ตอนที่แล้วWS บทที่ 98 สิ่งที่ต้องทำ PART 3
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปWS บทที่ 100 เฝ้ารอ PART 2

WS บทที่ 99 เฝ้ารอ PART 1


สายน้ำที่ทอดยาวของแม่น้ำไลย์ มันได้ทอดตัวยาวจากต้นน้ำและได้พาดผ่านเมือนคอนซิออน แสงแดดได้สะท้อนผิวน้ำทำให้เกิดแสงอะระยิบระยับ

ในวันที่อากาศอบอุ่นเช่นนี้ ทำให้มีผู้คนจำนวนมากออกมาทำกิจกรรมอย่างครึกคักในช่วงเช้าตรู่ บางคนมาที่แม่น้ำไลย์เพื่อมาจับปลาซึ่งพวกมันค่อนข้างได้ราคาดี หากนำไปขายที่เมืองปรากาซ

นอกจากนี้ยังมีพวกพ่อค้าเร่ตะโกนขายสินค้าอันแปลกตาที่ไม่ค่อยได้พบเห็นในเมืองนี้

เนื่องจากเมืองคอนซิออนค่อนข้างเจริญจึงทำให้เกิดกิจกรรมมากมายตั้งแต่เช้าตรู่จึงทำให้เกิดเสียงดัง มันทำให้เมืองดูคึกคักมีชีวิตชีวามาก

อย่างไรก็ตามตอนนี้ไม่เหมือนกับเมื่อก่อน ตั้งแต่ที่มีบารอนคนใหม่ได้รับการแต่งตั้งให้มาปกครองเมืองคอนซิออน มันก็มีอัศวินมากมายออกลาดตระเวนไปทั่วเมือง พวกอัศวินเหล่าจะคอยดูแลความสงบและลงโทษคนที่ฝ่าฝืนคำสั่งของเมือง หากพวกชาวบ้านไม่ปฏิบัติตามกฏระเบียบพวกเขาจะถูกจับกุมหรือไม่ถูกทุบตีจนปางตาย

แม้ว่าการกระทำของพวกอัศวินจะป่าเถื่อนแต่ผลลัพธ์ที่ออกมากลับดีมาก ทำให้เมืองปลอดภัยมากขึ้น พวกพ่อค้าเร่ไม่กล้าเอารัดเอาเปรียบชาวเมืองแถมยังซื้อสินค้าของเมืองและเอาไปขายต่างเมืองมากขึ้นด้วย ด้วยเหตุนี้ทำให้เมืองคอนซิออนค่อย ๆ เจริญรุ่งเรืองกว่าแต่ก่อนมาก

รถม้าคันหนึ่งกำลังเข้าสู่เมืองคอนซิออกอย่างช้า ๆ ภายในรถม้าทีชายหนุ่มผมสีดำ ตาสีฟ้ากำลังนั่งอยู่ในรถม้า เขาได้เปิดม่านออกเล็กน้อยและมองไปยังผู้คนที่อยู่ตามท้องถนน

“ดูเหมือนเมืองจะมีความเจริญกว่าเมื่อก่อน ท่านพ่อบริหารจัดการได้ดีจริง ๆ”

คนที่อยู่ในรถม้าคือเมอร์ลิน เขาเดินทางมาที่เมืองคอนซิออนเพื่อมาหาเลห์แมนและตรวจสอบเมืองไปในตัว เขาพบว่าเมืองมีความเจริญรุ่งเรืองกว่าเมื่อก่อนมากซึ่งบ่งบอกได้ว่าการบริหารของเลห์แมนนั้นยอดเยี่ยมมากเพียงใด

“ท่านบารอน เรามาถึงปราสาทแล้วขอรับ” มอสส์กล่าวเบา ๆ ขณะที่รถม้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าปราสาทโบราณ

เมอร์ลินเดินออกมารถม้า เขาเงยหน้ามองดูปราสาทแห่งนี้ จริง ๆ ในเมืองคอนซิออนมีปราสาทมากมายแต่เลห์แมนได้เลือกปราสาทหลังนี้

เมื่อเขาเดินเข้าไปด้านในก็พบว่าที่นี่มีกลิ่นอายคล้ายปราสาทวิลสันในเมืองแบล็กวอเตอร์ เขาเดาว่าเลห์แมนคงสั่งให้คนรับใช้จัดการตกแต่งแบบนี้เพื่อทำให้เขาสามารถหวนนึกถึงวันเก่า ๆ ได้

“ท่านเมอร์ลิน?”

มีคุณหญิงที่สวมเครื่องประดับของขุนนางเดินออกมาจากเข้าข้างในตัวปราสาท เมอร์ลินได้โค้งคำนับเล็กน้อยและกล่าวว่า “ท่านพ่ออยู่ที่ไหนขอรับ พอดีผมอยากจะพบเขา”

เธอเป็นแม่ของเมซี่ส์ มาดามหน้าอกใหญ่ เนื่องจากเลห์แมนต้องจัดการอะไรหลาย ๆ อย่างในเมืองทำให้เขาตัดสินใจที่จะอาศัยอยู่ที่นี่และมาดามหน้าอกใหญ่ก็ตามมาดูแลเขาด้วย

“นายท่านอยู่สวนหลังปราสาท เขากำลังฝึกดาบอยู่ เดี๋ยวฉันจะพาท่านเมอร์ลินไปที่นั่น”

จากนั้นเมอร์ลินได้เดินตามมาดามหน้าอกใหญ่ไปที่ด้านหลังของปราสาท

*ตูม!!*

เมื่อพวกเขามาถึงสวนหลังบ้าน เมอร์ลินรู้สึกได้ถึงความร้อนแรง เขารู้สึกราวกับตัวเองกำลังถูกเปลวไฟที่โกรธเกรี้ยวกลืนกิน ท่ามกลางเปลวไฟอันร้อนแรงมีชายร่างสูงที่ล่ำสันที่ดูน่ากลัวราวกับยักษา ออร่าที่เขาแผ่ออกมานั้นได้ทำให้มาดามหน้าอกใหญ๋รู้สึกไม่สบายใจ เธอได้พูดอย่างจนปัญญาว่า

“นายท่านเป็นแบบนี้มาสองสามวันแล้ว ท่านเมอร์ลินช่วยเตือนเขาด้วยว่าอย่าหักโหมมากเกินไป”

เมอร์ลินพยักหน้าอย่างเข้าใจ เขาจ้องมองไปที่ร่างของเลห์แมน เมื่อเขาได้ออร่าที่ดุร้ายจากเลห์แมนก็ทำให้เขาเข้าใจอะไรบางอย่าง เขาได้ยิ้มออกมาอย่างพอใจ

“นักดาบเพลิงระดับสาม! ท่านพ่อสามารถข้ามขีดจำกัดได้แล้ว” เมอร์ลินอดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมา

“หื้ม?” จู่ ๆ เปลวไฟบนร่างของเลห์แมนได้หายไปทันที ออร่าที่ดุร้ายเมื่อกี้ได้หายไปในพริบตาราวกับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อกี้เป็นเพียงภาพลวงตาที่เขาคิดไปเองเท่านั้น

“ใช่แล้วเมอร์ลิน พ่อเพิ่งข้ามขีดจำกัดได้เมื่อสามวันก่อน” เลห์แมนกล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม

ก่อนหน้านี้เลห์แมนอยู่ในจุดสูงสุดของระดับสอง มันอยู่ที่เวลาเท่านั้นที่เขาจะสามารถทะลวงไประดับสามได้แต่ที่มันได้ล่าช้าแบบนี้เนื่องจากเขาต้องเดินทางทำให้ไม่มีเวลาฝึกฝนมากนัก

เมื่อปัญหาต่าง ๆ ได้เกิดคลี่คลายแล้ว เขาจึงกลับมาฝึกฝนจึงทำให้เขาก้าวขึ้นสู่ระดับสามในตอนนี้

“ยินดีด้วยขอรับ ท่านพ่อ”

เมอร์ลินรู้สึกมีความสุขจากส่วนลึกของหัวใจ ในตอนแรกเขาก็กังวลว่า หากตัวเขาต้องออกมาจากเมืองปรากาซและไปยังดินแดนมนต์ดำ แล้วใครจะปกป้องทุกคนในระหว่างที่เขาไม่อยู่

แต่ตอนนี้เลห์แมนได้เป็นนักดาบธาตุระดับสามแล้ว นอกจากนี้เขายังมีความแข็งแกร่งจากกระบวนท่าลึกลับด้วย ด้วยแข็งแกร่งของเลห์แมนในตอนนี้ แม้แต่นักดาบธาตุระดับสี่ก็ยังยากที่จะสู้เขาได้

เท่านี้เมอร์ลินก็สามารถออกจากเมืองนี้ได้อย่างสบายใจแล้ว เขาจึงเปิดปากพูดออกมาว่า

“ท่านพ่อขอรับ ผมมีเรื่องจากปรึกษาท่านพ่อ”

เลห์แมนได้เห็นสีหน้าที่จริงจังของเมอร์ลิน เขาก็ได้พยักหน้าเบา ๆ และพาไปที่ห้องทำงานของเขา

“มีอะไรจะพูดกับพ่อเหรอเมอร์ลิน” เลห์แมนถาม

เมอร์ลินรู้สึกลังเลเล็กน้อยแต่พอเขาทำใจได้แล้ว เขาก็ได้หันไปหาเลห์แมนด้วยท่าทีที่มุ่งมั่น “ท่านพ่อขอรับ ผมอยากจะออกจากเมืองปรากาซไปสักพักเพื่อเข้าร่วมกับองค์กรนักเวทย์”

เลห์แมนได้มองกลับมาที่เมอร์ลินด้วยท่าทางที่ซับซ้อน เขาได้เงียบไปพักใหญ่

เมื่อความเงียบได้ผ่านพ้นไปเลห์แมนก็ถอนหายใจออกมา “ข้ารู้ว่าวันนี้จะต้องมาถึง เมอร์ลินลูกคือความภาคภูมิใจของพ่อและยังเป็นความภาคภูมิใจของตระกูลวิลสัน ลูกควรจะอยู่ในโลกที่กว้างใหญ่ ไม่ใช่อยู่เคียงข้างพ่อ...”

เมอร์ลินลุกยืนขึ้นและถามอย่างรวดเร็วว่า “ท่านพ่อเห็นด้วยหรือขอรับ?”

หากเลห์แมนเห็นด้วยกับเรื่องนี้ เขาจะจัดแจงเตรียมตัวออกไปตอนนี้เลย เขาจะไปยังเทือกเขาเคอร์ริชและค้นหาที่ตั้งของดินแดนมนต์ดำให้เร็วที่สุด

อย่างไรก็ตามเลห์แมนได้ยกมือปรามเมอร์ลินอย่างกะทันหัน เมอร์ลินถึงกับชะงักเล็กน้อย จากนั้นเลห์แมนได้พูดว่า

“พ่อเข้าใจว่าลูกต้องการแสวงหาความแข็งแกร่งในโลกอันกว้างใหญ่นี้ แน่นอนพ่อเห็นด้วยกับเรื่องนี้แต่ลูกมีปัญหาบางอย่างที่ลูกต้องสะสาง อะแฮ่ม พอดีพ่อพอจะรู้เรื่องของลูกกับเจ้าหญิงเชอรีส เรื่องนั้นมันก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่แต่ลูกอย่าลืมแอวริลที่เป็นคู่หมั้นของลูกด้วยนะ”

หลังจากนั้นเลห์แมนก็เงียบไปพักหนึ่ง จากนั้นก็ยิ้มแปลก ๆ และพูดต่อว่า “พ่อเลยจะจัดงานแต่งงานให้พวกลูกทั้งสามคนอย่างรวดเร็วและจนกว่าที่คนใดคนหนึ่งจะให้กำเนิดทายาทที่สามารถสืบทอดตระกูลวิลสันได้ ลูกจะสามารถออกเดินทางไปค้นหาสิ่งที่ลูกต้องการได้”

“นี่มัน...” เมอร์ลินตะลึง

เขาไม่คิดว่าเลห์แมนจะรู้ว่าเขาจะจากไป ดังนั้นเขาจึงเตรียม ‘แผนการที่ดี’ เพื่อให้แน่ใจวาตระกูลวิลสันจะมีทายาทสืบเชื้อสายต่อไป

สำหรับพวกขุนนางแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดของพวกเขาคือการสืบเชื้อสายของวงศ์ตระกูล

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด