ตอนที่แล้วบทที่ 204 ปลื้มใจ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 206 ผู้ร้าย

บทที่ 205 งานเลี้ยง (ตอนฟรี)


บทที่ 205 งานเลี้ยง

“คิกคิก~”

เสียงหัวเราะเหมือนกระดิ่งสีเงินของเซียวหยูซวนดังขึ้นภายในรถ มันเป็นเสียงที่ทำให้คนที่ได้ยินรู้สึกผ่อนคลายและมีความสุข

“จี้เฟิงคุณเห็นสีหน้าท่าทางทั้งสามคนของบ้านหลิวซูหงหรือเปล่า? ฮ่าฮ่า~! ฉันไม่คิดมาก่อนเลยว่าการที่เห็นพวกเขาทำตัวเย่อหยิ่งก่อนหน้านี้มันจะทำให้ฉันถอนหายใจด้วยความโล่งอกได้ในตอนนี้!” ใบหน้าของเซียวหยูซวนเต็มไปด้วยรอยยิ้มเกรงว่าถ้าตอนนี้เธอไม่ได้ขับรถเธอคงหัวเราะไปกระโดดโลดเต้นไปอย่างแน่นอน!

ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบกับหลิวซูหงและคนอื่นๆที่หน้าบ้านของเซียวหยูซวน ไม่ว่าจะเป็นซูชางหยวนสามีของเธอหรือถังไห่เว่ยลูกชายของหัวหน้าสำนักงานเขตต่างก็มีท่าทีสูงส่ง มันก็ทำให้เซียวหยูซวนมีสีหน้ามืดมนมาโดยตลอดจนกระทั่งเมื่อพวกเขาได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของจี้เฟิงจากนั้นการกระทำของพวกเขาก็เปลี่ยนไปนั่นจึงทำให้เซียวหยูซวนมีสีหน้าที่สดชื่นขึ้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตอนที่รินเหล้า จี้เฟิงเป็นคนอ่อนน้อมในฐานะที่เด็กกว่าเขาจึงเป็นฝ่ายรินเหล้าให้กับผู้อาวุโสกว่าไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ของเซียวหยูซวนหรือแม้กระทั่งซูชางหยวน เซียวฉางเหอยอมรับในการปฏิบัติตัวตามมารยาทของจี้เฟิงตามปกติ แต่นั่นไม่ใช่กับซูชางหยวน เขารู้สึกกลัวมากจนถึงกับลุกขึ้นยืนอย่างรีบร้อนและไม่กล้าที่จะเป็นผู้รับ เขารีบคว้าขวดเหล้าจากมือของจี้เฟิงทันทีและรินให้จี้เฟิง

ส่วนทางหลิวซูหงก็มีแต่คำพูดประจบประแจงไม่หยุดออกมาจากปากของเธอราวกับว่าจี้เฟิงกลายเป็นคนที่ดีที่สุดในโลกและไม่มีผู้ชายคนไหนจะหล่อเหลามากไปกว่าจี้เฟิงอีกแล้วในโลกนี้ สิ่งนี้ทำให้เซียวหยูซวนถึงกับขนลุกไปทั้งตัว

และแม้แต่ซูถิง เธอมองไปที่จี้เฟิงด้วยสายตาสนอกสนใจเป็นครั้งคราวโดยไม่จำเป็นต้องบอกก็พอจะรู้ว่าซูถิงแทบรอไม่ไหวที่จะเข้ามาแทนที่เซียวหยูซวน และไม่ว่าจะทำอะไรเธอก็พยายามที่จะให้ตัวเองอยู่ในสายตาของจี้เฟิงตลอดเวลา เรื่องนี้ก็ทำให้เซียวหยูซวนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ

พฤติกรรมต่างๆของครอบครัวนี้มันทำให้คนอื่นๆแปลกใจและเซียวหยูซวนก็รู้สึกขำมาจนถึงตอนนี้

“เดี๋ยวเถอะ! เด็กคนนี้พูดจาอะไร!” เซียวมู่ดุลูกสาวของเธอ “พวกเขาอาจจะทำตัวโอเวอร์เกินไปหน่อย แต่พวกเขาก็ยังเป็นญาติผู้ใหญ่ของลูก จะไปเรียกชื่อพวกเขาห้วนๆแบบนั้นไม่ได้ คนเราต้องรู้จักสัมมาคารวะ!”

เซียวหยูซวนเม้มปากและพยายามกลั้นหัวเราะ เธอไม่ได้รู้สึกกลัวที่แม่เธอดุแม้แต่น้อย

จี้เฟิงที่นั่งอยู่ที่นั่งข้างๆคนขับก็มีรอยยิ้มปรากฏอยู่บนใบหน้า พร้อมกับพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ แม้ว่าเซียวฉางเหอและภรรยาของเขาจะเป็นนักธุรกิจ แต่พวกเขาก็ไม่ได้มีลักษณะของนักธุรกิจหัวหมอ แต่พวกเขาให้ความสำคัญกับการอบรมพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ให้กับลูกของพวกเขา ซึ่งผลของมันก็เห็นได้ชัดจากนิสัยของเซียวหยูซวน

“เสี่ยวเฟิง แม้ว่าฉันและเซียวมู่จะตกลงกันแล้วว่าเธอกับซวนซวนมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่เธอก็ไม่สามารถรังแกเธอได้ ไม่เช่นนั้นไม่ว่าตัวตนของเธอจะเป็นอย่างไรฉันก็จะไม่มีวันให้อภัยเธออย่างเด็ดขาด โปรดจำเรื่องนี้ไว้ด้วย!” เซียวฉางเหอไม่เคยต้องการอะไรไปมากกว่าความสุขของลูกสาว

จี้เฟิงพยักหน้าด้วยสีหน้าจริงจัง “คุณลุงไม่ต้องกังวลผมจะไม่มีวันปล่อยให้เซียวหยูซวนต้องเป็นทุกข์แม้แต่นิดเดียว!”

“งั้นฉันก็จะได้สบายใจ” เซียวฉางเหอพยักหน้าเล็กน้อยด้วยความพึงพอใจ

หลังจากผ่านไปกว่ายี่สิบนาทีพวกเขาก็กลับถึงบ้านของเซียวหยูซวน บางทีอาจเป็นเพราะเซียวฉางเหอมีความสุขมาก เมื่อกลับถึงบ้านเขาจึงชวนจี้เฟิงดื่มต่ออีกสองสามแก้ว และวงเหล้าก็เริ่มขึ้นโดยที่จี้เฟิงไม่ได้พูดอะไรสักคำ

ท่ามกลางเสียงบ่นของเซียวมู่ เซียวฉางเหอจึงยิ้มอย่างขมขื่นและขอตัวเพื่อไปอาบน้ำและเข้าห้องนอน

ในตอนนั้นเองจี้ช่าวเหลยได้โทรมาหาจี้เฟิงอีกครั้ง “น้องสามยังอยู่ที่โรงแรมเจียงจินเยี่ยหรือเปล่า ตอนนี้ฉันอยู่ในคลับไม่ไกลจากที่นั่น ถ้าน้องสามเสร็จธุระแล้วมาหาฉันที่นี่หน่อย ยังไงก็โทรมาแล้วกัน!”

จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะทำหน้างงๆ จี้ช่าวเหลยดูเหมือนมีบางอย่างอยากจะคุยกับเขา ที่เขาพาต้วนเผิงมาในวันนี้คงไม่ใช่แค่ต้องการแนะนำให้เขารู้จัก ไม่เช่นนั้นคงไม่โทรหาเขาถึงสองครั้งในเวลาเพียงไม่นาน

“มีอะไรหรือเปล่า?” เซียวหยูซวนอดไม่ไม่ได้ที่จะถามเมื่อเห็นจี้เฟิงยืนมองโทรศัพท์ด้วยสีหน้างงๆ

จี้เฟิงเงยหน้าพร้อมกับมองไปรอบๆและพบว่าเซียวฉางเหอและภรรยาของเขาได้ขึ้นไปพักผ่อนที่ห้องนอนชั้นบนแล้ว และทันใดนั้นหัวใจของจี้เฟิงก็เต้นเร็วขึ้น เขาคว้าเอวของเซียวหยูซวนมาไว้ในอ้อมแขนและมือของเขาก็สัมผัสไปที่ก้นอันนุ่มเด้งของเซียวหยูซวนและนวดคลึงมันอย่างเร่าร้อน

“อ๊า~!” เซียวหยูซวนร้องออกมาโดยอัตโนมัติและเธอก็รู้ตัวในทันทีว่าตอนนี้เธอยังอยู่ที่บ้านใบหน้าของเธอแดงระเรื่อด้วยความเขินอายและพูดกับจี้เฟิงเบาๆ “ปีศาจน้อย อย่าทำแบบนี้พ่อกับแม่ของฉันยังไม่นอน!”

จี้เฟิงจำต้องปล่อยเธออย่างไม่เต็มใจ แต่ก่อนจะปล่อยเขาก็อดไม่ได้ที่จะดมกลิ่นตัวที่หอมหวนและยั่วยวนอันเป็นเอกลักษณ์ของเซียวหยูซวน

“หยูซวนคุณไปกับผมนะ เมื่อครู่พี่รองโทรมา ผมคิดว่าเขาคงมีเรื่องสำคัญต้องการจะคุย!” จี้เฟิงยิ้มและอธิบายอย่างแผ่วเบา “แล้วอีกอย่างผมก็เพิ่งดื่มเหล้าไปด้วย คงไม่ใช่เรื่องดีหากจะต้องขับรถไปเอง คุณขับรถให้ผมหน่อยได้มั้ย”

เซียวหยูซวนมองเขาอย่างรู้ทันและพูดว่า “เจ้าคนร้ายกาจอย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าแผนของคุณคืออะไร คุณคงต้องนั่งแท็กซี่ไปเองแล้วล่ะ เพราะคืนนี้ฉันจะอยู่กับพ่อกับแม่”

นี่เป็นครั้งแรกที่เซียวหยูซวนพาจี้เฟิงมาพบพ่อและแม่ของเธอ เซียวหยูซวนรู้ดีว่าพ่อกับแม่คงมีบางอย่างที่อยากจะคุยกับเธอเป็นการส่วนตัวและอีกอย่างมันคงจะไม่เหมาะที่จะออกไปข้างนอกเวลานี้ ยิ่งไปกว่านั้นแววตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาในดวงตาของจี้เฟิงมันทำให้เธอรู้สึกกระวนกระวายใจเล็กน้อย แต่ในที่สุดเธอก็สงบลง

จี้เฟิงยิ้มและพูดว่า “หยูซวนคุณไม่ต้องไปกับผมก็ได้ แต่...”

เซียวหยูซวนมองเขาด้วยดวงตาที่มีเสน่ห์ และทันใดนั้นเธอก็ก้าวไปข้างหน้าและริมฝีปากสีแดงของเธอก็จูบไปที่แก้มของจี้เฟิงเบาๆและพูดอย่างรู้ทัน “ต้องการแบบนี้ใช่มั้ยล่ะ เจ้าปีศาจน้อยคิดแต่เรื่องลามกทั้งวัน!”

จี้เฟิงพูดด้วยรอยยิ้ม “แล้วมันไม่ใช่เพราะเสน่ห์ของคุณมันมีมากเกินไปเหรอ?”

“พอเลยๆ รีบๆไปได้แล้วอย่าให้คนอื่นต้องรอ!” เซียวหยูซวนพูดเบาๆพร้อมกับจัดแจงเสื้อผ้าของจี้เฟิงให้เรียบร้อยและจูบไปที่แก้มของเขาอีกครั้ง

จี้เฟิงรู้สึกมีความสุขมากแต่มันก็ทำให้ร่างกายของเขาเริ่มรู้สึกร้อนวูบวาบขึ้นมาอีกครั้ง ถ้าตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในบ้านของเซียวหยูซวนกลัวว่าเขาคงจะไม่สามารถห้ามใจไว้ได้

เซียวหยูซวนเดินออกไปส่งจี้เฟิงที่ประตู แต่จี้เฟิงก็บอกให้เธอกลับเข้าบ้านไป แม้ว่าแถวบ้านของเซียวหยูซวนจะมีแท็กซี่ไม่มากแต่จี้เฟิงก็ยังโชคดี ทันทีที่เขาออกมาจากประตูใหญ่ของบ้านเซียวหยูซวนก็มีรถแท็กซี่ขับผ่านมาพอดีเขาจึงโบกรถและตรงไปที่ที่จี้ช่าวเหลยบอกไว้

โฟร์ซีคลับ นี่คือชื่อสถานที่ที่จี้ช่าวเหลยบอกไว้

เมื่อจี้เฟิงมาถึงก็มีชายคนหนึ่งในชุดสูทยืนรออยู่ที่ทางเข้าคลับ และเมื่อเขาเห็นจี้เฟิงชายในชุดสูทก็รีบก้าวไปข้างหน้าทันทีและถามว่า “ขอโทษครับ ใช่คุณจี้หรือเปล่า?”

จี้เฟิงพยักหน้าเล็กน้อย “ฉันเอง”

“กรุณาตามผมมา!” ชายคนนั้นพาจี้เฟิงตรงไปที่ชั้นสองและมาถึงประตูห้อง “คุณจี้ช่าวเหลยและเพื่อนกำลังรอคุณอยู่”

“ขอบคุณ” จี้เฟิงยิ้มเล็กน้อย

เมื่อเข้าไปในห้อง จี้ช่าวเหลยก็ยิ้มทันทีและกล่าวว่า “น้องสามทางนี้”

ต้วนเผิงก็นั่งอยู่ที่นั่นด้วยและเขาก็ส่งยิ้มให้จี้เฟิงเป็นการทักทาย

จี้เฟิงพยักหน้าตอบกลับอย่างสุภาพและนั่งลงถัดจากจี้ช่าวเหลยและถามเข้าประเด็นทันที “พี่รองรีบโทรตามผมขนาดนี้มีเรื่องอะไรหรือเปล่า ถ้ามันเป็นเพียงแค่ชวนมาคุยเล่นผมจะกลับเดี๋ยวนี้เลย แฟนผมรออยู่ที่บ้าน!”

“เดี๋ยวก่อน! เจ้าเด็กคนนี้นี่!” จี้ช่าวเหลยหัวเราะและพูดว่า “ดื่มก่อนแล้วค่อยคุย!”

จี้เฟิงเหลือบมองเขาอย่างสงสัยแต่ในที่สุดก็พยักหน้า ไม่ว่าจี้ช่าวเหลยต้องการจะพูดอะไร เขาก็เชื่อว่าสิ่งนั้นไม่น่าจะเป็นอันตรายกับเขา ไม่เช่นนั้นจี้ช่าวเหลยคงจะไม่ดึงเขาเข้ามาเกี่ยวข้อง

ยิ่งไปกว่านั้นต้วนเผิงยังมอบรถสปอร์ตให้เซียวหยูซวนทันทีที่จี้ช่าวเหลยเอ่ยปาก นั่นจึงทำให้จี้เฟิงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากอยู่ฟังสิ่งที่พวกเขากำลังจะบอก

บนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารแต่จี้เฟิงเพิ่งจะทานอาหารมา เขาจึงทานไปแค่สองสามคำจากนั้นก็ยกแก้วไวน์ขึ้นมาดื่มกับจี้ช่าวเหลยและต้วนเผิง

“น้องสามที่ฉันโทรตามนายมา เพราะฉันมีเรื่องอยากให้นายช่วย” หลังจากดื่มไวน์ไปไม่กี่แก้วจี้ช่าวเหลยก็เริ่มเปิดหัวข้อการพูดคุย

จี้เฟิงวางแก้วไวน์ลงและฟังอย่างเงียบๆ เขารู้สึกงุนงงเล็กน้อยด้วยอิทธิพลของจี้ช่าวเหลยในเจียงโจวเขาน่าจะหาวิธีจัดการเรื่องต่างๆได้ด้วยตัวเองอย่างสบายๆ แต่ตอนนี้กลับมาบอกให้เขาช่วย แล้วเขาจะทำอะไรได้?

จี้ช่าวเหลยกล่าวว่า “ก่อนที่ฉันจะพูดอะไรต่อฉันมีคำถามอื่นอยากจะให้นายยืนยัน”

จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวและยิ้ม “พี่รอง พี่ชอบทำตัวเป็นแม่ยายตั้งแต่เมื่อไหร่? นี่ไม่เหมือนพี่รองที่ผมรู้จักเลยนะ!”

“ไอ้เด็กบ้านี่! ใครใช้ให้นายพูดจากับพี่แบบนี้!” จี้ช่าวเหลยยิ้มและถามทันที “น้องสามก่อนหน้านี้ฉันเคยได้ยินอาสามของเราบอกว่านายมีทักษะการต่อสู้ที่เก่งใช้ได้เลยนี่?”

“ก็ฝึกไว้ป้องกันตัวเฉยๆ” จี้เฟิงสะดุ้งเล็กน้อยแต่สุดท้ายเขาก็พยักหน้ายอมรับ “พี่รองบอกผมมาตรงๆเถอะ มันเรื่องอะไรกันแน่?”

“โอเค” จี้ช่าวเหลยจิบไวน์เล็กน้อยก่อนที่จะพูดว่า “นี่คือต้วนเผิง พวกนายอาจจะรู้จักชื่อกันแล้ว อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้มีคนนอกอยู่หลายคนฉันเลยยังไม่ได้แนะนำโดยละเอียด” จี้ช่าวเหลยหยุดพูดครู่หนึ่งก่อนที่จะพูดต่อ “ตอนฉันกับต้วนเผิงเด็กๆ พวกเราอาศัยอยู่บ้านใกล้ๆกันที่หยานจิง พวกเราจึงสนิทกันมาก”

จี้เฟิงพยักหน้าเล็กน้อยโดยไม่ขัดจังหวะ

“อย่างไรก็ตามมีบางอย่างเกิดขึ้นที่บ้านของต้วนเผิง ดังนั้นเขาจึงออกจากที่นั่นและหลังจากนั้นหลายปีเขาก็สร้างอาชีพใหม่” จี้ช่าวเหลยกล่าว “และครั้งนี้ที่เขามาที่เจียงโจวก็เพื่อที่จะมาเข้าร่วมงานเลี้ยง!”

“งานเลี้ยง?” จี้เฟิงยังคงรู้สึกงุนงงสับสน แล้วจะให้เขาช่วยอะไร?

“ให้ฉันอธิบายก่อนว่า งานเลี้ยงนี้แท้จริงแล้วมันเกิดขึ้นเพราะคนคนหนึ่งเป็นคนริเริ่มขึ้น จะบอกว่าเป็นคนที่เติบโตมาด้วยกันแล้วมานัดรวมตัวกันก็ว่าได้ ถือเป็นงานเลี้ยงของคนในอดีตกลุ่มเล็กๆ เรื่องมันก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเพียงแต่ผู้ที่ริเริ่มคนนี้มีปัญหากับต้วนเผิง อืม...  อันที่จริงไม่เพียงแต่มีปัญหากับเขาเท่านั้น แต่ยังมีปัญหาเล็กๆน้อยๆกับคนในครอบครัวของเราด้วย ดังนั้นงานเลี้ยงนี้จึงไม่น่าจะเป็นงานเลี้ยงที่น่าจะบันเทิงเริงใจสักเท่าไหร่”

“พี่รองต้องการไปก่อเรื่องในงานเลี้ยงนี้งั้นเหรอ?” จี้เฟิงถาม

“ไอ้ตัวแสบนายคิดว่าพี่รองของนายเป็นคนยังไงเนี่ย!” จี้ช่าวเหลยอดสงสัยไม่ได้ว่าภาพลักษณ์ของเขาในหัวจี้เฟิงเป็นอย่างไร?

“ถ้าอย่างนั้น พี่รองคิดจะทำอะไร?” จี้เฟิงถามอย่างสงสัย

“ไม่ว่าคนที่จัดงานเลี้ยงนี้จะมีอะไร พวกเราก็ไม่กลัวเขา แต่มีสิ่งหนึ่งที่ระวังไว้หน่อยก็ไม่เสียหาย คือเขาเพิ่งออกมาจากกองทัพและเขาก็เป็นทหารหน่วยพิเศษ!” จี้ช่าวเหลยกล่าว

“เขาจะใช้กำลัง? งานเลี้ยงนี้ไม่ได้จัดขึ้นเพื่อความบันเทิงและการสังสรรค์หรอกเหรอ?” จี้เฟิงถามด้วยความประหลาดใจ

“ในแวดวงคนชั้นสูงจะมีอะไรให้ทำในงานเลี้ยงนอกจากเปรียบเทียบพูดจาทับถมกันเรื่องพลังอำนาจ มันเป็นธรรมเนียมมาตั้งแต่โบราณ นอกจากอำนาจก็มีเรื่องความมั่นคงร่ำรวยอันที่จริงน่าจะเรียกว่าแต่ละคนคงเสียหน้าในเรื่องพวกนี้ไม่ได้!” จี้ช่าวเหลยโค้งริมฝีปากราวกับว่าเขารู้สึกเหยียดหยามประเพณีในวงสังคมที่มีแต่ใส่หน้ากากเข้าหากันและโอ้อวดในพลังอำนาจของตน

…จบบทที่ 205~❤️

------------------------------------------------

คุยกันท้ายบท

มันยืดเยื้อจังเลยน๊าา~ ฟรีไปเลยละกั้นนนน

อย่าเพิ่งทิ้งกันนะคะ ღゝ◡╹)ノ♡

ด้วยรัก

เนตรนารีสีชมพู

0 0 โหวต
Article Rating
1 Comment
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด