ตอนที่แล้วบทที่ 4 ชอปปิง (II) 
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 6  หวางค่างทิง 

บทที่ 5  รุ่งอรุณแห่งวันโลกาวินาศ   


คืนก่อนวันโลกาวินาศจะมาถึง ฉินอีนั่งไขว่ห้างอยู่บนเตียงของเธอ เธอดูดซับธาตุน้ำแข็งในอากาศและส่งผ่านไปยังแกนความสามารถภายในช่องท้องของเธอ หลังจากการฝึกฝนผ่านไปเกือบครึ่งเดือน ความสามารถน้ำแข็งของเธอใกล้จะเข้าสู่ระดับสองแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เธอเข้าใกล้ระดับที่จะได้ค้นพบความสามารถอื่นของเธอแล้ว

มันเป็นความสามารถทางจิตที่ไม่เหมือนใคร เป็นเทคนิคภาพลวงตาซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ ลักษณะเฉพาะ และกลิ่นของบุคคลได้ ยิ่งระดับความสามารถสูงเท่าไหร่ ระยะเวลาของเทคนิคก็จะยิ่งนานขึ้นเท่านั้น

ในคืนวันที่ 14 กรกฎาคม 2012 จู่ ๆ  ดวงจันทร์บนท้องฟ้าก็เปลี่ยนเป็นสีแดงราวกับเลือดในทันใด ขณะที่ฝนก็เทกระหน่ำลงมายังโลกเป็นเวลาถึงสามชั่วโมง หลังจากที่ฝนตก ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างล้มป่วยด้วยไข้ขึ้นสูงละบรรเทาลงไม่ได้ด้วยตัวเอง โรงพยาบาลจึงแออัดเต็มไปด้วยผู้คน

ในเช้าวันที่ 15 กรกฎาคม 2012พวกคนที่ไม่หายจากไข้นั้นได้กลายร่างเป็นสัตว์ประหลาดกันไปหมด  ร่างกายของพวกมันเปลี่ยนเป็นสีเขียวแกมดำ ตาถลนออกมาพร้อมกับเขี้ยวและกรงเล็บที่แหลมคมงอกออกมาของพวกมัน  สัตว์ประหลาดเหล่านั้นไม่หลงเหลือจิตใต้สำนึกใด ๆ  กระหายแต่เพียงเลือดเท่านั้น

พวกมันกระโจนเข้าหาญาติพี่น้องของตัวเอง รวมถึงพวกหมอและพยาบาลด้วย พวกมันกัดเข้าที่เนื้อของพวกมนุษย์ ทั้งยังหักคอและฉีกร่างของพวกเขาออกเป็นชิ้น ๆ  บรรดาผู้ที่ถูกจับและถูกกัดก็ได้กลายร่างเป็นอสูรกายเช่นเดียวกับพวกมัน

ผืนแผ่นดินเต็มไปด้วยเลือดและความเจ็บปวดทรมานเมื่อเหล่าสิ่งมีชีวิตกลายเป็นนรกบนดิน

เวลา 8.00 น. ของวันที่ 15 กรกฎาคม ฉินอีค่อย ๆ  คลานออกจากเตียง สวมเสื้อผ้า และดึงผ้าม่านออก เมื่อมองไปยังหน้าต่าง นี่เป็นเวลาเช้าแล้วอย่างแน่นอน แต่ท้องฟ้านั้นมืดมิดและอากาศก็อัดแน่นไปด้วยความรู้สึกที่บีบคั้น

เหล่าซอมบี้เดินเพ่นพ่ายอยู่้ด้านล่างของอพาร์ตเมนต์และกระโจนเข้าใส่ผู้ที่ยังเหลือรอดชีวิต เด็กสาวที่หวาดกลัวยืนนิ่งไม่ขยับตัวอยู่บนถนนขณะที่โดนซอมบี้หักคอและกัดเข้าที่มือของเธอ หลังจากนั้นไม่นาน เด็กสาวคอหักก็ลุกขึ้นยืนบนขาคู่ที่สั่นสะท้าน และกระโจนเข้าใส่เหยื่อรายอื่นต่อ เธอกลายเป็นซอมบี้เช่นเดียวกับพวกมัน

“บ้าเอ๊ย พวกมันเป็นสัตว์ประหลาดประเภทไหนกันแน่เนี่ย”

“ช่วยด้วย!”

“อย่าเข้ามานะ อย่าเข้ามา!”

“แม่จ๋า…”

ฉินอีได้ยินเสียงร้องไห้และคำสาปแช่งดังมาจากนอกหน้าต่างของเธอ สายตาที่เย็นชาของเธอแฝงไปด้วยความบ้าคลั่ง เช่นเดียวกับรอยยิ้มอันชั่วร้ายที่ปรากฎขึ้นบนริมฝีปากของเธอ  “ยินดีต้อนรับสู่วันโลกาวินาศ”

หลังอาหารเช้า ฉินอีวางกล่องน้ำแข็งและอาหารที่เหลือกลับคืนสู่ที่เดิม เธอสวมเสื้อสีดำและกางเกง เธอคว้ากระเป๋าเป้เดินทางพร้อมด้วยมีดเปิดซองจดหมายเล่มใหญ่ จากนั้นเธอก็เดินออกจากบ้านไป

ฉินอีที่อยู่บนชั้นสองค่อย ๆ  ย่องลงบันไดมาอย่างเงียบ ๆ เธอรวบรวมสมาธิและเดินตรงไปยังประตูอพาร์ทเมนท์อย่างช้า ๆ  ทันทีที่เธอเปิดประตูออกไป จู่ ๆ  ซอมบี้ตนหนึ่งก็โผล่หน้าออกมาพร้อมกับอ้าปากและพุ่งตรงไปยังคอของฉินอี

ฉินอีโต้ตอบอย่างทันควัน เธอถอยออกมาก้าวหนึ่งและกวัดแกว่งมีดขนาดใหญ่ก่อนจะเจาะลงไปบนหัวของซอมบี้ตนนั้น เลือดสีดำสาดกระเซ็นลงบนร่างกายของเธอ ขณะที่เธอเตะซอมบี้ออกไปอย่างไม่ลังเลก่อนจะออกเดินต่อ

ชั้นล่างของอพาร์ทเมนต์นั้นเต็มไปด้วยคราบเลือดและตับไตไส้พุง  โชคไม่ดีที่ซอมบี้ที่เธอเพิ่งตัดหัวไปนั้นส่งเสียงดึงดูดความสนใจของซอมบี้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง ฉินอีหรี่ตาลงแล้วพุ่งเข้าใส่พวกมันพร้อมกับมีดเล่มใหญ่ เหล่าซอมบี้ในช่วงแรกเริ่มนั้นจะอ่อนแอกว่าเหล่าซอมบี้ในช่วงหลัง ทั้งในแง่ของความแข็งแกร่งและในแง่ของความเร็ว อาจพูดได้ว่าตราบเท่าที่คน ๆ  หนึ่งคอยฆ่าพวกมันอย่างระมัดระวัง คน ๆ  นั้นก็จะสามารถเอาชีวิตรอดในช่วงเริ่มต้นของเหตุการณ์โลกาวินาศได้

ฉินอีใช้ความเร็วของเธอให้มีประสิทธิภาพสูงสุดและสับพวกมันทันทีที่เธอเห็นตัวไหนโผล่ออกมา ซอมบี้และผู้ใช้พลังที่ถูกปลุกให้ตื่นนั้นต่างก็มีจุดอ่อนถึงตายเหมือนกัน นั่นก็คือส่วนหัว ตราบเท่าที่หัวถูกระเบิดออก ส่วนอื่น ๆ  ที่เหลือก็จะตายไปด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย จำนวนซอมบี้ในช่วงเริ่มต้นของเหตุการณ์โลกาวินาศนั้นน้อยกว่าอย่างมีนัยสำคัญ ซอมบี้ส่วนใหญ่ที่อยู่ชั้นล่างของอพาร์ตเมนต์นั้นถูกฆ่าตายอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงไม่กี่ตัวที่อยู่ห่างไกลออกไปเท่านั้น

ฉินอีมองดูเลือดของพวกซอมบี้ที่เลอะเทอะไปทั่วร่างของเธออย่างรังเกียจและสะอิดสะเอียน เธอหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไร เธอรู้สึกว่าจำเป็นจะต้องหารถสักคันหนึ่ง เพราะคงยากที่จะเปลี่ยนเสื้อผ้าตอนนี้

หญิงคนหนึ่งที่ก่อนหน้านี้เกือบจะถูกกัดรีบตะโกนเรียกเธอทันทีเมื่อเห็นฉินอีกำลังเดินจากไป “คุณจะจากไปแบบนี้ไม่ได้นะ คุณต้องปกป้องฉัน!”

ฉินอีหันกลับมามองเธอด้วยสายตาเย็นชาและถามขึ้นว่า “ด้วยเหตุผลอะไรเหรอ”

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด