ตอนที่แล้วตอนที่ 25 ความรวยทำให้แม่ค้าขายยาโป๊
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 27 ไม่มีพลังก็เป็นได้แค่แรงงาน

ตอนที่ 26 หาทางแบบอัตโนมัติยังดีซะกว่า


“เอ๊ะ? เพราะเจ้าหลงทางเลยมาถึงที่นี่งั้นเหรอ?”

ในสามคนนั้น ผมคุ้นเคยกับลาน่าได้อย่างรวดเร็ว ไม่นาน พวกเราก็พูดคุยกัน

แน่นอน สาเหตุที่คุ้นเคยกันเร็วขนาดนี้ก็คงเป็นเพราะยัยนี่จับจ้องตามติดเงินของผม แต่ก็ไม่เป็นไร ยังไงซะการเข้าใจพวกเธอให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในตอนนี้ก็ดีซะกว่า

“อืม เข้ามาจากทางด้านเชอร์ฟา จากนั้นก็หลงทางอยู่นานจนมาถึงที่นี่”

“เชอร์ฟา? นั่นอาณาจักรเล็กๆ ทางใต้ไม่ใช่เหรอ? ช่วงก่อนมีข่าวออกมาว่าราชาของพวกเขาต้องการเริ่มสงคราม ราชาของอาณาจักรแห่งนั้นโง่ซะจริง เรื่องอย่างสงครามจะมาประกาศเริ่มมั่วซั่วได้ยังไงกัน? แล้วอาศัยความแข็งแกร่งของพวกเขา ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงก็คงถูกอาณาจักรอื่นยึดไว้แล้ว เจ้าว่าไหม ฟีล?”

“พะ...พูดถูกเผง”

ใช่แล้ว ก่อนหน้านี้ที่ผมแนะนำตัวเองได้เปลี่ยนชื่อตัวเองเป็น คาร์เตอร์ ฟีล ดูเหมือนชื่อฟีลจะเป็นชื่อที่สามัญมากในที่นี้ เพราะงั้นถึงแม้จะมีชื่อเดียวกันก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร

ยังไงซะตอนนี้ก็เป็นผู้ถูกประกาศจับ เปิดเผยตัวเองมั่วซั่วคงไม่ดี

“งั้นทำไมพวกเธอมาอยู่ที่นี่ล่ะ...แล้วที่นี่คือที่ไหนกันแน่”

“ที่นี่เป็นโบราณสถานยุคก่อนประวัติศาสตร์”

ลาน่าหยิบเอาเข็มทิศทรงกลมออกมา หลังจากเปิดออก เข็มชี้ด้านบนก็ดูเหมือนกำลังชี้ไปในทิศทางที่กำหนด มันคือเข็มทิศเหรอ? แต่ทำไมรู้สึกเหมือนมีบางอย่างผิดปกติเลย...

“มันคือเครื่องมือกำหนดเข็มชี้ลาดตระเวน สามารถนำสิ่งของมาบันทึก จากนั้นก็ใช้ค้นหาสิ่งของจำพวกเดียวกันในดันเจี้ยนขนาดใหญ่ได้ คราวนี้พวกเรามาเพราะ...อยากจะก่อตั้งภาคีของเราเอง แต่เพราะจำนวนคนไม่พอ เลยทำได้แค่ยื่นคำร้องกับผู้อำนวยการสถาบัน แล้วถูกส่งออกมาทำภารกิจประหลาดแบบนี้”

“ก็แปลว่า มันคือเครื่องมือนำทางล่ะสิ?”

“ถึงแม้จะไม่ผิด แต่ของสิ่งนี้ทำได้เพียงกำหนดทิศทางเดียว ถ้าเดินไปถึงทางตัน นั่นก็คงไม่มีทางเลือก”

“แบบนี้นี่เอง...”

ที่แท้ก็มีการตั้งค่าแบบนี้...ยังไงซะมันก็คงไม่สามารถนำทางอัตโนมัติเหมือนในเกมออนไลน์

“แต่โชคดีที่ชั้นนี้เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง เพราะงั้นเลยไม่มีปัญหาอะไร”

“ชั้นนี้...พวกเธอไม่แน่ใจว่าเป็นชั้นไหนเหรอ...”

“เรื่องนั้นเหรอ...”

ลาน่ามองไปยังสองคนที่อยู่ข้างๆ ก็ส่ายหน้าอย่างจนปัญญา

“เพราะไม่รู้ว่าเป็นชั้นไหน เลยทำได้แค่หาทีละชั้นไง”

ให้ตายสิ ยัยพวกนี้ช่างกระตือรือร้นกันซะจริงๆ...แต่ถ้าเป็นแบบนี้ ยา...ไม่ถูกสิ ทีมนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ยาเลยด้วยซ้ำ

เพราะมีสัตว์ประหลาดเลเวล 30 ตั้งหนึ่งคน...

ขณะที่คิดเช่นนี้ผมก็มองทางฟาลัน แต่กลับสบสายตาอีกฝ่ายพอดี

ทว่าอีกฝ่ายกลับละสายตาไปทันที ไม่รู้ว่ากำลังเธอคิดอะไรอยู่ แต่แสร้งยิ้มไปด้วยหลับตาไปด้วย มองยังไงก็รู้สึกเหมือนโดนดูถูก

แต่ว่าเลเวลของผมก็แค่ 11 แม้กระทั่งครึ่งที่แย่ที่สุดก็ไม่ถึง จะไปเทียบกับคนพวกนี้ได้ยังไงกัน

“แต่ว่า ฉันรู้สึกว่ามีวิธีหนึ่งที่จะยืนยันได้ว่าเป็นชั้นไหนนะ”

“หืม?”

เมื่อได้ยินคำพูดของผม ทุกคนต่างก็หยุดลง เห็นได้ชัดว่าสำหรับพวกเขาในตอนนี้ หัวข้อนี้สำคัญเป็นอย่างยิ่ง

“เจ้ายืนยันได้เหรอ?”

ไม่รู้ว่าทำไม ขณะนี้คนที่ถามกลับเป็นยูบริล

“อืม ในเมื่อเข็มชี้นี้จะชี้ไปทางเป้าหมาย...งั้นถ้าเป็นแบบนี้ล่ะ?”

พูดแล้ว ผมก็หยิบเครื่องตรวจจับจากมือลาน่ามา แล้วยืนขึ้น

เข็มชี้สั่นเล็กน้อย จากนั้นก็เคลื่อนไปข้างบนช้าๆ

“ดูเหมือนจะเป็นชั้นบนนะ” ผมยักไหล่พูด

“ข้าบอกแล้วว่าอยู่หลังกำแพง ทำไมพวกเจ้าไม่เชื่อข้า! โธ่”

ยูบริลหมุนตัวไปตะโกนใส่อีกสองคน

เธอที่ดูวางมาดมาโดยตลอด มีท่าทางคลุ้มคลั่งที่ดูน่ากลัวในทันที แล้วเธอก็พบว่าตัวเองลืมตัว กระแอมไม่กี่คำ ก็พูดต่อไป

“สะ...สรุปแล้วก็คือพวกเราต้องกลับไปบนชั้นก่อน ชั้นนี้แย่จริงๆ มองทางอะไรไม่ชัดเลย!”

พูดจบก็เดินตรงไปคนเดียว

พวกเราสบตากันแล้วตามไป

“จะว่าไป...ที่นี่คือชั้นที่เท่าไหร่?”

“ที่นี่?”

ลาน่าเอียงศีรษะคิดอยู่สักพัก

“คงเป็นชั้นห้าล่ะมั้ง”

“ชั้นห้างั้นเหรอ...”

ที่แท้ผมก็ร่วงจากชั้นสองมาชั้นห้าในอึดใจเดียว มิน่ามอนสเตอร์ที่นี่ถึงน่ากลัวขนาดนี้...แต่น่าจะเป็นเพราะดันเจี้ยนใต้ดินดูค่อนข้างน่าสับสน จนทำให้เกิดความคลาดเคลื่อน ยังไงซะดันเจี้ยนนี้ก็แปลกประหลาดเกินไป

“พอไปถึงสถาบัน ข้าจะพาเจ้าไปเยี่ยมชมห้องทดลองของข้า ที่นั่นมีของที่หาซื้อข้างนอกไม่ได้เพียบเลย”

“มันก็เป็นแค่พื้นที่ส่วนตัวที่เธอกั้นออกมาจากห้องกิจกรรมภาคีเท่านั้นแหละ”

ฟาลันพูดแขวะอย่างไร้อารมณ์

“ฮ่าฮ่าฮ่า อย่าไปสนใจเลย”

“ไม่สนใจได้อย่างไร!”

คิ้วของฟาลันขมวดขึ้นมา

“ยาเวทมนตร์ของข้าจู่ๆ ก็หายไป ทำให้ข้าลำบากทีเดียว!”

“คือว่า...ข้าแค่เผลอหยิบผิดไป อย่าใส่ใจเลยน่า...”

“ไม่ใส่ใจ...ไม่มีทางซะหรอก...”

สองคนนี้มีความสัมพันธ์ที่ดีหรือไม่ดีกันแน่เนี่ย ดูจากท่าทางของพวกเธอแล้ว ปกติพวกเธอก็คงวุ่นวายแบบนี้

สถาบันน่ะ...

รู้สึกเหมือนคำนี้ห่างไกลจากผมทีเดียว

ความทรงจำของผมที่มีต่อโรงเรียนค่อนข้างเลือนลาง แม้จำได้ว่าผมคงเป็นนักเรียน แต่ไม่รู้ว่าทำไม ผมกลับรู้สึกไม่ค่อยมีความประทับใจต่อชีวิตการเป็นนักเรียนสักเท่าไหร่

แล้วความรู้สึกแบบนี้ก็ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้น ความทรงจำของโลกเดิมเริ่มจางหายไปช้าๆ นอกจากความรู้ สิ่งอื่นก็ยิ่งผ่านไปยิ่งน้อยลง

รู้สึกว่าความทรงจำทุกอย่างจะหายไปทุกครั้งที่ตื่นนอน...ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ผมก็ไม่รู้ว่าควรเสียใจหรือดีใจ

ขณะที่ผมครุ่นคิดอยู่ พวกเราก็มาถึงด้านข้างของบันไดปีน

“ที่นี่แหละ ความจำของฉันไม่ผิดแน่”

ยูบริลพูดเช่นนี้แล้วปีนขึ้นบันไดไปอย่างรวดเร็ว

“อืม ทำไมพวกเธอไม่ขึ้นไปล่ะ?”

เห็นทั้งสองคนยังไม่เคลื่อนไหว ผมก็ถามขึ้นด้วยความสงสัย

“คือว่า...”

ฟาลันเอียงศีรษะ

“เดี๋ยวจะเห็นกางเกงใน เจ้าขึ้นไปก่อน...”

เธอยังพูดไม่ทันจบ ยูบริลก็ตกลงมาข้างๆ ผมเสียงดังปัง

เห็นท่าทางที่ดูแข็งกร้าวของเธอ ผมก็คิดว่าไม่พูดอะไรจะดีกว่า

แล้วเธอก็เดินตรงมาข้างหน้าผม สูดหายใจเข้าลึกๆ ใช้น้ำเสียงสงบพูดขึ้น

“เจ้าจะขึ้นไปเอง หรือว่าให้ข้าโยนเจ้าขึ้นไป?”

“ฉัน...ขึ้นไปเองดีกว่า”

พูดจบ ผมจึงเริ่มท้าทายการปีนบันไดที่เร็วที่สุดในชีวิตผม

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด