ตอนที่แล้วEp.682 - คลื่นใต้น้ำ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปEp.684 - สึนามิ

Ep.683 - รอยแยกใต้ทะเล


3/5

Ep.683 - รอยแยกใต้ทะเล

กลุ่มเฟิงหลีของฉินเฟิง ดั่งคลื่นลูกใหม่ ขยับขยายอย่างรวดเร็ว เงินทองไหลมาเทมาไม่มีที่สิ้นสุด เทคโนโลยีถูกพัฒนาอย่างก้าวกระโดด

หากยังไม่ถูกกำจัดตั้งแต่เนิ่นๆ เกรงว่าในภายภาคหน้าจะกลายเป็นภัยคุกคามต่อรากฐานของตระกูลเซิ่ง!

เรื่องทั้งหมดนี้ เซิ่งหยูฟูเองก็พอจะทราบเช่นกัน

“ท่านประมุขกำลังจะบอกว่า …” แม้ปากเอ่ยถามเช่นนั้น แต่มือของเซิ่งหยูฟู่กับทำท่าทางยกขึ้นปาดคอตน เจตนาสังหารฟุ้งในดวงตาเขา

แต่เซิ่งเหลียนกลับขมวดคิ้ว คล้ายยังมีความกังวลบางอย่าง สุดท้ายตัดสินใจ

“รอดูอีกสักพักหนึ่งเถอะ ดูว่าฉินเฟิงจะหยุดแค่การขายเฉพาะในเมืองตงไห่รึเปล่า หรือต้องการขยายสาขาไปทุกที่!” เซิ่งเหลียนยังคงให้ความสำคัญเกี่ยวกับผลประโยชน์โดยรวมเป็นที่ตั้ง

แม้เขาจะสูญเสียรายได้ในเมืองตงไห่ แต่ยังไม่ถึงขั้นต้องทำเช่นนั้น ธุรกิจเรือดำน้ำดำเนินกิจการมาหลายปี เรือดำน้ำเหล่านี้ได้คืนทุนให้แก่เขาตั้งนานแล้ว แม้การถูกขับออกจากตลาดเมืองตงไห่จะเป็นเรื่องใหญ่ แต่มันไม่ได้ส่งผลกระทบมากนักต่อตระกูลใหญ่อย่างตระกูลเซิ่ง

แต่สิ่งนี้ เห็นได้ชัดว่าส่งผลกระทบต่อเซิ่งหยูฟู่อย่างใหญ่หลวง ดังนั้นคิดยุยง

“ประมุข ผู้น้อยแอบไปลอบสังเกตมา เด็กที่ชื่อฉินเฟิงนั่นมีความทะเยอทะยานเป็นอย่างยิ่ง! ก่อนหน้านี้เขาเคยแสดงการจั๊มป์ผ่านมิติโดยเรือเหาะต่อหน้าฝูงชน ซึ่งเทคโนโลยีที่ว่า ปัจจุบันน่าจะยังใช้กันเฉพาะในกลุ่ม แต่หากเจ้าสิ่งนี้ถูกเผยแพร่ถึงมือคนธรรมดาเมื่อไหร่ มันจะเป็นภัยคุกคามต่อธุรกิจของพวกเรา”

เซิ่งเหลียนจ้องมองเซิ่งหยูฟู่ ส่งเสียงฮึ่มในลำคอ

ร่างของเซิ่งหยูฟู่สั่นสะท้านอย่างแรง เจ้าตัวทราบว่าความในใจตนถูกเปิดโปง ดังนั้นไม่กล้าพล่ามไร้สาระอีก

เซิ่งเหลียนกล่าว “อย่านึกนะว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้าคิดอะไรอยู่ แต่ช่างมันเถิด เรือดำน้ำพวกนี้ จงขายมันให้กับพวกพันธมิตรบนเกาะใกล้เคียงเสีย ที่นั่นถูกปิดกั้นข่าวสาร เจ้าพวกนั้นยังไม่ล่วงรู้ถึงเทคโนโลยีของฉินเฟิง  ดังนั้นยอมทุ่มเงินซื้อมันแน่นอน แบบนี้จะช่วยให้พวกเราไม่ต้องขาดทุน!  ส่วนตัวเจ้า ย้ายไปรับผิดชอบดูแลเมืองกวงเฉิงเสีย!”

กวงเฉิง คือศูนย์กลางการค้าของกลุ่มซ่งเฉิง ที่นั่นมากไปด้วยอุตสาหกรรมอันหลากหลาย

เซิ่งหยูฟู่รีบพยักหน้า กล่าวอย่างร่าเริง “ขอบพระคุณท่านปู่สอง!”

ครั้งนี้ เขาไม่เรียกว่าประมุข แต่เรียกขานตามลำดับเครือญาติ แน่นอนที่เขากล้าเรียกเซิ่งเหลียนว่าท่านปู่สอง เกรงว่าอาจเป็นเพราะเรื่องความสัมพันธ์ด้วย ดังนั้นเซิ่งหยูฟูจึงได้รับโอกาสให้ไปเพลิดเพลินกับผลประโยชน์ใหม่ได้อีกครั้ง

ไม่นาน กลุ่มซ่งเฉิงก็ถอนตัวจากเมืองตงไห่ ข่าวการถอนกำลังนี้ถูกเผยแพร่ออกไปเป็นวงกว้าง ทำให้ผู้คนจำนวนมากเกิดความสงสัย

แต่การกระทำนี้กลับเป็นการกระตุ้นความคิดอันเฉียบแหลมทางธุรกิจของซูซิงฝู เจ้าตัวเร่งเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว

เพราะซูซิงฝูรู้ ว่าในเมื่อธุรกิจของกลุ่มเขาสามารถบังคับให้กลุ่มใหญ่ยอมถอยได้ ดังนั้นย่อมมีปัญหาตามมาแน่ๆ อย่างน้อยก็เริ่มกระตุ้นความสนใจจากคนอื่นๆ

ทว่าแม้ซูซิงฝูจะลงมือฉับไวเพียงใด แต่ยังตระหนักดีว่าสำหรับเรื่องนี้ เขาไม่สามารถตัดสินใจด้วยตัวเองได้ จำต้องรอคำตอบจากฉินเฟิง

อย่างไรก็ตาม ฉินเฟิงเวลานี้ยังอยู่ในทะเลนรก สัญญาณสื่อสารไม่สามารถส่งถึง

ภายในทะเลลึก เขมือบฟ้ายังคงแหวกว่ายไม่หยุด ล่าสัตว์ร้ายบางตัวเป็นครั้งคราว และหากไม่นับครั้งแรก มันไม่เคยโผล่ขึ้นสู่ผิวน้ำอีกเลย เพราะสัตว์ทะเลทั้งหมดที่ถูกฆ่า ล้วนถูกกลืนเข้าปากเขมือบฟ้าโดยตรง หลังทำการระบายน้ำสู่ภายนอก ผู้คนบนเรือก็จะออกมาชำแหละมัน

ฉินเฟิงยืนอยู่ในห้องควบคุมหลัก ขบคิดเล็กน้อย

‘นี่ก็เป็นเวลากว่าสิบวันแล้วที่เราออกสำรวจ แต่ยังไม่เจอช่องว่างลับที่ซ่อนอยู่เลย … ทำไมถึงเป็นแบบนี้!’

ฉินเฟิงอดบ่นในใจไม่ได้

ตามความทรงจำของฉินเฟิง ช่วงเดือนมีนาคม ปี219 ของศตวรรษใหม่ ซึ่งตรงกับช่วงนี้พอดี ในทะเลนรก จะเกิดปรากฏการณ์คลื่นพลังงานอันรุนแรงปะทุจากใต้ท้องทะเล  เรื่องนี้กระตุ้นความสนใจของเลเวล A จำนวนมาก ชักนำพวกเขาให้เคลื่อนไหว มุ่งหน้าสู่ทะเลนรกอันน่าหวาดกลัวแห่งนี้

ในเวลาต่อมา พวกเขาก็ค้นพบกับภูเขาศักดิ์สิทธิ์ เจ้าสิ่งนี้ผุดขึ้นมาจากทะเลลึก ผลักดันมวลน้ำ ส่งผลให้ชายฝั่งโดยรอบ ถูกคลื่นสึนามมิท่วมทับอย่างกะทันหัน

แต่เมื่อผู้ใช้พลังบางคนมาถึง ก็พบว่าสถานที่เกิดเหตุอยู่ในอาณาเขตของเขมือบฟ้า และเขมือบฟ้าได้ทำการสวาปามภูเขาศักดิ์สิทธิ์ไปครึ่งลูกแล้ว จนสามารถวิวัฒนาการเป็นสัตว์เทวะได้เป็นที่เรียบร้อย

ด้วยเหตุนี้เอง หลังจากฉินเฟิงสังหารเขมือบฟ้า เขาเลยพาลคิดไปว่าภูเขาศักดิ์สิทธิ์คงอยู่ใกล้แค่เอื้อม เป็นผลให้ตัดสินใจใช้เขมือบฟ้าออกสำรวจรอบๆเป็นเวลานาน แต่ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะไม่พบอะไร!

‘เป็นไปได้ไหมว่าห้วงเวลาเกิดการผิดเพี้ยน? หรือว่าเจ้าสิ่งนี้จะถูกปลุกให้ตื่นขึ้นเพราะเขมือบฟ้า? ถ้าเป็นอย่างหลัง ไม่เท่ากับว่าฉันสูญเสียทรัพยากรมหาศาลไปหรือ? ’

ในจิตใจของฉินเฟิง คาดเดาไปต่างๆนาๆ แต่มิได้เอ่ยคำใด

“ประธาน ตอนนี้คลังสินค้าของเราเต็มแล้ว คุณต้องการให้เดินทางกลับไปขนย้ายพวกมันขึ้นฝั่งเลยหรือไม่?”

เขาอยู่ในทะเลจนครบสิบวัน นั่นหมายความว่าภารกิจกำลังเสริมของฉินเฟิง ครบกำหนดเวลาแล้ว

ฉินเฟิงเงียบไปพักหนึ่ง สุดท้ายเอ่ยปาก “กลับท่าเรือ!”

“รับทราบ”

โกวก๋วนรับคำ สั่งการออกไป

เขมือบฟ้าหมุนตัวเปลี่ยนทิศทาง ตรงกลับสู่ชายฝั่งอย่างรวดเร็ว ฉินเฟิงเลือกทำเช่นนี้เพราะพิจารณามาดีแล้ว เขาทราบดีว่าโกวก๋วนเป็นนักวิจัย ดังนั้นสมควรอยู่ในเมืองตงไห่เพื่อทำการวิจัยถึงจะถูก ไหนจะมีเหอเจี๋ยที่เป็นคนของพันธมิตรมนุษย์ แม้ตอนนี้รับภารกิจเป็นผู้ช่วยเขา แต่เธอก็ยังเป็นผู้ช่วยของเลขาจ้าวพรมแดนตะวันออก ดังนั้นเขาอาศัยอะไรมาบังคับให้เธอติดตามตั้งเนิ่นนาน?

ขณะเดียวกัน เมื่อทราบว่าครบกำหนดเวลา เหอเจี๋ยรู้สึกเสียใจอยู่บ้าง เพราะฉินเฟิงสามารถล่าสัตว์ทะเลได้เป็นจำนวนมาก เพียงลำพังสามารถทำหน้าที่เทียบเท่าเลเวล B นับสิบคน อีกทั้งเรื่องที่เขาสามารถสังหารเขมือบฟ้าได้ตั้งแต่วันแรก ดังนั้นเหอเจี๋ยเลยบังเกิดความหวัง ว่าฉินเฟิงจะสามารถทำบางสิ่งที่มากกว่านี้

ตัวอย่างเช่น ออกล่าสัตว์ยักษ์สิบอันดับในรายชื่อค่าหัวอีกสักตัว

แต่ช่างน่าเสียดาย ที่ฉินเฟิงดูเหมือนจะไม่มีความตั้งใจแบบนั้นเลย

ดังนั้น การกลับไปในครั้งนี้ เท่ากับว่าภารกิจกำลังเสริมของฉินเฟิงเสร็จสมบูรณ์แล้ว

หลังเขมือบฟ้าจากไปเพียงสามชั่วโมง ณ ตำแหน่งก้นทะเลซึ่งเป็นอาณาเขตเดิมของเขมือบฟ้า จู่ๆพลันปรากฏเส้นสายฟ้าฟาดออกมาอย่างกะทันหัน

และสีของสายฟ้าช่างสดใสพรั่งพราว เพราะทั้งหมดเป็นอักษรรูนสีเงิน!

ตามมาติดๆด้วยรอยปริร้าวขนาดใหญ่ที่ลากยาวจนเกือบแหวกก้นทะเล

โดยที่ไม่มีใครมองเห็น เมื่อรอยแยกนี้ปรากฏขึ้น ภายในรอยแยกกลับมิใช่ความมืดมิด หากแต่เสมือนเป็นภาพลวงตาของอีกดินแดนหนึ่งปรากฏขึ้น!

รอยแยกมิตินี้ดั่งกระจกเงา นอนราบอยู่บนก้นทะเล และดินแดนในกระจกเงา แท้จริงแล้วค่อยๆผุดขึ้นมาจากกระจกเงาทีละเล็ก ทีละน้อย ข้ามมิติมาปรากฏขึ้นในห้วงทะเลลึก

ฉากนี้เป็นเรื่องที่ผู้คนไม่สามารถทำความเข้าใจได้อย่างสิ้นเชิง

ไม่ทราบว่านั่นคือดิน หรือเป็นผลึกพลังงานบางอย่าง แต่มันเริ่มทะลักพรั่งพรูอย่างบ้าคลั่ง ผลกระทบกระทั่งสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อท้องทะเล ผ่านไปพักหนึ่ง ก้นทะเลก็ฟุ้งไปด้วยโคลนดูขุ่นมัว ส่วนพลังงานที่ว่าพวยพุ่งขึ้นสู่เบื้องบน

ดินแดนขนาดใหญ่นี้ กำลังสั่งสมพื้นที่อย่างต่อเนื่อง มันทำลายก้นทะเล ขยับกินพื้นที่ไปหลายพันเมตรหรืออาจถึงขั้นหมื่นเมตร ก่อร่างดินแดนใหม่ขึ้น

แรงดันในน้ำทะเลเกิดการเปลี่ยนแปลง สัตว์ทะเลสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ บ้างหลบหนี บางตรงเข้ามาสังเกต เกิดเหตุวุ่นวายครั้งใหญ่

และเมื่อแรงดันของทะเลเกิดความผิดปกติ มันก็เริ่มก่อร่างคลื่นยักษ์ซ้อนๆทับกัน ชั่วพริบตาเดียว กระแสคลื่นทับซ้อนก่อตัวกันเป็นสึนามิลูกใหญ่!

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ ฉินเฟิงไม่ทราบ แต่หลายชั่วโมงต่อมา ฉินเฟิงได้กลับมาถึงท่าเทียบเรือตงไห่

ช่วงเวลาเทียบท่า เป็นเวลาพระอาทิตย์ตกดินพอดี ดวงอาทิตย์ลาลับลงทางทิศตะวันตก ยามสะท้อนกับท้องทะเล สร้างทัศนียภาพงดงามอย่างหาที่เปรียบมิได้

“ทุกคนลงจากเรือและไปพักผ่อนในเมืองตงไห่กันตามสบายเถอะ แล้วพรุ่งนี้ค่อยออกเดินทางกันอีกครั้ง”

“ขอรับท่านประธาน!”

“อืม อ้อจริงสิ ครั้งนี้ผมขอเพิ่มรางวัลให้ทุกคนเป็นสองเท่านะ”  ใบหน้าที่มักไร้อารมณ์ของฉินเฟิง แสดงออกถึงความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ขณะกล่าวคำนี้

“อา! ขอบพระคุณท่านประธาน!”

“ขอบคุณท่านผู้ใหญ่!”

ลูกเรือบนเขมือบฟ้า ไม่ว่าจะเป็นคนของกลุ่มเฟิงหลี หรือเลเวล C ที่ได้รับการจ้างวาน ทั้งหมดต่างโห่ร้องยินดี

แน่นอน สิ่งเหล่านี้จะถูกมอบให้หยูหยางเต๋าเป็นคนจัดการ ส่วนฉินเฟิงตรงไปยังตึกรักษาการณ์ ก้าวเข้าไปยังห้องโถง

“ยื่นเรื่องส่งภารกิจยกระดับตราเลเวล B”

ฉินเฟิงเปิดวิดีโอให้เจ้าหน้าที่ดู

ใช้เวลาไม่ถึงสามนาที วิดีโอได้รับการตรวจสอบเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ในโถง ส่งมอบกล่องใบหนึ่งให้แก่ฉินเฟิงด้วยความเคารพยำเกรง

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด