ตอนที่แล้วตอนที่ 30 วิวัฒนาการ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 32 เลือด

ตอนที่ 31 โดดเดี่ยว


ตอนที่ 31 โดดเดี่ยว

ในจุดนี้แม้ว่าอิมพ์จะไม่รู้จริงๆว่ามันนานแค่ไหนแล้ว แต่อิมพ์ก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความเจ็บปวดทั่วทั้งร่างกาย

เขาดันตัวเองขึ้นจากพื้นรถม้าขณะที่เสียงดังก้องไปมา จิตใจของอิมพ์มืดมนอย่างไม่น่าเชื่อ เขาไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อวานนี้ เขาแทบจำไม่ได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากเริ่มรู้สึกถึงความเจ็บปวด  และเขาก็จำไม่ได้อีกด้วยว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากความเจ็บปวดหยุดลงไม่ว่าเขาจะพยายามนึกแค่ไหนก็ตาม

ขณะที่อิมพ์กำลังดึงตัวเองขึ้นเหนือกล่องใบหนึ่งและยืนพิงกำแพงรถม้า เขาสังเกตเห็นว่าพวกมันเล็กกว่าที่เขาจำได้เล็กน้อย ถึงจะไม่มากนัก แต่เขาแน่ใจว่าเมื่อวานนี้เขาไม่ได้มองเห็นพวกมันเป็นแบบนี้และตอนนี้เขาก็สามารถมองข้ามกล่องเหล่านี้ไปได้อย่างไม่มีปัญหา

แต่สิ่งที่ทำให้อิมพ์รำคาญมากที่สุดคือตอนนี้หัวของเขารู้สึกหนักอย่างไม่น่าเชื่อและเจ็บมากเกินไปและเมื่อเขาคิดถึงเรื่องนั้นเขาก็จำได้ว่าถูกอสูรตัวสีเขียวตัวนั้นตีเมื่อวานนี้ เขาพยายามดูว่าบาดแผลเป็นอะไรหรือไม่โดยการยกมือขึ้นไปจับที่หัว แต่ทว่าเขาก็ได้พบกับสิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหามากกว่าเดิมแล้วในตอนนี้

ตอนนี้มีรอยงอกเล็ก ๆ แข็ง ๆ บนหน้าผากของเขาสองอัน! พวกมันเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อน แน่นอนว่าอิมพ์จึงค่อนข้างกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้และพยายามหาอะไรมาเพื่อดูตัวเอง และตอนนี้เองเขาก็สังเกตเห็นอีกอย่างที่เปลี่ยนไป

มือของเขาแตกต่างออกไปเล็กน้อย ผิวของอิมพ์นั้นเป็นสีแดงเหมือนเดิมแม้ว่ามันจะดูเรียบขึ้นเล็กน้อยและไม่ร่วนแห้งเหมือนเมื่อก่อน แต่สิ่งที่ทำให้อิมพ์กังวลก็คือเขาไม่มีกรงเล็บอีกแล้วในตอนนี้ !

เขารู้ว่าเล็บของเขานั้นไม่เคยน่ากลัวเท่ากับของพี่น้อง  แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะอยากให้มันหายไปซะหน่อย! อิมพ์ยังคงมีเล็บอยู่เหมือนเดิม แต่พวกมันไม่ยืดออกมาเลยแม้แต่น้อย   ... ส่วนใหญ่แล้วตอนนี้พวกมันดูเหมือนกับเป็นมือของคนมากกว่าแทนที่จะเป็นของอสูร  ..

“หืม ... ?” เสียงเงียบพึมพำออกมาจากด้านหลังของอิมพ์และเมื่อเขาหันกลับไปเขาก็จำได้ว่าเสียงนั้นมาจากเด็กผมสีเหลืองที่ชื่อคลีเมนไทน์และข้างๆเธอคือรูดี้ที่ยังคงนอนหลับอยู่ อย่างรวดเร็วเธอก็ถอยชนกำแพงด้านหลังเธอสองสามครั้ง "อาร์ค! เขาตื่นแล้ว!" เธอร้องอุทานออกมาและเกือบจะในทันทีรถม้าดูเหมือนจะหยุดลงก่อนที่คนสองคนจะกระโดดลงจากด้านหน้าและวิ่งข้ามไปที่ประตูเพื่อเปิดประตูจนเผยให้เห็นแสงจ้าจากท้องฟ้าสีแดงและสีส้ม

อาร์คกับแซมมี่ยืนอยู่ที่ประตูทางเข้าพร้อมกับเด็กเล็กที่ชื่อลีออน   ตะกร้าที่มีเด็กจิ๋วของอิมพ์เองยังคงอยู่ในรถม้า   แต่ก่อนที่เขาจะตอบสนองและถามเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นอาร์คก็ยิ้มออกมาอย่างสดใส

“คุณอิมพ์!” อาร์คพูดอย่างมีความสุขและโบกมือเพื่อส่งสัญญาณให้อิมพ์ก้าวออกไปข้างนอกซึ่งเขาทำอย่างรวดเร็วด้วยขาที่สั่นเทาหลังจากคว้าตะกร้าที่ยืนอยู่ข้างๆเขาแล้ว

"ว้าว ตอนนี้คุณดูไม่เหมือนเดิมเลยแหะ ... " แซมมี่พูดพร้อมกับขมวดคิ้วเล็กน้อยราวกับว่าเธอยังค่อนข้างลังเลเรื่องเกี่ยวกับอิมพ์อยู่ แต่โดยรวมแล้วเธอก็เปิดใจมากขึ้นสำหรับเรื่องที่จะต้องอยู่กับเขา

อิมพ์ค่อนข้างสับสนในสิ่งที่เธอหมายถึง แต่ไม่นานเขาก็นึกออก  และในที่สุดเขาก็สังเกตเห็นการแจ้งเตือนที่ลอยอยู่ตรงมุมสายตาของเขา

[ยินดีด้วย! คุณวิวัฒนาการและกลายเป็นสายพันธุ์ที่ไม่เหมือนใคร! ตอนนี้คุณเป็น อิมพ์ผู้รอบรู้ แล้ว!]

อิมพ์ขมวดคิ้วเล็กน้อยขณะที่มองไปยังการแจ้งเตือน จากนั้นหันไปทางอาร์คและแซมมี่เพื่อถามพวกเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้ “…ผู้รอบรู้ .. คืออะไร?” อิมพ์ถามพวกเขา จากน้นอาร์คจะเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ

"คำพูดของคุณไม่ขาดช่วงแล้วนี่นา!" เขาอุทานก่อนที่จะคิดถึงคำถามของอิมพ์ "เอิ่ม … ผู้รอบรู้ก็เหมือนกับ   ... นักวิจัยหรืออะไรสักอย่างที่คนฉลาดเท่านั้นที่มี"

อย่างช้าๆอิมพ์หันมาจ้องการแจ้งเตือนจากนั้นก็กลับไปมองที่เด็ก ๆตรงหน้า และตอนนี้เองอีกสองคนในรถม้าก้าวออกมาข้างนอก

“ข้า ... วิวัฒน์แล้ว ตอนนี้ข้าเป็น   ... อิมพ์ ... ผู้รอบรู้” อสูรอธิบายด้วยเสียงของเขาที่ชัดเจนกว่าเดิมราวกับว่าตอนนี้เขาควรสามารถพูดได้เป็นเรื่องปกติ มันค่อนข้างยากที่จะคุ้นเคยกับความรู้สึกใหม่ในลำคอของเขา แต่นอกเหนือจากนั้นอิมพ์ไม่ได้สนใจสิ่งที่เป็นอยู่ในตอนนี้เลย แต่เขายังคงแสดงออกอย่างสับสนเกี่ยวกับเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นอยู่ดี ดังนั้นอาร์คเด็กที่ฉลาดและโตที่สุดของที่นี่จึงเริ่มพูดอีกครั้ง

“นั่นคือการวิวัฒนาการเหรอ ... ?  การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกเขาคือสิ่งนี้เองรึ?” อาร์คถามขณะที่เขาหันไปหาเด็กคนอื่น ๆ และคลีเมนไทน์ก็พยักหน้าด้วยท่าทางบูดบึ้ง“อืม และถึงแม้ว่าเขาจะดูเจ็บปวดตอนที่วิวัฒนาการก็เถอะ แต่ข้าก็คิดว่าเขาคงไม่เป็นอะไร แล้วก็น่าจะกินได้ปกติ  ...”เธอพูดอย่างหัวเสียก่อนที่รูดี้จะมองเธอด้วยรอยยิ้มเบี้ยวและส่ายหัว

