ความเจ็บปวดทำให้เสิ่นซีได้สติ ร่างกายของเธอกระตุกเล็กน้อยจากความทรมานและอาการปวดแสบซ่านไปในผิวเนื้อ

ริมโสตได้ยินเสียงคนพูดคุยอยู่ข้างกาย

“พ่อตีมันให้ตายไปเลย ขนาดว่านหว่านดีกับมันขนาดนี้มันยังทำเรื่องชั่วๆกับว่านหว่านได้ลงคอ!”

“ที่รัก ฉันบอกคุณแล้วว่าอย่าเอาเด็กคนนี้กลับมาก็ไม่เชื่อ เราไม่ได้เลี้ยงดูเขามาจนโตด้วยมือของเราเอง จะอย่างไรก็รู้หน้าไม่รู้ใจหรอก”

ความมืดมิดตรงหน้าของเสิ่นซีค่อยๆพร่ามัว ก่อนจะปรากฎให้เห็นเป็นภาพเลือนราง ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าของเธอในเวลานี้ไม่ต่างอะไรกับเรื่องตลก

อาจกล่าวได้ว่าคนทั้งสามที่ยืนอยู่ข้างเธอเป็นครอบครัวที่มีสายเลือดเดียวกัน ทว่า แววตาที่คนพวกนั้นมองมายังเธอนั้นว่างเปล่าจนเฉยชา บ้างเจือแววดูถูกเหยียดหยาม บ้างก็ขุ่นเคือง คนพวกนั้นแทบทนรอไม่ไหวที่จะกำจัดเธอออกไปจากชีวิตของพวกเขา

คนเหล่านั้นไม่ได้ทำกับเธอเหมือนเป็นคนที่มีสายเลือดเดียวกันด้วยซ้ำ ตรงกันข้าม พวกเขามองเธอเป็นศัตรู

ผู้ชายวัยกลางคนใบหน้าหล่อเหลาที่ถือแส้อยู่ในมือคือบิดาของเธอ ซูอี้

ส่วนสาวงามใบหน้าเย็นชาที่ยืนอยู่ด้านข้างมองเธอด้วยสายตาจะกินเลือดกินเนื้อคนนั้นคือผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นมารดาของเธอ หลี่จิ้งหร่าน

ยังมีชายหนุ่มเจ้าเสน่ห์อีกคนที่ส่งสายตาเหี้ยมเกรียมมาให้ นั่นก็คือพี่ชายรองของเธอ ซูมู่เหยียน

เธอได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้งหนึ่ง

หลังจากปฏิบัติภารกิจที่ดาวเคราะห์ทั้ง 66 ดวงสำเร็จ เธอก็ได้ย้อนกลับมายังสถานที่ที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมดอีกครั้ง กลับมายังตระกูลซูที่มีแต่คนไร้น้ำใจและเย็นชา สถานที่ที่เธอใช้ชีวิตอยู่อย่างอ้างว้างมาตลอด

แต่คราวนี้เธอไม่ใช่เสิ่นซีคนเดิมที่ยอมให้ผู้คนกดขี่ข่มเหงได้ตามใจอีกต่อไป เธอคือเสิ่นซีคนใหม่ที่ถูกทุกอย่างบีบคั้นจนต้องกลับมาแก้แค้น!

บางทีอาจเป็นเพราะสิ่งที่เธอเคยเผชิญมาตลอดภายใต้เงื้อมมือของคนตระกูลซูมันเจ็บปวดแสนสาหัส ภาพทุกเหตุการณ์ในความทรงจำจึงยังคงแจ่มชัดเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

สาเหตุของเรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นในวันนี้ซึ่งเป็นวันเกิดอายุครบสิบเจ็ดปีของเธอ มันเป็นการฉลองวันเกิดครั้งแรกหลังจากระยะเวลาปีกว่าที่เธอถูกพาตัวกลับมาในฐานะบุตรสาวที่แท้จริงของตระกูลซู

วันเกิดของเธอเป็นวันเดียวกับบุตรสาวตัวปลอมของตระกูลซู ซูรั่วหว่าน แต่อีกฝ่ายอายุมากกว่าเธอห้าปี ทุกคนในตระกูลต่างเตรียมเซอร์ไพรส์จัดงานฉลองวันเกิดให้ซูรั่วหว่านล่วงหน้าเป็นแรมเดือน แต่เหมือนทุกคนในครอบครัวของเสิ่นซีจะลืมไปว่าเจ้าของวันเกิดยังมีเธออยู่อีกคน

เมื่อวานนี้ เธอดีใจมากที่พี่ชายใหญ่ของเธอ ซูมู่เสวียน โยนตุ๊กตาหมีสีชมพูน่ารักตัวหนึ่งให้ และตั้งใจดูแลมันอย่างดีเพราะเชื่อว่านี่คือของขวัญวันเกิดที่พี่ชายใหญ่มอบให้เธอ

แต่เมื่อเช้านี้ซูรั่วหว่านกลับแย่งเอาตุ๊กตาหมีตัวนั้นไป

เสิ่นซีไม่ยอมและพยายามจะเอาตุ๊กตากลับคืนมา ขณะที่ทะเลาะกันอยู่นั้นซูรั่วหว่านก็ลื่นล้มตกบันไดจนขาหัก

ซูรั่วหว่านร้องห่มร้องไห้บอกว่าทั้งหมดเป็นเรื่องเข้าใจผิด เธอไม่เคยคิดจะแย่งของของน้อง แต่เพราะเธอเห็นว่าตุ๊กตาหมีตัวนั้นเปื้อนรอยสกปรก จึงแค่อยากเอามาทำความสะอาดให้เท่านั้น

เหตุผลพวกนี้ทำให้คนที่ได้ฟังต่างก็รู้สึกว่าช่างเป็นพี่สาวที่แสนดีและเป็นห่วงน้องอะไรเช่นนี้  ซูรั่วหว่านช่างใจกว้างจริงๆ

ครอบครัวของเสิ่นซีโยนความผิดทั้งหมดให้เธอ ทั้งยังกล่าวหาเธอว่าเป็นคนผลักซูรั่วหว่านตกบันได คนพวกนั้นด่าทอว่าเธอเป็นคนชั่วช้าอกตัญญู

เท่านั้นยังไม่พอ หลังจากกลับมาจากโรงพยาบาล พอเข้าบ้าน ซูอี้ก็ไม่พูดไม่จาคว้าแส้ฟาดใส่เธออย่างหนักจนเธอสลบไป

และบังเอิญที่เสิ่นซีกลับมาเกิดใหม่หลังจากที่เธอสลบไปพอดี

“ที่รัก ฉันว่ายัยเด็กนี่คงเป็นลมไปแล้วล่ะ” หลี่จิ้งหร่านตั้งข้อสังเกตขณะที่มองร่างเด็กสาวที่นอนอยู่บนพื้นตรงหน้าด้วยคิ้วขมวดมุ่น สายตาทอแววรังเกียจ

เด็กนี่ถูกเฆี่ยนแค่ไม่กี่ทีก็สลบ ว่านหว่านถึงกับต้องขาหักเพราะมัน แต่ยัยเด็กนี่กลับกล้ามาเป็นลม เฮอะ!

หลี่จิ้งหร่านไม่มีความรู้สึกใดๆให้ลูกสาวจากบ้านนอกที่เธอไม่เคยเลี้ยงดู มีเพียงความรู้สึกเหลืออดสุดจะทนเท่านั้น

“เป็นลมเหรอ? ผมว่ามันแกล้งตายเพื่อเอาตัวรอดจากเรื่องวุ่นวายที่มันก่อขึ้นมากกว่า!” ซูมู่เหยียนสาวเท้าขึ้นมาพร้อมกับถังน้ำในอ้อมแขน “พ่อถอยออกมา เดี๋ยวผมปลุกมันเอง”

ทำไมมันไม่ตายๆไปซะ ว่านหว่านต้องเจ็บตัวก็เพราะมันคนเดียว!

ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าเสิ่นซีที่นอนอยู่บนพื้นเผยอเปลือกตาขึ้น เผยให้เห็นแววตาอันเย็นเยียบทรงพลัง ทั้งแฝงแววเย้ยเยาะคนที่อยู่รอบตัวเธออย่างชัดเจน

 

 

คะแนน 5.0
กรุณารอสักครู่...