ตอนที่แล้วตอนที่ 161 หนึ่งเดียว ตอนที่ 3
ทั้งหมดรายชื่อตอน

“เขาทะเลาะกันคนอื่นเหรอ” เต๋อชูเหอไม่คาดหวังเช่นนั้น “มันเกิดอะไรขึ้น” เต๋อเซียะซงมันจะแสร้งทำตัวเป็นเด็กดีและแทบจะไม่ทำให้มือของตนเองสกปรก ตอนนี้เขามีเรื่องงั้นเหรอ?

หวังบ่อกี้พยักหน้าและอธิบายว่า “ครับ เขาทำ ได้ยินว่าหลิวอี้เฟยด่าทอเต๋อชุนหันและฉินหยุนอี้ ลูกสาวของฉินหรง โดยพูดว่าเธอจะมีสามีในอนาคตเหมือนกันฉินลี่ ป้าของเธอ เขายังกล่าวอีกว่าโชคดีที่พ่อและพี่ชายของเขาไม่มีความสัมพันธ์ พลาดพลั้งแต่งงานกับตระกูลฉิน ไม่อย่างตระกูลหลิวต้องแปดเปื้อน”

ไม่น่าแปลกใจที่เต๋อเซียะซงทนไม่ได้ที่จะต่อยตี เต๋อชูเหอหรี่ตาลงและพยักหน้าถามต่อ “แล้วเต๋อเปียมล่ะ มีปฏิกิริยายังไงบ้าง?”

“เขาไม่ตอบสนองอะไรเลยครับ” หวังบ่อกี้ตอบอย่างสับสน เมื่อพิจารณาจากนิสัยของเต๋อเปียม เขาจะไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ โดยสิ้นเชิง เมื่อได้ว่าลูกชายของเขาทะเลาะวิวาทกับเพื่อนสนิท มันค่อนข้างแปลก

“ฉันเดาไว้ว่าเป็นอย่างนั้น” เต๋อชูเหอนึกถึงการติดต่อระหว่างรองผู้อำนวยการหลัวกับทางต้าซี่บ่อยครั้ง เมื่อเร็ว ๆ นี้ และตอบกลับอย่างเยาะเย้ย

หวังบ่อกี้เห็นเช่นนั้น เขารู้สึกงุนงงอย่างสมบูรณ์เขาจึงอธิบายง่าย ๆ ว่า “เพราะจิตใจของเขาทั้งหมดอยู่กับการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับต้าซี่ เมื่อเขาทำสิ่งนี้ได้ เต๋อเซียะซงจะต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแน่นอน”

ทันใดนั้นหวังบ่อกี้ก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด และรู้สึกเห็นใจเต๋อเซียะซง เพราะมีพ่อที่มุ่งมั่นแต่ผลกำไรเพียงอย่างเดียวและแม่ที่ไม่น่าเชื่อถือ เด็กชายผู้น่าสงสารจึงต้องเข้าไปพัวพันกับครอบครัวของฮวางตู๋และฉิน อย่างลึกซึ้ง อีกทั้งยังถูกกำหนดว่าอนาคตต้องมีปัญหาอีกด้วย

พวกเขามาถึงโรงพยาบาลและไปรับฟานต้ากลับบ้าน คุณตาและหลานชายคู่นี้ในที่สุดก็ได้พบกัน เขานั่งอยู่ในห้องเดียวกัน หลังจากที่เงียบไปนาน ฟานต้าเปิดปากพูดขึ้น “หลานแน่ใจเหรอว่าการตายของเหลียนเชี่ย เกี่ยวข้องกับเต๋อเปียม?”

เต๋อชูเหอรินชาให้เขาหนึ่งถ้วย ตาของเขาหลุบลงและยังคงสัมผัสกับลูกปัดนำโชคที่ข้อมือของเขาตอบว่า “ไม่ครับ เป็นเพียงการคาดเดาของผมเท่านั้น แต่สัญชาตญาณบอกผมว่าการตายของแม่ไม่ได้เป็นอย่างที่เห็น ซึ่งต้องเป็นแผนร่วมกันระหว่างเต๋อเปียมและฉินลี่”

เมื่อจ้องมองไปที่สีหน้าของเขา ซึ่งคล้ายกับเหลียนเซี่ย ฟานต้าขยับนิ้วของเขาหยุดชั่วขณะเพื่อปรับให้อารมณ์ของเขาดีขึ้นก่อนจะพูดต่อ “เหลียนเซี่ย…ตายเพราะอะไร?”

“ป่วยครับ” เต๋อชูเหอถูแท่งทองหลายอันใต้ลูกปัด เสียงของลดลงเล็กน้อย “หลังจากไปเที่ยวกับเต๋อเปียม สุขภาพขอเธอก็แย่ลงอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย… ตอนนั้นผมยังเด็กเกินไปที่จะจำได้ สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ ผมว่าลุงหูน่าจะรู้ดีกว่าผม”

ฟานต้ากำหมัดแน่นและแสดงท่าทางให้หูจ้าวที่พร้อมจะเล่าเรื่องนี้อีกครั้ง เงียบลง “ไม่ต้องพูดอีกแล้ว ตอนนี้สภาพจิตใจของฉันดีขึ้นแล้ว ฉันไม่อยากได้ยินมันอีกเป็นครั้งที่สอง”

หูจ้าวปิดเสียงและขอโทษ “ลุงฟาน ผมขอโทษจริง ๆ ครับที่ดูแล เหลียนเซี่ยได้ไม่ดีพอ”

“ไม่ใช่ความผิดของนายหรอก มันเป็นความผิดของฉันเอง… ความผิดของฉัน” ฟานต้าตกอยู่ในความเงียบหลังจากพูดจบ

เต่อชูเหอเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความสงสัยว่าทำไมเขาถึงถามคำถามนี้ตั้งแต่ที่เขาได้รู้เรื่องนี้ไปแล้ว แต่เขาชะงักเมื่อเห็นใบหน้าที่แก่ชราของเขา เขาก้มศีรษะลงและเล่นกับลูกปัดน้ำโชคขณะที่จมอยู่กับความคิดมากมายของตัวเอง

วิธีการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ขึ้นอยู่กับนิสัยและความชอบของฟานต้า ซึ่งจริง ๆ แล้วเขาไม่ชอบเท่าไหร่ เขาอยากกลับไปบ้านของเขาและลูกหมาตัวน้อย ยังมีหลายอย่างที่ต้องทำที่นั่น แต่ลูกหมาตัวน้อยยังคงยุ่ง ดังนั้นเขาจงต้องช่วยจัดการให้เรียบร้อยก่อน

“ชูเหอ”

เต๋อชูเหอหยุดคิดชั่วขณะ เขาซ่อนความรู้สึกทั้งหมดและหันมาสบตากับชายชราที่เรียกเขา

“ตาจะช่วยหลานจัดการเรื่องเหล่านี้เอง” ฟานต้าจ้องมองเขาด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยความรัก แต่รู้สึก แน่นอนว่ามีความรู้สึกลึก ๆ ที่ซ่อนอยู่ภายในใจของเขา “สิ่งที่หลานต้องทำคือมีความสุขและทำในสิ่งที่หลานชอบ ส่วนอื่น ตาจะจัดการให้เอง”

เต๋อชูเหอมองเข้าไปในตาของเขาและรู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที

ฟานต้าเคยรักลูกสาวของเขาใช่ไหม? ต้องใช่แน่นอนอยู่แล้วสิ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมักจะขัดกับความปรารถนาของคนเรา

ฟานต้าเคยรักหลานชายหรือเปล่า? คำตอบคือใช่แน่นอน ซึ่งเต๋อชูเหอไม่เคยสงสัยเรื่องนี้อยู่แล้ว ทว่าเขาโง่มากเสียจนไม่รู้วิธีแสดงความรักที่ถูกต้อง

เมื่อเทียบกับฟานต้าแล้ว ลูกหมาตัวน้อยน่ารักและมีน้ำใจกว่ามาก

“ผมไม่ต้องการแบบนั้นครับ” เต๋อชูเหอส่ายหน้าขณะแตะลูกปัดที่ข้อมือและยิ้ม “คุณตาแบ่งความรับผิดชอบให้ผมได้นะครับ คุณตาไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบทุกอย่างไว้เพียงลำพัง ตอนนี้ผมโตแล้วและมีคนดูแล สิ่งที่ผมต้องการคือการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ แทนที่จะเอาแต่ใจและคอยรับการปกป้องอยู่ฝ่ายเดียว” นอกจากนี้เต๋อชูเหอหวังว่าจะได้รับการเอาใจจากลูกหมาตัวน้อยของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น

ฟานต้าตะลึงกับเสียงเรียกเขาว่า “คุณตา” เขาตกอยู่ในภวังค์ชั่วขณะ เมื่อเขาได้สติคืนกลับมา เขาดูเหนื่อยน้อยลงและมองไปที่เต๋อชูเหอถามเบา ๆ ว่า “หลานตกหลุมรักใครบางคนสินะ? เธอเป็นใคร? เธอเป็นคนดีหรือเปล่า?”

“เป็นคนดีมากเลยครับ คุณตาก็เคยพบเขาแล้ว” เมื่อพูดถึงเหอไป่ เต๋อชูเหอดูอ่อนโยนและกล่าวเสริมว่า “คุณตาเคยขอให้ผมพาเขามาทานข้าวที่บ้านเราด้วยไม่ใช่เหรอครับ”

ฟานต้ารู้สึกงงงวยในขณะที่หูจ้าวตกใจมาก มองเขาด้วยความประหลาดใจ

“ผมชอบเหอไป่ คนที่ผมเคยแนะนำให้คุณตาได้รู้จักก่อนหน้านี้ คนที่ครั้งหนึ่งเขาเคยช่วยชีวิตผมไว้” น้ำเสียงของเต๋อชูเหอเต็มไปด้วยความรักและความภาคภูมิใจ เขาไม่พูดจาอ้อมค้อมและมองเข้าไปที่ดวงตาของฟานต้าโดยตรง พูดว่า “คุณตาครับ เขาเป็นคนรักคนเดียวของผมในชีวิตนี้ เพราะงั้นผมก็หวังว่าตาจะชอบเขา เพราะความดีของเขา แน่นอน ถ้าคุณตาไม่เข้าใจเรา ผมยินดีคืนทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณตาให้มาก่อนหน้านี้และอยู่ห่างกับคุณตาให้มากที่สุด”

ฟานต้ารู้สึกกังวลเล็กน้อยเกี่ยวกับคำพูดที่ดูเหมือนคุกคามเหล่านั้น เมื่อมองไปที่หลานชายที่เขาไม่เคยมองมาก่อน ฟานต้าไม่มีทางเลือกนอกจากถอนหายใจ ไหล่ของเขาค่อย ๆ ลดลง พร้อมกับน้ำเสียงที่ต่ำลงมาก “อย่างที่ตาเคยพูดไว้นั่นแหละ ว่าอยากให้หลานมีความสุข… แต่ตาอยากรู้ว่าทำไมกัน หลานถึงรักเขา และรู้ตัวมานานหรือยัง?”

“เขาทำให้ผมได้รู้” เต๋อชูเหอลูบลูกปัดนำโชคบนข้อมือของเขาและยิ้มอย่างนุ่มนวลและภาคภูมิใจ “เขาช่วยชีวิตผมไว้อีกด้วย ผมควรจะมอบหัวใจให้เขา เพื่อเป็นการตอบแทนความเมตตาของเขาไม่ใช่หรือครับ”

ฟานต้าตกใจกับคำตอบของเขาและค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นท่าทางที่อ่อนโยน เขาคิดถึงใบหน้าที่สดใสของเหลียนเซี่ยก่อนที่จะแต่งงาน ใบหน้านั้นฉายผ่านความคิดของเขา หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ถอนหายใจ “ก็หลานชอบเขามากขนาดนี้ งั้นก็พาเขามาหาตา ทานข้าวด้วยกันเป็นไงล่ะ”

เต๋อชูเหอคลายลูกปัดนำโชคแล้วยิ้มพร้อมกับพยักหน้า “ดีเลยครับ”

 

คะแนน 4.2
กรุณารอสักครู่...