ตอนที่แล้วตอนที่ 1 การทดสอบ
ทั้งหมดรายชื่อตอน

เกรย์ลุกขึ้นยืนอย่างประหม่าจากจุดที่เขานั่ง และค่อยๆเดินไปที่เวที เมื่อเขาไปถึงที่นั่นเขาอดไม่ได้ที่จะมองไปที่ทุกคนที่จ้องมองมาที่เขาอย่างตั้งใจ

 

“ฮิ้ววว”

 

เกรย์หายใจแรงพยายามสงบสติอารมณ์

 

“ก้าวไปข้างหน้า และวางมือของคุณบนศิลา”

 

ผู้อาวุโสที่รับผิดชอบมองไปที่เกรย์ด้วยรอยยิ้ม และบอกให้เขาวางมือลงบนสิ่งที่ใช้ในการทดสอบ

 

เกรย์สังเกตศิลาอย่างระมัดระวัง มันเป็นสิ่งที่น่าทึ่งมาก เพราะมันเป็นสิ่งที่ใช้ในการตรวจสอบธาตุที่ผู้คนเข้ากันได้ และยังตรวจสอบความสามารถของพวกเขาด้วย เกรย์สงบสติอารมณ์ของเขา และก้าวไปข้างหน้าเขามองไปที่ศิลาหินก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ๆเบาๆ และวางมือลงบนศิลานั้น เขารู้สึกเย็นเล็กน้อยในตอนที่เขาวางมือลงไป

 

ทันทีที่เขาวางมือลงบนศิลาหินเขารู้สึกว่ามีบางอย่างเคลื่อนออกมา และผ่านมือของเขาเข้าไปในร่างกายของเขา เกรย์รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยกับความรู้สึกแบบนี้ สัญชาตญาณของเขาบอกให้เขาเอามือออกจากหิน

 

“อย่าขยับเดี๋ยวมันก็เสร็จแล้ว”

 

ราวกับว่าผู้อาวุโสสามารถอ่านความคิดของเขาได้ ผู้อาวุโสรีบกระซิบบอกเกรย์ก่อนที่เขาจะเอามือออกจากก้อนหิน

 

เกรย์หยุดตัวเอง และปล่อยให้พลังงานแปลกประหลาดไหลเวียนไปในร่างกายของเขาอย่างอิสระ พลังงานเคลื่อนที่จากมือของเขาก่อนจะวนไปรอบๆทุกส่วนของร่างกาย หลังจากวนไปมา 3 รอบ เกรย์ก็รู้สึกได้ถึงพลังงานที่ออกจากร่างกายในลักษณะเดียวกับในตอนที่มันเข้าไป

 

เมื่อพลังงานออกจากร่างกายเกรย์ก็รู้สึกโล่งในที่สุด ผู้อาวุโสมองไปที่เกรย์สักพักก่อนที่จะเดินเข้าไปใกล้ศิลาหิน เขาจ้องมองมันอย่างลึกซึ้งก่อนจะมองไปที่เกรย์

 

“วางมือของคุณอีกครั้ง”

 

ผู้อาวุโสพูดกับเกรย์

 

เกรย์ประหลาดใจกับสิ่งที่ผู้อาวุโสกำลังทำ เด็กๆทุกคนที่ทำแบบทดสอบก่อนหน้าเขาทำเพียงครั้งเดียวและผู้อาวุโสจะประกาศผลทันที แต่ในกรณีของเขาทำไมถึงมีความแตกต่างละ?

 

เขาไม่สามารถปฏิเสธคำสั่งได้ ดังนั้นเขาจึงวางมือลงบนศิลาอีกครั้ง ผู้ชมค่อนข้างประหลาดใจที่เห็นเกรย์วางมือบนศิลาหินอีกครั้ง

 

“เกิดอะไรขึ้นทำไมเด็กคนนั้นถึงทำอีก”

 

“ศิลามีปัญหาหรือเปล่า”

 

ผู้ปกครองบางคนที่พาลูกๆมาที่นั่นเริ่มมีข้อสงสัยที่เห็นเกรย์วางมือบนศิลาแล้วทำการทดสอบอีกครั้ง

 

มาร์ธาเฝ้าดูโดยที่เธอไม่มีอารมณ์ใดๆเหมือนเธอรู้ว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นอยู่แล้ว แม้ว่าลึกๆแล้วเธอจะรู้สึกเศร้า แต่ก็ไม่มีอะไรที่เธอสามารถทำได้ ‘เขาบอกให้เธอพาเกรย์มาทดสอบและต้องทำให้แน่ใจว่าเกรย์ได้ทดสอบแล้ว และเธอก็ปฏิเสธเขาไม่ได้ ดังนั้นเธอจึงทำเช่นนั้น

 

กระบวนการนี้เกิดขึ้นซ้ำอีกครั้งและผู้อาวุโสก็เข้าไปที่ศิลาเพื่อมองดูว่าเกิดอะไรขึ้น เขามองไปที่ศิลาจากนั้นเขาก็หันหน้าไปหาเกรย์ก่อนที่จะถอนหายใจออกมา

 

ความเห็นอกเห็นใจปรากฏขึ้นในดวงตาของผู้อาวุโสในขณะที่เขามองไปที่เกรย์

 

เกรย์ผงะกับวิธีที่ผู้อาวุโสมองมาที่เขา ทันใดนั้นเขาก็มีลางสังหรณ์ที่ไม่ดี

 

“ผู้อาวุโสผลเป็นยังไงหรอครับ” 

 

เกรย์ถามด้วยเสียงสั่นเล็กน้อย

 

“เกรย์ ไม่มีความสัมพันธ์กับธาตุใดๆเลย”

 

ผู้อาวุโสประกาศผลเสียงดัง

 

ตู้มมม

 

มันเหมือนกับสายฟ้าฟาดลงมาที่เกรย์เขายืนอยู่ที่นั่นด้วยความตะลึงงัน และจ้องไปที่ผู้ผู้อาวุโส

 

“ไม่…ไม่มีความสัมพันธ์เลย…”

 

“เขาจะไม่มีความสัมพันธ์กับธาตุเลยได้ยังไงกัน”

 

“นี่….นี่มันเป็นไปได้ยังไง”

 

“ฉันเคยได้ยินว่ามีคนที่ไม่มีความสัมพันธ์กับธาตุใดๆเลย แต่ฉันก็ไม่เคยเห็นมาก่อน”

 

“มีคนที่ไม่มีความสัมพันธ์กับธาตุไหนเลยจริงๆ…”

 

“ช่างเป็นเด็กที่น่าเวทนาจริงๆ เขาจะอยู่ได้ยังไงถ้าเขาไม่มีความสัมพันธ์กับธาตุใดๆเลย”

 

          “เขาทำให้พวกเราเสียเวลาเปล่า ฉันก็คิดว่าเขามีอะไรที่พิเศษในตอนที่ผู้อาวุโสบอกให้เขาทำการทดสอบอีกครั้ง ไม่นึกว่าเขาจะไม่มีความสัมพันธ์กับธาตุสักธาตุด้วยซ้ำ” 

 

สามารถได้ยินเสียงผู้คนมากมายที่กำลังพูดคุยกันอยู่ข้างๆเวที บางคนดูหมิ่นเกรย์และต่อว่าอย่างเจ็บปวด บางคนต้องการที่จะเตะให้เขาล้มลงในตอนที่เขาเดินลงมา

 

“เฮ้อ หวังว่าเขาจะไม่รู้สึกแย่มากนะ”

 

มาร์ธาพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ

 

เกรย์ยืนนิ่งท่ามกลางเสียงรบกวนทั้งหมดโดยที่เขาไม่มีปฏิกิริยาใดๆเลย มีคำหนึ่งที่ดังก้องอยู่ในหัวของเขาในขณะนี้

 

‘ยังไง? ทำไมกัน?’

 

ตัวแทนมองไปที่เด็กชายบนเวทีและรู้สึกเศร้ากับเขา แต่เนื่องจากเขาเป็นคนที่ไม่มีความสัมพันธ์กับธาตุใดๆเลย เขาจึงไม่ได้มีประโยชน์กับพวกตัวแทนมากนัก ตัวแทนมองไปที่ผู้อาวุโสที่รับผิดชอบการทดสอบ และส่งสัญญาณให้เขาดำเนินการทดสอบต่อไป พวกเขาต้องการให้การทดสอบสิ้นสุดลง เพราะพวกเขาต้องการรู้การตัดสินใจของโจนัส

 

“ทำการทดสอบต่อเถอะ เราไม่ได้มีเวลาทั้งวัน”

 

ตัวแทนของสถาบันสตาร์ไลท์ กระตุ้นให้ผู้อาวุโสดำเนินการทดสอบต่อไป

 

เนื่องจากเกรย์ไม่มีความสัมพันธ์กับธาตุใดๆ เขาก็ไม่ต่างจากคนพิการ

 

“เจ้าหนูอย่ารู้สึกแย่ไปเลย เธออาจจะเป็นคนที่พลังตื่นขึ้นช้ากว่าปกติก็ได้” ตัวแทนของสถาบันลูน่าพยายามปลอบใจเกรย์ แม้ว่าจะไม่ค่อยพบเห็นได้บ่อยนักที่ตัวแทนจะปลอบโยนเด็กที่เข้ามาทดสอบ แต่ก็มีหลายครั้งที่เกิดขึ้น แต่โดยปกติแล้วแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย

 

เกรย์มองไปที่ตัวแทน เขาไม่สามารถตอบกลับพวกเขาได้เลย เนื่องจากตอนนี้เกรย์ไม่สามารถประมวลผลสิ่งที่เกิดขึ้นได้ เขาเดินลงจากเวทีราวกับซอมบี้ที่ไร้ชีวิต เขาแค่เดินตรงไปและลืมที่จะกลับไปที่ที่นั่งของเขาด้วยซ้ำ

 

“เด็กคนนี้”

 

มาร์ธาเดินตามเขาไปอย่างเป็นห่วง เธอรู้ว่าเกรย์ร่าเริงมากและสิ่งนี้จะส่งผลกระทบต่อเขาอย่างแน่นอน แต่เธอรู้ว่าเขาจะสามารถเดินออกจากความมืดมิดนี้ได้เมื่อเวลาผ่านไป

 

“ต่อไป…”

 

ผู้อาวุโสดำเนินการทดสอบต่อไป และความกระตือรือร้นของทุกคนก็เริ่มขึ้นทันที เนื่องจากโศกนาฏกรรมไม่ได้เกิดขึ้นกับพวกเขาพวกเขา พวกเขาจึงไม่ได้หมกมุ่นอยู่กับความเศร้าโศกที่เกิดขึ้น

 

โจนัสมองเงาที่เลือนหายไปของเกรย์โดยไม่มีอารมณ์ใดๆเขาไม่รู้สึกอะไรเลย ถึงแม้เกรย์จะมีความสัมพันธ์กับธาตุอะไรนั่นก็ไม่ได้สำคัญสำหรับเขาเลย เพราะเขามีความสัมพันธ์ธาตุระดับสีม่วง ในตอนเด็กเขาตั้งเป้าหมายไว้สูงมากและตอนนี้สิ่งต่างๆก็เริ่มเป็นไปตามที่เขาคิดไว้แล้ว

 

การทดสอบดำเนินไปตามปกติและในไม่ช้ามันก็จบลง หลังจากการทดสอบเสร็จสิ้นโจนัสก็ไปหาตัวแทนเพื่อบอกการตัดสินใจของพวกเขา เขาเข้าร่วมกับสถาบันสตาร์ไลท์เนื่องจากสถาบันนี้ได้รับการยกย่องต่อสาธารณชนในฐานะผู้นำของสหภาพสถาบัน ในความคิดเห็นของสาธารณชนสถาบันสตาร์ไลท์เป็นที่รู้จักในฐานะสถาบันที่แข็งแกร่งที่สุด และโจนัสต้องการสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเขาเอง

 

มีเหตุการณ์มากมายเกิดขึ้นในการทดสอบในวันนี้ ประการแรกคนที่มีความสามารถระดับสีม่วงปรากฏขึ้น จากนั้นบุคคลที่ไม่มีความสัมพันธ์กับธาตุเลยก็ปรากฏตัวขึ้นเช่นเดียวกัน ข่าวของสิ่งที่เกิดขึ้นในการทดสอบแพร่กระจายไปทั่วเมืองอย่างรวดเร็ว เมื่อผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองได้ยินเรื่องของโจนัสพวกเขาก็ตกใจกับความจริงที่ว่าเขามีความสัมพันธ์กับธาตุระดับสีม่วง

 

แต่โจนัสไม่ใช่คนเดียวที่มีชื่อเสียงหลังจากการทดสอบ ชื่อของเกรย์ก็แพร่หลายไปทั่วเนื่องจากเขาเป็นคนที่ไม่มีความสัมพันธ์กับธาตุใดๆเลย

 

ต่อมามีการประกาศว่าโจนัสเข้าร่วมสถาบันสตาร์ไลท์ และออกไปกับตัวแทนของสถาบันทันที

 

ก๊อกก๊อก

 

“เกรย์ แม่เข้าไปได้ไหม” 

 

มาร์ธาเคาะประตูห้องของเกรย์ เธอรออยู่หน้าประตูแต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนองใดๆ เธอเปิดประตู และเดินเข้าไป เธอเห็นเกรย์นอนอยู่บนเตียงจ้องมองไปที่เพดาน

 

“เกรย์”

 

มาร์ธาเรียกออกมาเบาๆ

 

“ทำไม ทำไมถึงเกิดขึ้นกับผม”

 

เกรย์ถามด้วยเสียงที่คดเคี้ยว

 

มาร์ธารู้สึกเจ็บปวดที่เห็นลูกชายเป็นแบบนี้ นี่ไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการเพราะในโลกนี้ผู้ควบคุมธาตุถือครองอำนาจสูงสุด การไม่มีความสัมพันธ์กับธาตุใดๆมันเหมือนกับการเป็นคนพิการ

 

“แม่ไม่รู้ลูกรัก แต่ลูกต้องเข้มแข็ง ลูกจำสิ่งที่พ่อพูดกับลูกก่อนจากไปได้ใช่ไหม” 

 

มาร์ธาพูดในขณะที่ลูบไล้แก้มของเกรย์

 

“ใช่ เขาบอกว่าผมไม่ควรยอมแพ้ต่อตัวเองแม้ว่าโลกจะเป็นเช่นไร เขายังบอกว่าผมควรยืนหยัดและเข้มแข็งอยู่เสมอ”

 

เกรย์ตอบแต่ไม่มีความหนักแน่นในน้ำเสียงของเขาเลย

 

“แม่รู้ว่าลูกชายของแม่ยิ่งใหญ่ที่สุด”

 

มาร์ธามองไปที่เกรย์ด้วยความรัก

 

เกรย์รู้ว่าแม่ของเขาพยายามทำให้เขามีกำลังใจ แต่ถึงกระนั้นเมื่อใดก็ตามที่เขานึกถึงว่าเขาจะต้องอยู่โดยไม่มีธาตุใดๆเลย เขาก็จะรู้สึกเศร้ามากขึ้น

 

          “เกรย์จำคำพูดของแม่ไว้นะ สิ่งที่ทำให้ลูกแตกต่างนั่นจะทำให้ลูกพิเศษ ลูกจะไม่เหมือนใครในโลกนี้อย่างแน่นอน แม่ไม่ได้พูดเพื่อเป็นกำลังใจให้ลูก แต่ที่แม่พูดแบบนี้เพราะแม่รู้ว่าลูกที่แม่ให้กำเนิดไม่ได้มีชีวิตแบบธรรมดาๆ ลูกจะได้ครอบครองสิ่งที่เหนือยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด จะมีเพียงลูกเท่านั้นที่จะได้อยู่บนจุดสูงสุดของโลกนี้ และจะไม่มีใครทัดเทียมลูกได้อย่างแน่นอน”

 

มาร์ธามองลูกชายของเธอ และพูดด้วยความจริงจัง

 

สิ่งที่ทำให้ลูกแตกต่างนั่นจะทำให้ลูกพิเศษ‘ คำพูดนั้นยังคงย้ำอยู่ในหัวของเกรย์ และเขาก็เริ่มเห็นแสงสว่างในความมืดที่เขาตกลงไป แม้มันจะเป็นเพียงแสงสว่างที่เล็กน้อย แต่มันก็เป็นสิ่งที่จะช่วยให้เขาออกจากสถานะปัจจุบันได้ของเขาได้

 

มาร์ธามีความสุขขึ้นเมื่อเธอสังเกตเห็นว่าเกรย์มีปฏิกิริยากับคำพูดของเธอ

 

เธอเดินไปที่ห้องของเธอ และทิ้งตัวลงบนเตียงแล้วร้องไห้ เธอเข้มแข็งต่อหน้าลูกชายของเธอเท่านั้น เพราะเธอต้องการให้เขาดึงตัวเองมาอยู่ด้วยกันเร็วๆ

 

“ฉันรู้ว่าคุณบอกว่ามันเป็นอนาคตของเขา แต่ทำไมคุณต้องทำให้เขาผ่านเรื่องแบบนี้ด้วย”

 

เธอพูดอย่างโกรธเคืองขณะมองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่มีแม่คนไหนอยากเห็นลูกหดหู่ เธอรู้สึกแย่ที่เห็นปฏิกิริยาของเขาในตอนที่ผู้อาวุโสประกาศผล

 

************

 

ที่ไหนสักแห่งที่ไกลออกไป

 

“เฮ้อ ตอนนี้เขาต้องอายุครบ 12 ปีแล้วแน่ๆเวลาผ่านไปไวจริงๆ ฉันสงสัยว่าเขาจะทำยังไงหลังจากที่เขาเจอฉัน หวังว่ามาร์ธาจะสามารถพูดให้เขาหายจากอารมณ์ไม่ดีได้นะ ฉันคิดถึงพวกเขาจัง

 

นั่นเป็นเสียงพูดที่เต็มไปด้วยความปรารถนา

 

คะแนน 5.0
กรุณารอสักครู่...