ตอนที่แล้วHPST ตอนที่ 367: ความกลัวไม่รู้จบ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปHPST ตอนที่ 369: ตรามาร

HPST ตอนที่ 368: รับกุญแจสมบัติลับของกริฟฟินดอร์

 

อีวานเงียบ ไม่ว่าชายคนนี้จะเป็นปีศาจหรือกริฟฟินดอร์ เขาต้องการลุกขึ้นและทุบตีเขา!

 

ผู้ชายคนนี้ทำให้เขาต้องเผชิญกับนรกแสนหฤโหดเป็นเวลาพักใหญ่ๆ!

 

ในภาพลวงตา,เขาเกือบจะเป็นบ้า ในขณะที่กริฟฟินดอร์กำลังสนุกสนานกับการมองดูอยู่ด้านนอก และทั้งนักรบเซนทอร์,มังกรไฟ,และเทพเจ้าผู้ชั่วร้ายต่างก็เคลื่อนไหวโดยการควบคุมของเขา

 

ตัวเขาเป็นเหมือนหุ่นเชิดที่ดิ้นรนในโลกที่เขาสร้างขึ้น

 

“อย่าเพิ่งโกรธไปเลย!” กริฟฟินดอร์พูดพร้อมรอยยิ้ม “อันที่จริงฉากที่เธอเพิ่งเห็นไม่ใช่ภาพลวงตาทั้งหมด เหล่าเซนทอร์ทรยศได้ใช้เวทมนตร์เพื่อดูดซับพลังที่ฉันทิ้งไว้ พยายามเรียกวิญญาณชั่วร้ายจากความว่างเปล่า ในเวลานั้นฉันได้สนทนากับมัน จะอธิบายประสบการณ์นั้นยังไงดี ฉันพูดได้แค่ว่ามันน่าสนใจมาก…”

 

สนทนากับเจ้าสัตว์ประหลาดกลมนั่น, อีวานไม่รู้ว่ามันหมายถึงอะไร

 

“สิ่งที่ฉันแสดงให้เธอเห็นมันเป็นสิ่งที่เจ้าสิ่งนั้นพยายามปลูกฝังในตัวฉัน” การแสดงออกของกริฟฟินดอร์กลายเป็นจริงจัง “อันที่จริงมันน่ากลัวกว่าที่เธอเห็น หากเธอพบมันในภายหลัง โปรดระวังและอย่าประมาท”

 

“ผมรู้!” อีวานพูดด้วยความโกรธ,ยังไม่คลายความระมัดระวังของเขา

 

“ฮ่า ฮ่า เธอมีสิทธิ์ที่จะโกรธแบบนี้!” กริฟฟินดอร์เดินไปข้างหน้าไม่กี่ก้าวแล้วโบกมือให้อีวาน “เนื่องจากเธอเข้าใจแล้ว ฉันจึงไม่มีอะไรต้องกังวล! เพื่อนของเธอกำลังรออย่างใจจดใจจ่อที่ข้างนอก เราไม่ควรเสียเวลา”

 

“เดี๋ยวก่อน!” อีวานร้องออกมาอย่างรีบเร่ง

 

จากสิ่งที่เขาได้บอกมา จริงๆแล้วเขายังคงมีคำถามมากมายที่ต้องการจะถามเขา

 

กริฟฟินดอร์ยืนยิ้มอยู่ราวกับว่ากำลังรอให้อีวานถามคำถาม แต่ร่างกายของเขาเริ่มโปร่งใสและเขาก็เริ่มหายไป

 

เช่นเดียวกับห้องในฮอกวอตส์ก่อนหน้านี้ พื้นที่ทั้งหมดเริ่มแตกออกเป็นชิ้นๆ

 

อีวานอ้าปาก แต่ไม่ได้ส่งเสียง

 

“หากเธอต้องการรู้ถึงเวทมนตร์ที่ทายาทของสลิธีรินทิ้งไว้บนศิลาอาถรรพ์ วิธีที่เร็วที่สุดคือหยิบมันขึ้นมาโดยตรง อย่าหนีจากชะตากรรมของเธอ นี่เป็นบททดสอบอีกอย่างหนึ่งที่ฉันทิ้งไว้ให้กับเธอ” เสียงของกริฟฟินดอร์ดังขึ้นเป็นระยะๆ “ลาก่อน อีวาน!”

 

วินาทีต่อมาเมื่อมีชิ้นส่วนของมิติก็แตกสลายและกระจัดกระจายไป

 

ทุกสิ่งตรงหน้าอีวานได้หายไป

 

เศษเสี้ยวพวกนั้นประกายแสงสีเงินและน้ำเงิน,และเขากลับก็สู่โลกแห่งความเป็นจริง

 

เมื่อลมหนาวพัดมา อีวานก็สังเกตเห็นว่าเขายืนอยู่ที่ด้านบนสุดของรูปปั้น

 

ด้านล่างเขา,ซิเรียส,แฮร์รี่,รอน,เฮอร์ไมโอนี่,มาโกเรียนและผู้อาวุโสของเซนทอร์ดูเล็กเหมือนไม้จิ้มฟัน

 

เพราะมันสูงเกินไป เขาจึงมีอาการเวียนหัวและรีบเงยหน้าขึ้น

 

เขารู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่ที่ประตูแห่งท้องฟ้าพร้อมกับดวงดาวนับไม่ถ้วนที่ส่องประกายอยู่รอบๆตัว เขาราวกับว่าเขาสามารถเอื้อมมือไปแตะที่พวกมันได้

 

ห่างไปไกล,เงาขนาดใหญ่ของปราสาทฮอกวอตส์กำลังเห็นได้ลางๆ

 

เขาได้ยินเสียงโห่ร้องและแฮร์รี่กับคนอื่นๆก็ตะโกนชื่อของเขา

 

อีวานก้มลงอีกครั้งและเห็นเฮอร์ไมโอนี่โบกมือให้เขา

 

เพราะมันสูงเกินไปเขาจึงไม่ได้ยินสิ่งที่พวกเขากำลังพูด

 

หลังจากมองเฮอร์ไมโอนี่,อีวานหันหัวของเขาและเห็นกุญแจสมบัติลับที่กริฟฟินดอร์ทิ้งไว้ ชิ้นส่วนของศิลาอาถรรพ์ส่องแสงสีแดงอยู่ไม่ไกล

 

เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วยืนขึ้นอย่างช้าๆ

 

กระแสลมเย็นพัดผ่านและอีวานรู้สึกว่าร่างกายของเขากำลังสั่นและเขาก็รีบย่อตัวลงมาครึ่งหนึ่งเพื่อรักษาสมดุลของเขา

 

ระหว่างแท่นหินที่ซึ่งเขายืนอยู่กับศิลาอาถรรพ์มีทางเดินหินแคบๆ

 

สูงจากพื้นดินอย่างมาก,การเดินบนทางแคบๆ นี้ก็เหมือนกับการเดินข้ามสะพานไม้เดียว แต่ด้านล่างไม่ใช่แม่น้ำเชี่ยว แต่เป็นท้องฟ้ายามค่ำคืนที่กว้างใหญ่

 

ไม่ต้องพูดเยอะ,นี่จะต้องเป็นงานอดิเรกของกริฟฟินดอร์อีกเช่นเคย

 

อีวานกลั้นหายใจและเดินไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง

 

เขาเดินมาถึงศิลาอาถรรพ์อย่างช้าๆ ซึ่งเหมือนกับที่กริฟฟินดอร์แสดงให้เขาเห็น,มันถูกปกคลุมด้วยเครื่องหมายทองคำและมีขอบที่ผิดปกติ

 

อีวานรู้สึกถึงพลังเวทมนตร์ที่ทรงพลังจากมัน แต่เขาก็ยังลังเล

 

เขาไม่แน่ใจว่าโวลเดอมอร์ทิ้งเวทมนต์อะไรไว้และเขาก็ไม่เห็นความแตกต่างอะไรนอกจากรอยแตกที่เกิดขึ้นจากวิญญาณชั่วร้ายซึ่งพิสูจน์ว่าหินนั้นผ่านประสบการณ์ที่ไม่อาจจินตนาการได้!

 

ศิลาอาถรรพ์เปล่งประกายแสงสีแดงและไม่มีร่องรอยของเวทมนตร์หลงเหลืออยู่

 

อีวานลังเล,ไม่แน่ใจว่าเขาควรจะแตะมันหรือไม่

 

เขาพยายามใช้ไม้กายสิทธิ์เพื่อส่องแสงบนศิลาอาถรรพ์และใช้คาถาตรวจจับและป้องกันตัวเอง แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

เขาทไม่สามารถยืนอยู่ที่นั่นได้ตลอดไป ตามคำพูดของกริฟฟินดอร์,ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาต้องยอมรับเวทมนตร์ที่โวลเดอมอร์ทิ้งไว้แล้วจึงหาทางแก้ไข

 

บางทีคำทำนายของศาสตราจารย์ทรีลอว์นีย์อาจจะเกิดขึ้นจริงๆ!

 

อีวานรู้สึกอึดอัดใจที่คิดว่าเขาอาจเป็นคนที่โวลเดอมอร์เลือก,ซึ่งจะช่วยให้โวลเดอมอร์มีพลังเหนือจินตนาการของคนทั่วๆไป

 

เขารู้สึกเย็นยะเยือกไปทั่วทั้งร่างกาย,ราวกับว่าอวัยวะภายในของเขากลายเป็นน้ำแข็ง!

 

อีวานลังเล บางทีคราวนี้มันต้องใช้ความกล้ามากกว่าเหตุผล มันเป็นการกระทำที่บ้าเพื่อให้ได้รับศิลาอาถรรพ์ ทั้งรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติกับมัน

 

แต่ไม่ว่าในกรณีใดมันก็เป็นสิ่งที่เขาไม่อาจหนีพ้น

 

วินาทีต่อมาอีวานเอื้อมมือจับศิลาอาถรรพ์สีแดงไว้ในมือ มันเย็นมาก

 

เวทมนตร์อันทรงพลังเข้ามาในร่างกายของเขาตามฝ่ามือของเขาและอีวานก็รู้สึกอบอุ่น เวทมนตร์ที่เขาเพิ่งใช้ไปในภาพลวงตาได้รับการฟื้นฟูในทันที

 

เวทมนตร์ของเขายังคงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและน่ากลัว

 

บนแแท่นหินที่ด้านบนสุดของวิหารจันทรา ทุกคนมองดูการเคลื่อนไหวของอีวานในท้องฟ้าและพวกเขาต่างก็ส่งเสียงเฮเมื่อพวกเขาเห็นเขาถือศิลาอาถรรพ์

 

“เจ้าเด็กมนุษย์คนนั้นประสบความสำเร็จ!” ใบหน้าที่หยิ่งผยองของมาโกเรียนเต็มไปด้วยความประหลาดใจ “หลังจากผ่านไปหนึ่งพันปี ในที่สุดใครบางคนก็ผ่านการทดสอบอันยิ่งใหญ่นี้ได้!”

 

“แกก็น่าจะรู้นี่ นั่นคือนักเรียนของฉัน! เขาต้องเป็นคนที่เก่งที่สุดอยู่แล้ว!!” ซิเรียสมองไปที่เซนทอร์อย่างภาคภูมิพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้าของเขา

 

“อีวานทำได้ ฉันรู้อยู่แล้ว!” แฮร์รี่ส่งเสียงดัง,โบกมือของเขาและมีความสุขกับเพื่อนของเขาอย่างจริงใจ

 

“เขาเก่งที่สุด เราทุกคนเชื่อในตัวเขา”

 

เฮอร์ไมโอนี่ถอนหายใจอย่างโล่งอกและเช็ดที่ตาของเธอ เมื่อตอนก่อนหน้านี้,อีวานก็หายไปจากสายตาของเธอ เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นและร้องไห้ออกมา

 

“ใช่แล้ว เขาเก่งที่สุด!” รอนตามมา สายตาของเขานั้นซับซ้อนและเขายังคงคิดถึงเวทมนตร์ที่ทรงพลังที่ถูกทิ้งไว้โดยกริฟฟินดอร์

 

ทันใดนั้นเขาก็ตระหนักว่าช่องว่างระหว่างเขากับอีวานนั้นใหญ่ขึ้น

 

บางทีเขาอาจจะไม่ปิดช่องว่างนี้ในชีวิตของเขา

 

รอนไม่สามารถบอกได้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ เขายอมรับว่าในตอนแรกว่าเขาอิจฉาอีวานจริงๆ แต่เมื่อช่องว่างกว้างขึ้นความริษยาก็เริ่มบางเบาลง

 

บางทีนั่นอาจเป็นสิ่งที่เขาต้องทำในตอนนี้ มีความสุขอย่างจริงใจสำหรับเพื่อนของเขา!

คะแนน 3.5
กรุณารอสักครู่...