ตอนที่แล้วEp.778 - เลเวล B4
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปEp.780 - มิติทับซ้อน

Ep.779 - ศิลาตรึงวิญญาณ


4/5

Ep.779 - ศิลาตรึงวิญญาณ

ภายในมิติลาวาเดือด ฉินเฟิงได้กลายเป็นผู้ใช้อบิลิตี้น้ำไปแล้ว เพราะการโจมตีจากมัน รุนแรงที่สุดในมิติแห่งนี้ ตลอดช่วงเวลาหนึ่งวัน ฉินเฟิงสามารถทำลายต้นไม้เพลิงที่ถูกมนุษย์พบเจอนอกแผนที่สำรวจได้สำเร็จ

แต่ฉินเฟิงไม่ได้รั้งอยู่ที่นี่ หลังจากสังหารต้นไม้เพลิงทั้งสอง เขาก็กลับมายังเมืองลาวาเดือด

“สิ่งที่คุณขอ ล็อตแรกเตรียมไว้ให้แล้ว” ฉินเฟิงเปิดอุปกรณ์สื่อสาร และส่งข้อความหาแซด เขาเคยติดหนี้แซดมาก่อน ฉะนั้นอยากใช้คืนให้เร็วที่สุด!

“นายเอามาให้ที่ห้องทดลองของฉันได้เลย” แซดตอบ

ฉินเฟิงปฏิเสธทันทีอย่างไร้เยื่อใย

อาศัยเพียงความแข็งแกร่งของตนในตอนนี้ เขายังไม่สามารถโค่นแซดได้ ถึงแม้แซดจะให้สัญญาเรื่องสามปีกับเขา แต่ฉินเฟิงจำได้ เหมือนแซดจะเคยพูดว่ากำลังทดลองอะไรบางอย่าง หากไปส่งด้วยตัวเอง เขาอาจได้รับผลพวงจากมัน

เพราะฉะนั้น สถานที่อย่างห้องทดลองของแซด ฉินเฟิงจะไม่ไปอย่างเด็ดขาด

“ต้องเอามันไปไว้ที่ไหน ฉันจะส่งคนไปที่นั่น แล้วคุณก็มารับช่วงต่อไป” ฉินเฟิงกล่าว

“ก็ได้ๆ งั้นช่วยไปส่งที่เมืองหมิงซาในรัฐฮุยหลู จำชื่อให้ดีอย่าลืมล่ะ เอ้อ ขอบอกก่อนนะว่าฉันจะไม่ส่งใครไปติดต่อกับนายนอกจากในเมือง!” แซดกล่าว

เมืองหมิงซา? นี่แซดสามารถทำอะไรได้ตามใจชอบที่นั่นจริงๆด้วย?

ย้อนกลับไปช่วงการสู้กับแซดครั้งแรก รัฐฮุยหลูเป็นพื้นที่ที่หูซานกับแซดทำข้อตกลงกัน

หลังจากนั้น เกรงว่าแซดจะอยู่ที่นั่นมาโดยตลอด เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทะเลทราย แต่มีแร่ธาตุเติบโตขึ้นอยู่จำนวนมาก ใต้ดินมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์

แต่เนื่องจากผลพวงของพายุทราย ทำให้ที่นั่นกลายเป็นพื้นที่รกร้าง เปี่ยมไปด้วยอันตรายไร้ที่สิ้นสุด มีกระทั่งหลายสถานที่ร้อนระอุจนเกิดภาพหลอน

อย่างไรก็ตาม เมืองหมิงซาเป็นสถานที่ที่ให้ผู้คนจากกองกำลังมืดมารวมตัวกัน เพราะหากซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางทะเลทราย ย่อมไม่ถูกใครพบตัวได้โดยง่าย

กระนั้น พายุทรายเหล่านี้ไม่ใช่ปัญหาสำหรับฉินเฟิง

เพราะฉินเฟิงรู้ว่าพิกัดมิติของเมืองหมิงซาอยู่ตรงไหน เขาไม่จำเป็นต้องเสียเวลาบุกป่าฝ่าดงไปหามัน

“งั้นฉันจะให้ไป๋หลีส่งของไปให้คุณ”

ฉินเฟิงบอกหมายเลขสื่อสารของไป๋หลีกับแซด จากนั้นเขาก็ขอให้ไป๋หลีรับหน้าที่ส่งมัน

แซดเดิมคิดจะแกล้งให้ฉินเฟิงลำบากลำบนมาส่งของ แต่อีกฝ่ายดันมีตัวช่วยอย่างสัตว์ยักษ์มิติ เขาเลยต้องยอมแพ้เรื่องนี้ไป ได้แต่รอรับวัตถุดิบสดใหม่มาถึงมือ จะได้เริ่มศึกษามัน

ฉินเฟิงไม่พร้อมเจอกับแซดด้วยตัวเอง แต่เรื่องนี้ยังมีอีกเหตุผลหนึ่ง นั่นคือสิ่งที่ฉินเฟิงต้องการ มันได้ถูกส่งมาจากกลุ่มหวันซ่งแล้ว

--เป็นศิลาตรึงวิญญาณ!

“กระบวนท่าหมื่นวิญญาณสะบั้น อันที่จริงแล้วต้องใช้ควบคู่ไปกับอาวุธเทวะที่เป็นมีดเจตภูติ แต่น่าเสียดายที่เล่มเดิมมันกลายเป็นขี้เถ้าไปแล้ว”

เลขาของฉินเฟิงไม่เพียงไปเสาะหาบันทึกของทักษะมีดนี้มาเท่านั้น แต่เธอยังไปไล่หาข้อมูลที่บันทึกเกี่ยวกับชีวประวัติของปีศาจสังหารผู้สร้างทักษะหมื่นวิญญาณสะบั้นขึ้นมาอีกด้วย และยังมีข้อมูลอีกเล็กๆน้อยๆ ที่ถูกเขียนขึ้นโดยคนรุ่นหลัง

ย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่หลินว่านจงเสียชีวิต วิญญาณนับล้านที่ถูกผนึกอยู่ในอาวุธชิ้นนั้น ทั้งหมดได้ทำลายอาวุธเทวะออกมา ส่งผลให้จิตวิญญาณของมีดหายไป บวกไปกับมันเคยผ่านการต่อสู้ซ้ำๆมาอย่างยาวนาน ทำให้ในท้ายที่สุด ก็สลายกลายเป็นขี้เถ้า

และไม่มีใครรู้ถึงวิธีการหลอมมีดเจตภูติอีกเลย เนื่องจากอาวุธเทวะเกือบทุกชิ้นล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว บ้างก็มีต้นกำเนิดจากต่างมิติ บ้างเป็นสมบัติที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง

แม้บางคนสามารถเป็นเจ้าของศิลาตรึงวิญญาณได้ก็ตาม แต่ก็ใช่ว่าจะสาามรถหลอมมีดเจตภูติขึ้นมาได้

กระนั้น ด้วยอำนาจของรูบิควิเศษ ฉินเฟิงย่อมสามารถใช้มันทดลอง ศึกษาวิธีการหลอมมีดเจตภูติได้โดยไม่ยากเย็น!

ในคืนวันเดียวกัน ฉินเฟิงได้หลอมรวมศิลาตรึงวิญญาณเข้ากับมีดกษัตริย์คราม หลังจากก่อนหน้านี้ได้เพิ่มวัตถุดิบที่มีคุณสมบัติหนักหมื่นชั่งกับสร้างแรงสั่นสะเทือนนับพันครั้งลงไปแล้ว ในวันนี้มันก็ได้เพิ่มคุณสมบัติกักเก็บวิญญาณเข้าไปอีกหนึ่ง

วันถัดมา ฉินเฟิงเดินทางไปยังมิติลาวาเดือดอย่างกระตือรือร้น

อากาศยังคงร้อนอบอ้าว ฉินเฟิงระบุทิศทาง ปล่อยให้ยานรบมุ่งหน้าขับไป และในวันนี้ ช่างบังเอิญที่เขาได้เจอกับฝูงอีกาไฟอีกครั้ง

ฝูงอีกาไฟคราวนี้ เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ฝูงเมื่อวาน มันแข็งแกร่งกว่ามาก จำนวนก็มากยิ่งกว่า นับดูคร่าวๆพบว่ามีมากถึง 5,000 ตัว ยามโผบินเป็นฝูงใหญ่ แทบกลบกลืนผืนฟ้า บดบังแสงอาทิตย์ ทุกๆการกระพือปีก สาดสะเก็ดไฟออกมา ก่อตัวเป็นฝนเพลิง

ในมิติแห่งนี้ มีอีกาไฟอาศัยอยู่มากมายมหาศาลนัก แต่ก็อาจเป็นไปได้อีกกรณีหนึ่งเช่นกัน ว่าแท้จริงแล้วที่นี่อาจเกิดรอยแยกมิติขึ้น และพวกมันมาจากที่นั่น

--มาจากมิติของอีกาไฟ!

ไป๋หลียับยั้งกลิ่นอายอยู่ในขณะนี้ อีกอย่างอีกาไฟเบื้องหน้าคือฝูงใหม่ ดังนั้นเป็นธรรมดาที่พวกมันจะไม่รู้ว่ามีสัตว์เทวะปรากฏตัวขึ้นที่นี่

“รอก่อน!” ฉินเฟิงหยุดไป๋หลีที่กำลังคิดปลดปล่อยกลิ่นอายเพื่อขับไล่อีกาไฟ

“อ๋า?” ไป๋หลีมองฉินเฟิงด้วยความสงสัย และพบว่าเขากำลังควบคุมยานรบ เปิดโหมดล่องเวหา และมุ่งหน้าตรงไปยังฝูงอีกาไฟ

เหนือผืนฟ้า ฝูงอีกาไฟคาดไม่ถึงมาก่อนว่าจะมีมนุษย์กล้ามายั่วยุพวกมัน แต่ละตัวและอ้าปากกว้างทันที เปล่งเสียงร้องน่ารำคาญ

“แกว๊ก แกว๊ก แกว๊กก!”

ฉินเฟิงปลดปล่อยโล่ปราณกำลังภายในเข้าปกป้องตัวเอง ควบคู่ไปกับโล่พลังสมาธิ ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบจากอีกาไฟเหล่านี้

ซึ่งเกรงว่าหากเป็นผู้ใช้พลังเลเวล B คนอื่นๆ โดนพวกมันส่งแรงกดดันและประสานเสียงแบบฉากเบื้องหน้า คงหมดสติไปแล้ว

“ทักษะหมื่นภูติ!”

ในพริบตา ร่างของฉินเฟิงก็กระจายออกเป็นเงานับร้อย และเงาร่างดังกล่าว มิใช่แค่เงาเสมือนจริงเท่านั้น แต่ฉินเฟิงยังสามารถสั่งการให้พวกมันเคลื่อนไหวได้ดั่งใจนึกอีกด้วย

มีดกษัตริย์ครามในมือเขา อัดฉีดกำลังภายในเข้าไป รังสีใบมีดแพร่กระจายไกลกว่าสิบเมตร มันราวกับเป็นใบมีดสีดำอันคมกริบ แต่หากมองดีๆจะพบว่ากำลังลุกไหม้

เพลิงทมิฬกวาดผ่านฝูงอีกาไฟ เฉือนเข้าผ่ากลางฝูงอย่างแรง!

วินาทีต่อมา อีกาไฟที่โดนฟัน พลันถูกหั่นเป็นชิ้นๆ จบชีวิตกลางอากาศไปทั้งๆอย่างนั้น!

ไม่ว่าจะเป็นในส่วนความแข็งแกร่งของฉินเฟิง หรือว่าเป็นเพราะในส่วนความแข็งแกร่งของมีดกษัตริย์คราม อย่างไหนก็ล้วนไม่ใช่สิ่งที่อีกาไฟจะสามารถรับมือได้

อีกาไฟตัวแล้ว ตัวเล่าร่วงหล่นลงจากฟ้า นอกจากนี้ ยังปรากฏภาพเงาอันน่าประหลาดตา ถูกกระชากออกจากร่าง โดนสูบตรงเข้ามาหามีดกษัตริย์คราม

กระนั้นภาพเงาเหล่านี้ เมื่อพวกมันเข้าใกล้ฉินเฟิง ราวกับถูกสูบพลังอีกรอบ เริ่มกลายเป็นสีโปร่งใส

ข้อนี้ทำให้ฉินเฟิงรู้สึกประหลาดใจมาก

อย่างไรก็ตาม เขาตอบสนองต่อสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

“พลังพิเศษดูดกลืน!”

วิญญาณคือสิ่งที่แสนลึกลับและไม่อาจหยั่งถึง มันไม่ใช่สิ่งที่สามารถจับต้องได้ด้วยตาเปล่า กระทั่งพลังสมาธิยังไม่สามารถตรวจพบ

เว้นแต่จะใช้วิธีพิเศษ และศิลาตรึงวิญญาณคือหนึ่งในนั้น

เพียงแต่ว่าไอ้ตำนานอย่างการรักษาจิตวิญญาณให้คงอยู่ เรียกวิญญาณกลับมาจากความตายน่ะ ผู้คนส่วนใหญ่ในยุครอยแยกมิติ เลิกเชื่อกันไปตั้งนานแล้ว

เพราะโลกในยุคโลกาวินาศเช่นนี้ สำหรับบางคน มันคือฝันร้ายอย่างสิ้นเชิง มีเพียงความตายเท่านั้นที่ช่วยบรรเทาจิตใจ และปลดปล่อยตนเป็นอิสระได้ ในเมื่อเป็นแบบนั้น แล้วทำไมถึงต้องการคืนชีพขึ้นมาอีกเล่า?

สำหรับฉินเฟิง เขาเข้าใจเป็นอย่างดีเกี่ยวกับธรรมชาติของพลังพิเศษดูดกลืน เมื่อเห็นฉากเมื่อครู่ก็ฉุกคิดได้ เกรงว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พลังพิเศษดูดกลืนของเขาจะไม่ได้ดูดมาแค่พลังงาน แต่สูบกลืนจิตวิญญาณของสัตว์ร้ายมาด้วยเช่นกัน แต่ก็แล้วไง? ต่อให้รู้เรื่องนี้ฉินเฟิงก็ไม่รู้สึกผิดอะไรอยู่ดี

เพราะการฆ่ายังไงก็คือการฆ่า!

แต่ในตอนนั้นเอง คิ้วของฉินเฟิงจู่ๆก็อดย่นเข้าหากันไม่ได้

“เมื่อเป็นแบบนี้ ชักไม่แน่ใจแล้วสิว่าเรื่องนี้จะส่งผลต่อการสะสมพลังของท่าหมื่นวิญญาณสะบั้นรึเปล่า”

เมื่อคิดแบบนั้น ฉินเฟิงก็ยังไม่ได้ทดลองในตอนนี้ แต่ดำเนินการไล่สังหารต่อไป

ฝูงอีกามีเต็มที่มากถึง 5,000 ตัว หนึ่งนาทีฉินเฟิงสามารถฆ่าได้ราวๆ 300 - 500 ตัว นั่นหมายความว่าต้องใช้เวลาเกือบ 10 นาที จึงจะสามารถสังหารกวาดล้างได้อย่างสิ้นเชิง แต่แน่นอน ยังมีอีกาไฟอีกเยอะ ที่เมื่อเห็นว่าสู้ไม่ไหวก็แตกฮือ กระจัดกระจายหลบหนีไป เจ้าพวกนี้ฉินเฟิงคร้านจะไล่ตาม

แต่ในตอนนั้นเอง มีดกษัตริย์ครามบนมือเขา จู่ๆกลับถูกล้อมรอบไปด้วยชั้นบรรยากาศสีดำ และฉินเฟิงรู้สึกได้ ว่าชั้นบรรยากาศดำนี้ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับเปลวเพลิงทมิฬที่ลุกไหม้บนใบมีดตามปกติ

“หรือนี่จะเป็นสภาวะที่เกิดขึ้นภายนอกของมีดเจตภูติ?”

ฉินเฟิงวาดมือ อัดฉีดกำลังภายในลงไป ทันใดนั้นร่องรอยสีเทาดำพลันปรากฏออกมา

ภายในระยะห้าสิบเมตร สะท้อนไปด้วยเสียงกรีดร้องร่ำไห้อันน่าสยดสยอง

ช่วงเวลานี้ กระทั่งฉินเฟิงก็ยังบังเกิดความรู้สึกหวาดกลัวขึ้นในจิตใจ!

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด