ตอนที่แล้วตอนที่ 17: เต้าหู้เหม็น (ส่วนที่2)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 19: ไก่กังเปา

ตอนที่ 18: เต้าหู้เหม็น (3)


*ก่อนจะอ่านนิยาย โปรดตรวจสอบว่าท่านได้อยู่ในสถานที่ที่มีแสงเพียงพอ หรือถ้าท่านอ่านในความมืดก็อย่าลืมเปิด Night Mode หรือจอส้ม เพื่อป้องกันการปวดหัวและสายตาสั้นด้วยนะครับ*

--------------------------------------------------------------------------------------------

พอถึงวันเปิดร้านเสี่ยวฉีกับเล่าเอ๋อก็กลับมาจากการฝึกที่สำนักตระกูลหลิน. พวกเขาอาจจะฝึกได้แค่ไม่กี่วันแต่ออร่าก็ได้เปลี่ยนไปแล้ว. เสี่ยวฉีดูร่าเริงและสดใสมากขึ้น ส่วนเล่าเอ๋อนั้นดูน่าสงสารและไม่มีแรงมากๆ.

 

การฝึกวรยุทธของสำนักหลินนั้นโหดต่อร่างกายมากๆ. เล่าเอ๋อเป็นแค่เด็กอายุ12-13ปีที่ไม่มีพลังปราณใดๆเลย. การฝึกนั้นจึงเปรียบเสมือนนรกสำหรับเค้าเลย.

 

ชิยูกำลังรอดูว่าเล่าเอ๋อจะยอมแพ้มั้ย.

 

เพราะสิ่งที่น่าอนาถที่สุดไม่ใช่ความเจ็บปวดที่ร่างกายได้รับจากการฝึก แต่เป็นการที่ได้รับรู้ว่าต่อให้ฝึกหนักแค่ไหนก็ไม่มีผลกับพลังปราณเลย.

 

แต่เล่าเอ๋อก็ไม่เคยบ่นเรื่องการฝึกโหดๆหรืออยากจะยอมแพ้เลย.

 

พอเห็นแบบนั้นชิยูจึงเลือกที่จะไม่พูดอะไรและคอยให้กำลังเล่าเอ๋อเท่าที่จะทำได้ บางทีเธอน่าจะหาเมล็ดอัคคีอีกซักเมล็ดให้เล่าเอ๋อก็ดี.

 

ชิยูหันไปสนใจร้านแทน. ร้านนี้เพิ่งเปิดหมาดๆและเธอก็ต้องรีบหาจุดขายให้ได้ด้วย. จะทำอาหารแบบไหนให้ดึงดูดลูกค้าดีนะ?

 

กลิ่นของไวน์ไม่หวั่นไหวกับความไกลของถนนหรอก. ถ้าสามารถเพิ่มกลิ่นของไวน์ได้ ก็สามารถทำให้ทั้งเมืองมีแต่กลิ่นไวน์ฟุ้งไปทั่วได้. อาหารเองก็เช่นกัน. (ประโยคนี้อาจจะเป็นสำนวนครับผมนึกของไทยไม่ออกเลยแปรตรงๆเลยละกัน)

 

ชิยูคิดหาอาหารที่มีกลิ่นหอมๆได้นิดหน่อย. ถ้าอาหารเธอมีกลิ่นหอม คู่แข่งเธอก็คงจะทำได้เหมือนกัน. มันยังไม่เด่นพอ.

 

ถ้าอาหารหอมๆมันธรรมดาไปงั้นเปลี่ยนเป็นกลิ่นเหม็นๆเป็นไง.

 

อาหารกลิ่นเหม็นๆมีตั้งหลายอย่าง แต่ที่ทำง่ายที่สุดก็มีแต่เต้าหู้เหม็นล่ะนะ. ต้นทุนต่ำด้วย. คงจะเป็นการเริ่มต้นที่ดีสำหรับร้านนี้แน่ๆ.

หลังจากเตรียมการอยู่วันสองวัน ร้านอาหาร “กลิ่นหอมจากสวรรค์” ก็เปิดทำการ. ชิยูไม่อยากหางานเพิ่มที่โต๊ะแขกจึงวานให้คุณตากับน้องๆของเธอช่วยเสิร์ฟลูกค้า. ส่วนเธอก็ไปง่วนอยู่ในครัวเตรียมอาหารใหม่, เต้าหู้เหม็นนั่นเอง.

 

เสี่ยวฉีบีบจมูกตอนที่วางเต้าหู้ไว้บนโต๊ะ. สายตาเธอดูขยะแขยงมันแล้วเธอก็ถามว่า “อันนี้กินได้จริงๆหรอคะ?”

 

ชิยูเองก็บีบจมูกเหมือนกัน “พี่รับรองเลยว่ามันจะอร่อยจนหนูเลียจานด้วยเลย” จากนั้นเธอก็บอกให้เสี่ยววูดูเธอทำอาหาร เขาจะได้จำไว้.

 

ชิยูสังเกตุเห็นว่าเสี่ยววูนั้นชอบกินมากๆ. เขามีพรสวรรค์ด้านการทำอาหารด้วย เธอจึงเต็มใจที่จะสอนวิชาทำอาหารให้เสี่ยววู.

 

“อื้อ” ้เสี่ยววูพยักหน้า.

 

น้ำมันในกระทะเริ่มร้อนขึ้นมาแล้ว ชิยูจึงหั่นเต้าหู้เป็นชิ้นเล็กๆแล้วหย่อนลงกระทะไป. ทันทีที่เต้าหู้แตะน้ำมัน น้ำมันก็เริ่มมีฟองปุดขึ้นมา. จากนั้นไม่นานเต้าหู้ก็เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลทอง. ขณะเดียวกันกลิ่นอันโดดเด่นของเต้าหู้ก็ฟุ้งกระจายไปทั่ว.

 

ตอนแรกกลิ่นมันทำให้ทั่วทั้งครัวเหม็นไปหมด ไม่นานมันก็เหม็นไปทั่วร้านและถนน.

 

“กลิ่นอะไรเนี่ย?” ชาวบ้านที่ผ่านไปมาได้กลิ่นจึงสงสัยว่ากลิ่นอะไร.

 

“เหมือนว่ามันจะลอยมาจากร้านนี้นะ” มีคนพูดขึ้นมา.

 

“โอ้ ชั้นชอบกลิ่นนี้นะ. ชั้นว่ากลิ่นมันหอมดี…” มีคนสูดกลิ่นเข้าลึกมากแล้วสงสัย “ชั้นไม่รู้ว่าเป็นอะไรแต่กลิ่นหอมมาก!”

 

คนอื่นๆมองเขาแปลกๆ จากนั้นเขาก็เดินไปทางร้านนั้น.

 

ในร้านชิยูส่งจานเต้าหู้ไปให้แล้วอธิบาย “อย่าตัดสินมันด้วยหน้าตาหรือกลิ่นนะจ๊ะ มันอร่อยมากนะ”

 

เต้าหู้เหม็นไม่ต้องใช้ทักษะอะไรมากมายเลย. การเตรียมวัตถุดิบส่วนใหญ่ก็แค่หมักเต้าหู้ไว้ในนมไม่ก็กุ้งเค็ม (ต้นฉบับใช้คำว่า mixture ซึ่งผมนึกถึงของเอาไว้หมักดองแบบโกชูจังไม่ก็พวกพริกแกง ผมนึกคำไม่ออกจริงๆคำพยายามนึกภาพเอานะ55555)

จนทำให้เต้าหู้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีและมีกลิ่นเหม็นออกมา. ที่เหลือเธอก็แค่หั่นแล้วก็เอามันไปทอดซะ.

 

เสี่ยววูมองเต้าหู้ที่อยู่บนจาน เขาไม่สนเลยว่ามันร้อนรึป่าว เขาหยิบมันขึ้นมาใส่ปากทันที. รสเปรี้ยวๆหวานๆแผ่ซ่านไปทั่วลิ้นของเขา.

 

พอมันเข้าปากแล้วเต้าหู้ก็ไม่เหม็นอีกต่อไปแต่อร่อยมากๆ.

 

“เป็นไงบ้าง?” เสี่ยวหลิวกับเสี่ยวฉีมองเขาแล้วถาม.

 

“พวกเธอลองกินดูสิเดี๋ยวรู้” ้เสี่ยววูรีบหยิบอีกชิ้นมากิน.

 

แค่มองเสี่ยววูกินก็รู้แล้วว่ามันอร่อยมากๆ.

 

ชิยูมองพวกเขากินอยู่ข้างๆ จากนั้นก็สอนเด็กๆกินคู่กับอย่างอื่น.

 

สำนวน:                  人要衣裳马要鞍,

   弄的精致一点,

              客人总会觉得价更值些

 

คนใส่ผ้า ม้าใส่อาน

      หากเจ้าทำอาหารให้ดูดี

         ลูกค้าก็จะรู้สึกคุ้มค่าเงิน.

(อันนี้ต้นฉบับใส่ภาษาจีนมาพร้อมกับแปลอิ้ง ผมก็งงว่าใส่มาทำไมแต่ผมขอแปลด้วยเลยแล้วกันครับ.)

 

ในตอนนั้นเองหลินฟ่านก็มาพอดี. เขาพาพ่อครัวจากตระกูลหลินมาด้วย. นี่เป็นส่วนนึงของสัญญา. พ่อครัวพวกนี้จะต้องทำงานในร้าน “กลิ่นหอมจากสวรรค์”. ชิยูคงทำงานคนเดียวทั้งหมดไม่ไหว. ดังนั้นพ่อครัวพวกนี้จึงจะมารับหน้าที่ทำอาหารทั่วไป ส่วนอาหารเด่นๆของร้านให้ชิยูจัดการแทน.

 

“อาหารขึ้นชื่อของร้านนี้จะเป็นเต้าหู้เหม็นๆนี่งั้นหรอ?” พ่อครัวถาม.

 

พวกเขาดูถูกเด็กผู้หญิงคนนี้. เธอยังเด็กเกินไปแถมยังเป็นผู้หญิงอีก. ผู้หญิงน่ะอ่อนแอกว่าผู้ชายทางด้านร่างกายอยู่แล้ว คงจะถือกระทะหนักๆไม่ไหวหรอก แล้วจะมาทำอาหารได้ยังไง? ดังนั้นตอนที่หลินฟ่านบอกให้พวกเขามาทำงานที่นี่ พวกเขาจึงมาด้วยอารมณ์บูดๆ หวังว่าจะหัวเราะใส่แม่ครัวคนนี้.

 

พวกเขาอยากเห็นว่าผู้หญิงบอบบางแบบชิยูจะเป็นแม่ครัวได้นานแค่ไหน.

 

“ไม่อยู่แล้ว” ชิยูยิ้ม. เธอเดาสีหน้าพวกนี้ออก “เต้าหู้เหม็นนี่ก็แค่ขนมเท่านั้น. อาหารขึ้นชื่อของเราไม่ใช่อันนี้”

 

เนื่องจากมันเป็นอาหารขึ้นชื่อ เธอจึงต้องหาเมนูที่ดีๆหน่อย. แล้วเธอก็เชี่ยวชาญอาหารหลากหลายชนิดซะด้วยสิ. ตั้งแต่หัวปลากับถั่วดำ, หม่าผ่อโต้ฟู, ไก่กังเปา, หยู่เซี่ยงโหล่วซือ ฯลฯ.

(หม่าผ่อโต้ฟู/หมาผัวโต้วฟู - คล้ายๆกับผัดเผ็ดเต้าหู้ครับ ส่วนหยู่เซี่ยงโหล่วซือก็คือหมูเส้นผัดเปรี้ยวหวาน - ผมไปค้นมา ที่มาก็คือเอาน้ำซอสที่เอาไว้ผัดเปรี้ยวหวานกับเนื้อปลามาผัดกับหมูที่หั่นเป็นเส้นแทนครับ)

 

แค่หนึ่งในเมนูพวกนั้นก็สามารถทำให้คนเต็มร้านได้แล้ว. ชิยูยังไม่อยากโชวไพ่ให้เห็นหมดทีเดียวหรอกนะ.

 

เธออยากจะค่อยๆปล่อยไปทีละอย่าง. พอเสี่ยววูเชี่ยวชาญวิธีทำเมนูพวกนั้นแล้วล่ะก็ เธอก็จะสอนสูตรอาหารอื่นให้เขาทีหลัง.

 

“งั้นเราขอถามได้มั้ยว่าอาหารขึ้นชื่อของร้านนี่คืออะไร?” พ่อครัวคนนั้นถาม.

 

แต่ชิยูก็ไม่ตอบแล้วพูดว่า “พวกนายเป็นพ่อครัวที่หลินฟ่านชวนมาไม่ใช่เหรอ. ก่อนอื่นทำอาหารที่พวกนายถนัดให้ชั้นดูก่อนสิ. ถ้ามันอร่อยพวกนายก็อยู่ได้”

 

พวกพ่อครัวไม่พอใจมาก “นายน้อยรุ่น3ขอให้พวกเรามาช่วยไม่ได้ให้มาฟังคำว่าอยู่หรือไป”

 

“พวกนายจะบอกชั้นว่าชั้นไม่มีสิทธิออกคำสั่งพวกนายงั้นหรอ?” ชิยูขมวดคิ้ว “งั้นก็ช่วยไปเถอะค่ะ! ชั้นไม่อยากเสียเงิน10ตำลึงต่อเดือนให้คนที่ไม่คิดจะฟังคำสั่งของชั้นหรอกนะ”

 

พวกพ่อครัวอยากจะไปเต็มแก่ แต่พอได้ยินคำว่าเงิน10ตำลึงพวกเขาก็ขาหนักทันที.

 

เงิน10ตำลึงงั้นหรอ?

 

สวรรค์ชั้นๆ! ตอนนี้พวกเขาได้เงินเดือนแค่เงิน1ตำลึงเอง. ถ้าพวกเขาทำงานที่นี่พวกเขาได้เงินเดือนเพิ่มตั้ง10เท่าเลยนะ! มีแต่พวกโง่แหละที่จะไป.

 

“เธอพูดจริงงั้นหรอ?” พวกพ่อครัวกล่าว.

 

“จริงสิ” ชิยูปรบมือจากนั้นเล่าเอ๋อก็เข็นรถมาให้. จากนั้นเธอก็ดึงผ้าขึ้น ด้านในมีเงินอยู่10ตำลึง…….

(ติดตามเกร็ดข้อมูลต่อได้ที่ https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=160962305869434&id=104633284835670

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด