ตอนที่แล้วบทนำ (รีไรท์ E-BOOK)
ทั้งหมดรายชื่อตอน

1

ตื่นตัวครั้งแรก

 

            เวลาผ่านไปเหมือนทันตาเนอะว่าไหม? แต่จะพูดยังไงดีสาเหตุที่ฉันไปรับเด็กคนนั้นมาที่บ้านสาเหตุหลักมาจากการทำการทดลองประหลาดๆ ของพ่อ ที่กำลังตามหาเหล่าอุลตร้าที่แข็งแกร่งเพื่อมาทำเป็นพ่อพันธุ์สำหรับต่อกรกับโรคระบาด X  แต่ไม่รู้ไหงต้องเจาะจงเป็นเด็กเล็กๆ ตัวกะเปี๊ยกเดียวแบบนั้นด้วยล่ะเนี่ย!!!

            “เฮ้อออ..หวังว่าฉันคงไม่โดนจับไปทดลองหรอกนะ?ว่าไหมอลัน” ถอนหายใจออกมาพรืดยาวๆ ระหว่างนั่งกระดิกเท้าเล่นในห้องนอนตัวเอง

            โดยมีเจ้าเหมียวน้อยอ้วนพุงพลุ้ยตัวสีเทากำลังนอนกระดิกพวงหางนุ่มฟูด้วยความสบายใจ แต่ว่าลึกๆ อดเป็นห่วงไม่ได้เพราะว่านี่พึ่งจะผ่านมาไม่กี่ปีเองและตอนนี้ฉันก็อายุ 24 ปี

            นับจากวันนั้นมาก็ผ่านมาราว 8 ปีกว่าเห็นจะได้ ซึ่งมันผ่านไปไวมากจนฉันแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าเจ้าตัวโตขึ้นกว่าฉันซะอีก แถมยังสวยมากด้วยให้อารมณ์ยังกับนางแบบดีๆ เลยแหละ

            “วันนี้ก็ใกล้ถึงสัปดาห์แห่งความทรมานอีกแล้วเหรอ?หื้ม?” เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยระหว่างเอนกายนอนลงบนเตียงถามเจ้าเหมียวที่กำลังกรนรับเบาๆ

            “คึ่กๆ..เหมี๊ยววว”

            “ไม่เป็นไร..ฉันชินแล้ว” บอกอลันด้วยน้ำเสียงเรียบราบพลางนอนตีพุงเล่นบนเตียงนอน

            ฉันคือโอเมน และฉันเป็นเอ็กตร้า เหล่าโอเมก้าที่เกิดการกลายพันธุ์อีกขั้นจนกลายเป็นเหมือนดั่งราชินีน้ำหวานล่อลวงอัลฟ่าให้ตื่นกระหายได้เพียงแค่เดินผ่าน และตอนนี้ฉันอยู่ในช่วงลงแดงมาพอสมควรเพราะอีกไม่กี่อึดใจฉันจะถึงเวลาฮีท ซึ่งมันทรมานมากจริงๆ พูดจากใจเลย

            “ไม่ค่อยชอบเวลาแบบนี้เลย..ต่อให้กินยาลงไปมันก็ไม่ได้ช่วยอะไรนอกจากต้องหาบางอย่างมาเติมเต็ม..ทำยังไงดีอลันฉันไม่อยากทรมานอีกแล้ว..” เอื้อมมือไปอุ้มเจ้าเหมียวเข้ามากอด พร้อมซุกไซร้คางบนพุงนุ่มๆ ของมันด้วยท่าทีออดอ้อน

            “คึ่กๆ..เหมี๊ยว..”

            “ตอนนี้เด็กคนนั้นก็อายุใกล้ 18 ปี แล้ว..แถมยังกลายเป็นอัลที่ตัวสูงใหญ่และยังน่ากินอีกด้วย..อึก..ก” เผลอตัวคิดเรื่องไม่ดีเข้าให้จนหน้าแดงแจ๋ ก่อนสะบัดหัวไล่ความคิดเรื่องแบบนี้ออกไป

            “ไปหาอะไรเย็นๆ กินให้สมองมันดีขึ้นกว่านี้น่าจะดี” บ่นงึมงำกับตัวเองก่อนยันตัวลุกขึ้นนั่งพร้อมจัดแจงปัดขนอลันที่อยู่บนตัวและข้างแก้มออกก่อนเดินดุ่มๆ ลงไปชั้นล่าง ที่ตอนนี้มีพ่อที่กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่

            “อ้าวเป็นไงบ้างโรส..ลูกใกล้จะ..”

            “ค่ะพ่อ..โรสใกล้จะฮีทแล้วอีกไม่กี่วันข้างหน้า..ว่าแต่รัมล่ะคะ?ไหนบอกว่าเลิกเรียนแล้ว?”

            “ตอนนี้เจ้าตัวออกไปเดินเล่นกับเพื่อนๆที่สวนน่ะ เห็นบอกจะกลับค่ำหน่อย..อ่อ อีกอย่างพ่อลืมบอกลูกไปอย่าง วันนี้พ่อไม่อยู่บ้านน่ะหวังว่าจะไม่มีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้นนะ?”

            “เอ๊ะ?ทำไมเหรอคะ?พ่อ..จะมีอะไรแปลกๆ เกิดขึ้นเหรอคะ” หันซ้ายแลขวามองไปเรื่อยกับประโยคของพ่อที่พูดเมื่อกี้ เหมือนกับว่ากำลังสื่อบางอย่างออกมาซะงั้น??

            “รัมเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์แล้ว..ลูกคงเข้าใจใช่ไหมว่าพ่อต้องการสื่ออะไร..รัมเขาเป็นอัลนะลูก อัล หมายถึง อัลฟ่าที่เจริญพันธุ์อีกขั้นน่ะ..ลูกเข้าใจที่พ่อบอกนะคนเก่ง”

            “ค่ะโรสรู้..ครืดดด” สาวเท้าเปลือยเปล่ามาที่โต๊ะรับประทานอาหารก่อนขยับเก้าอี้ออกเพื่อนั่งข้างพ่อที่ตอนนี้กำลังทำหน้าเครียดใส่ฉัน

            “ไม่ต้องกลัวหรอกค่ะพ่อ..โรสดูแลตัวเองได้”

            “แต่ลูกก็ควรระวังไว้..ต่อให้พ่อจะสร้างบ้านพิเศษสำหรับรัมไว้แล้วก็ตามแต่พ่อรับประกันไม่ได้หรอกนะถ้าเกิดเจ้าตัวรัทขึ้นมา” ชายหนุ่มเองก็ยังอดไม่ได้ที่จะเป็นห่วงลูกสาวคนสวยหัวรั้นของตัวเอง เพราะอย่างที่เขาบอกไปว่าพวกอัลนั้นอันตรายเหมือนสัตว์ป่าเวลาอยากหนักๆ เข้าอาจจะเผลอทำเรื่องไม่ดีลงไปก็ได้ใครจะไปรู้

            “พ่อคะ..โรสพูดจริงๆ ว่าโรสดูแลตัวเองได้ อีกอย่างพ่อก็มียาระงับอาการให้รัมแล้วนี่คะ? หรือว่ามันยังแรงไม่พออีก?” ถามพ่อด้วยคำถามเดิมอีกครั้ง ก็จริงพ่อจะกังวลทำไมในเมื่อพ่อเองก็มียาระงับอาการให้รัมแล้ว แต่ไม่รู้ว่ามันจะใช้ได้ผลรึเปล่านะ?เพราะว่าพวกเราเองก็ยังไม่เคยเห็นรัมเกิดอาการรัทเลยสักครั้ง

            “ปะ..เปล่าหรอกลูกรัก..พ่อแค่เป็นห่วงว่าลูกจะตกอยู่ในอันตราย”

            “ขอบคุณค่ะพ่อที่เป็นห่วงโรส..อื้อ” เอื้อมมือไปสวมกอดพ่อที่นั่งข้างๆ ไม่ไกลกันมาก เราทั้งคู่กอดกันกลมด้วยกันตามประสาพ่อลูก

            “งั้นพ่อไปก่อนนะ..ถ้าเกิดมีเรื่องไม่ดีโทรบอกพ่อหรือไม่ก็กดออดเรียกบอดี้การ์ด..รักนะคะคนเก่ง..จุ๊บ” พ่อฉวยโอกาสขโมยจุ๊บข้างแก้มฉันก่อนยันตัวลุกขึ้นพร้อมหยิบกระเป๋าเอกสารติดตัวไปด้วยกัน โดยมีบอดี้การ์ด 3 คน ยืนรอรับหน้าบ้าน

            “ฟู่..รัทเหรอคะพ่อ?..ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะโรสมียาสลบล้มช้างซะอย่าง ไม่มีทางที่รัมจะกล้าทำอะไรโรสง่ายๆ หรอกค่ะ..”

[รัม]

            “ฮัดชิ้ววววว..ฮัดชิ้ววว!!” เสียงจามหนักๆ ดังออกมาจากร่างสูงใหญ่ 2 เมตรกว่า ที่กำลังยืนถูแขนของตัวเองที่ครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนจะเป็นไข้ขึ้นมาซะดื้อๆ

            “เป็นอะไรไปเหรอรัม?หรือว่าป่วย..” เสียงหวานพูดดังขึ้นมาจากด้านหลังในชุดนักเรียนสีขาวกระโปรงจีบคลุมเข่า

            “ปะ..เปล่าหรอกก็แค่คันจมูกนิดหน่อยสงสัยจะแพ้ฝุ่นมั้งนะ?ฮ่าๆ” แกล้งหัวเราะกลบเกลื่อนไปเรื่อยระหว่างถูจมูกตัวเองที่ตอนนี้แสบนิดหน่อยเพราะว่าจามเมื่อกี้

            “เหรอ..แล้วเป็นไงมีไข้รึเปล่า..ช่วยโน้มตัวลงมาหน่อยสิ”เสียงหวานพูดขึ้นกึ่งบังคับใส่เพื่อนสาวตัวที่ค่อยๆ โน้มหัวลงมาตามคำบอกกล่าวของเธอ

            “แปะ..อื้อไม่ร้อนเท่าไหร่..แล้ววันนี้จะกลับบ้านกี่โมงเหรอ?ไหนบอกว่ามีธุระหื้ม?”

            “ไม่มีอะไรหรอกพอดีคุณท่านบอกรัมไว้ว่าออกไปเล่นข้างนอกสักพักนะค่อยกลับ..อีกอย่างเราน่ะควรกลับได้แล้วนะรัน..”

            “ฮ่าๆ..บ้า!!ไม่เอาหรอกอุตส่าห์ได้เจอรัมทั้งทีจะให้กลับได้ไงล่ะ..อีกอย่าง..”

            “ฮัลโหลลลคุณเพื่อน!!” เสียงทุ้มต่ำของใครบางคนดังมาแต่ไกลพร้อมฝ่ามือใหญ่โบกพัดผ่านไปมาจากด้านหลัง

            “เดน..เควิน!” รัมเบิกตาโพลงนิดหน่อยเพราะตกใจกับภาพด้านหลังรันที่มีเดนและเควินที่กำลังยืนฉีกยิ้มให้พร้อมโบกมือสบายๆ

            “ตึกๆตึกๆ!!ฟู่..รู้ไหมกว่าพวกฉันจะตามหาเธอเจอมันนานแค่ไหนว่าไหมเควิน??”

            “อ่าๆ..แล้วเป็นไงบ้าง..ว่าแต่เธอนี่น้าไม่เห็นจะบอกกันสักคำว่าอยู่โรงเรียนเดียวกับไอ้รัมเดี๋ยวเถอะรัน!” เควินเค้นเสียงแข็งใส่เพื่อนสาวตัวแสบที่กำลังนั่งทำหน้าทะเล้นแลบลิ้นปลิ้นตาใส่เขา

            “ก็สบายดีว่าแต่พวกนายหาเจอได้ไง..”

            “ก็รันบอกมาว่าเธออยู่ที่นี่พวกฉันก็เลยปั่นจักรยานมาแบบด่วนจี๋เลยเนี่ย..ดูดิเหงื่อชุ่มไปหมด” เควินไม่พูดเปล่าพร้อมทำท่าทางประกอบ ส่วนเดนก็กลั้นขำยกใหญ่กับท่าทีตลกของเพื่อน

            “เดี๋ยวเราเลี้ยงไอศกรีมนะ..” รัมพูดออกมาด้วยน้ำเสียงธรรมดาแต่แฝงไปด้วยความจริงใจเล่นเอาทั้งสามคนถึงกับหน้าแดงแจ๋ขึ้นมาตามๆ กันเพราะว่ารอยยิ้มหวานที่ฉายขึ้นบนใบหน้า

            “ฮึบ..นั่งสิเดี๋ยวเราไปสั่งไอศกรีมให้นะ” รัมยันตัวลุกขึ้นก่อนปัดฝุ่นที่อยู่บนม้านั่งออกให้สองหนุ่มนั่งพักเหนื่อย พร้อมเดินไปสั่งไอศกรีมแถวนี้ด้วยท่าทีเป็นกันเอง เหมือนกับตอนเด็กๆ ที่เจอกัน รัมเป็นพวกพูดน้อยแต่ก็พูดนะในบางครั้งก็ตาม

            “เอ่อ..เดนเอาวานิลลานะ!!”

            “ส่วนฉันเอา..ช็อกโกแลตช็อกชิปล่ะกัน”

            “เดี๋ยวรันไปช่วยนะรัม!!” รันรีบวิ่งดุ๊กดิ๊กตามแผ่นหลังเพื่อนสาวตัวสูงไปติดๆ โดยมีสองหนุ่มที่พากันนั่งซุบซิบนินทากันตามประสา

            “แค่ 8 ปี ไหงมันตัวโตยังกับเสาไฟแบบนี้วะเควิน? หรือว่าผู้หญิงที่รับรัมไปเลี้ยงฉีดยาประหลาดให้?” เดนลูบคางตัวเองด้วยความสงสัยกับร่างกายที่สูงใหญ่ของเพื่อนสาวตัวกะเปี๊ยกของเขาที่เคยหยอกล้อเล่นในบ้านเด็กกำพร้า

            “เปล่าหรอก..รัมน่ะเป็นอัลต่างหาก..”

            “อัลคืออะไรเหรอ?”

            “อัลคือผู้ที่อยู่สูงสุดของ อัลฟ่า ว่ากันตามตรงเจ้าตัวคือจ่าฝูงส่วนอัลฟ่าเป็นดั่งเบี้ยล่างก็ว่าได้..แต่เท่าที่รู้มาคืออัลค่อนข้างหายากและอันตรายสุดช่วงเวลารัท..ถ้าไม่เชื่อเดี๋ยวให้ดูคลิปนึงที่มีคนอัดเอาไว้ตอนอัลเกิดอาการรัท” เควินไม่รอช้ารีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดคลิปวิดีโอหนึ่งให้เดนดู

            “อึก..ก..ทำไมถึงน่ากลัวแบบนี้กันนะ..แล้วรัมล่ะเควิน?รัมจะเป็นเหมือนในคลิปนี้รึเปล่า”

            “ไม่รู้สิ..แต่หวังว่าเจ้าบ้านของรัมจะมีวิธีรับมือกับพวกอันตรายแบบนี้นะ..ฉันเป็นแค่อัลฟ่าธรรมดาคงฝืนแรงสู้อัลตอนโมโหไม่ได้หรอก..”

            “รัม..” เดนเรียกชื่อเพื่อนสาวตัวเองด้วยน้ำเสียงขาดห้วงหลังเห็นคลิปวิดีโอของเควินเมื่อกี้ มันทำให้เขารู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ถ้าเกิดรัมเกิดรัทขึ้นมากลางที่สาธารณะจะเกิดอะไรขึ้น…

            “นี่ของเดนส่วนอันนี้ของเควินนะ” ไอศกรีมในโคนวาเฟิลถูกยื่นมาต่อหน้าต่อตา ทำให้ทั้งสองรีบยันตัวลุกนั่งและรับไอศกรีมเข้ามากิน

            “ขอบคุณนะรัม..ว่าแต่ตอนนี้รัมอายุเท่าไหร่นะ?” เดนเอ่ยปากถามเพื่อนสาวตัวสูงที่กำลังเลียไอศกรีมหลากรสเข้าปากโดยมีรันที่ยืนอยู่ข้างๆ ในระดับเคียงอกเท่านั้น ซึ่งตัวเล็กกระจิดมากหากเทียบกับรัม

            นี่แหละคือขนาดพอดีสำหรับโอเมก้าละนะพกพาง่ายอุ้มง่าย จับกินก็ง่ายเหมาะเลยสำหรับอัลฟ่าหนุ่มที่ชอบอะไรนุ่มๆ เล็กๆ เหมือนตุ๊กตายัดนุ่นยังไงล่ะ!

            “17 ใกล้ 18 แล้ว..ทำไมเหรอเดนมีอะไรรึเปล่า?” เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยกับประโยคคำถามของเพื่อนสมัยเด็กที่ตอนนี้กำลังหรี่ตาจ้องมองเหมือนกับเป็นห่วงอะไรบางอย่าง

            “เคยรัทยัง?” เดนพูดออกไปโต้งๆ กับรัมที่ตัวแข็งทื่อกับประโยคแบบขวานผ่าซากของโอเมก้าหนุ่มเพื่อนสมัยเด็กของตัวเอง

            “เดน!!” รันที่กำลังกัดไอศกรีมอยู่ถึงกับสำลักตอนได้ยินประโยคนี้

            “ไอ้เดน!มึงเป็นบ้าอะไรเนี่ย?ถึงฤดูแล้วรึไงไปถามเพื่อนแบบนี้..”

            “รัทเหรอ?..ยังเลย..ว่าแต่ทำไมเหรอ?มันอันตรายไหม?แล้วเอ่อ..” คนตัวโตทำได้เพียงเกาแก้มตัวเองระหว่างพูดออกไปด้วยท่าทีอิดออดกับประโยคเมื่อกี้ของเคน ที่ดูเหมือนจะน่าอายพอตัวทั้งเควินและรันต่างพากันหน้าแดงแจ๋พร้อมเพรียงกันโดยไม่ได้นัดหมาย

            “0.0)!!!”

            “ปะ..เปล่าหรอกแค่ถามเฉยๆ เห็นเธออายุใกล้ 18 แล้วก็เลยเป็นห่วงน่ะ..ยังไงก็ดูแลตัวเองดีๆ เข้าใจไหม?อย่าทำใครเจ็บหนักล่ะ” เดนพูดด้วยน้ำเสียงที่นิ่งลงกว่าตอนแรกพลางก้มหน้าสำนึกผิด โดยมีเควินที่ทำหน้าที่ลูบหลังปลอบโยน

            “อย่าถือสามันเลยนะเพราะว่ามันใกล้ฮีทก็งี้แหละเลยถามอะไรแปลกๆ ตอนนี้ก็เอ่อ 6 โมงเย็นแล้วเรากลับกันเลยไหม?ส่วนรันเดี๋ยวฉันไปส่งเองก็ได้นะรัม” เควินพูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังพร้อมแววตาของเขาที่บ่งบอกทุกอย่าง รวมไปถึงกลิ่นของฟีโรโมนที่เควินปล่อยออกมา เหมือนกับว่าเขากำลังทำตัวเป็นคุณพ่อที่พึ่งพาได้ยังไงยังงั้น

            “ถ้างั้นเจอกันที่โรงเรียนนะรัน..ขอบคุณนะเดนที่เป็นห่วงแต่ว่ารัมไม่เป็นอะไรหรอก..แล้วเจอกันนะ..หมับ!” บอกลาเพื่อนๆ ทั้งสามเสร็จก็คว้ากระเป๋านักเรียนที่วางไว้ข้างม้านั่งขึ้นมาสะพายก่อนออกแรงวิ่งลัดเลาะขึ้นบันไดไป ก่อนกระโดดข้ามรั้วเหล็กกั้นแถวนั้นในพริบตาจนชายเสื้อลอยขึ้นนิดหน่อย

            “พรึ่บ!!..ตึกๆตึกๆ!!” ฝีเท้าหนักๆ ย่ำเป็นจังหวะรุนแรงตามความรู้สึกแปลกๆ ที่รัมพึ่งรู้สึกตัวตอนเดนถามประโยคเมื่อกี้ แต่ว่าความรู้สึกร้อนวูบวาบข้างในมันร้อนวูบวาบขึ้นมาเหมือนกับจะเป็นไข้แต่ว่าร่างกายกับปกติดีทุกอย่างซะงั้น

            ‘สงสัยต้องหายากินซะแล้วมั้งเนี่ย..เฮ้อออ’ บ่นพึมพำกับตัวเองในใจก่อนเร่งจังหวะวิ่งเร็วขึ้นเพื่อลัดเลาะตรอกซอกซอยจนถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ที่มีบอดี้การ์ดในชุดสีดำยืนคุมอยู่หน้าทางเข้า

            “รัม??กลับเย็นจัง..คุณโรสอยู่ข้างในส่วนวันนี้คุณท่านออกไปข้างนอกหากมีอะไรอยากได้ก็ติดต่อมาล่ะกัน..อ่อ นี่ยานะหวังว่าคงจะช่วยได้”

            “อื๋อ??” กะพริบตาปริบๆ จ้องมองเข็มฉีดยาขนาดใหญ่ที่วางแหมะบนพื้นในกล่องสีใสรูปกวางสีขาวที่ถูกแกะสลักมาเป็นอย่างดี

            “ยาเหรอคะ?..ทำไมรัมต้องฉีดยาละคะ?”

            “ไว้เธอรู้สึกตัว..น่าจะได้ใช้มันตอนฉุกเฉินและตอนนี้ก็รีบๆ เข้าไปอาบน้ำได้แล้วไอ้ตัวโต!” บอดี้การ์ดหนุ่มผลักแผ่นหลังใหญ่ในชุดนักเรียนเข้าไปในช่องประตูเล็กโดยมี นิ้วโป้งที่ชูให้ไล่หลังว่าสบายใจได้

            “ขอบคุณค่ะ..พี่มาร์คแล้วก็พี่ไมค์..”

            “อื้ม..” ชายหนุ่มในชุดสูทที่กำลังยืนคาบบุหรี่ควันฉุยครางรับเบาๆ โดยมีมาร์คที่ยืนตบไหล่บอกว่าไม่เป็นไรหรอก

            “คุณโรส??…ตึกๆตึกๆ!!” รีบโกยฝีเท้าหนักผ่านทางเดินจนมาถึงประตูบ้าน แต่พอเปิดเข้าไปก็ไม่เจอเจ้าตัวก็เลยปลีกตัวและเดินอ้อมลัดเลาะข้างตัวบ้านไปยังบ้านพักของตัวเองที่ได้คุณท่านสร้างไว้ให้

            เป็นบ้านไม้ขนาดกะทัดรัดสูงพอตัว แค่ประตูทางเข้าสูงประมาณ 2.5 เมตร เห็นจะได้ ในห้องมีทุกอย่างที่ต้องการ รวมไปถึงห้องใต้ดินที่คุณท่านสร้างไว้ให้เผื่อเหตุฉุกเฉินแต่ไม่รู้ว่าจะได้ใช้ตอนไหน?

            “กร๊อบบบ..อื้อออ..ร้อนจัง” พึมพำกับตัวเองหลังจากวางกระเป๋านักเรียนลงบนเก้าอี้หนัง จัดแจงปลดกระดุมชุดนักเรียนออกด้วยท่าทีคล่องแคล่ว จนตอนนี้กำลังเปลือยกายกึ่งล่อนจ้อนเผยเนินอกที่มีเพียงชั้นในสีดำซ่อนไว้ก็ตาม

            “พรืดดด..” ไม่ช้าชุดนักเรียนตัวเก่งค่อยๆ ถูกถอดออกด้วยท่าทีอ้อยอิ่ง จนตอนนี้กลายเป็นว่าท่อนบนเหลือเพียงชุดชั้นในเท่านั้น และกางเกงนักเรียนที่สวมอยู่

            “อาบน้ำดีกว่า..แล้วนอนให้เต็มอิ่ม..หะ..หาววว” เสียงหาวงัวเงียของรัมกำลังป่าวประกาศบอกนัยๆ ว่าตอนนี้เธอถึงขีดจำกัดแล้ว ไม่ช้าร่างสูงในสภาพเหงื่อชุ่มก็เดินหายลับเข้าไปในช่องทางที่เป็นทางผ่านไปยังห้องน้ำของเจ้าตัว

            ในขณะเดียวกัน โรสที่ตอนนี้กำลังนอนกินขนมด้วยความสบายใจเฉิ่มพลางเปิดดูคลิปวิดีโอในโลกโซเชียลไปเลยเปื่อย จนกระทั่งนิ้วของเธอหยุดชะงักที่วิดีโอหนึ่งที่ถูกแชร์ต่อกันมา หัวข้อเกี่ยวกับ อาการรัทของอัล

            “คลิ๊ก..อื้อ!!” ทันทีที่กดเปิดวิดีโอตรงหน้าก็เริ่มเล่นตามระบบของมัน วิดีโอที่ฉันเห็นก็คือภาพของอัลตัวมหึมาที่พยายามเข้ามาทำมิดีมิร้ายโอมก้าและเบต้าแถวนั้นจนวงแตก ก่อนตำรวจจะเริ่มเกณฑ์ทีมพิเศษเข้ามาจับกุมพร้อมจัดการยิงยาพิเศษเข้าที่ต้นคอจนอัลคนนั้นเริ่มสงบลงจนพูดจากันได้

            “แล้วรัมล่ะ?ถ้าเกิดว่ารัม..รัทขึ้นมาแล้วฉันล่ะ??” มัวแต่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยรู้สึกตัวอีกทีก็ตอนเห็นเข็มบอกเวลาบนหน้าจอโทรศัพท์ของตนเอง

            “อึย..ทุ่มกว่าแล้วเหรอ..รัมยังไม่ได้กินข้าวเลยนี่..แกร๊บ!!” รวบปากถุงขนมมาไว้ในมือข้างเดียวก่อนวิ่งหน้าตั้งลงไปชั้นล่างเพื่อเอาอาหารที่ทำเสร็จแล้วออกมาจัดแจงใส่ตะกร้าไม้ที่พ่อซื้อมาให้ ก่อนวิ่งดุ๊กดิ๊กออกทางประตูหลังซึ่งมันไปเชื่อมกับบ้านของเจ้าตัวได้

            “ก๊อกๆ..รัมนี่ฉันเองนะ..ฉันเอาข้าวมาให้..ก๊อกๆ” เคาะประตูเรียกเด็กสาวที่น่าจะกลับมากโรงเรียนแล้วแต่ก็ไร้วี่แวว แต่พอฉันลองใช้มือจับไขลูกบิดดูก็พบว่าประตูไม่ได้ล็อก

            “แกร๊ก..แอ๊ดดด..รัม?” ค่อยๆ แง้มประตูออกแล้วชะโงกหน้าเข้าไปดู แต่ก็ไม่พบใครเลยนอกจากชุดนักเรียนที่ถูกถอดทิ้งเรี่ยราดและกระเป๋านักเรียนที่วางแหมะอยู่บนเก้าอี้หนัง

            “รัม?..ฉันเอามื้อเย็นมาให้แล้วน้า..” วางตะกร้าลงบนโต๊ะตัวเล็กตรงเก้าอี้หนัง ก่อนเดินเล่นกวาดสายตามองหารัมที่น่าจะไม่ได้ไปไหนไกล

            “รัม..อยู่ไหน?..อ๊ะ??” เดินๆ มาสักพักก็เหยียบอะไรบางอย่าง พอลองก้มตัวลงต่ำไปเอามือแตะดูจนพบว่ามันเป็นคราบน้ำแปลกๆ สีขาวเหนียวหนืดเหมือนนมข้น

            “อื๋อ?..นี่มันอะไรน่ะ?” กะพริบตาปริบๆ จ้องมองคราบบางอย่างที่หยดเป็นดวงอยู่บนพื้นและกลิ่นข้นคลักคาวเล็กน้อยแต่ก็ยังมีกลิ่นหวานของผลไม้นิดหน่อย

            “น้ำอะไรเนี่ย?..” หรี่ตาจ้องมองน้ำเหนียวๆ ในมือด้วยความสงสัย ก่อนบี้มันเล่นแล้วลองยืดดูถึงได้รู้ว่ามันข้นแบบมากๆ เลยเชียว พอลองเพ่งตามองใกล้ๆ นึกว่ากาวซะอีก

            “ฮืมมมม..” เสียงหายใจฟึดฟัดดังไล่หลังพร้อมเงาตะคุ่มของใครบางคนที่น่าจะเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้นั่นก็คือ…

            “รัม!!..อื้อออออ” ฉันที่กำลังเอี่ยวตัวกลับหลังหันไปเพื่อจะถามเรื่องมื้อเย็น แต่กลับกลายเป็นว่าฉันกำลังจะกลายเป็นมื้อเย็นซะเอง เพราะว่ารัมกดริมฝีปากเย็นชืดแนบลงมาใส่ฉันที่กำลังเผยอปากจะถามเรื่องมื้อเย็นจนกลายเป็นว่าถูกรัมขยี้ริมฝีปากกดลงมาซ้ำๆ จนกลายเป็นการบดขยี้ซะงั้น

            “จุ๊บบบ..!!” ริมฝีปากนุ่มหยุ่นบดขยี้ใส่ตามด้วยน้ำหนักทั้งตัวของรัมที่โถมเข้าใส่ฉันเหมือนกับว่าเจ้าตัวไม่เป็นตัวของตัวเอง

            “อื้อออ!! ” พยายามกระหน่ำฝืนทุบหัวไหล่ของคนตัวโตที่พยายามป้อนรสจูบหื่นกระหายเข้าใส่ ตามด้วยปลายลิ้นร้อนของรัมจะเริ่มทำหน้าที่ก่อกวนฉันด้วยการเกี่ยวรัดฟัดเหวี่ยงจนสมองขาวโพลนนึกอะไรไม่ออกเลยในตอนนี้

            พริบตาเดียวฝ่ามือหยาบกร้านของรัมเริ่มบีบขยำนวดคลึงหน้าอกปวดหนึบตามอารมณ์แปลกๆ ที่พุ่งทะยานของเจ้าตัวเหมือนจรวดถูกปลดปล่อยให้เป็นอิสระจากพันธนาการ

            “อื้อ..!!” เริ่มหายใจติดขัดเพราะถูกคนตัวโตกดริมฝีปากขยี้ใส่ฉันยกใหญ่ กว่าจะได้หอบหายใจหนักเข้าปอดเฮือกใหญ่ โดยมีใบหน้าสวยอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ

            “ฮ่า..ฮ่า..อึก..มะ..ไม่ไหวแล้ว..” เสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเลื่อนลอยคล้ายพึมพำใส่ ขณะเดียวกันแววตาของฉันเริ่มหยาดเยิ้มเหมือนเบลอพิษไข้ แต่ว่ามันไม่ใช่แบบนั้น ตอนนี้ร่างกายมันร้อนผ่าวเหมือนฮีทเตอร์ที่ถูกปรับเพิ่มอุณหภูมิในพริบตา

            “ระ..รัม..ฮ่า..ฮ่า..อื้อ!!” ยังไม่ทันได้หายใจได้เต็มปอดกลับถูกรัมกดหน้าลงมาใส่ย้ำๆ ตามด้วยน้ำหนักทั้งตัวของรัมที่โถมเหนือร่าง ฝ่ามือใหญ่บีบเค้นนวดคลึงหน้าอกของฉันจนปวดหนึบ

            “พรืดด..พรึ่บ!!” เสื้อเชิ้ตตัวหลวมโคร่งลอยละลิ่วปลิวหายไปไหนก็ไม่รู้ รู้แค่ว่าตอนนี้ฉันเปลือยท่อนบนอยู่และชุดชั้นในที่กำลังถูกรัมยื้อกระชากให้พ้นตา

            “อื้อออ..แป๊ก!!”

            “เอื้อ!!” สะดุ้งเฮือกตกใจกับแรงกระชากเมื่อกี้ ชุดชั้นในที่น่าสงสารถูกเขวี้ยงทิ้งไปให้พ้นตาตามด้วยกางเกงนอนขาสั้นของฉันที่กำลังถูกยื้อกระชากลงไปกองบนตาตุ่ม

            “ยะ..อย่านะรัมอย่าทำแบบนี้สิ!!อื้ออ..ปะ..ปล่อยมือน้า” พยายามยื้อกระชากกางเกงนอนไว้แต่ก็ฝืนแรงของรัมที่มากกว่าไม่ได้

            กลายเป็นว่ากางเกงนอนตัวน้อยถูกกระชากทิ้งไปให้พ้นทาง เหลือเพียงแต่ป้อมปราการน้อยของฉันที่ปกปิดส่วนสงวนให้พ้นสายตา เสียงหอบหายใจหนักๆ ของรัมดังถี่ขึ้นจนหน้าอกนุ่มหยุ่นกระเพื่อมขึ้นลงเป็นจังหวะ

            “ระ..รัม..” พยายามเรียกชื่อเพื่อเตือนสติแต่ว่าก็ไม่มีเสียงตอบรับใดกลับมานอกจากเสียงพึมพำไม่ได้ศัพท์ พริบตาเดียวร่างของฉันถูกรัมรวบแนบอกจนส่วนสงวนร้อนฉ่าแนบชิดสนิทใกล้หน้าท้องแข็งแรงที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของอีกฝ่ายในท่าทางอล่างฉ่างสุดแสนอับอายขายขี้หน้า

            “อ๊า!!..ระ..รัม..หยุดสิหยุด..อื้อ!” สะดุ้งตกใจเฮือกใหญ่กับสัมผัสแปลกๆ ที่ดุนดันจากทางด้านหลังไม่หยุด ทำได้แค่เอี่ยวตัวเลือบมองถึงได้รู้ต้นตอของบางอย่างที่กำลังดุนดัน

            ท่อนเนื้อร้อนฉ่าขนาดใหญ่เท่าข้อมือของฉันกำลังดุนดันอยู่ด้านหลังเสียดสีก้นนุ่มที่มีเพียงกางเกงชั้นในสีครีมปกปิดไว้          กำลังถูกท่อนเนื้อร้อนฉ่าสีเข้มที่มีเส้นเลือดสีเข้มขึ้นเป็นสันแนวยาวตามขนาดของส่วนยาว จรดลงไปถึงส่วนข้างล่างที่ถูกปกปิดด้วยเส้นขนลื่นมือสีดำเข้ม

            “ระ..รัมยะอย่านะ..ฉันเป็นพี่เธอนะรัม!!..ตะ..ตื่นสิรัม!!” ต่อให้ฝืนแรงทุบหัวไหล่คนตรงหน้ามากเท่าไหร่มันกลับไม่ได้สร้างความเจ็บปวดกระทบกระเทือนใดๆ ให้แก่เจ้าของร่างได้แม้แต่น้อย

            พริบตาเดียวกางเกงชั้นในที่น่าสงสารถูกปลายนิ้วของเด็กสาวตรงหน้าแหวกออก โดยมีส่วนโค้งมนท่อนเนื้อร้อนที่กำลังจดจ่อบริเวณทางเข้าช่องแคบเล็กสีหวานที่กำลังสั่นระริกไม่หยุด

            “ยะ..อย่าสิ..ระ..รัม..อ๊า!!!”

            “กึดด..ด!!”

            “เฮือก!!..” ดวงตาคมสีเขียวมรกตเบิกโพลงด้วยความเจ็บปวดหลังถูกท่อนเนื้อร้อนที่พยายามยัดเยียดเข้าใส่ช่องทางแคบเต็มแรง สัมผัสแรกคือความเจ็บปวดที่กระจายไปทั่วร่าง ตามด้วยความทรมานเหมือนร่างกายกำลังแยกออกจากกันเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

            ท่อนเนื้อร้อนขนาดใหญ่ยังคงพยายามยัดเยียดเข้าใส่ช่องแคบที่ตอนนี้กำลังถูกง้างออกให้กว้างมากขึ้นเพื่อรองรับท่อนเนื้อร้อนขนาดใหญ่ที่กำลังเคลื่อนที่เข้าไปในช่องแคบเล็กที่กำลังขยายออกกว้างจนมากพอ

            “กึดดดด..ปั่บ!!”

            “อ๊ะ..อ๊า!!” โรสถึงกับอ้าปากค้างค้างด้วยความเจ็บปวดหลังท่อนเนื้อร้อนขนาดใหญ่กระทุ้งเข้าใส่ช่องทางจนสุด ไม่ช้าเจ้าของร่างสูงเริ่มขยับสะโพกเข้าออกเป็นจังหวะเนิบนาบ

            ตามด้วยจังหวะหนักแน่นที่ถูกเร่งจังหวะให้เร็วขึ้น จนกลายเป็นการกระแทกกระทั้นเข้าใส่ถี่ยิบไม่หยุดหย่อน โดยไม่สนใจว่าหญิงสาวอีกคนจะเจ็บปวดจนน้ำตาไหลพรากอาบแก้มก็ตาม

            “อื้อ..อ่า.เจ็บบ..ระ..รัม..อื้อๆอ๊าๆ..ยะ..หยุด..อ๊า..”

            “ปั่บๆ..แปะๆ..ปั่บๆ..แปะๆ!!” บั้นท้ายนุ่มกลมกลึงกระเพื่อมขึ้นลงเป็นจังหวะหนักตามแรงกระแทกกระทั้นของอัลสาวตัวโตที่ไม่ได้สติ  ที่กำลังหน้ามืดตามัวเพราะว่าอาการรัทครั้งแรก หากพูดอีกแง่น่าจะเรียกว่าเสียการควบคุมตัวมากกว่า

            “ระ..รัมๆรัมๆฉันจะ..อ๊า..อื้ออ..ฮือออ” ฉันทำได้แค่กัดริมฝีปากล่างเอาไว้เพื่อกลั้นเสียงครวญครางแหบพร่าของตัวเองที่กำลังสั่นเครือไม่เป็นภาษา หลังถูกคนตัวโตขยับสะโพกกระแทกกระทั้นเข้าใส่หนักๆ โดยมีเด็กสาวที่กำลังกัดฟันแน่นด้วยความทรมานก่อนแหงนหน้าขึ้นฟ้าเพื่อพ่นลมร้อนออกจากร่างกายเป็นระลอก

            “กรรร..”

            “อ๊าๆ..ตะตรงนั้นมัน!!” หายใจแทบไม่ทั่วท้องเลยระหว่างที่ถูกรัมกระแทกกระทั้นเข้าใส่ ตามด้วยเสียงกรีดร้องลากยาวออกมา ดูเหมือนว่าฉันถูกบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ในร่างกายของรัมพยายามยัดเยียดเข้าใส่ช่องแคบของฉัน

            ปลายมนร้อนระอุกระทุ้งเข้าใส่ข้างในไม่หยุดหย่อน ไม่ช้าเสียงกรีดร้องของฉันก็ดังขึ้นอีกครั้ง หลังถูกบางสิ่งที่กำลังสร้างความเจ็บปวดเจียนตายเหมือนร่างกำลังแยกออกจากกันเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย กำลังเคลื่อนที่เข้าสู่ร่างกายในช่วงสุดท้ายก่อนปลดปล่อยถึงจุดหมายปลายทาง

            นั่นก็คือเจ้าก้อนประหลาดขนาดเท่ากำปั้นของฉัน ถูกยัดเยียดเข้าใส่ร่างกายเต็มแรง หรือสิ่งที่พวกโอเมก้าและอัลฟ่ารู้จักกันนั่นก็คือ การน็อท หรือที่เรียกว่าการผสมพันธุ์ขั้นสุดของโอเมก้าและอัลฟ่า

            เจ้าลูกก้อนกลมมีหน้าที่ยึดติดให้อัลฟ่าสามารถกระทำการพ่นน้ำเชื้อเข้าใส่โอเมก้าที่พร้อมได้รับการตั้งท้องเต็มที่ แต่ว่าฉันไม่ได้อยากท้องตอนนี้ซะหน่อย!!

            “ฮืมมมม!!..จะเสร็จ..ปั่บๆปั่บๆแปะๆแปะๆ!!” รัมเร่งจังหวะกระแทกข้างในใส่ฉันจนท้องร้อนผ่าวเหมือนกับว่ามันกำลังหลอมละลาย หลังถูกท่อนเนื้อขนาดใหญ่ที่เคลื่อนตัวเข้าไปฝังข้างในร่างกายจนสุด บวกกับการน็อทครั้งแรกของเจ้าตัวที่กำลังทำให้ฉันคลั่งตายทั้งเป็น ด้วยความทรมานเจียนตาย

            “ระ..รัม..อ๊าๆอ่า..ซิ๊ด..ด..จะเสร็จ..แล้ว..อ๊ะ..อ๊า!!”

            “อื้ออ!!”

            เราทั้งคู่ต่างถึงจุดหมายพร้อมกันโดยมีน้ำอุ่นๆ สีขาวข้น ที่ไหลทะลักเข้าใส่ช่องแคบของฉัน หลังถูกรัมขืนใจและทะลวงมันไปถึงไหนต่อไหนแล้ว

            น้ำเชื้ออุ่นร้อนของรัมยังคงทำหน้าที่อัดฉีดเข้าใส่ฉันเต็มแรงไม่หยุดจนสะดุ้งเฮือกเป็นพักๆ ทำได้เพียงหอบหายใจหนักบนหัวไหล่กว้างของรัมที่กำลังยืนหอบหายใจแฮ่กๆ อยู่เหนือตัวของฉันเองที่ไม่สามารถขัดขืนหรือต่อกรกับอัลตัวโตบนร่างได้เลย

            นอกจากปล่อยให้ตัวเองยอมจำนนแม้ว่าใจจริงข้างในมันจะขัดขืนแค่ไหนก็ตาม แต่ร่างกายกลับตอบสนองคนตรงหน้าไม่หยุด เหมือนกับว่าฉันกำลังกลายเป็นที่ระบายอารมณ์ใคร่ของอัลตัวโตที่พึ่งเกิดอาการรัทครั้งแรกมาหมาดๆ

            สิ่งแรกที่สังเกตเห็นก็คือหน้าท้องแบนราบมันเริ่มนูนขึ้นมาเล็กน้อยเพราะปริมาณน้ำเชื้อของรัมที่กำลังฉีดเข้าใส่ฉันเป็นระลอกจนหน้าท้องนูนเด่นเหมือนเนินดินขนาดเล็ก

            “ฮ่า..ฮ่า..แฮ่ก..ก..รัม..ม..” โอเมนสาวทำได้แค่หอบหายใจรวยรินบนหัวไหล่กว้างของเด็กสาวอายุ 18 ที่ตอนนี้กำลังหอบหายใจเอาออกซิเจนเข้าปอดหนักๆ จนหน้าอกนุ่มหยุ่นกระเพื่อมเป็นจังหวะเหมือนคลื่นโหมซัดเข้าหาฝั่ง

            “ยัง..ไม่พอ..แปะ..แปะ!!” ฝ่าเท้าเปลือยเปล่าเดินย่ำบนพื้นห้องเพื่อมุ่งหน้าไปยังห้องนอนของตนเองใกล้ๆ บริเวณนี้

            “ดะ..เดี๋ยวสิฉันยังไม่..อ๊า!!” ยังไม่ทันได้พักเบรกเลย รัมพาร่างของฉันไปทุ่มลงบนเตียง โดยมีร่างของเจ้าตัวที่เอนกายโถมลงมาอีกชั้น พร้อมใบหน้าชื้นเหงื่อและแก้มสีเข้มที่มีสีแดงระเรื่อขึ้นมาแต่งแต้มจนลามไปถึงใบหูนุ่มอยู่ใกล้กันไม่ถึงคืบ

            “ไม่พอ..มัน..ยังไม่พอ..” เสียงพึมพำฟังไม่ออกกำลังบ่นเป็นจังหวะเนิบนาบเหนือศีรษะของฉันที่ตอนนี้กำลังถูกคนตัวโต กว่าทิ้งน้ำหนักลงมาทั้งหมด

            ฝ่ามือหยาบกร้านสีเข้มกำลังดันสะโพกของฉันขึ้นมาเสมอระนาบเดียวกับหน้าท้องจนติดกับจุดกึ่งกลางลำตัวของรัม ที่พยายามขยับสะโพกหนาเข้าออกเป็นจังหวะเนิบนาบใส่ฉัน

            โดยมีไอ้ก้อนกลมติดหนึบบวมเป่งอยู่ข้างในเหมือนลูกบอล ทำหน้าที่ยึดเกาะส่วนนั้นไม่ให้หลุดแยกออกจากกันระหว่างที่ทำกิจกรรม

            “อ๊า..อ่า..มะ..ไม่ไหวแล้ว..จะแหกแล้ว..รัม..อื้อออ!!” สุดท้ายก็ต้องระบายความทรมานทั้งหมดที่มีลงไปบนต้นคอหอมกลิ่นครีมอาบน้ำเย็นๆ ของคนตัวโต ที่กำลังขยับส่วนข้อต่อร้อนฉ่า

            ฉ่ำวาวไปด้วยน้ำรักสีใสเหนียวหนืดและคราบน้ำเหนียวข้นเข้าออกร่างของฉันไม่หยุดหย่อน ไม่ช้าน้ำเชื้อร้อนสีขาวขุ่นของรัมเริ่มไหลทะลักออกมาจากช่องแคบเล็กของฉันที่ถูกเจ้าตัวแหกออกจนน่าสงสาร

            “แน่น..น..ดี..อื้มมม..แปะๆปั่บๆ!!”

            “อ๊า..อ่า..อื้มมม..งั่ม!!” จำใจฝังเขี้ยวเล็กเหมือนไม้จิ้มฟันของตัวเองลงไปบนต้นคอของอัลสาวตัวโตตรงหน้าเพื่อระบายความทรมานที่ได้รับจากเจ้าตัว โดยมีมืออีกข้างของฉันที่พยายามบีบเคล้นหน้าอกนุ่มหยุ่นสีเข้มตรงหน้า

            ที่กำลังเต่งตึงอวบอั๋นล่อหน้าล่อตาฉันจนอดไม่ไหวที่จนต้องบีบเคล้นแรงๆ เอาคืนเรื่องที่ขืนใจฉันเมื่อกี้ด้วยการทะลวงของใหญ่เข้าปากอ่าวของฉัน ทั้งๆ ที่ครั้งแรกของฉันควรจะเป็นการทำแบบช้าๆ ไม่ใช่แบบหยาบโลน!!

            “อ๊า!!..ฮืมมม” คนตัวโตเริ่มครางออกมาด้วยน้ำเสียงขาดห้วง หลังถูกโอเมนสาวใต้ร่างพยายามเอาคืนเธอด้วยการปั่นป่วนหน้าอกนุ่มหยุ่นสีเข้มและต้นคอหนาที่เป็นจุดอ่อนอีกจุดของเธอเช่นกัน

            กว่าสงครามบ้านี่จะจบลงก็ตอนที่ฉันหลับและสะดุ้งตื่นขึ้นมาช่วงเช้าตรู่ประมาณ ตี 5 คาดการณ์โดยสายตา ตอนนี้บนเตียงขนาดคิงไซซ์ มีร่างสูงใหญ่กำลังกอดรัดร่างฉันที่เปลือยเปล่าในสภาพที่เราทั้งคู่ยังไม่ทันแยกจากกันตั้งแต่เมื่อวันก่อนอยู่

            ฉันทำได้แค่กัดฟันก่อนทำการเอื้อมมือไปคว้าท่อนเนื้อของคนข้างกายผ่านการนอนตะแคงข้าง ทำได้แค่ใส่แรงทั้งหมดที่เหลืออยู่น้อยนิดลงไปที่ข้อมือ จากนั้นเริ่มทำการออกแรงดึงส่วนที่เชื่อมรัมและฉันไว้ให้แยกออกจากกัน

            แต่ว่ายิ่งออกแรงมากเท่าไหร่มันกลับไม่หลุดออกจากกันเหมือนที่คิดไว้ แต่ว่าความรู้สึกที่ได้ในตอนนี้คือความเจ็บและทรมานปางตายแทน

            “ฮึบ..ยะ..ย๊าก..ฮ่า..ฮ่า..ไม่ไหว..มันเจ็บ..” พูดกับตัวเองหลังจากรู้แล้วว่าไม่มีทางที่จะเอามันออกได้ง่ายๆ ก็เลยจำใจนอนหนุนซุกไออุ่นจากคนตัวโตที่ตอนนี้กำลังขยับวงแขนรั้งตัวฉันเข้าไปกอด ทำราวกับว่าฉันเป็นหมอนข้างเน่าหรือตุ๊กตาสุดหวง

            “ฮืออ..” เสียงครางอืออื้อตามประสาเด็กขี้เซาที่ตอนนี้กำลังกลายเป็นผู้ใหญ่เพียงเพราะว่าเกิดอาการตื่นตัวครั้งแรกและคราวซวยตกมาที่ฉันดันเป็นโอเมน เหยื่อแสนอร่อยที่เข้ามาป้อนถึงปากแบบนี้ ถ้าไม่ตะครุบไว้คงเสียใจน้ำตาตกในเป็นแน่

            “คอยดูเถอะพรุ่งนี้เช้าเราจะได้เห็นดีกัน..” บ่นอุบอิบใส่ร่องอกนุ่มตรงหน้า ก่อนทำการเอื้อมมือหยิบผ้าห่มผืนหนาข้างกายขึ้นมาห่มร่างของเราทั้งคู่ที่นอนซ้อนหลังกันเหมือนขี่มอเตอร์ไซต์ เพียงแต่สิ่งที่รัมขี่ดันไม่ใช่รถแต่เป็นฉันนี่สิ ให้ตายเถอะถ้าพ่อรู้เข้ารัมจะต้องถูกตัดตอนแน่เลย

            “หวังว่า..ฉันจะไม่ท้องนะ..รัม..อื้อ..หะ..หาววว..ไอ้เด็กลามก..นี่..อือ..” บ่นงึมงำกับตัวเองก่อนฉันจะเป็นฝ่ายเข้าสู่นิทราตามคนตัวโตที่กำลังหลับตาพริ้มและกรนเบาๆ อยู่ด้านหลังในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงนอนขนาดใหญ่ไซซ์พิเศษของรัม

ยังไม่มีการให้คะแนน
กรุณารอสักครู่...