ตอนที่แล้วINTRODUCTION
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไป02 UNDERSTAND

นิยาย เมทธีรัก

01 BABY


01

BABY

เพจ TWS University’s

พี่เนียนทุกปีของคณะวิทยาศาสตร์ เบบี๋ สุทธิรัก สหัสสวัฒ ในที่สุดก็ได้เปิดตัวสักที มีเสียงพูดหนาหูมากว่าพี่เบบี๋เป็นนางฟ้าคณะทั้งๆที่เป็นผู้ชาย แอดก็ไม่เถียงเพราะแอดก็คิดแบบนั้น ดูรอยยิ้มเขาสิสว่างกว่าพระจันทร์บนท้องฟ้าสะอีก

เบบี๋ สุทธิรัก

Like 222,567 shares 6,758 comens 34,592

Ploy ploypailin

นางฟ้าของคณะวิทย์

จี จ๊ี

ต้องยอมรับว่านางสวยกว่าฉัน

Mi meee

พี่บี๋อยากได้ใครโปรดโพสต์บอกเลยนะคะ น้องจะไม่แย่ง

ปัง ปังปอนด์

เพื่อนเราเอาอีกแล้วครับ โดนแอบถ่ายอีกแล้ว @อ้อม ใจ

ตอบกลับ

อ้อม ใจ

เอาที่เพื่อนสะดวกเลยจ้ะ

เบบี๋ สุทธิรัก อย่าแซวกัน

เบบี๋ สุทธิรัก ขอบคุณครับ ^^

“เบบี๋”

คนตัวใหญ่ร่างหมี นอนเลื่อนหน้าจอมือถือดูแอคเคาท์เฟสบุ๊คที่ชื่อ เบบี๋ สุทธิรัก ภาพต่างๆที่ถูกถ่ายส่วนใหญ่จะเป็นภาพเผลอ ไม่ว่าจะจงใจเผลอหรือเผลอจริงๆทุกมุมต่างดูดี เพราะรอยยิ้มบนใบหน้า กับลักษณ์ยิ้มบุ๋มๆข้างแก้ม

จะว่าสนใจก็สนใจ ยอมรับแบบไม่อ้อมค้อม

แต่ก็ใช่ว่าจะหลงรักเลย เขาไม่ใช่คนรักใครง่ายแค่ถูกใจในรอยยิ้มนั้น ส่วนใหญ่คนที่เข้าหาเขามักจะเป็นเรื่องเงิน ไม่แปลกเพราะเขามันลูกคนมีเงิน ใครๆก็หวังทั้งนั้น

เบบี๋ สุทธิรัก รับเพื่อนคุณเป็นเพื่อน

รอยยิ้มเล็กๆผุดขึ้นบนใบหน้า คนตัวเล็กกว่ากดรับเพื่อนเขาหลังจากรอมาแล้วเกือบครึ่งค่อนวัน ไอ้เราก็นึกว่าจะไม่รับเพราะรูปถ่ายไม่ใช่รูปภาพของตัวเองแต่เป็นรูปเจ้าดั๊กกี๊ สุนัขพันธ์ไซบีเรียของที่บ้าน

“เฮียครับบบบบ”

เสียงเล็กเสียงน้อยตะโกนเรียกอยู่หน้าห้อง จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากไอ้น้องคนเล็กอย่างเมฆ

ดินรีบกดปิดล็อกหน้าจอมือถือก่อนจะลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูให้กับน้องเล็ก ประตูบานแพงยังไม่ทันจะได้เปิดหมด ไอ้น้องเลวมันก็รีบพุ่งทะลุเข้ามาในห้อง ส่งยิ้มหวานยิกๆท่าทางเจ้าเลห์ออกมา เฮ้อออ!

“มีไร”

“พรุ่งนี้ผมไปเรียนด้วย”

“แล้วระ-”

“รถยังไม่เสร็จครับเฮีย ติดรถไปด้วยนะ เคๆ” ยังไม่ทันจะอ้าปากบอกว่า ‘ไม่’ มันรีบลุกเดินออกจากห้องไปก่อนสะได้

ดินเดินกลับมาที่เดิมล้มตัวลงนอนหลับตาลงได้ไม่นานก็ต้องลืมตาขึ้นมองเพดานมืดๆในห้อง ภาพรอยยิ้มแสนหวานที่คนตัวเล็กส่งยิ้มมาให้ก่อนเดินออกไปมันค้างอยู่ในหัวไม่หาย แต่มันคงไม่มีอะไรมีเสน่ห์เท่ากับลักษณ์ยิ้มเล็กๆนั้น

คิดแล้วก็อยากจะใช้นิ้วจิ้มลงไปชะมัด!

ในยามเช้าตรู่ที่ใครหลายๆคนไม่ค่อยอยากจะตื่นนัก ดินต้องแหกขี้ตาตื่นตั้งแต่เช้าเพราะเสียงของม๊าปลุกให้ลุกตื่นมาช่วยซื้อของทำอาหารไปเลี้ยงเด็กๆในบ้านเด็กกำพร้า แม้จะง่วงหรืออยากนอนมากแค่ไหนก็ต้องลุกเพราะมิอาจขัดใจม๊าได้ ไม่เช่นนั้นจะอดกินข้าวเย็น

ปกติพวกเขาไม่ได้นอนที่บ้าน นานๆที่จะพากันกลับมาหาม๊า แต่เพราะช่วงนี้ป๊าต้องไปจีนพวกเขาเลยต้องมาดูแลม๊าแทนป๊า ถึงจะมีคนอยู่เยอะแยะแต่ก็สู้ลูกๆดูแลไม่ได้สักคน

“คุณดินกินหมูปิ้งไหมลูก”

“กินครับ” เจ้าของชื่อตอบออกมาแบบไม่ต้องคิด เขาน่ะชอบกินหมูปิ้งมากกว่าเสต๊กแพงๆที่ป๊าชอบพาไปกินสะอีก ยิ่งร้านในตลาดแถวบ้านยิ่งชอบ ถ้าวันไหนเขากลับบ้านจะต้องบอกนมศรีซื้อเอาไว้ให้ตลอด

ดินเดินตามม๊าต๋อยๆ หอบหิ้วถุงกับข้าวเต็มไม้เต็มมือตรงไปร้านหมูปิ้งรถเข็นข้างทาง กลิ่นหอมของหมูที่ถูกถ่านเผาไหม้จนมันแตกโชยมาเตะจมูก ยิ่งร้านนี้แถมน้ำจิ้มพริกป่นด้วยแล้วต่อให้ม๊าเหมาหมดรถเข็นเขาก็ทานหมดไม่เหลือเลยสักไม่มีเหลือ

คุณหญิงประภารู้ใจลูกชายคนโตไม่ต้องรอให้อ้อนเหมือนเด็กๆ เธอรีบเอ่ยสั่งหมูปิ้งทั้งหมดยี่สิบไม้ พ่อค้าใจดีแถมให้ คุยกันไปมาคุณหญิงเลยจัดการเหมามาหมดทั้งร้านเป็นห้าสิบไม้ ไหนๆก็ไหนๆซื้อไปแจกทำบุญด้วยเลยก็ไม่เสียหายอะไร

“ลุงครับเอาหมูปิ้งสิบไม้ขาวเหนี่ยวสี่ห่อ” เสียงหวานที่แม้จะได้ยินครั้งเดียวแต่เขาก็จำมันได้

ดินหันมองผู้มาใหม่ คนที่เคยเจอเมื่อว่านก่อน คนที่หลอกหลอนเข้าเพราะรอยยิ้มหวานๆนั้น

“หมดแล้วน่ะสิหนู”

“อ้าว! ทำไมหมดแล้วจังครับ สงสัยจะขายดี”

“พอดีคุณนายเขาเหมาไปทำบุญ ลุงก็เลยหมดไว” เบบี๋หันมองหน้าคนเหมาหมูปิ้งของเขาไปตาปริบๆ

“แบ่งน้าไปก็ได้นะจ้ะ หนูจะเอากี่ไม้”

“สิบครับ”

“ได้จ้ะ พ่อค้าเอาหมูใส่ถุงให้หนูคนนี้สิบไม้นะ” พ่อค้าหยิบหมูย่างที่ย่างเสร็จแล้วใส่ถุงให้กับเบบี๋พร้อมกับข้าวเหนี่ยวสี่ห่อส่งให้กับเจ้าตัว มือเล็กรับถุงหมูปิ้งไว้ในมือแล้วหยิบเหรียญในกระเป๋าเพื่อจะจ่ายเงินแต่กลับถูกมือสวยจับเอาไว้สะก่อน “ไม่ต้องจ้ะน้าจ่ายให้”

“แต่ผมว่า-”

“ม๊าฉันให้ก็รับไปสิ เป็นเด็กเถียงผู้ใหญ่ทำไม” ดินยืนมองเหตุการณ์อยู่นานพูดแทรกกลางขึ้น คุณหญิงประภารีบหันมองลูกชายดุๆ เห็นทีจะต้องอบรมใหม่อีกรอบเรื่องชอบทำหน้าดุๆกับพูดจาไม่น่ารักแบบนี้

คนตัวเล็กอ้าปากเตรียมจะเถียง

“ถ้าเถียงฉันจะจับปากเธอเย็บติดกัน”

“ตาดิน!”

“ขอบคุณนะครับคุณน้าใจดี แต่ผมรับไว้ไม่ได้หรอกครับถ้าคุณน้าไม่รับเงินผม” คนตัวเล็กรีบพูดรัวๆก่อนจะส่งเงินให้กับหญิงสาวตรงหน้า คุณหญิงประภาต้องจำใจรับเงินจากอีกคนมา

“ขอบคุณครับ”

เบบี๋หันมองคนปากเสียอีกครั้งและเดินออกไปจากจุดนั้น ดินมองตามคนตัวเล็กจนข้ามถนนไปอีกฝั่ง เดิมทีว่าจะแกล้งนิดหน่อยแต่เจ้าตัวเหมือนกับไม่พอใจสะได้ เขาทำอะไรผิดแค่พูดความจริง

ตาคมจับจ้องไปที่คนอีกฝั่งไม่วางตา เบบี๋เดินตรงไปหาเด็กสองคนพี่น้องแต่งตัวมอมแมมนั่งขอทานอยู่ริมฟุตบาท เขานั่งลงย่องๆส่งหมูปิ้งที่พึ่งของซื้อต่อจากม๊าเขาไปให้กับเด็กสองคนนั้นกับถุงน้ำปาท่องโก๋กับน้ำเต้าหู้ให้อีกหนึ่งชุดให้กับมือสองคนพี่น้องขอทานโดนไม่กลัวว่ามือขาวๆของตัวองจะเลอะเลยสักนิด

คุณหญิงประภามองภาพตรงหน้าแล้วเผ่ยยิ้มออกมา

เจอกันเพียงครั้งแรกก็ทำให้ประทับใจไม่อาจลืม

“เอาอีกแล้วนางหนูนั้นซื้อให้เด็กขอทานทุกวันที่ผ่านมาเลย” เสียงพึมพำของพ่อค้าหมมูปิ้งทำให้คุณหญิงประภาจากด้านหน้าหันมามอง “เด็กคนนั้นมาบ่อยหรอจ้ะ”

“ไม่บ่อยเท่าไหร่หรอกครับคุณนายแต่ทุกครั้งที่ผ่านมาก็จะแวะซื้อของกินให้เด็กสองคนนั้นประจำ มีแต่ของดีๆทั้งนั้น”

คำพูดของพ่อค้าหมูปิ้งสร้างความประทับใจอย่างมากสำหรับคุณหญิงประภา ตามจริงเด็กคนนั้นจะโอ้อวดแด่เขาก็ได้ว่าซื้อไปให้เด็กขอทาน แต่เจ้าตัวกลับไม่บอกตามจริงแล้วจะบอกตั้งแต่เดินมาซื้อเลยก็ได้ถ้าคนจะโอ้อวยว่าทำความดี

ดีทั้งหน้าตาและจิตใจ

ประทับใจคุณหญิงประภามากจริงๆ

“ตาดิน ทำไมมองน้องไม่วางตา” เธอเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของลูกชาย “น้องที่ไหนปีเดียวกัน”

“คุณดินไปรู้ได้ยังไงค่ะ”

“พี่ในสายรหัสไอ้เมฆมัน ม๊าจะถามดินทำไมเนี่ย”

“ชอบเขาหรอตาดิน”

“อืม เฮ้ย! ไม่ใช่ โถ่ม๊ารีบไปเถอะหมูปิ้งได้แล้วเร็วๆ” ดินรีบดึงมือม๊าตัวเองกลับบ้านก่อนที่จะถูกหลอกถามอะไรชวนเขินไปมากกว่านี้

ถถามมาได้โต้งๆคนกำลังเหม่อก็หลุดน่ะส

คุณหญิงประภามองลูกอมยิ้มน้อยๆ นานๆเจ้าลูกชายคนโตจะมีโมเมนต์เขินอายจนตัวดำๆแดงแจ๋สะขนาดนี้ หรือเขาจะได้สะใภ้คนแรกเป็นเด็กคนนั้นกัน

มหาวิทยาลัยอณุสรณ์ศิลป์

ณ ใต้ถุนอาคารเรียน คนตัวเล็กเดินถือกระเป๋าเข้ามานั่งกับเพื่อนสนิททั้งสองคนที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว ด้วยอารมณ์ขุ่นมัวอย่างบอกไม่ถูก ก็เขาเล่นเจอคนปากเสียงตั้งแต่เช้า คนบ้า! หน้าโหดแล้วยังปากเสีย

ปึก!

กระเป๋าเป้ใบเล็กวางลงระหว่างกลาง อ้อมใจและปอนด์สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันมองเพื่อน

ไอ้ที่รักมันเป็นอะไรหน้ายุ่งเป็นแมวหิวข้าวไปได้

“เป็นส้นตีนอันใด” คำถามกวนประสาทจากปากของปอนด์ “เจอคนปากเสีย”

“ใครว่ะ! ทืบแม่งดิ!”

“ก็เมื่อเช้าไปซื้อหมูปิ้ง แล้วมีคุณหญิงคนนึงของเหมาไปกูก็ขอซื้อต่อแล้วเขาจะไม่เอาเงินและกูก็เกรงใจไงเขายอมแบ่งให้แล้วยังจะไม่เอาเงินอีก”

“แล้วไง เขาก็ใจดีออกปากเสียตรงไหน” อ้อมใจถามออกมาอย่างงงๆ

“ไม่ใช่คุณน้าใจดีแต่เป็นลูกชายเขา” คนตัวเล็กหน้ายุ่งหนักกว่าเก่า คิดแล้วก็โมโห มีอย่างที่ไหนมาบอกว่าถ้าเถียงแล้วจะเย็บปากต้องเป็นคนประเภทไหนกัน

“เขาด่าอะไรมึง”

“เขาบอกว่า ผู้ใหญ่ให้ของอย่าขัดแล้วพอจะเถียงเขาก็บอกว่า ถ้าเธอเถียงจะจับเย็บปากดูสินิสัยเสียที่สุด!!” เบบี๋เล่าไปบ่นไป ทำถ้าเง้างอตามภาษา

ก็เขาไม่ชอบคนมาพูดจาไม่ดีด้วยนี่หน่า

“พี่เบบี๋จ๋า” เสียงแจ๋วแจ๋วของน้องในสายรหัสตัวโตดังมาแต่ไกล คนตัวเล็กหันมองเห็นเมฆรีบกระโดลงจากรถจักรยานยนต์คันใหญ่วิ่งตรงมาทางเขา “พี่บี๋ พี่กินข้าวยังครับ”

“ถามพี่บี๋คนเดียวหรอจ๊ะน้องเมฆพี่นั่งอยู่ตั้งสามคน”

“ก็ถามทุกคนนั้นแหละครับ”

“พี่พึ่งไปกินกับไอ้ปอนด์มาเมื่อกี๊เอง”

“แล้วพี่บี๋ละครับ”

“ยังจ้ะ พี่ว่าจะไปกินพร้อมมันสองคนนั้นแหละ ชิงกินกันก่อนสะได้” เบบี๋พูดออกมาแบบงอนๆ

“งั้น... พี่บี๋ไปกินกับผมไหม ผมยังไม่ได้กินเลย” น้องสายรหัสสุดหล่อทิ้งตัวลงนั่งข้างๆพิงหัวกับไหล่เล็กอ้อนด้วยทางทางน่ารัก

“ก็ได้... พี่ไม่อยากกินคนเดียวเหมือนกัน” เบบี๋ใช่เวลาคิดไม่นาน เพราะเขาน่ะถูกเมฆตกตั้งแต่วันแรกแล้ว

และก็ดีเหมือนกันเขาจะได้ไม่ต้องอ้อนวอนให้ไอ้เพื่อนสองตัวแสบไปกินด้วยกัน เป็นเรื่องปกติที่สองคนนี้จะหนีไปกินก่อนเพราะกว่าเขาจะมาถึงมหา’ลัยก็สายกว่า ต่างจากสองคนที่มาพร้อมกันเพราะบ้านอยู่ใกล้กันแต่ก็จะเป็นแบบนี้แค่บางวันที่สองคนนี้กลับบ้านเท่านั้น

เมฆพาว่าที่ซ้อใหญ่ของบ้านเดินออกมาจากคณะตรงไปที่โรงอาหารของคณะตัวเอง หัวสมองที่ฉลาดล่ำคิดแผนออกมาจากบ้านแล้วอย่างดี ยังไงวันนี้นางฟ้าของคณะจะต้องได้คุยกับพี่ใหญ่ของเขาสักคำของคำโดยมีเขาเป็นพ่อสื่อ

การมาของทั้งคู่เป็นจุดสนใจมากของคนในโรงอาหาร ที่นี้ไม่ใช่มีแค่คณะวิทย์เท่านั้น แต่ยังมีนิเทศ บริหาร การโรงแรมและหลายต่อหลายคณะที่มาใช่สอยโรงอาหารนี้

เมฆดูแลเอาอกเอาใจพี่รหัสเป็นอย่างดีทั้งซื้อข้าวและน้ำให้เรียบร้อย

“ข้าวมาแล้วครับผม”

“ขอบคุณครับ น้องเมฆ” เบบี๋เริ่มลงมือทานข้าวเช้า จะมีก็แต่เมฆเท่านั้นที่มองซ้ายมองขวาหาเฮียใหญ่ที่นัดเอาไว้ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนหน้าหล่อทะเล้นอีกครั้งเมื่อสายตาเห็นเฮียใหญ่ของบ้านเดินหน้าโหดมาแต่ไกล

ความรู้สึกวูบๆบางอย่าอยู่ข้างๆ ทำให้ละจากจานข้าวเหลือบมองเห็นผู้มาใหม่หน้าตาโหดนั่งลงข้างๆตัว คนที่ตั้งตัวไว้ว่าขอไม่เจอะเจออีกเลยเพราะปากเสียเกินกว่าจะรับมือไหว้

ไอ้คนบ้าเมื่อเช้านี้!!

“มองหน้ามีอะไร”

“ป่าว” คนตัวเล็กสบัดหน้าหนีไม่สนใจ เมฆมองหน้าทั้งสองสลับกันไปมาอย่างงงๆว่าทั้งคู่ไปรู้จักกันได้ยังไง “พี่บี๋รู้จักเฮียดินด้วยหรอครับ”

เบบี๋ตัวน้อยปลายตามองก่อนจะหันกลับไปหาเมฆ

“เขาบอกจะเย็บปากพี่ติดกันเมื่อเช้าครับ”

“เฮีย!”

“อะไรของมึง ก็ปากแบบนั้นเถียงเก่ง กูไม่เอากาวตาช้างหยอกสะตอนนี้ก็บุญแล้ว”

“คุณ!” คนตัวเล็กกำมือแน่น สองรอบแล้วนะที่คนคนนี้มาว่าเขาโดยที่ไม่มีเหตุผล เขาก็แค่เกรงใจตอนนั้นทำไมต้องบอกว่าจะมาเย็บปาก แถมตอนนี้ยังมาบอกว่าเขาพูดมากอีก

“คนบ้า!”

เจ้าแมวตัวน้อยเริ่มจมูกย่นชนกันอีกครั้ง ปากคว่ำแก้มแดงเพราะโกรธจัด

ทำอะไรไม่ได้หงุดหงิด!!

“โกรธหรอ?”

“…”

“ต่อยฉันสิ” กำปั้นเล็กยกขึ้นทุบเข้าที่อกข้างซ้ายสุดแรงเกิด คนตัวเล็กกะว่าให้ไอ้คนบ้านตรงหน้าจุกอกตายไปเลย

ปึก!!

“หึ” แต่หาคนตัวใหญ่ร่างหมีจะสะท้นสะท้าน มือเท่ามือเด็กแถมแรงเท่ามดมันจะไปเจ็บอะไร

“ตัวเท่าลูกหมาทำมาเป็นเก่ง”

“ไอบ้าเอ่ย! ไม่กินแล้ว!” เบบี๋ลุกขึ้นจากโต๊ะไม่สนใจเสียงเรียกของน้องสายรหัส เพราะความโกรธตอนนี้มันครอบงำจิตใจมากเกินไป

อยากจะตีให้เจ็บจนร้องไห้แต่กลับทำไม่ได้เพราะคนอะไรก็ไม่รู้ตัวใหญ่เท่าหมี!

“เฮียไปแกล้งพี่บี๋ทำไม”

“มึงเงียบปากไปเลยไอ้เมฆมึงไม่ต้องมาจับคู่ให้กู ถึงเวลาเดี๋ยวกูจัดการของกูเอง”

ไอ้น้องโง่คิดว่าเขาตามตัวเองไม่ทันหรือยังไงเห็นสายตามันตั้งแต่วันแรกก็รู้แล้วไม่ต้องเดาให้ยาก เขาไม่ได้บอกว่าชอบแค่บอกว่าน่ารักแถมเขาก็ไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวาย ถ้าเขาชอบจริงๆจะเริ่มเองไม่ต้องให้ใครมาเป็นพ่อสื่อแม่สื่อมันน่ารำคาญโว้ย!!

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด