับพวกมัน”

“แล้วเรื่องรถถังของพวกมันล่ะครับ พอจะรู้ถึงความได้เปรียบเสียเปรียบของมันมั้ยครับ”

“ภาพถ่ายทางอากาศไม่มีรายงานถึงกองรถถังหรือยานพาหนะของศัตรูเลย เห็นว่าถูกจับได้แล้วถูกยิงไล่มาเลยต้องถอยกลับ”

เท่ากับว่าตอนนี้เราเองก็ไม่รู้ว่าเรารบกับศัตรูแบบไหน ถ้าหากทุกอย่างเป็นไปตามที่คิดไว้ เราจะใช้ความได้เปรียบของพื้นที่ป่าในการหยุดรถถังที่หนักและใหญ่จนไม่สามารถผ่านต้นไม้ใหญ่ได้ แต่ก็ต้องระวังทหารราบที่อาจใช้ปืนใหญ่หรือระเบิดต่อต้านรถถัง รวมถึงกับระเบิดทุกชนิดที่อาจเป็นอันตรายต่อกองทัพของเรา ที่เหลือเราก็ไม่มีอะไรจะสู้มันได้อีกแล้ว ไม่ก็อาจลองส่งกำลังเล็กเข้าไปแหย่มันเล่นๆเผื่อจะปรากฏรถถังของมันออกมาให้เห็นก็ได้

‘ฟู่~~’

“ลมหนาวงั้นเหรอ จริงสิ นี่ก็เดือน11แล้ว เข้าฤดูหนาวแล้วงั้นสินะ”

“ครูคะ! ดูนั่นสิ หิมะตกแล้วค่ะ”

เสียงของลมที่พัดมาทำให้ต้นไม้โยกและสั่นไหว ไม่นานนักความหนาวเย็นก็ค่อยๆเข้ามาโอบกอดฐานของเราพร้อมทั้งกลุ่มเมฆสีเทาที่กำลังโปรยหิมะลงมาอย่างอ่อนโยน จะว่าไปที่นี่ก็เพิ่งจะหิมะตกครั้งแรกของปีเลยสินะ พื้นที่ภูเขาเลยยังไม่มีหิมะปกคลุมหนามากนัก…เดี๋ยวนะ…

“หิมะงั้นเหรอ…ดีล่ะ! ทุกคน เราจะยืดเวลาการเข้าโจมตีไปอีก3-4วัน เพื่อรอเวลาให้หิมะปกคลุมหนา แล้วค่อยเข้าโจมตีตามแผนทีหลัง”

“ม…หมายความว่ายังไงครับ ถ้าเรารอถึงตอนนั้นเราก็จะถูกหิมะทับถมทางของรถถังพอดีสิ”

“เจ้าบ้า! คิดว่าเราเกิดมาไม่เคยเจอหิมะรึไง เพราะงั้นแหละถึงได้รอให้ปกคลุมหนักๆ รถถังของเรารวมถึงทหารทุกคนถูกออกแบบและสร้างมาเพื่อรองรบสภาพอากาศที่เป็นหิมะอยู่แล้วไม่ใช่รึไง”

“จะบอกว่า…ศัตรูที่ไม่เคยชินสภาพอากาศจะทยอยหนาวตายไป…รวมถึงรถถังที่ไม่ได้ออกแบบมารองรับหิมะหนาจนอาจเสียประสิทธิภาพการรบไปจนทำให้เราได้เปรียบ…อย่างงั้นสินะคะ”

“ถูกต้องแล้วการ์รินา ว่าไงทุกท่าน ใครมีอะไรจะเสนออีกมั้ย”

“……………………”

“ไม่มีสินะ งั้นเท่ากับว่าเราจะใช้แผนนี้ ทุกคนกลับไปเตรียมชุดกันหนาวสำหรับการรบให้พร้อม อย่าลืมก่อกองไฟเอาไว้ด้วย เดี๋ยวจะหนาวตายไปพร้อมศัตรูเอานะ”

จากความตึงเครียดกลายเป็นเสียงหัวเราะอีกครั้ง แปลว่าที่ฉันดูทุกคนมีความสุขดีเป็นความจริงสินะ เอาเป็นว่าเย็นนี้คงมีดื่มกันแน่นอน แต่ฉันก็ไม่ห้ามหรอกเพราะการดื่มในอากาศที่หนาวเย็นแบบนี้เป็นการสร้างความอบอุ่นให้ร่างกายไปในตัว ขอแค่อย่ามีเรื่องมีราวกันก็พอแล้วล่ะนะ

ฉันเดินกลับออกมาพร้อมลูกทีมอีกครั้ง ทุกคนเองก็ยังดูสดใสดี ทั้งที่ตอนนี้จะหนาวมากขึ้นแต่ก็ยังไม่ยอมสวมเสื้อกันหนาวเลย เด็กนี่ก็นะ เดี๋ยวก็เป็นหวัดกันก่อนออกรบซะนี่

“ครูคะ! มาเล่นหิมะกันเถอะ~”

“ไม่ล่ะ ฉันยังต้องทำงานอยู่นะ”

“บู่ๆ งั้นไปเล่นกับริรินก็ได้”

“อ…เอ๋!! ช…ชั้นเหรอคะ”

“มาเถอะน่า~ อย่าอายไปเลยนะคะ”

ว่าแล้วหนูเจก็เข้าไปจูงมือริรินและลากให้ไปวิ่งเล่นกันราวกับยังเป็นเด็ก10ขวบไม่มีผิด จริงเลยนะพวกเธอนี่ถึงจะรู้ว่าห้ามไม่ได้ แต่ก็แอบกังวลความปลอดภัยของพวกเธอไม่ได้อยู่ดีเหมือนกัน นี่มารบหรือมาพาเด็กเที่ยวกันแน่นะ

ยังไม่มีการให้คะแนน
กรุณารอสักครู่...