" ข้าคิดว่าเป็นแบบนี้ก็ดีนะ และดูเหมือนเขาของคุณอิมพ์เองก็เริ่มงอกมาแล้วด้วย    "เด็กชายตอบและ อิมพ์มองไปที่เขาขณะที่เขากำลังพูดอยู่ จากนั้นก็หันไปมองเด็กคนอื่นๆ

เขาก็นึกบางอย่างออก ตอนนี้มันก็เหมือนกับเมื่อวาน มันเป็นความรู้สึกแปลก ๆที่เขาไม่สามารถอธิบายได้ แต่เขาก็รู้สึกว่าเขาต้องการให้เด็ก ๆ เหล่านี้ปลอดภัยไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม  อิมพ์รู้ตัวแล้วว่าตอนนี้เขาฉลาดขึ้นเป็นอย่างมาก  ดังนั้นเขาจึงมีเหตุผลที่แตกต่างออกไป แม้ว่าเขาจะมีความคิดที่ต่างออกไปเกี่ยวกับหนึ่งในพวกเขาอยู่ก็ตาม

มีหลายอย่างที่อิมพ์ยังไม่รู้ดังนั้นเขาจะต้องหาเหตุผลของสิ่งเหล่านี้ได้อย่างแน่นอนหากเขาคุยกับพวกเขาดีๆ    แต่ก่อนอื่นเลย ….เขาอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

“ก่อนที่ ... ข้าจะหลับไป ... เกิดอะไรขึ้น?” อิมพ์ถามเด็กตรงหน้าเขา ซึ่งเป็นคนเดียวที่อยู่กับเขาในเวลานั้นและอาร์คก็ประสานนิ้วของเขาไว้ด้านหลังของเขาและเริ่มอธิบาย

“เมื่อวานคุณทำแบบนั้นหน่ะ ไอ่ที่เหมือนกับว่าอยากจะหายใจออกมาแรงๆ แต่ทันใดนั้นคุณก็มีอาการแปลกไปและขดตัวลงก่อนจะกระโดดลงจากรถม้าไป และเมื่อคุณกลับมาคุณก็เต็มไปด้วยเลือดและได้รับบาดเจ็บ   ... เราเลยพาคุณเข้าไปในรถม้า -”

“ข้าคือคนที่พาคุณเข้าไปในรถม้าเอง” รูดี้พูดขัดจังหวะขึ้นด้วยรอยยิ้มส่วนอาร์คหัวเราะเบา ๆ และพยักหน้า“ใช่ รูดี้เป็นคนพาคุณเข้าไปในรถม้า แม้ว่าเขาจะไม่สามารถสร้างความเสียหายให้ใครได้ แต่เขาก็แข็งแรงมากๆเลยรู้ไหม อย่างไรก็ตามหลังจากเราพาคุณเข้าไปในรถม้า เราก็ล้างเสื้อคลุมของคุณให้ด้วย... เพื่อที่เราจะได้เดินทางต่อไปได้ตอนที่คุณไม่ว่างจัดการพวกอสูร” อาร์คอธิบายให้อิมพ์ฟังแล้วเขาก็พยักหน้าช้าๆก่อนจะมองไปที่เด็กที่นอนอยู่ในตะกร้าข้างๆ

“ใคร ... ดูแล ... มัน” อิมพ์ถามพวกเขาทั้งหมดและแซมมี่ก็ค่อยๆพูดขึ้น "ข้าเอง ... เธอไม่ได้เลี้ยงยากขนาดนั้นเลยหากเทียบกับลีออนแล้วอ่ะนะ   ... " เธออธิบาย จากนั้นอิมพ์ก็พยักหน้าและจ้องมองเด็กที่อยู่ในตะกร้า

"ขอบคุณ ... ข้าต้องการ ... พาเด็ก ... ไปที่แห่งหนึ่ง" เขากล่าวขอบคุณอย่างแท้จริงกับเธอและไม่ทำเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ไม่ว่าเขาจะเปลี่ยนไปแค่ไหน เขาก็ยังมีความรู้สึกว่าต้องพาเด็กคนนี้ไปยังสถานที่ที่อยู่ไกลออกไป

อิมพ์ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะความกลัวที่เขารู้สึกหรือเป็นเพราะความคิดของเขาเอง   แต่ในขณะที่เขากำลังกังวลเกี่ยวกับเรื่องของเด็กน้อยในตะกร้าอยู่  เขากลับรู้สึกสบายใจมากขึ้นเมื่อคิดว่ามีเด็กห้าคนนี้อยู่ด้วย เด็กทุกคนยกเว้น [ผู้โง่เขลา] อิมพ์นั้นรู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกจากเธอและมันก็ไม่ได้รู้สึกอบอุ่นเหมือนกับเด็กคนอื่นๆ

แต่ในไม่ช้าแซมมี่ก็ขมวดคิ้วตอบสนองต่อสิ่งที่อิมพ์บอก พวกเขาดูโกรธทันที "คุณหมายความว่ายังไงที่บอกว่าต้องพาเธอไป?" เธอถามและอิมพ์ก็ค่อยๆหันไปในทิศทางที่เขารู้สึกเหมือนถูกดึงดูดตลอดเวลาและยื่นมือไปข้างหน้า

"เด็ก ... ต้อง ... ที่นั่น  ... เด็กคือผู้โง่เขลา ...ข้า ... ได้รับคำสั่งจาก ... พระราชา" อสูรหนุ่มอธิบายแม้ว่าเขาจะไม่เข้าใจสถานการณ์ของมันจริงๆเลยก็ตาม

“งั้นก็แปลว่าคุณตั้งใจจะทิ้งเธอไว้กับราชาที่ไหนก็ไม่รู้เนี่ยนะ  ?” แซมมี่ถามด้วยความโกรธเพราะเหตุผลบางอย่างและอิมพ์ก็ต้องหันกลับมาหาเธอด้วยความตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นเธอพูดออกมาเสียงดัง แต่จากนั้นเขาก็พยักหน้า

"ใช่." เขาตอบค่อนข้างเรียบง่าย แต่แทนที่จะคุยกันเรื่องนี้ต่อ เขาก็ถามเรื่องอื่นขึ้นมา   “ทำไมเจ้า ... ไม่หนี?” อิมพ์ถามเด็ก ๆ โดยนึกถึงตอนที่ผู้คนหลายร้อยคนกำลังวิ่งหนีจากอสูรและแม้แต่ตอนที่พวกเขาพบกันอาร์คเองก็ถึงกับเข่าทรุดลงด้วยความกลัวจนทำให้อิมพ์ปลดล็อกค่า  'ความสามารถพิเศษ' ที่ไร้ประโยชน์ได้

เด็กทั้งสามคนที่อยู่ข้างๆอาร์คก็มองหน้ากันอย่างช้าๆด้วยสายตาที่งุนงง ดูเหมือนพวกเขาจะไม่ได้ต่อต้านการอยู่ร่วมกับอิมพ์แล้ว เพราะสุดท้ายพวกเขาก็ต้องทำตามที่  'ผู้นำ' ของพวกเขาทำ และแน่นอนว่าผู้นำคนนั้นก็มีเหตุผลที่ค่อนข้างเรียบง่าย

"เพราะข้านั้นไม่ได้กลัวคุณอีกต่อไปแล้วยังไงหละ "ด้วยสายตาที่ชัดเจนและยิ้มเยาะเล็กน้อย เด็กหนุ่มที่สูงพอ ๆ กับอิมพ์ก็อธิบายออกมาก่อนจะพูดต่อ" อย่างน้อยก็ไม่ตลอดเวลา เราไม่ได้รู้สึกกลัวเหมือนคนทั่วที่พบเจออสูรอีกแล้ว เราสามารถมองคุณอย่างมีเหตุผลได้และต่อให้คุณไม่พูดอะไร เราก็รู้ว่าคุณนั้นไม่ได้อยากทำร้ายพวกเรา ดังนั้นพวกเราจึงไม่รังเกียจที่จะอยู่ใกล้ๆกับคุณหรอกนะ  ” อาร์คบอกเขาก่อนที่อิมพ์จะพยักหน้าช้าๆ

แม้ว่าเด็กคนอื่น ๆ จะไม่พอใจกับคำตอบของอาร์คก็ตาม แต่นั่นก็เพียงพอสำหรับอิมพ์แล้ว การที่ตอนนี้ยังอยู่ในสถานที่ปลอดภัยอย่างน้อยมันก็ดีกว่าการไปอยู่ที่ไหนสักแห่งที่อันตราย  จากคำพูดของอาร์คแสดงให้เห็นว่าก่อนหน้านี้ดูเหมือนจะมีอะไรเกิดขึ้นกับพวกเขา

"ว่าแต่คุณเถอะ ... " อาร์คเริ่มพูดและอิมพ์ก็ถูกดึงออกจากความคิดอีกครั้ง "ทำไมคุณถึงไม่ฆ่าเรา คุณเป็นอสูรไม่ใช่รึไง  ?" เขาถามและด้วยเหตุผลบางอย่างหลังของเขาก็สั่นเล็กน้อยในขณะที่ได้ยินเด็กคนนั้นพูด

แต่โดยไม่ลังเลอิมพ์พยักหน้า "ข้าเป็น... อสูร  ... ข้าจะฆ่าก็ต่อเมื่อ ...  ตราบใดที่พวกมัน ... เป็นอันตราย ...แต่พวกเจ้าไม่อันตราย" อิมพ์ตอบกลับและค่อยๆเอามือไปนาบตรงหน้าอกของเขาที่มีรอยแปลกๆอยู่ ในขณะที่พยายามคิดถึงเหตุผลที่เขารู้สึกเช่นนั้น

"และ ... เจ้าก็ ... 'พัง' ... เจ้าไม่ ... ปกติ เจ้าเป็น ... ความผิดปกติ ... ใช่ไหม?" อสูรหนุ่มถามพวกเขาต่อ

"ข้าเองก็ ... เป็นความผิดปกติ ... เหมือนกัน ... ข้าพังและข้าก็ ... ไม่ชอบอยู่ ... คนเดียว" อสูรหนุ่มพูดยอมรับในสิ่งที่เพิ่งคิดได้สักครู่   ในชีวิตของเขานั้นมีสี่ครั้งที่อสูรหนุ่มจำได้ว่าเขาอยู่ตัวคนเดียว

นับตั้งแต่ที่เขาเกิดมาเขาอยู่ร่วมกับฝูงแล้วซึ่งประกอบด้วยอสูรนับร้อยนับพันตัว ดังนั้นเขาจึงไม่เคยอยู่คนเดียวจนกระทั่งตอนที่เขาออกตามหาพี่น้องของเขาในป่าและหนีการแจ้งเตือนก่อนจะพบกับเอวาลิน โทมัสและเจมส์

และอีกครั้งก็คือตอนที่เอวาลินถูกกินโดยซาราก๊อน มันคือช่วงเวลาที่โลกรอบๆตัวอิมพ์กลายเป็นมืดมนและทุกอย่างก็ดูห่างไกลจากเขาเป็นอย่างมากในขณะที่เขากำลังวิ่งหนีจากความโหดร้ายที่น่ากลัวที่สุดในชีวิตของเขาอยู่ จากนั้นเขาถึงได้พบกับเด็กในตะกร้า

ครั้งที่สามคือตอนที่อิมพ์ถูกโจมตีโดยชายที่มีไพ่คนนั้นและต้องวิ่งหนีไปด้วยความกลัวตาย แม้ว่าเขาจะรู้สึกเหมือนได้พบใครบางคนในน้ำตอนที่จมลงไป แต่เขาก็ไม่แน่ใจนัก  สุดท้ายเขาก็กลับมาหาเด็กในตะกร้าอีกครั้ง

และครั้งที่สี่คือตอนที่อิมพ์พยายามชนะความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นทั่วร่าง ตอนนั้นเขาวิ่งออกไปทำบางอย่างเพราะกลัวว่าชีวิตของตัวเองจะหายไป

ทุกครั้งที่อิมพ์ตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายเขาจะตกอยู่ในความกลัวราวกับว่าสถานการณ์เหล่านั้นจะพรากชีวิตของเขาไป และทุกๆครั้งอิมพ์ก็มักจะหนีมันเสมอ ดังนั้นเขาจึงค่อนข้างต้องการอยู่ร่วมกับคนจำนวนมากเหมือนกับตอนที่เขาอยู่กับเอวาลินซึ่งมันดีกว่าการอยู่คนเดียวแน่ๆ

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด